ปัญหาฝุ่นละออง

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องตรวจมลพิษ โรงงาน 9 แห่ง ชลบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ชาวชลบุรีต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อทาง สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี หลังจากพบปัญหาการปล่อยกากสารเคมีและน้ำเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังลงพื้นที่จริงที่ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีหลายโรงงานที่สร้างผลกระทบต่อชุมชน ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นจากสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่อันตรายถึงขั้นก่อโรคมะเร็ง รวมถึงปัญหาการจัดการน้ำเสียและการพักอาศัยของคนงานที่ไม่เป็นไปตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

รายละเอียดปัญหาที่พบจากการตรวจสอบ

จากการรายงานของพรรคประชาชน พบปัญหาหลักๆ ที่น่ากังวล ดังนี้:

  • สารอันตราย: มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายฟุ้งกระจายในอากาศ ส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจของชาวบ้าน
  • น้ำเสียและน้ำกรด: พบการสะสมของน้ำสภาพเป็นกรดรุนแรงในบ่อกักเก็บ ซึ่งเสี่ยงต่อการรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • อาคารที่พักคนงาน: พบการสร้างห้องพักเกินจำนวนที่ขออนุญาตไว้ในรายงาน EIA จำนวนมาก
  • ปัญหาบ่อดิน: การทำบ่อดินที่ไม่มีแนวกันชนและอาจรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ

เพื่อให้เกิดความชัดเจน สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้ประสานงานทั้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้เข้ามาตรวจสอบการจัดการกากของเสียย้อนหลัง 3 ปี เพื่อยืนยันว่าไม่มีการลักลอบทิ้งสารพิษในที่สาธารณะ

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าของกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งแวดล้อมที่ดีคือสิทธิขั้นพื้นฐานของเราทุกคน การที่หน่วยงานรัฐและตัวแทนประชาชนร่วมมือกันตรวจสอบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับชุมชน หากปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบล่าช้าหรือเป็นเพียงการประวิงเวลา ปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามจนเกินเยียวยา และเราทุกคนในพื้นที่ชลบุรีจะต้องเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง

ที่มา – สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี

“ภูผา นพวิชญ์” แนะสานต่อ ปราบฝุ่น PM 2.5

“ภูผา นพวิชญ์” ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เตือนรับมือวิกฤติ PM 2.5 ชี้ปรากฏการณ์ “ฝาชีครอบ” ทำกรุงเทพฯ อ่วม แนะรัฐบาลสานต่อ 5 ยุทธศาสตร์ปราบฝุ่นฉบับเพื่อไทย ดันอากาศสะอาด คืนสิทธิพื้นฐานของคนไทย

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 นายนพวิชญ์ ไทยแท้ หรือ ภูผา นพวิชญ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. เขต 12 (แขวงออเงิน ท่าแร้ง จรเข้บัว) พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหา“ภูผา นพวิชญ์” แนะรัฐบาลสานต่อ 5 ยุทธศาสตร์ปราบฝุ่นฉบับเพื่อไทย รับมือวิกฤติ PM 2.5 ที่กลับมาวิกฤติอีกครั้ง โดยชี้ให้เห็นถึงอันตรายจากปรากฏการณ์ Temperature Inversion หรือ “ฝาชีครอบ” พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งสานต่อและขยายผล 5 นโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยได้วางรากฐานไว้ เพื่อคืนลมหายใจที่สะอาดให้คนไทยโดยไม่ต้องรอเริ่มนับหนึ่งใหม่

นายนพวิชญ์ ระบุว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครขณะนี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากสภาพอากาศปิด หรือปรากฏการณ์ฝาชีครอบ ซึ่งเกิดจากอากาศเย็นกดทับอากาศร้อน ทำให้อากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงได้ เปรียบเสมือนมีฝาชีขนาดยักษ์มาครอบกรุงเทพฯ ไว้ ส่งผลให้มลพิษที่ถูกปล่อยออกมาสะสมตัวหนาแน่นในระดับการหายใจ ไม่ต่างจากการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ในห้องที่ปิดสนิท แม้ปัจจัยทางธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การบริหารจัดการต้นตอของฝุ่นควันเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำได้ทันที พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลควรเร่งสานต่อภารกิจปราบฝุ่น ที่พรรคเพื่อไทยได้วางระบบไว้แล้ว 5 ด้าน ดังนี้

5 ยุทธศาสตร์สำคัญ: “ภูผา นพวิชญ์” แนะรัฐบาลสานต่อเพื่อปราบฝุ่น

เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติ PM 2.5 อย่างยั่งยืน “ภูผา นพวิชญ์” ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสานต่อ 5 ยุทธศาสตร์หลักที่พรรคเพื่อไทยได้ริเริ่มไว้ ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นตอของการปล่อยมลพิษ ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

