ประเด็นการเมือง

จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา

จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ล่าสุดคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าล่าสุด โดยระบุว่าพรรคได้มีการปรับแก้เนื้อหาบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกังวลของหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ส.ส.ร. ที่ทาง สส. จากพรรคภูมิใจไทยได้ขอถอนชื่อออกไปก่อนหน้านี้

ประเด็น จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา ถือเป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่พรรคกำลังเร่งเครื่องดำเนินการ โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับจูนรายละเอียดในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความชัดเจน ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองและสามารถผลักดันเข้าสู่สภาได้ทันเวลาในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้

รายละเอียดการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อสร้างความร่วมมือ

คุณจุลพันธ์เน้นย้ำว่า แม้จะมีการปรับแก้เนื้อหาเพื่อลดข้อกังวลต่างๆ แต่หลักการสำคัญที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่นคือความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นหัวใจหลัก โดยมีขั้นตอนดำเนินงานสำคัญดังนี้:

  • นำร่างที่ปรับปรุงแล้วเข้าที่ประชุม สส. ของพรรคในสัปดาห์หน้า
  • หากมติในที่ประชุมเห็นชอบ จะดำเนินการล่ารายชื่อ สส. เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง
  • ตรวจสอบรายละเอียดข้อกังวลประเด็นที่มาของ ส.ส.ร. ให้รัดกุมที่สุด

ด้วยกรอบเวลาที่กระชั้นชิด ทำให้ทิศทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ต้องเน้นความชัดเจนและได้รับความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย การที่ จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา จึงเป็นก้าวย่างที่แสดงถึงความพยายามในการประนีประนอมทางการเมือง เพื่อให้กงล้อของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

ในมุมมองของนักวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง การที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยอมปรับจูนเนื้อหาตามเสียงท้วงติงของพรรคร่วมรัฐบาล สะท้อนถึงวุฒิภาวะทางการเมืองที่ต้องการหาจุดร่วมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ การจับตามองบทสรุปในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้จึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาในสภาได้ราบรื่นเพียงใด หากพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ปมปัญหาที่ค้างคาใจ สส. พรรคภูมิใจไทยได้สำเร็จ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยเพื่อไทยตัดข้อกังวลปม ส.ส.ร. หลัง สส.ภูมิใจไทยถอนชื่อ จ่อชงสภาฯ ให้ทันพิจารณา

“ปกรณ์” มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุด

“ปกรณ์” มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุด เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจและประชาชนท่ามกลางวิกฤตที่ยังไม่คลี่คลาย

“ปกรณ์” มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุด

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้แสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้โดยไม่สะดุด แม้ฝ่ายค้านจะเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความก็ตาม เขาย้ำว่าการออก พ.ร.ก. ต้องรอบคอบ หากศาลวินิจฉัยไม่ผ่านจะมีผลย้อนหลัง สร้างปัญหาใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจึงมั่นใจจากข้อมูลกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานเกี่ยวข้องว่าเงินที่มีอยู่ไม่พอ โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามที่ยังไม่จบสิ้น

นายปกรณ์ ชี้แจงว่า กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว โครงการจะเดินหน้าต่อ เว้นแต่ศาลสั่งให้หยุด รัฐบาลจะส่งเรื่องให้สภาเพื่ออนุมัติต่อ โดยสภาจะรอคำตัดสินศาลภายใน 60 วัน

เหตุผลที่ “ปกรณ์” มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุด

รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายอธิบายว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง เน้นตรวจสอบว่าสอดคล้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลตัดสินใจดีที่สุด โดยยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญเก่าๆ เช่น ปี 2540 ที่เคยออก พ.ร.ก. กู้เงินในสมัยชวน หลีกภัย ทักษิณ ชินวัตร ปี 2550 สมัยอภิสิทธิ์ และยิ่งลักษณ์ ที่บางครั้งสำเร็จบางครั้งติดเรื่องเร่งด่วน

สำหรับ พ.ร.ก. นี้ เงินกู้แบ่ง 2 ส่วน คือช่วยเหลือเยียวยาและเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่โยกย้ายได้ เพราะเป็นวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่อประชาชนและเศรษฐกิจ รัฐบาลไม่กล้าตีเช็คเปล่าเพราะติดคุกแน่นอน

  • เงินกู้ 4 แสนล้านเพื่อรักษาความมั่นคงเศรษฐกิจ
  • ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน
  • ศาลตรวจเฉพาะตามกรอบรัฐธรรมนูญ ไม่ดูเร่งด่วน
  • หากไม่ผ่าน รัฐบาลรับผิดชอบลาออก

นายปกรณ์ สอนมวยฝ่ายค้านและผู้ตรวจสอบ ว่าควรดูว่าทำงานตรงปก บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ นั่นถึงจะสร้างสรรค์ ไม่ใช่กล่าวหาตีเช็คเปล่า ซึ่งไม่มีจริง

ประเด็นนี้สะท้อนความมั่นใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตโควิดและสงครามโลกที่กระทบราคาน้ำมัน พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน ทำให้งบประมาณเดิมไม่พอ รัฐบาลจึงต้องกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเยียวยาแรงงาน สินเชื่อ SMEs และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รอคอยมานาน หากล่าช้าประชาชนเดือดร้อนหนัก

ในมุมมองผู้เขียน “ปกรณ์” มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุด ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย แม้มีเสียงคัดค้าน แต่หลักกฎหมายชัดเจน รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เพื่อติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองล่าสุด

ที่มา – “ปกรณ์” มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุด

Scroll to top