ปิดน่านฟ้า

สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้าเมืองเท็กซัส อ้างโดรนแก๊งค้ายา

สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาในวงการการบินและความมั่นคงชายแดน หลังจากที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำสั่งปิดน่านฟ้าบริเวณเมืองเอล ปาโซ รัฐเท็กซัส เป็นเวลา 10 วัน ก่อนจะยกเลิกอย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน

สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 (ตามปฏิทินไทย) โดย FAA ได้ประกาศเปิดน่านฟ้าอีกครั้งในช่วงเช้าวันพุธ หลังจากที่เพิ่งสั่งปิดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้เที่ยวบินขาเข้า-ขาออกที่ท่าอากาศยานนานาชาติเอล ปาโซ ถูกระงับทั้งหมด สร้างความสับสนให้กับนักเดินทางและสายการบิน

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียของ FAA ระบุชัดเจนว่า ไม่มีภัยคุกคามต่อการบินพาณิชย์อีกต่อไป และเที่ยวบินจะกลับมาให้บริการตามปกติ นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ ได้โพสต์บน X (เดิมคือ Twitter) ว่าทีมงาน FAA และกระทรวงกลาโหมได้จัดการกับโดรนที่ถูกใช้โดยแก๊งค้ายาเสพติดจากเม็กซิโกเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีอันตรายต่อผู้โดยสาร

สาเหตุการปิดน่านฟ้าและวิธีจัดการโดรนแก๊งค้ายา

ก่อนหน้านี้ FAA อ้างเหตุผลด้าน “ความมั่นคงพิเศษ” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดเดาว่าเกี่ยวข้องกับโดรนที่ใช้ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐฯ เมืองเอล ปาโซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มีประชากรเกือบ 700,000 คน และเป็นศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดนกับเมืองซิวดัดฆัวเรซ นอกจากนี้ยังมีฐานทัพทหารสหรัฐฯ และสนามทดสอบมิสไซล์ใกล้เคียง ทำให้พื้นที่นี้敏感ต่อภัยคุกคามทางอากาศ

  • FAA ปิดน่านฟ้า 10 วันเพื่อตรวจสอบและจัดการโดรน
  • กระทรวงกลาโหมเข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
  • ไม่มีรายละเอียดจำนวนโดรนหรือเทคโนโลยีที่ใช้ แต่ยืนยันจัดการสำเร็จ

การใช้โดรนโดยแก๊งค้ายาไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานโดรนลักลอบขนยาเฮโรอีน โคเคน และเฟนทานิลข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นอย่างมาก สร้างความท้าทายให้หน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ ต้องพัฒนาระบบตรวจจับและสกัดกั้น

ผลกระทบต่อการบินและเศรษฐกิจท้องถิ่น

แม้การปิดจะยกเลิกเร็ว แต่ก็สร้างความเสียหายเบื้องต้นให้สายการบินและธุรกิจท้องถิ่น การหยุดชะงักนาน 10 วันตามแผนเดิมอาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า ส่งผลต่อการค้าและการท่องเที่ยว เมืองเอล ปาโซมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานข้ามชาติ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมและการเกษตร

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแนะนำว่า สหรัฐฯ ควรลงทุนในเทคโนโลยี drone detection เช่น เรดาร์ขั้นสูงและระบบ jamming เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย นอกจากนี้ การร่วมมือกับเม็กซิโกในการปราบปรามแก๊งค้ายาก็เป็นกุญแจสำคัญ

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหายาเสพติดที่รุนแรงขึ้นในอเมริกาเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงสาธารณะและเศรษฐกิจ สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองที่รวดเร็วของหน่วยงานรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศและอัปเดตความมั่นคงชายแดนได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา

ด่วน! อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว กระทบเที่ยวบิน

ทั่วโลกกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่า อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินนานาชาติหลายสายการบิน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงที่ทวีสูงขึ้นในภูมิภาค

รายงานระบุว่า อิหร่านได้ประกาศ อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 22.15 น. ตามเวลา GMT ของคืนวันพุธที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา การปิดน่านฟ้านี้ครอบคลุมเที่ยวบินทั้งหมด ยกเว้นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA)

ตามประกาศแจ้งเตือนด้านการบิน (NOTAM) ระบุว่า การปิดน่านฟ้าครั้งนี้มีระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง โดยสิ้นสุดในเวลา 00.30 น. ตามเวลา GMT อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่อาจมีการขยายเวลาเพิ่มเติม หากสถานการณ์โดยรวมยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

การตัดสินใจ อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างมาก มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในภูมิภาค หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาเตือนว่า เตหะรานพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากวอชิงตันตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการบินพาณิชย์ เนื่องจากการยิงขีปนาวุธและโดรนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งต่างๆ ทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าใจผิดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ

อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อสายการบินใดบ้าง?

การปิดน่านฟ้าส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบินหลายแห่งทั่วโลก IndiGo สายการบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ออกมายอมรับว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศบางส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ในขณะที่เที่ยวบินของ Aeroflot สายการบินแห่งชาติรัสเซีย ที่มุ่งหน้าไปยังกรุงเตหะราน ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินกลับไปยังกรุงมอสโก หลังจากมีการประกาศปิดน่านฟ้า ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยอรมนีได้ออกคำเตือนใหม่ให้กับสายการบินของประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน หลังจากที่ Lufthansa ได้ปรับแผนการบินในตะวันออกกลาง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ยังคงมีคำสั่งห้ามเที่ยวบินพาณิชย์ของสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน และไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศอยู่แล้ว นอกจากนี้ สายการบินอื่นๆ เช่น flydubai และ Turkish Airlines ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังอิหร่านหลายเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน

