ปริเยศ อังกูรกิตติ

ไทยสร้างไทย ห่วงจิตใจนักเรียน ปมดราม่าฝากของสอบเตรียมอุดม

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตในโซเชียลเลย นั่นคือ ไทยสร้างไทย ห่วงสภาพจิตใจนักเรียน ปมดรามาฝากของสอบเตรียมอุดม ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในการสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่ทุกคนรู้จักดี นักเรียนต้องทิ้งของมีค่ากับโทรศัพท์มือถือไว้หน้าห้องสอบ จนเกิดความวุ่นวาย สับสน และดราม่าอย่างหนัก แม้จะมีจุดรับฝากของ แต่ด้วยจำนวนคนเยอะมาก โรงเรียนต้องจัดการเองคนเดียว มันเลยกดดันทั้งเด็กๆ ที่จะสอบ ครู และเจ้าหน้าที่หน้างานสุดๆ

ไทยสร้างไทย ห่วงสภาพจิตใจนักเรียน ปมดรามาฝากของสอบเตรียมอุดม

นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ออกมาแสดงความห่วงใยต่อสภาพจิตใจของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 (ในเนื้อหาบอก 2569 แต่คงพิมพ์ผิดนะครับ) เขาบอกว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ เพราะเด็กๆ กำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลก่อนสอบเข้าโรงเรียนดังๆ แบบเตรียมอุดมฯ ของมีค่าที่ทิ้งไว้ ถ้าเสียหายหรือหายไป จะกระทบยังไงบ้าง คิดดูสิครับ เด็กเครียดสอบอยู่แล้ว ยังต้องกังวลเรื่องนี้เพิ่ม

นอกจากนั้น สภาพแวดล้อมรอบสนามสอบก็ไม่ค่อยจะไหว มีงานอีเวนต์ใหญ่ๆ อย่างคอนเสิร์ตหรือโชว์ จองพื้นที่ไว้ล่วงหน้า ทำให้บรรยากาศไม่เหมาะกับการสอบสำคัญที่กำหนดอนาคตเด็กๆ เลย พรรคไทยสร้างไทยมองว่านี่เป็นปัญหาโครงสร้าง ต้องมีมาตรฐานสนามสอบที่ดีกว่านี้

ปัญหาดรามาฝากของสอบเตรียมอุดมที่ไทยสร้างไทยห่วงใย

มาดูปัญหาหลักๆ กันครับ:

  • จำนวนผู้เข้าสอบจำนวนมาก แต่การจัดการฝากของไม่เพียงพอ
  • โรงเรียนต้องรับผิดชอบเอง โดยไม่มีหน่วยงานกลางช่วย
  • พื้นที่รอบๆ มีอีเวนต์รบกวน เสียงดัง จราจรติดขัด
  • ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำเคลื่อนที่ ระบบรักษาความปลอดภัยทรัพย์สิน

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เด็กบางคนอาจได้เปรียบเพราะมีผู้ปกครองช่วยดูของ แต่บางคนต้องทิ้งไว้แบบไม่สบายใจ สุดท้ายส่งผลต่อสมาธิในการสอบแน่นอน

ข้อเสนอแนะจากไทยสร้างไทย เพื่อระบบสนามสอบที่ดีขึ้น

พรรคไทยสร้างไทยเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ลงมาเป็นเจ้าภาพร่วมเต็มตัว ประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งภาคเอกชน ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย เพื่อ:

  • บริหารจัดการพื้นที่และบุคลากรให้เพียงพอ
  • จัดระบบจราจรและสาธารณูปโภค เช่น รถสุขาเคลื่อนที่
  • มีระบบรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินมาตรฐาน เช่น ตู้ล็อกเกอร์หรือจุดฝากของที่มี CCTV
  • ตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่สอบล่วงหน้า ไม่ให้มีอีเวนต์รบกวน

ถ้าทำได้แบบนี้ การสอบจะเป็นธรรม ลดความวุ่นวาย และช่วยถนอมจิตใจเด็กๆ กับครูที่ต้องทำงานหนักครับ

ในฐานะที่เราเคยผ่านการสอบแข่งขันมา บอกเลยว่าสนามสอบดีๆ สำคัญมาก มันไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เด็กๆ แสดงศักยภาพได้เต็มที่ ปัญหาแบบนี้ไม่ควรเกิดซ้ำ โดยเฉพาะกับสอบสำคัญที่ทุกคนลุ้น

พรรคไทยสร้างไทยยังส่งกำลังใจให้เด็กๆ ทุกคน คุณครู และเจ้าหน้าที่ที่สู้ๆ อยู่ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้การสอบครั้งต่อๆ ไปดีขึ้นนะครับ

คุณล่ะครับ คิดยังไงกับเรื่องนี้? เคยเจอปัญหาสนามสอบแบบนี้บ้างไหม แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าอยากเห็นระบบสอบที่ดีกว่านี้ ลองแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมือทำจริง!

