ประเพณีไทย

“โสภณ” ทำบุญสงกรานต์รัฐสภา ถือฤกษ์มงคลเปิดร้านอาหารสำหรับ สส.

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อันเป็นวันปีใหม่ไทยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และประเพณีอันงดงาม “โสภณ” ทำบุญสงกรานต์รัฐสภา ถือฤกษ์มงคลเปิดร้านอาหารสำหรับ สส. ได้กลายเป็นข่าวที่น่าสนใจของชาวโซเชียลและสื่อมวลชน โดยนายโสภณ ซารุมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นำทีมผู้บริหารและข้าราชการร่วมพิธีทำบุญครั้งนี้ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยและอธิษฐานขอให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข

“โสภณ” ทำบุญสงกรานต์รัฐสภา ถือฤกษ์มงคลเปิดร้านอาหารสำหรับ สส.

พิธีทำบุญสงกรานต์รัฐสภา จัดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 เมษายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา โดยใช้สถานที่ห้องโถงพิธีชั้น 11 ซึ่งปกติสงวนไว้สำหรับพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเท่านั้น ถือเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในงานสงกรานต์ พิธีนี้มีนายโสภณ ซารุมย์ เป็นประธาน ร่วมด้วยน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง และนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมข้าราชการสำนักงานสภาฯ

พิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์และสรงน้ำพระ

ภายในงาน มีการนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป นำโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม มาประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์และพระปริตร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่รัฐสภาและประชาชนชาวไทย นายโสภณได้นำทุกคนร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ ตามประเพณีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเต็มเปี่ยมด้วยศรัทธา

หลังพิธี นายโสภณให้สัมภาษณ์สื่อว่า การจัดงาน “โสภณ” ทำบุญสงกรานต์รัฐสภา ถือเป็นการสืบสานประเพณีไทยและเชื่อมโยงกับสมัยพุทธกาล ในอดีตเมืองไพศาลีประสบภัยพิบัติ พระพุทธเจ้าทรงเจริญพระปริตร จนบ้านเมืองสงบสุข การสวดพระปริตรครั้งนี้จึงหวังนำความร่มเย็นและสิริมงคลมาสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติที่กำลังเผชิญ

ถือฤกษ์มงคลเปิดร้านอาหารสำหรับ สส.

ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดร้านอาหารชั้น 2 อย่างเป็นทางการในวันมงคลนี้ โดยร้านนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อบริการ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. ต้องจ่ายเงินเองเต็มจำนวน ไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐ เพื่อความโปร่งใสและไม่ให้กระทบการประชุมสภา นายโสภณยืนยันว่าร้านนี้เตรียมพร้อมแล้ว เพิ่มเพียงขั้นตอนการชำระเงิน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ ส.ส. รับประทานอาหารได้สะดวกขึ้น โดยไม่เป็นภาระงบประมาณ

  • สถานที่: ชั้น 2 อาคารรัฐสภา
  • ผู้ใช้บริการหลัก: ส.ส. และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
  • ระบบการชำระ: จ่ายเงินสดหรือโอนเงินทันที
  • จุดเด่น: ถือฤกษ์สงกรานต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

การเปิดร้านในวันสำคัญเช่นนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประธานรัฐสภาในการพัฒนาสวัสดิการบุคลากรอย่างมีจริยธรรม นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณบวกให้กับสังคมว่า หน่วยงานรัฐกำลังเริ่มเรื่องดีๆ เพื่อบ้านเมือง

คำอวยพรและกำลังใจให้คนไทย

นายโสภณยังอวยพรประชาชนไทยทุกคนในวันสงกรานต์ 2569 ให้ยึดหลักพระพุทธศาสนา ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และร่วมมือกันฝ่าวิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติ ในฐานะประธานรัฐสภา เขาปวารณาตนทำหน้าที่เต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังต่อสู้

งานบุญครั้งนี้ไม่เพียงสืบสานวัฒนธรรมไทย แต่ยังเสริมสร้างความสามัคคีในองค์กรรัฐสภา สร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนเห็นตัวอย่างการนำประเพณีมาประยุกต์กับการทำงานสมัยใหม่ การทำบุญใหญ่เช่นนี้ช่วยเสริมพลังบวกให้ประเทศไทยก้าวผ่านอุปสรรคได้ดียิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ด้วยใจศรัทธา และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ หากคุณมีประสบการณ์ทำบุญสงกรานต์ในที่ทำงาน แชร์ให้เราฟังในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – “โสภณ” ทำบุญสงกรานต์รัฐสภา ถือฤกษ์มงคลเปิดร้านอาหารสำหรับ สส.