  • ปฏิรูประบบขนส่งสู่ EV : เร่งเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะใน กทม. ให้เป็นรถเมล์ไฟฟ้า ให้ครอบคลุมเพื่อตัดตอนฝุ่นควันจากเครื่องยนต์ดีเซล
  • รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย : ใช้กลไกราคาจูงใจให้ประชาชนลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้รถไฟฟ้าขนส่งสาธารณะ ที่มีการปล่อยมลภาวะน้อยกว่า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดฝุ่นแล้วยังช่วยลดค่าครองชีพได้จริง
  • ผู้นำแก้ปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน : สานต่อยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky) ร่วมกับ ลาว และเมียนมา และออกมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภาคเอกชนไทยต้องไม่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่มาจากการเผา
  • เกษตร “ไม่เผา เราซื้อ” : เปลี่ยนวิธีการจากจับปรับ เป็นจูงใจ สนับสนุนเครื่องจักรและการแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตรให้เป็นรายได้ แทนการเผาทำลาย
  • ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด : เร่งผลักดันกฎหมายแม่บทเพื่อบูรณาการอำนาจในการจัดการปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ รวมศูนย์การทำงาน และสามารถเอาผิดข้ามพรมแดนได้

“ภูผา นพวิชญ์” แนะรัฐบาลสานต่อ 5 ยุทธศาสตร์ปราบฝุ่นฉบับเพื่อไทย รับมือวิกฤติ PM 2.5

นายนพวิชญ์ ยังได้ระบุในช่วงท้ายด้วยว่า “แม้เราจะสั่งฟ้าฝนไม่ได้ แต่รัฐบาลสามารถเลือกสานต่อนโยบายที่ใช่ ได้ทันที หากเดินหน้าขยายผลสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง อนาคตที่คนไทยจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด จะไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่เราสร้างร่วมกันได้”

การที่“ภูผา นพวิชญ์” ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อนโยบายปราบฝุ่นอย่างจริงจังนั้น แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยทุกคน การแก้ไขปัญหา PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราก็สามารถสร้างอากาศที่สะอาดและยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าได้

ที่มา – “ภูผา นพวิชญ์” แนะรัฐบาลสานต่อ 5 ยุทธศาสตร์ปราบฝุ่นฉบับเพื่อไทย รับมือวิกฤติ PM 2.5

ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว! หวัง สว.ดัน พ.ร.บ.

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว! นายจักรพล หวัง สว. เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด หวั่นคนไทยต้องเผชิญปัญหาสุขภาพ

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. และอดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เช้านี้หลายๆ คนส่งภาพที่กรุงเทพมหานคร มาให้ดูว่าท้องฟ้าที่กรุงเทพฯ เริ่มมีฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว ทุกปีตนพูดมาตลอดว่าช่วงไตรมาส 4 นี่เตรียมตัวได้เลย บางวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเช้าแทบมองไม่เห็นยอดตึกสูงด้วยซ้ำ ทุกปีประเทศไทยต้องเจอ PM 2.5 ตั้งแต่ปลายปียาวไปถึงช่วงเมษายน หรือพฤษภาคม วงจรอุบาทว์นี้จะจบเมื่อไร

นายจักรพล เผยต่อไปว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่กำลังอยู่ในชั้นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่ก็เห็นแววว่าจะโดนกลุ่มทุนสกัด อ้างเรื่องเป็นภาระภาคเอกชน ต่างชาติไม่มาลงทุน แต่เห็นหรือไม่ว่าต้นทุนสุขภาพ ต้นทุนชีวิตของคนไทยมากกว่าเท่าไร เราคงไม่มีใครอยากต้องมาใส่ Mask กันตลอด หรือต้องเจอมะเร็งปอดในอนาคต

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ การป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 ทำได้โดยการสวมหน้ากากอนามัย N95, หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง, ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในบ้าน และติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างใกล้ชิด

ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว

การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ภาครัฐต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 ภาคเอกชนต้องใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประชาชนต้องร่วมมือกันลดการปล่อยฝุ่น PM 2.5 เช่น การใช้รถยนต์ส่วนตัวให้น้อยลง การใช้ขนส่งสาธารณะ และการปลูกต้นไม้

การมีกฎหมายที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้

ความหวังอยู่ที่ พ.ร.บ. อากาศสะอาด

“ตอนนี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่ท่านวุฒิสภาที่จะเร่งพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้บังคับใช้ได้เร็วที่สุด อย่างน้อยเพื่อไม่ให้ปลายปีหน้าเราต้องเจอภาพอย่างนี้อีก และที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพพี่น้องคนไทยครับ” นายจักรพลกล่าว

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีสาระสำคัญคือ การกำหนดให้มีคณะกรรมการอากาศสะอาดแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแผนการจัดการอากาศสะอาด การกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ การควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการอากาศสะอาด นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ยังกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอากาศสะอาด

หากร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาและมีผลบังคับใช้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว และจะช่วยให้คนไทยมีอากาศที่สะอาดและสุขภาพที่ดีขึ้น

การผลักดันกฎหมายฉบับนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทยและสุขภาพของคนไทยทุกคน

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ได้ เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา – ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมาแล้ว “จักรพล” หวัง สว. เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

Scroll to top