เว็บไซต์ Safe Airspace ซึ่งดำเนินการโดยองค์กร OPSGROUP ระบุว่า สายการบินจำนวนมากได้ทำการลดหรือระงับการให้บริการ และหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งเตือนว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางทหาร รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการยิงขีปนาวุธ หรือการเสริมกำลังป้องกันทางอากาศ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดเกี่ยวกับอากาศยานพลเรือน

Lufthansa ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านและอิรักจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และจะให้บริการเฉพาะเที่ยวบินกลางวันไปยังเทลอาวีฟและอัมมาน เพื่อหลีกเลี่ยงการพักค้างคืนของลูกเรือ ในขณะที่สายการบิน ITA Airways ของอิตาลี ซึ่ง Lufthansa ถือหุ้นรายใหญ่ ก็ได้ประกาศระงับเที่ยวบินกลางคืนไปยังเทลอาวีฟเช่นกันจนถึงสัปดาห์หน้า

สถานการณ์ อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว นี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของการบินพลเรือนในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและปรับตัวอย่างรวดเร็วของสายการบินต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

ที่มา – ด่วน อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่

ยุโรปป่วน! **ผู้โดยสารตกค้าง** หลังกรีซปิดน่านฟ้า

เกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปทั่วทวีปยุโรปเมื่อระบบสื่อสารขัดข้องในประเทศกรีซ ส่งผลให้กรีซต้องประกาศปิดน่านฟ้าเป็นการชั่วคราว ทำให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องถูกยกเลิกหรือล่าช้า สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารจำนวนมากที่ต้องผู้โดยสารตกค้างตามสนามบินต่างๆ

วิกฤต**ผู้โดยสารตกค้าง**ทั่วยุโรปหลังกรีซปิดน่านฟ้า

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 เที่ยวบินหลายพันเที่ยวต้องเผชิญกับความล่าช้าหรือถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคที่ส่งผลกระทบต่อระบบการสื่อสารของกรีซ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้โดยสารตกค้างนับหมื่นคนตามสนามบินต่างๆ ทั่วยุโรป เกิดความโกลาหล และสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการรบกวนระบบวิทยุสื่อสารที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน ทำให้ต้องระงับเที่ยวบินเข้าและออกทั้งหมดเป็นการชั่วคราว

แม้ว่าในขณะนี้ จะมีการอนุญาตให้เที่ยวบินขาออกบางส่วนกลับมาให้บริการได้แล้ว แต่เที่ยวบินขาเข้ายังคงถูกสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางหรือบินกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยสนามบินนานาชาติเอเธนส์เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ในขณะที่สนามบินเทสซาโลนิกิต้องปิดทำการโดยสมบูรณ์

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากสนามบินเอเธนส์ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 90 เที่ยวบิน แม้ว่าบางส่วนจะเริ่มกลับมาให้บริการได้บ้างแล้วก็ตาม

พนักงานสนามบินรายหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถปล่อยเครื่องบินขึ้นได้ประมาณ 35 ลำต่อชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถรับเที่ยวบินขาเข้าได้เลย

ก่อนหน้านี้ เที่ยวบินที่ออกจากดับลิน บาร์เซโลนา และปารีส ได้รับคำสั่งให้บินกลับไปยังสนามบินต้นทาง ในขณะที่เที่ยวบินจากโคเปนเฮเกนและมอลตาถูกยกเลิกทั้งหมด

นอกจากนี้ เที่ยวบินขาเข้าที่มุ่งหน้าไปยังเอเธนส์ถูกสั่งให้รออยู่ที่สนามบินต้นทาง หรือเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่น ส่วนเที่ยวบินอื่นๆ ที่เข้าและออกจากสนามบินทั่วกรีซก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยสถานีโทรทัศน์ ERT รายงานว่าเที่ยวบิน 3 เที่ยวจากสนามบินเฮราคลิออนบนเกาะครีต ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินไปยังมิวนิก ต้องเผชิญกับความล่าช้า

รายงานยังระบุว่า เที่ยวบินขาเข้าส่วนใหญ่ถูกยกเลิก หรือไม่ก็ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังประเทศตุรกีแทน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การจราจรทางอากาศเข้าและออกกรุงเอเธนส์หนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางกลับจากการพักผ่อนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งปกติแล้วจะมีเที่ยวบินตามตารางกว่า 600 เที่ยวบินต่อวัน

คาดการณ์ว่าสาเหตุของความโกลาหลครั้งนี้เกี่ยวข้องกับระบบวิทยุที่เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศใช้สื่อสารกับเครื่องบินในน่านฟ้า

สาเหตุของปัญหาที่ทำให้**ผู้โดยสารตกค้าง**

นายปานาจิโอติส ซาร์รอส ประธานสมาคมเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของกรีซกล่าวว่า คลื่นความถี่ทั้งหมดหายไปอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับเครื่องบินที่อยู่บนท้องฟ้าได้เลย

ผลการสอบสวนเบื้องต้นโดยหน่วยงานความมั่นคงของกรีซบ่งชี้ว่า ปัญหาน่าจะเกิดจากความล้มเหลวของเสาสัญญาณในเทือกเขาเกราเนีย ใกล้กับกรุงเอเธนส์

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางทางอากาศทั่วยุโรป สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรีซในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ควรตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของท่านกับสายการบินอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น

ความผิดพลาดทางเทคนิคเพียงเล็กน้อย สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และการมีแผนสำรองที่รัดกุมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ที่มา – ผู้โดยสารตกค้างทั่วยุโรป หลังระบบสื่อสารขัดข้องบีบกรีซปิดน่านฟ้า

Scroll to top