“จิราพร” ชูสงกรานต์ “ถนนข้าวปุ้นซาว” พนมไพร

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีอะไรน่าตื่นเต้นที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อ “จิราพร” หรือนางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ได้ชูแหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดฮอต “ถนนข้าวปุ้นซาว” ให้เป็นแลนด์มาร์คสงกรานต์สุดสนุก ชวนทุกคนมาเล่นน้ำเย็นฉ่ำ ทานขนมจีนอีสานฟรีๆ ตลอดงาน วันที่ 13-14 เมษายน 2569 งานนี้จัดครั้งแรกแต่ตั้งเป้าจัดต่อเนื่องทุกปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่น

“จิราพร” ชูสงกรานต์ “ถนนข้าวปุ้นซาว” ชวนเล่นน้ำทานขนมจีน

นึกภาพตามนะครับ ถนนสายเก๋าๆ ในอำเภอพนมไพร ถูกเนรมิตให้กลายเป็นถนนคนเดินสงกรานต์สุดคึกคัก ด้วยอุโมงค์น้ำยาว 30 เมตร สาดน้ำกันมันส์ๆ มีดนตรีสดจากวงท้องถิ่นผสม EDM สุดมันส์ ทำให้บรรยากาศครึกครื้นไปหมด แถมยังมีของกินเด็ดประจำท้องถิ่นอย่าง “ข้าวปุ้นซาว” หรือขนมจีนน้ำปรุงสูตรโบราณ เส้นสดใหม่เหนียวนุ่มเล็กๆ แบบอีสานแท้ๆ จิ้มน้ำปลาร้าสูตรเด็ด คู่กับผักพื้นบ้านสดๆ ทานฟรีตลอดงาน! “จิราพร” ชูสงกรานต์ “ถนนข้าวปุ้นซาว” นี้เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากมหาสงกรานต์ท้องสนามหลวงปี 2568 ที่รัฐบาลเพื่อไทยจัดแล้วปังมาก ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างรายได้พันล้านบาท ตอนนี้ถึงคิวท้องถิ่นแล้ว

“จิราพร” ชูสงกรานต์ “ถนนข้าวปุ้นซาว” พนมไพร ร้อยเอ็ด

ไฮไลท์เด็ดของ “จิราพร” ชูสงกรานต์ “ถนนข้าวปุ้นซาว”

งานนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ เริ่มตั้งแต่เช้าด้วยพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ขอพรสิริมงคลแบบเรียบง่ายแต่ศรัทธาเต็มเปี่ยม แล้วช่วงเย็นค่อยปล่อยของ เปิดอุโมงค์น้ำให้เล่นกันยาวๆ มีเวทีดนตรีทั้งลูกทุ่งอีสานและ EDM สมัยใหม่ ใครชอบแบบไหนจัดให้หมด ที่สำคัญ ข้าวปุ้นซาวฟรี! เมนูนี้ขึ้นชื่อของพนมไพรเลยครับ เส้นทำสดใหม่ทุกวัน น้ำยาปรุงรสกลมกล่อม หอมปลาร้าแบบไม่คาว ทานคู่ผักสดกรอบๆ ฟินสุดๆ ไปเลย

  • อุโมงค์น้ำยาว 30 เมตร สาดน้ำกันชุ่มฉ่ำ
  • ดนตรีสด EDM และลูกทุ่งอีสาน
  • ข้าวปุ้นซาวทานฟรีตลอด 2 วัน
  • พิธีรดน้ำดำหัวช่วงเช้า
  • ถนนคนเดินช้อปของดีท้องถิ่น
เล่นน้ำสงกรานต์ ถนนข้าวปุ้นซาว พนมไพร

นอกจากสนุกแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกรที่ปลูกผัก ร้านค้าขายของที่ระลึก ต่างได้ประโยชน์เต็มๆ “จิราพร” มองว่านี่คือการนำประเพณีสงกรานต์ผสมอาหารพื้นบ้าน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ยั่งยืน เหมือนที่ท้องสนามหลวงทำได้ระดับประเทศ งานนี้จัดโดยผู้นำท้องที่ ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชน หน้าที่ว่าการอำเภอพนมไพรเลย สะดวกมาก