สุดท้ายแล้ว การศึกษาไทยควรให้โอกาสเท่าเทียม ลดแรงกดดันที่ไม่จำเป็น เพื่ออนาคตของเด็กไทยที่สดใสกว่านี้

ที่มา – ไทยสร้างไทย ห่วงสภาพจิตใจนักเรียน ปมดรามาฝากของสอบเตรียมอุดมฯ เสนอ ก.ศึกษาฯ จัดระบบสนามสอบ

ไทยสร้างไทยยินดีไอติม พริษฐ์แก้ รธน.รายมาตรา ปราบโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองที่กำลังเป็นกระแสแรงมากๆ เลยนะครับ นั่นคือ พรรคไทยสร้างไทย ยินดี “ไอติม พริษฐ์” ตอบรับแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อปราบโกง ข่าวนี้ทำให้แฟนๆ การเมืองหลายคนยิ้มแก้มปริ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการร่วมมือข้ามพรรคเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริงๆ ไม่ยึดติดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

จากที่นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ไอติม” โฆษกพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามและยืนยันว่าจะร่วมผลักดันนโยบายปราบโกงของไทยสร้างไทย โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนในการถอดถอนองค์กรอิสระต่างๆ พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นนโยบายหลักที่พวกเขาผลักดันมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว แต่ครั้งนั้นยังไม่ได้รับการตอบสนองมากนัก

พรรคไทยสร้างไทย ยินดี “ไอติม พริษฐ์” ตอบรับแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อปราบโกง

โฆษกปริเยศ ย้ำชัดว่าพรรคไทยสร้างไทยพร้อมมาก ถ้าได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ร่างกฎหมายที่เตรียมไว้จะเข้าสภาได้ทันที โดยไม่ต้องยึดติดว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แม้ที่ผ่านมาเคยชวนพรรคประชาชน (เดิมคือก้าวไกล) แล้วแต่ไม่ได้รับการตอบรับในสภาชุดเก่า แต่ตอนนี้ในช่วงหาเสียง ได้เจอไอติมหลายเวที และได้รับคำยืนยันว่าจะทำควบคู่กับการร่างฉบับใหม่ นี่คือสัญญาณดีมากๆ เลยครับ!

นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่าการที่ไทยสร้างไทยได้รับเชิญจากภูมิใจไทยให้สนับสนุนนายกฯ ไม่ได้หมายความว่าเสียจุดยืนปราบโกงนะครับ มันคือการทำงานร่วมกันด้วยดี และเชื่อว่าไอติมตั้งคำถามด้วยความห่วงใยเท่านั้น ทางพรรคจึงถือโอกาสยืนยันจุดยืนอีกครั้ง

ทำไมการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ถึงสำคัญต่อการปราบโกง

การแก้แบบรายมาตราเร็วกว่าการร่างใหม่ทั้งฉบับมากครับ เพราะสามารถเลือกแก้เฉพาะจุดที่เป็นปัญหา เช่น คืนอำนาจประชาชนให้เข้าชื่อถอดถอน สว. กรรมการ ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระอื่นๆ ที่ตอนนี้ประชาชนทำไม่ได้ ที่ผ่านมาฝ่ายค้านเน้นแก้ทั้งเล่ม แต่ไทยสร้างไทยเสนอให้ทำคู่กันไป ซึ่งตอนนั้นเสียงไม่พอ แต่ครั้งนี้มีโอกาสสูงเพราะพรรคประชาชนตอบรับแล้ว

  • คืนอำนาจประชาชน: ให้ประชาชน 5 หมื่นชื่อ ถอดถอนได้ทันที ไม่ต้องรอสภา
  • เพิ่มเครื่องมือปราบโกง: แก้กลไก ป.ป.ช. ให้โปร่งใสยิ่งขึ้น
  • เร่งด่วน: ไม่ต้องรอร่างใหม่ที่ใช้เวลานานหลายปี
  • ร่วมมือข้ามพรรค: ไม่แบ่งฝ่าย สร้างฉันทามติเพื่อชาติ

