ป้องกันน้ําท่วม

“สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

“สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ โดยได้เดินทางไปดูการดำเนินงานโครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักรและกำลังคนของกรมเจ้าท่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันความตั้งใจจริงของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยในปัจจุบัน “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ไหลผ่านคลองอู่ตะเภาได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ลดจุดตื้นเขินที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนชาวสงขลาได้

แผนงานระยะยาวเพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นอกจากโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ นายสรรเพชญยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาในระยะยาว โดยมีการวางแผนงบประมาณปี 2570 เพื่อสานต่อโครงการสำคัญอีก 3 โครงการ ดังนี้:

  • โครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา: เน้นการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้น
  • โครงการขุดลอกคลอง ร.1: พัฒนาร่องชายฝั่งทะเลเพื่อเสริมระบบระบายน้ำให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง
  • โครงการขุดลอกคลอง ร.3: ขยายขีดความสามารถการไหลเวียนของน้ำ เพื่อสนับสนุนทั้งภาคการเกษตรและการสัญจรทางน้ำ

ด้วยงบประมาณกว่า 28 ล้านบาทต่อโครงการ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นหากไม่เตรียมการป้องกันไว้ก่อน สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าการที่ “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา เป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่น่าชื่นชม เพราะนอกจากช่วยระบายน้ำแล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินเรือของชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย

ในฐานะประชาชน เราต่างหวังว่าการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ของกรมเจ้าท่า จะช่วยให้โครงการเหล่านี้สำเร็จลุล่วงตามแผนที่วางไว้ การเตรียมพร้อมก่อนที่ปัญหาจะมาถึง คือหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐที่ยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นของนายสรรเพชญในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสงขลาได้อย่างแท้จริง การที่ “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

“ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี

“ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีเพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับมวลน้ำจากภาคเหนือ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นย้ำถึงนโยบายเชิงรุกในการป้องกันอุทกภัยเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยและมั่นใจในมาตรการของภาครัฐ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาอุทกภัย โดยมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการสำคัญต่างๆ ในจังหวัดสิงห์บุรี ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาตลิ่งทรุดที่ตำบลพระงาม หรือการเตรียมแผนก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี เพื่ออุดช่องว่างของแนวป้องกันน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ โดยรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอันดับแรก

มาตรการเด็ดขาดเพื่อป้องกันน้ำท่วม

นอกจากเรื่องการระบายน้ำแล้ว นายภราดรยังได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการก่อสร้างถนนสาย 311 ซึ่งจะเป็นทั้งการพัฒนาคมนาคมและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตเมือง ทั้งนี้การดำเนินงานต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ภารกิจ “ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

สำหรับแนวทางการรับมืออุทกภัยในครั้งนี้ มีแผนงานที่น่าสนใจดังนี้:

  • การเร่งปิดจุดฟันหลอของแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่สำคัญ
  • การติดตั้งเสาเข็มลึก 16 เมตร เพื่อป้องกันตลิ่งพังในพื้นที่วิกฤต
  • การบูรณาการงบประมาณปี 2571-2574 เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
  • การเตรียมกำลังคนและเครื่องจักรเพื่อพร้อมเผชิญเหตุได้ทันที

แม้ว่าการคาดการณ์สภาพอากาศในปีนี้จะมีปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย แต่การไม่ประมาทถือเป็นหัวใจสำคัญที่รัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุด การลงพื้นที่เพื่อดูหน้างานจริงทำให้เห็นจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าในอนาคต จังหวัดสิงห์บุรีจะมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีมาตรฐานและแข็งแรงขึ้น

สรุปแล้ว การที่รัฐบาลเข้ามาจัดการ “ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการลงพื้นที่ตามหน้าที่ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านว่า รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หวังว่าแผนการพัฒนาเหล่านี้จะเสร็จสิ้นตามกำหนดการ เพื่อให้เมืองสิงห์บุรีกลับมามีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ได้อย่างไร้กังวลครับ

ที่มา – “ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี

วางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่

เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่คนไทยทุกภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ล่าสุด คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุม กรอ. เพื่อเดินหน้าวางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ อย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นเอกภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในวงกว้าง

วางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อความปลอดภัย

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลให้ความใส่ใจ โดยนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงลึกเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างแม่นยำและรวดเร็วที่สุด การวางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางโครงสร้างใหม่เพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนทำงานสอดประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนในการป้องกันอุทกภัย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการเชิญ 3 สถาบันภาคเอกชน หรือ กกร. มาร่วมระดมสมอง โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับมาตรการรับมือใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:

  • การป้องกัน: ใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีเพื่อคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า
  • การช่วยเหลือ: เตรียมแผนการกระจายความช่วยเหลือสู่ประชาชนอย่างทันท่วงที
  • การอำนวยความสะดวก: จัดเตรียมพื้นที่และช่องทางสนับสนุนด้านต่างๆ ในช่วงเกิดภัย

การนำบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่มาประยุกต์ใช้ คือหัวใจสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ แม้ภัยธรรมชาติอาจอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่การเตรียมความพร้อมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสียหายได้อย่างมหาศาล การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเดินหน้าสู่การจัดการวิกฤตที่ยั่งยืนขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาจับคู่กับประสบการณ์ในอดีต คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านจากสถานการณ์วิกฤตสู่การจัดการภัยพิบัติแบบเชิงรุก หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยมีความมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – นายกฯ ถก กรอ. วางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ เน้นจัดการเป็นเอกภาพ รับมือทันท่วงที

Scroll to top