ข้าวปุ้นซาว สงกรานต์ ถนนข้าวปุ้นซาว ร้อยเอ็ด

ถ้าปีนี้พลาดไม่เป็นไร ปีหน้าพร้อมมั้ย? มาสัมผัสเสน่ห์อีสานแท้ๆ ที่ “ถนนข้าวปุ้นซาว” กันเถอะ ไม่ใช่แค่เล่นน้ำ แต่ได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ได้ร่วมประเพณี ได้สนับสนุนชุมชน งานแบบนี้แหละที่ทำให้สงกรานต์ไทยมีชีวิตชีวาต่อไป

ในฐานะคนชอบเที่ยวท้องถิ่น ผมว่าไอเดียนี้เจ๋งมาก! ช่วยยกระดับพนมไพรให้เป็นจุดหมายใหม่ของสงกรานต์อีสาน อย่าลืมเช็คปฏิทินปีหน้าแล้วมาลุยกันนะ

ที่มา – “จิราพร” ชูสงกรานต์ “ถนนข้าวปุ้นซาว” ชวนเล่นน้ำทานขนมจีน ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

อนุทิน ยิงปืนฉีดน้ำเปิดสงกรานต์ถนนข้าวสุก

อนุทิน ยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุก กลายเป็นภาพประทับใจในเทศกาลปีใหม่ไทย เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พาครอบครัวมาร่วมสนุกกับชาวอ่างทอง บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและสายน้ำเย็นฉ่ำ สร้างความสุขให้ทุกคนในวันสำคัญนี้

อนุทิน ยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุก

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 เมษายน 2567 ที่ลานกิจกรรมหน้าวัดลาดเป็ด จังหวัดอ่างทอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เดินทางมาร่วมเป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสุก @อ่างทอง โดยนั่งรถโตโยต้า อัลพาร์ด สีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน 5 ขส 45 ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ

ก่อนขึ้นเวที นายกรัฐมนตรีเดินทักทายประชาชนที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง พร้อมชื่นชอบการแสดงรื่นฤดีนฤมิตร นายภราดรกล่าวต้อนรับและอวยพรนายกฯ ให้มีสติปัญญาฟันฝ่าปัญหาชาติ ช่วยเหลือประชาชนให้มั่นคง จากนั้นนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แต่งกลอนชื่นชม “พูดแล้วทำ บวกพลัสเห็นชัดแจ้ง ทุกหนแห่งคนละครึ่งถึงทั่วถิ่น ปลุกเศรษฐกิจแก้ปัญหาทั้งธานินทร์ อนุทินภูมิใจไทยให้จารจำ” ซึ่งกลอนนี้สะท้อนถึงการทำงานที่จริงจังและผลงานที่ชัดเจนของนายกฯ

อนุทิน ยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุก

สุนทรพจน์สร้างแรงบันดาลใจในวันสงกรานต์

บนเวที นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความสุขที่ได้ร่วมเปิดงานอนุทิน ยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุก ส่งความสุขถึงชาวอ่างทองทุกคน เทศกาลสงกรานต์คือวันครอบครัว วันผู้สูงอายุ และมรดกวัฒนธรรมโลกที่ยูเนสโก้รับรอง หลายจังหวัดจึงจัดงานยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทยๆ สุขใจทั่วโลก” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

นายกฯ ชวนทุกคนเล่นน้ำอย่างสร้างสรรค์ สุภาพ เคารพสิทธิ์กัน สนุกปลอดภัยทั้งในชุมชนและบนถนน ย้ำหลัก “ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม คาดเข็มขัดนิรภัย” เพื่อความปลอดภัยของทุกคน สิ้นสุดด้วยการยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานอย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้น นายอนุทินและภริยาสรงน้ำพระพุทธรูปจากวัดต่างๆ ในอ่างทอง แล้วเดินไปถนนข้าวสุก รำประกอบเพลงและร่วมเล่นน้ำกับประชาชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก สายน้ำกระจาย รอยยิ้มเต็มพื้นที่

อนุทิน ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ถนนข้าวสุก
บรรยากาศคึกคักสงกรานต์ถนนข้าวสุก
นายกรัฐมนตรีรำประกอบเพลงสงกรานต์
ภาพรวมงานสงกรานต์ถนนข้าวสุกอ่างทอง
อนุทินและภริยาร่วมสรงน้ำพระ

งานอนุทิน ยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุก ไม่เพียงสร้างความสนุกสนาน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เทศกาลนี้แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ไทยที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

  • เน้นความปลอดภัยในการเล่นน้ำ
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
  • รวมครอบครัวและชุมชนให้ใกล้ชิด
  • ยกระดับงานสงกรานต์ให้เป็นมาตรฐานสากล

ปีนี้ชวนทุกคนไปร่วมงานสงกรานต์ทั่วไทยอย่างปลอดภัย สุขใจ ดื่มไม่ขับ เพื่อความสุขที่ยั่งยืน

เทศกาลสงกรานต์คือโอกาสฟื้นฟูจิตใจและเศรษฐกิจ หวังว่างานแบบนี้จะเกิดขึ้นทุกปี!

