ปราสาทเขาพระวิหาร

กัมพูชายิงใส่ไทยต่อเนื่อง ได้ยินเสียง BM-21

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด กัมพูชายังคงใช้อาวุธหนักยิงใส่ไทยต่อเนื่อง โดยมีรายงานการได้ยินเสียง “BM-21” ตกในหลายพื้นที่ ทั้งในอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และบริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 15.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อกองกำลังบูรพาได้ปะทะกับทหารกัมพูชา บริเวณถนนศรีเพ็ญ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงและตึงเครียดมาตั้งแต่ช่วงเช้า

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เปิดเผยว่า หลังจากตรวจพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบริเวณชายแดน หน่วยลาดตระเวนของกองกำลังบูรพาได้ออกตรวจการณ์ และเกิดการยิงปะทะกับกำลังทหารกัมพูชา เสียงปืนทั้งจากปืนเล็กยาวและอาวุธหนักดังสนั่นต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่โดยรอบกลับเข้าสู่ภาวะไม่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน บางรายรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากการยิงอาวุธหนักที่ดังเป็นระยะ กระสุน ค. จากฝั่งกัมพูชาตกใกล้จุดตรวจที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ ทำให้ทุกหน่วยต้องประกาศเตือนภัยฉุกเฉินทันที และแจ้งให้ชาวบ้านที่ยังอยู่ในพื้นที่ลงหลุมหลบภัยอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกันและระบุว่า ระยะยิงและความรุนแรงของการปะทะครั้งนี้อยู่ในระดับที่ทำให้บังเกอร์ไม่สามารถป้องกันได้ หากยังมีการยิงอาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดอันตรายต่อชาวบ้านได้ ด้วยเหตุนี้ จังหวัดสระแก้วจึงมีคำสั่งด่วนที่สุดให้อพยพชาวบ้านในทุกหมู่บ้านแนวชายแดนออกจากพื้นที่ทั้งหมดทันที

พื้นที่ที่ถูกสั่งให้อพยพครอบคลุมบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และแนวชายแดนใกล้เคียงทั้งหมด มีการจัดรถเพื่อพาชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงที่จังหวัดได้เตรียมไว้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. และหน่วยกู้ภัยได้ร่วมกันเปิดเส้นทางเพื่อให้ประชาชนสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัยที่สุด

ถนนภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยรถกระบะและรถที่ใช้ในการอพยพที่เร่งออกจากพื้นที่ บางครอบครัวเก็บของได้เพียงเสื้อผ้าและเอกสารสำคัญ ก่อนออกจากบ้านท่ามกลางเสียงปืนที่ยังดังเป็นระยะ ชาวบ้านส่วนใหญ่แสดงความวิตกกังวลและหวาดกลัว เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขนาดนี้มานานหลายปี

กองกำลังบูรพาได้เสริมกำลังเพิ่มเติมในแนวปะทะ พร้อมจัดตั้งฐานยิงสนับสนุนเพื่อควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ฝ่ายปกครองยังคงประสานงานกับศูนย์ความมั่นคงระดับจังหวัด เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์ตึงเครียดนี้อาจยังไม่ยุติลงในเร็วๆ นี้

โดยมีรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 16.20 น. กัมพูชายังคงใช้อาวุธหนักยิงสนับสนุนใส่ไทยต่อเนื่อง ดังนี้

  • เวลา 16:20 น. มีรายงานว่า กัมพูชาใช้ BM-21 ตกในพื้นที่ตาพระยา กระสุนขนาดใหญ่ตกใส่หมู่บ้าน 2 ลูก และยังมีเสียงปืนเล็กเป็นระยะ
  • เวลา 16.49 น. มีรายงานว่า ได้ยินเสียง BM-21 ที่ภูมิซรอล จังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 20 ลูก
  • เวลา 16.49 น. ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า ทหารกัมพูชายิง BM-21 ถล่มช่องอานม้า

กัมพูชายิงใส่ไทยต่อเนื่อง ได้ยินเสียง BM-21

สถานการณ์ล่าสุด: กัมพูชายังคงใช้อาวุธหนักยิงใส่ไทยต่อเนื่อง

จากรายงานล่าสุด กัมพูชายังคงใช้อาวุธหนักยิงใส่ไทยต่อเนื่อง สร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายในพื้นที่ชายแดน การที่กัมพูชายิงใส่ไทยต่อเนื่องโดยใช้อาวุธหนักอย่าง BM-21 แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์และความจำเป็นที่ต้องมีการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ชายแดนที่ยังคงตึงเครียดนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย แต่ก็สร้างความยากลำบากและความกังวลให้กับชาวบ้านที่ต้องทิ้งบ้านเรือนและทรัพย์สิน

รัฐบาลไทยควรเร่งดำเนินการเจรจากับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อหาทางออกอย่างสันติและยุติการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ ควรให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ

การที่กัมพูชายิงใส่ไทยต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงในภูมิภาค

เหตุการณ์กัมพูชายิงใส่ไทยต่อเนื่อง เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกลไกการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนที่มีประสิทธิภาพ และความจำเป็นในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

ในสถานการณ์ที่กัมพูชายิงใส่ไทยต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการหาทางออกอย่างสันติเพื่อยุติความขัดแย้ง

ที่มา – กัมพูชายังคงใช้อาวุธหนัก ยิงใส่ไทยต่อเนื่อง ได้ยินเสียง “BM-21” ตกหลายพื้นที่

กองทัพภาคที่ 2 พบโดรนบิน 28 ลำ บริเวณชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนล่าสุด พบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากฝั่งกัมพูชา โดยมีการตรวจพบ กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนบินหลายพื้นที่ บริเวณชายแดน รวม 28 ลำ นับเป็นจำนวนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

จากการรายงานเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พบว่ามีการบินของโดรนในบริเวณพื้นที่สำคัญต่างๆ ดังนี้ บริเวณปราสาทพระวิหารและโดนตวล พบ 12 ลำ, บริเวณปราสาทตาควาย 15 ลำ และบริเวณช่องสายตะกู 1 ลำ รวมทั้งสิ้น 28 ลำ

สถานการณ์ปัจจุบัน กองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง กองทัพไทยได้จัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการตอบโต้สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนบินหลายพื้นที่ บริเวณชายแดน รวม 28 ลำ

นอกเหนือจากการเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนแล้ว กองทัพภาคที่ 2 ยังคงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 25 ได้รับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจากคณะมิตรประชา 01 มีนบุรี เพื่อนำไปช่วยเหลือและสนับสนุนกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์

ในส่วนของจังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดโครงการ “วัฒนธรรม ฟื้นฟูหัวใจ สร้างกำลังใจพี่น้องชายแดนศรีสะเกษ” เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยมีกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและความสามัคคีในชุมชน

การแจ้งเตือนข่าวสารที่ถูกต้อง

กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนบินหลายพื้นที่ บริเวณชายแดน รวม 28 ลำ ทำให้ต้องมีการแจ้งเตือนและขอความร่วมมือจากประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการจากส่วนราชการเท่านั้น เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา

การตรวจพบโดรนจำนวนมากบริเวณชายแดนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องของกองทัพไทย เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชน การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนบินหลายพื้นที่ บริเวณชายแดน รวม 28 ลำ เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนบินหลายพื้นที่ บริเวณชายแดน รวม 28 ลำ

Scroll to top