นี่คือก้าวสำคัญที่ไทยสร้างไทยผลักดันมาตลอด ตั้งแต่สมัยสุพรรณาหรือคุณหญิงสุดารัตน์นำพรรค พวกเขามุ่งเน้นปราบคอร์รัปชันให้สิ้นซาก เพื่อให้งบประมาณถึงประชาชนจริงๆ ไม่รั่วไหลไปกลางทาง

ในมุมมองของผม การที่ พรรคไทยสร้างไทย ยินดี “ไอติม พริษฐ์” ตอบรับแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อปราบโกง แบบนี้ แสดงให้เห็นว่านักการเมืองรุ่นใหม่เริ่มคิดเพื่อชาติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ต่อสู้เพื่ออำนาจ ถ้าทุกพรรคร่วมมือได้ ปัญหาโกงกินที่เราพูดกันมานานจะลดลงแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการเมืองต่อไป และช่วยกันกดดัน ส.ส. ให้ผลักดันเรื่องนี้จริงจัง คุณมีมุมมองอย่างไรต่อการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วย จะได้สร้างแรงกดดันร่วมกัน!

ที่มา – พรรคไทยสร้างไทย ยินดี “ไอติม พริษฐ์” ตอบรับแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อปราบโกง

ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันรุนแรงสถานศึกษา

ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุการณ์สลดที่โรงเรียนในจังหวัดสงขลา ซึ่งคนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุรุนแรง ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกและเสียใจอย่างมาก พรรคไทยสร้างไทยได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน เรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ

ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา

นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนในสงขลา โดยย้ำว่าปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษากำลังเป็นวิกฤตที่รัฐบาลหลายชุดแก้ไม่ตก เนื่องจากขาดกลไกที่ชัดเจนในการบูรณาการงานข้ามหน่วยงาน การตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของสภาชุดใหม่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยถอดบทเรียนให้ได้ข้อสรุปที่นำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่พูดแล้วจบไปแบบที่ผ่านมา

หลังเหตุสลดที่สงขลา ต้องเร่งป้องกันเดี๋ยวนี้

เหตุการณ์ที่สงขลาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกราดยิง การทะเลาะวิวาทระหว่างนักเรียน หรือแม้แต่การบุกรุกจากบุคคลภายนอก สถานศึกษาควรเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กๆ แต่กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงภัย พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนต่างกังวลใจที่ต้องฝากอนาคตของลูกไว้กับระบบที่ยังไม่พร้อมรับมือ

  • เหตุกราดยิงในโรงเรียนที่เกิดซ้ำซาก
  • การทำร้ายร่างกายระหว่างนักเรียนจากปัญหายาเสพติดหรือปมส่วนตัว
  • ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เช่น รั้วลวดหนามไม่แน่นหนา หรือกล้องวงจรปิดขัดข้อง
  • การขาดการฝึกอบรมครูและบุคลากรในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • กฎหมายที่ล้าหลัง ไม่ครอบคลุมปัญหาใหม่ๆ เช่น ความรุนแรงทางไซเบอร์ที่ลุกลามสู่โลกจริง

ทำไมการตั้ง กมธ. จึงจำเป็น

โฆษกพรรคไทยสร้างไทยชี้ว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องหลายกระทรวง เช่น ศึกษาธิการ สาธารณสุข และมหาดไทย ถ้ารัฐมนตรีมาจากพรรคต่างกัน การประสานงานจึงยาก การใช้กลไกสภาที่เป็นกลางจะช่วยหาข้อสรุปร่วมกัน แล้วส่งต่อให้รัฐบาลปฏิบัติทันที นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงกฎหมายได้ เช่น พ.ร.บ.ความปลอดภัยในสถานศึกษา หรือเพิ่มบทลงโทษผู้บุกรุก

พรรคไทยสร้างไทยยอมรับว่ามีจำนวน ส.ส. ไม่มาก แต่ขอเชิญชวนทุกพรรค โดยเฉพาะที่มีเสียงข้างมาก มาช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพื่อให้เด็กไทยเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างสังคมที่ยั่งยืน

จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการ พบว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีเหตุรุนแรงในโรงเรียนกว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อนักเรียนนับหมื่นคน หากไม่แก้ไขตอนนี้ ปัญหาจะยิ่งรุนแรงขึ้น การตั้ง กมธ. ชุดนี้จะช่วยวางนโยบายระยะยาว เช่น การติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัย การฝึกทหารหรือตำรวจประจำโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง และโปรแกรมบำบัดจิตใจสำหรับนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว

ในฐานะที่พรรคไทยสร้างไทยมุ่งเน้นการพัฒนาคนรุ่นใหม่ เรามองว่านี่คือโอกาสที่สภาชุดใหม่จะแสดงศักยภาพ อย่าปล่อยให้เด็กไทยต้องเผชิญความเสี่ยงอีกต่อไป

สุดท้ายนี้ ขอให้ ส.ส. ทุกท่านและประชาชนช่วยกันติดตามและกดดันให้เกิด กมธ. ชุดนี้โดยเร็ว เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานเรา สนับสนุนพรรคไทยสร้างไทยที่กล้าพูดกล้าเสนอเพื่อประชาชน

ที่มา – ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา หลังเหตุสลดที่สงขลา

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุม? ไทยสร้างไทยชี้วิกฤติ!

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนัก 3 ด้าน ทำให้ “กลิ่นเงินเทา” มาแทน “หอมกลิ่นความเจริญ” เผยพรรคเตรียมเปิดแคมเปญแก้ปัญหาประเทศครบระบบเร็ว ๆ นี้

วันที่ 23 พ.ย. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ โดยระบุว่าปัญหาต่าง ๆ กำลังปะทุออกมาหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและมีการประชุมหารือแนวทางการทำงานกันทุกวัน ทั้งในกลุ่มคณะทำงานเดิมและสมาชิกใหม่ที่ทยอยเข้ามาร่วมกับพรรคอย่างต่อเนื่อง

หลังปี 2566 การเมืองบิดเบี้ยว

นายปริเยศกล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญวิกฤตขนาดนี้เพราะการเมืองที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 เป็นต้นมา จากนักการเมืองงูเห่า สู่นักการเมืองสแกมเมอร์ นักการเมืองถูกตั้งคำถามไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกง การค้ามนุษย์ หรือปัญหาทางจริยธรรมต่าง ๆ และพยายามเข้ามาใช้สภาเป็นพื้นที่ฟอกภาพลักษณ์ ส่งผลให้การคอร์รัปชันขยายตัวจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประวัติการณ์ ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อความเชื่อมั่นของประเทศอย่างมาก

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุม

 นายปริเยศระบุว่า ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจนเป็นภาระหนัก ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ไทยกลับเข้าไม่ถึงแหล่งทุน แต่ในทางกลับกันกลุ่มทุนสีเทาและธุรกิจนอมินีกลับสามารถเข้ามาดำเนินกิจการได้อย่างอิสระ ทั้งยังใช้ช่องว่างต่าง ๆ ฟอกเงินและแย่งอาชีพของคนไทย ทำให้จากเดิมที่สังคมคาดหวังตอนจบเลือกตั้ง 2566 ว่าจะได้ “หอมกลิ่นความเจริญ” กลับกลายเป็น “กลิ่นเงินเทา” ที่ปกคลุมเศรษฐกิจไทยแทน

การศึกษาล้าหลัง

ในส่วนของคุณภาพชีวิตประชาชน โฆษกพรรคชี้ว่า ปัญหากำลังเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ ระบบสาธารณสุขที่เริ่มส่อเค้าล้มเหลว ระบบการศึกษาที่ล้าหลัง และโครงสร้างประชากรที่ผิดเพี้ยนจนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปัญหาเหล่านี้ผูกโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากยังปล่อยให้การเมืองดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม ประชาชนไทยอาจหมดโอกาสในการลืมตาอ้าปาก เพราะประเทศกำลังถูกครอบงำโดยกลุ่มนักการเมืองไร้คุณภาพและทุนสีเทาที่ผูกผลประโยชน์ร่วมกัน

ทำทุกวิธีขัดขวางความเลวร้าย

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันว่า พรรคจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านี้ พร้อมเตรียมนำเสนอแนวทางการเมืองชุดใหม่ที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนถึงทางออกของประเทศ พรรคยังเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกสาขาอาชีพ ทั้งนักการเมืองรุ่นใหม่ คนทำงานมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้แต่นักการเมืองคุณภาพที่ถูกจำกัดบทบาทจากกลุ่มทุนอิทธิพล สามารถเข้ามาร่วมงานกับพรรคได้ เพื่อร่วมกันต่อสู้และพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้

เตรียมประกาศนโยบาย

นายปริเยศกล่าวด้วยว่า พรรคมั่นใจว่าจะมีแนวร่วมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่แม้แต่นักการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศก็กำลังถูกบดบังด้วยอำนาจของทุนสีเทา พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้ประชาชนรอติดตามการประกาศสำคัญที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ และเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุมประเทศไทยจริงหรือ?

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตจริงหรือไม่ และ “กลิ่นเงินเทา” ที่โฆษกพรรคไทยสร้างไทยกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริงมากน้อยแค่ไหน? การที่เงินทุนสีเทาเข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจนั้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปอย่างไร?

ปัญหาที่ต้องจับตามอง: “กลิ่นเงินเทา” กับอนาคตประเทศไทย

การที่ “กลิ่นเงินเทา” เข้ามาแทนที่ความเจริญนั้นเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองที่บิดเบี้ยว เศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาประเทศในระยะยาวทั้งสิ้น

ผลกระทบที่มองเห็นได้ชัดเจน:

  • การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม: กลุ่มทุนสีเทาสามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสได้มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย
  • การคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น: เงินสีเทาเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของการคอร์รัปชัน
  • ความเสื่อมถอยทางจริยธรรม: การที่สังคมยอมรับเงินสีเทาเป็นการบ่อนทำลายคุณค่าและความซื่อสัตย์

ทางออกที่เป็นไปได้:

  • การปฏิรูปการเมือง: สร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  • การส่งเสริมเศรษฐกิจที่เป็นธรรม: สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและ SME
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: ปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

จริงอยู่ที่การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม แต่หากเราไม่เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ อนาคตของประเทศไทยก็อาจจะถูกปกคลุมไปด้วย “กลิ่นเงินเทา” ไปอีกนาน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาหอมกลิ่นความเจริญอีกครั้ง ร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของพวกเราทุกคน

ที่มา – โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนัก 3 ด้าน ทำให้ “กลิ่นเงินเทา” มาแทนความเจริญ

ไทยสร้างไทยจี้รัฐบาล ปมIOด้อยค่าแม่ทัพภาค 2

พรรคไทยสร้างไทยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งชี้แจงกรณีที่มีปฏิบัติการ Information Operation (IO) โจมตีและด้อยค่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนัยยะแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง

นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการโจมตีและด้อยค่าบุคคลในกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก นายปริเยศเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เนื่องจากบุคคลที่ถูกโจมตีดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพและมีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาชายแดน

ไทยสร้างไทยจี้รัฐบาล ปมIOด้อยค่าแม่ทัพภาค 2

โฆษกพรรคไทยสร้างไทยจึงตั้งคำถามสำคัญถึงรัฐบาลว่า เหตุใดจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยและเพิกเฉยต่อกระแสการบ่อนทำลายเช่นนี้ หรืออาจมีเหตุผลอื่นแอบแฝงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว ไทยสร้างไทยจี้รัฐบาลให้เร่งดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายปริเยศยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการ IO ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลทั่วไป แต่มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการจัดตั้งหรือสนับสนุนจากทีมงานของบางพรรคการเมือง ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งตรวจสอบและจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป อาจสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเอง เนื่องจากประชาชนเริ่มตั้งข้อสงสัยตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ออกมาว่า ท่านเป็นฝ่ายตรงข้าม

ทำไมไทยสร้างไทยจึงต้องออกมาเรียกร้องประเด็นนี้?

การที่พรรคไทยสร้างไทยจี้รัฐบาลในประเด็นนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ และความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล พรรคเชื่อว่าการปล่อยปละละเลยให้มีการโจมตีและด้อยค่าบุคคลสำคัญในกองทัพ จะส่งผลเสียต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ และอาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลนิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี และอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ

ส่วนในประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทยได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รัฐบาลปัจจุบันได้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปแล้วตั้งแต่ที่มีคลิปเสียงหลุดออกมา ดังนั้น ประชาชนจึงไม่ได้คาดหวังความรับผิดชอบใดๆ จากรัฐบาลและผู้นำชุดนี้อีกต่อไป

  • รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบที่มาของทีม IO ที่โจมตีแม่ทัพภาคที่ 2
  • รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนการใช้ IO เพื่อโจมตีหรือด้อยค่าบุคคลใดๆ
  • รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะรักษาความมั่นคงของประเทศ

ในท้ายที่สุดแล้ว การที่รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และรักษาความมั่นคงของประเทศชาติได้ การที่พรรคไทยสร้างไทยจี้รัฐบาลให้ดำเนินการในเรื่องนี้ จึงเป็นสิ่งที่สมควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

ที่มา – ไทยสร้างไทย บี้รัฐบาลเหตุใดเพิกเฉย IO ถล่มด้อยค่าแม่ทัพภาค 2 หรือมีนัยแอบแฝง

Scroll to top