ที่มา – “อนุทิน” ยิงปืนฉีดน้ำเปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุก “สมศักดิ์” แต่งกลอนพูดแล้วทำบวกพลัสให้

“ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ส่งกำลังใจวิกฤตเศรษฐกิจ

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 มาถึงแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความชุ่มฉ่ำ และการรวมญาตินี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกอวยพรแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน ด้วยข้อความอบอุ่นที่สะท้อนความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะ “ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ

“ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยระบุว่า เทศกาลนี้เป็นช่วงเวลามงคล เป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ การกลับบ้านไปหาครอบครัว และการสืบสานประเพณีไทยที่งดงามมาอย่างยาวนาน เขาขอส่งความปรารถนาดีให้ประชาชนทุกคน มีความสุข ความอบอุ่น และปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกท่านถึงที่หมายอย่างสวัสดิภาพ ไม่มีอุบัติเหตุ และได้ใช้เวลาคุณภาพกับคนที่รัก

วิกฤตค่าครองชีพที่ยังคงรุมเร้า

อย่างไรก็ตาม ในคำอวยพรดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญหน้อย่างหนักหน่วง นั่นคือวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาพลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน ขณะที่รายได้ของคนส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามรายจ่าย ทำให้หลายครอบครัวต้องแบกรับภาระหนัก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน

  • ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มที่ผันผวน
  • สินค้าจำเป็น เช่น อาหาร ของใช้ในบ้าน ที่แพงขึ้น
  • รายได้เฉลี่ยที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย
  • ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก

“แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่พี่น้องประชาชนยังต้องเผชิญกับความยากลำบากจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องคนไทยทุกคนก้าวผ่านทุกอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างหนักแน่น

กำลังใจสำคัญในการฝ่าฟันวิกฤต

คำกล่าวอวยพรนี้ไม่เพียงเป็นการส่งความสุขในวันสงกรานต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจให้คนไทยทั้งชาติยืนหยัดสู้ต่อไปกับปัญหาเศรษฐกิจที่ท้าทาย “ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ จึงกลายเป็นข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน เคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายบทบาท ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

ในมุมมองของผู้เขียน คำอวยพรนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่า แม้เทศกาลจะมาพร้อมความสุข แต่เราต้องไม่ลืมความจริงที่กำลังเกิดขึ้น การรวมพลังของคนไทยทั้งชาติ การสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และการปรับตัวของแต่ละคน จะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้

ช่วงสงกรานต์นี้ ลองส่งกำลังใจให้กันและกัน สาดน้ำเล่นสนุก แต่ก็อย่าลืมวางแผนการเงินให้ดี คุณมีเคล็ดลับรับมือค่าครองชีพอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อส่งต่อกำลังใจนะครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ

สุโขทัยจัดงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ คาดเงินสะพัด 30 ล้าน

เตรียมพบกับงานยิ่งใหญ่แห่งปี! สุโขทัยจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ” สุดอลังการ คาดเงินสะพัดกว่า 30 ล้านบาท ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคมนี้ มาร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งอดีตและร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยไปพร้อมกัน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้มีการจัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ” ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย, นางฐิติญา จันเอี่ยม วัฒนธรรมจังหวัด และผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

สุโขทัยจัดงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ

ภายในงานแถลงข่าว ได้มีการกล่าวถึงรายละเอียดการจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ” ที่จะจัดขึ้น ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย โดยงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ไฮไลท์ห้ามพลาดในงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ

  • การแสดงบรรยากาศย้อนยุคสมัยรุ่งเรืองของเมืองศรีสัชนาลัย
  • การแสดงประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวชุมชนต่างๆ
  • การละเล่นพื้นเมืองและการจำลองหมู่บ้านวิถีไทย
  • การแสดงแฟชั่นวิวัฒนาการผ้าพื้นเมืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน
  • การสาธิตการผลิตเครื่องประดับทองและเงินลายโบราณ
  • การจำหน่ายสินค้าโอทอปและอาหารท้องถิ่น
  • การแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตา
  • การเดินแฟชั่นผ้าไทยและเครื่องประดับทองเงินลายโบราณ
  • พิธีถวายความอาลัย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเมตตาของพระพันปีหลวง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ การประกวดต่างๆ การแสดงดนตรี และการออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคที่สวยงามและเพลิดเพลินไปกับการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดทั้งงาน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ” สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทาง โดยอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุโขทัยประมาณ 55 กิโลเมตร ภายในงานมีที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน

การจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ” ในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัยเป็นจำนวนมาก และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยสวยงาม มาร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งอดีตและร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยในงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ” ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคมนี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วพบกัน!

การจัดงานนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความสนุกสนานและความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังเป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – สุโขทัยจัดงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัยฯ คาดเงินสะพัดกว่า 30 ล้านบาท

อนุทินควงภริยา ลอยกระทง 2568 ขอพรประเทศรุ่งเรือง

“อนุทิน” ควง ภริยา “จ๋า ธนนนท์” ลอยกระทง 2568 จุดเดียวกับ “พล.อ.ประยุทธ์” บอกขอพรทุกวัน ไม่เฉพาะวันลอยกระทง ให้ประเทศ “เจริญรุ่งเรือง-สงบ-สามัคคี” เน้นย้ำ วงประชุมตำรวจอาเซียน ขอความร่วมมือปราบสแกมเมอร์

วันที่ 5 พ.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เดินเท้าจากตึกไทยคู่ฟ้ามุ่งหน้าสู่คลองผดุงกรุงเกษม บริเวณประตู 8 พร้อมด้วยนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นางศุภมาส อิศรภักดี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมสืบสานประเพณีไทยลอยกระทง 2568 ที่บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ข้างรั้วทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมลอยกระทงกับสื่อมวลชนแทบทุกปี

หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและภริยาได้ร่วมกันลอยกระทง ก็ได้เชิญชวนให้รัฐมนตรีคนอื่น ๆ ไปร่วมลอยกระทงด้วย พร้อมกล่าวว่า เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างทางเดินไปคลองผดุงฯ นักข่าวพยายามสอบถามว่าลอยกระทงปีนี้อยากขอพรอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ขอทุกวัน ไม่เฉพาะวันลอยกระทง ขอให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง สงบ สามัคคี ขอให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงินใช้ทุกวัน มีเก็บมีออม มีความสุข

ส่วนที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าลอยกระทง 2568 ที่คลองผดุงฯ จะเจริญรอยตามอดีตนายกฯ หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนจะตอบว่า วันนี้เรามีพระราชพิธีฯ ดังนั้นก็มาลอยเพื่อรักษาประเพณีไว้ ทำในระดับที่เหมาะสม

ขณะที่การมาลอยกระทงที่คลองผดุงกรุงเกษม อยากจะผดุงอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคลองผดุงกรุงเกษม อยากให้ทุกคน เกษมสำราญ

นายกฯ ได้ถามทิ้งท้ายว่า ทำไมแถวนี้เงียบเหงา ไม่มีร้านค้าเลย ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่ายังมีโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 น่าจะให้จัดตลาด เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกฯ จึงตอบกลับว่าน่าสนใจ เดี๋ยวจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับเลขาธิการนายกฯ

เน้นย้ำ วงประชุมตำรวจอาเซียน ขอความร่วมมือปราบสแกมเมอร์

จากนั้น นายอนุทิน ได้กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าตำรวจจากประเทศสมาชิกอาเซียนและเลขาธิการตำรวจอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า ได้เน้นย้ำว่าขอให้ความร่วมมือในการปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เรียกว่า Transnational Crime และเรื่องของสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมที่เป็นเทรนด์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นหัวข้อหลักในการที่เขามาประชุมภาคีตำรวจสากลอาเซียน ทุกคนรับทราบ และยินดีให้ความร่วมมือ

อนุทินควงภริยา ลอยกระทง 2568 ขอพรประเทศรุ่งเรือง

การลอยกระทง 2568 ในปีนี้ นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีที่ผู้นำประเทศจะได้ขอพรให้บ้านเมืองมีความสงบสุข เจริญรุ่งเรือง และประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทำไมนายกฯ อนุทินถึงเลือกลอยกระทง 2568 ที่คลองผดุงกรุงเกษม

การที่นายกฯ อนุทินเลือกคลองผดุงกรุงเกษมเป็นสถานที่ลอยกระทงนั้น น่าจะเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะสืบสานประเพณีไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ การลอยกระทงในสถานที่เดียวกับที่อดีตนายกฯ เคยทำ ก็อาจเป็นสัญลักษณ์ของการสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เป็นที่น่าติดตามว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่นายกฯ อนุทินได้กล่าวถึงในการสนทนากับสื่อมวลชน จะถูกนำมาปฏิบัติจริงเมื่อใด และจะส่งผลดีต่อประชาชนมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นด้วยการให้ความสำคัญกับประเพณีไทย และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการบริหารประเทศในอนาคต

ที่มา – นายกฯ อนุทิน ควงภริยา ลอยกระทง 68 ที่เดียวกับ “บิ๊กตู่” ขอพรให้ประเทศรุ่งเรือง

ปทุมธานีคุมเข้ม! ปล่อยแถวฮาโลวีน–ลอยกระทง

ตำรวจสนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลฮาโลวีน และประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักท่องเที่ยว

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณลานจอดรถห้างแม็คโคร ถนนปทุมธานี-สามโคก ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานพิธี ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลฮาโลวีนและประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568

โดยมี พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี นำกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี และ ตร.ในสังกัด ภ.จว.ปทุมธานี ทุก สภ.ฯ ตร.ตม.จ.ปทุมธานี ตร.ศพฐ.1 ตร.ทางหลวง ตร.ท่องเที่ยว กอ.รมน.จ.ปทุมธานี สนธิกำลังร่วมกับ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผญบ. ปภ.จ.ปทุมธานี อส. อปพร. มูลนิธิกู้ภัยฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วม 200 นาย เข้าร่วมพิธีปล่อยแถวในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี กล่าวรายงาน

พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นวันฮาโลวีน และวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันลอยกระทง ซึ่งรัฐบาลได้มีการส่งเสริมจัดกิจกรรมวันลอยกระทง ประจำปี 2568

โดยในท้องถิ่นต่างๆ ได้มีการรณรงค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงการรักษาสืบสานวัฒนธรรม ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในวันฮาโลวีนและวันลอยกระทงจำนวนมาก

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งและมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม ดูแลปัญหาการจราจรที่อาจติดขัด แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรำคาญและอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัดและโคมลอย รวมถึงอาจมีพวกมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงาน

ดังนั้นเพื่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในวันฮาโลวีนและวันลอยกระทง ประจำปี 2568 เต็มไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการสนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรม ในครั้งนี้.

ตำรวจ-ฝ่ายปกครองปทุมธานี ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม “ฮาโลวีน–ลอยกระทง”

การปล่อยแถวครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญ การบูรณาการกำลังจากหลายภาคส่วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่

มาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงฮาโลวีนและลอยกระทง

ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในหลายด้าน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล ฮาโลวีน–ลอยกระทง ดังนี้:

  • การป้องกันอาชญากรรม: เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง และเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
  • การจัดการจราจร: จัดกำลังอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในบริเวณที่มีการจัดงาน และเส้นทางที่คาดว่าจะมีการจราจรหนาแน่น
  • การควบคุมพลุและดอกไม้เพลิง: ตรวจสอบการจำหน่ายและการเล่นพลุ ดอกไม้เพลิงให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
  • การป้องกันมิจฉาชีพ: ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว และแจ้งเบาะแสหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ

การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาล ฮาโลวีน–ลอยกระทง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยได้ โดยการแจ้งเบาะแสอาชญากรรม หรือเหตุการณ์ที่น่าสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรแจ้งสายด่วน 191

ข้อควรรู้เพื่อความปลอดภัยในช่วงเทศกาล

เพื่อความปลอดภัยในช่วงเทศกาลฮาโลวีนและลอยกระทง ตำรวจ-ฝ่ายปกครองปทุมธานี ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม “ฮาโลวีน–ลอยกระทง” ขอแนะนำข้อควรระวังดังนี้:

  • ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในที่เปลี่ยว
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนขาดสติ
  • ระมัดระวังการจุดพลุและดอกไม้เพลิง
  • ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

การเตรียมความพร้อมและระมัดระวังตนเอง จะช่วยให้เราสามารถเฉลิมฉลองเทศกาล ฮาโลวีน–ลอยกระทง ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน และการตระหนักถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลสำคัญ

ที่มา – ตำรวจ-ฝ่ายปกครองปทุมธานี ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม “ฮาโลวีน–ลอยกระทง”

Scroll to top