ป้ายทะเบียนปลอม

ชายนิรนาม ควบเก๋งพุ่งชนเต็นท์รถมือสองดับคาที่ ค้นในรถเจอยาบ้าเกลื่อน

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวสะเทือนขวัญที่จังหวัดลำปางกันมาบ้างแล้ว กับเหตุการณ์ชายนิรนาม ควบเก๋งพุ่งชนเต็นท์รถมือสองดับคาที่ ค้นในรถเจอยาบ้าเกลื่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงแล้ว ยังมีเรื่องของสิ่งผิดกฎหมายมาเกี่ยวข้องอีกด้วย

อุบัติเหตุระทึก ชายนิรนาม ควบเก๋งพุ่งชนเต็นท์รถมือสองดับคาที่ ค้นในรถเจอยาบ้าเกลื่อน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 บนถนนสายลำปาง-ห้างฉัตร เมื่อรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีบรอนซ์เงิน เกิดแหกโค้งพุ่งเข้าชนเต็นท์รถมือสองอย่างจัง แรงกระแทกทำให้รถที่จอดจำหน่ายภายในเต็นท์ได้รับความเสียหายถึง 5 คัน และทำให้คนขับเสียชีวิตคาที่ในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างออกมา

เบาะแสสำคัญจากการตรวจค้นซากรถ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบภายในรถที่เกิดเหตุ นอกจากจะไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนคนขับแล้ว สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการค้นพบว่าชายนิรนาม ควบเก๋งพุ่งชนเต็นท์รถมือสองดับคาที่ ค้นในรถเจอยาบ้าเกลื่อน กระจัดกระจายอยู่ภายในรถ ยิ่งไปกว่านั้นป้ายทะเบียนรถที่ติดอยู่ยังคาดว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอมอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุและขยายผลว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดอย่างไร

สาเหตุและข้อสังเกตจากเหตุการณ์นี้:

  • คนขับเสียชีวิตทันทีและไม่พบเอกสารยืนยันตัวตน
  • พบยาบ้าจำนวนมากภายในซากรถยนต์
  • ป้ายทะเบียนรถมีพิรุธว่าเป็นของปลอม
  • รถที่จอดในเต็นท์ได้รับความเสียหายรวม 5 คัน

จากกรณีที่เกิดขึ้น ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ประกอบการเต็นท์รถและประชาชนทั่วไปต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบความปลอดภัยพื้นที่ริมถนน และการเฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ของตนเอง ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตต่อไป เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าคดีนี้จะมีความคืบหน้าอย่างไรและจะมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นหรือไม่ในอนาคต

ที่มา – ชายนิรนาม ควบเก๋งพุ่งชนเต็นท์รถมือสองดับคาที่ ค้นในรถเจอยาบ้าเกลื่อน

จับร้อยตำรวจเอก คัมรี่ป้ายแดงปลอม รถขโมย

ข่าวใหญ่ในวงการอาชญากรรมที่กำลังเป็นกระแสจับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม รถยนต์ที่ถูกขโมยมาจากเจ้าของชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้เรื่องและรับจำนำมาอีกทอดหนึ่ง เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จังหวัดกาญจนบุรี สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเพราะผู้ต้องหาคืออดีตนายตำรวจเอง

จับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม

พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการทางหลวง สั่งการให้ชุดสืบสวนทางหลวง นำโดย พ.ต.อ.ภคพล สุชล และ พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน นำกำลังบุกจับกุม ร.ต.อ.ไทย (นามสมมติ) อายุ 58 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและรับของโจร

จับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม

ของกลางที่พบคือรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีเทา 1 คัน พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนปลอมป้ายแดง 2 แผ่น ที่อู่รถในพื้นที่หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี รถคันนี้เพิ่งถูกขโมยมาจากศูนย์โตโยต้าในพื้นที่ สน.ประชาชื่น โดยเจ้าของคือชาวเกาหลีใต้ที่แจ้งความกับตำรวจ

เส้นทางสืบสวนและการจับกุม

ทุกอย่างเริ่มต้นจากวันที่ 18 ก.พ. 2567 ตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งจากเจ้าของรถคันนี้ ชาวเกาหลีใต้ที่ถูกคนรู้จักลักรถไป เจ้าหน้าที่ทางหลวงได้รับประสานงานทันที และติดตามเบาะแส พบว่ารถถูกนำออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี

เมื่อบุกเข้าไปในอู่ พบรถจอดอยู่ในลานด้านใน ฝากระโปรงยังอุ่น แสดงว่าพึ่งขับมาถึง แต่ขั้วแบตเตอรี่ถูกถอดออกเพื่อตัดไฟ เตรียมแยกอะไหล่ขาย ร.ต.อ.ไทยยอมรับว่าเป็นคนขับรถคันนี้มา หมายเลขตัวถังตรงกับรถที่แจ้งหาย แผ่นป้ายเป็นของปลอมป้ายแดง ทำให้จับกุมทันที

รถคัมรี่ป้ายแดงปลอมที่ถูกจับ

คำให้การของผู้ต้องหา

จากการสอบสวน ร.ต.อ.ไทยให้การว่า รับรถคันนี้มาจาก “นายชาติ” ที่โกดังย่านพุทธมณฑลสาย 5 จ.นครปฐม โดยนายชาติบอกว่ารับจำนำจากชาวเกาหลีใต้ และตนจ่ายเงิน 350,000 บาท เป็นค่าจำนำ ก่อนขับมาที่อู่นี้เพื่อเตรียมแยกชิ้นส่วน แต่ยืนยันว่าไม่รู้ว่ารถถูกขโมย ปฏิเสธทุกข้อหา และถูกส่งตัวไป สน.ประชาชื่น

  • รถถูกขโมยจากศูนย์โตโยต้า สน.ประชาชื่น
  • ป้ายทะเบียนปลอมประเภทป้ายแดง ใช้หลบหนี
  • ผู้ต้องหาเป็นอดีตตำรวจ อายุ 58 ปี
  • เงินจำนำ 3.5 แสนบาท จากโกดังสาย 5
  • รถยังสภาพดี ฝากระโปรงอุ่น ถอดแบตเตอรี่

กรณีจับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอมนี้ สะท้อนปัญหาการโจรกรรมรถยนต์ที่ใช้ป้ายปลอมหลอกลวง โดยเฉพาะรถนำเข้าหรือมือสอง ป้ายแดงปลอมมักใช้ในขบวนการแยกอะไหล่ขายต่อ ทำให้ตรวจสอบยาก

ในปัจจุบัน การโจรกรรมรถยนต์ในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถหรูอย่างโตโยต้า คัมรี่ ที่อะไหล่มีราคาแพง ชาวเกาหลีใต้ที่อยู่อาศัยในไทยมักตกเป็นเป้าเพราะไม่คุ้นเคยระบบ หากคุณกำลังมองหารถมือสอง ควรตรวจสอบเลขตัวถัง เอกสาร และประวัติให้ชัดเจน หลีกเลี่ยงการรับจำนำจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ

บทเรียนจากเคสนี้คือ แม้แต่ตำรวจเก่าก็อาจพลาดได้ การตรวจสอบให้ละเอียดคือกุญแจสำคัญในการป้องกันการรับของโจรโดยไม่รู้ตัว

ติดตามข่าวอาชญากรรมและเคล็ดลับป้องกันการถูกโกงได้ที่บล็อกนี้ คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้!

ที่มา – จับร้อยตำรวจเอก พร้อมคัมรี่ป้ายแดงปลอม รถถูกขโมยมา อ้างไม่รู้ รับจำนำต่อมาอีกทอด

จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม: อัปเดตล่าสุด

ตำรวจทางหลวงจับกุมสาวขับ BMW ใช้ป้ายทะเบียนปลอมและภาษีปลอม สารภาพว่าซื้อรถหลุดจำนำผ่านเฟซบุ๊กในราคา 270,000 บาท เพื่อใช้งานข้ามจังหวัด ก่อนที่จะถูกจับกุมได้ในที่สุด นอกจากนี้ ที่จังหวัดชุมพร ยังมีการจับกุมสาวอีกรายที่ขับรถโตโยต้า โดยใช้หมวกตำรวจวางไว้ที่หน้าคอนโซลรถ และพบว่าติดป้ายภาษีปลอม ซึ่งเลขตัวถังไม่ตรงกับตัวรถ

จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม พร้อมสาวอีกรายใช้หมวกตำรวจ

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม น.ส.นริษา อายุ 32 ปี ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมของกลางเป็นรถเก๋งยี่ห้อ BMW สีขาว, แผ่นป้ายทะเบียนปลอมจำนวน 2 แผ่น และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอม จำนวน 1 แผ่น โดยจับกุมได้บนทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงกิโลเมตรที่ 883–884 ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ และพบรถเก๋ง BMW คันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนน โดยติดแผ่นป้ายทะเบียนที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่ตรงตามรูปแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงขอตรวจสอบอย่างละเอียด จนพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้น เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวผู้ขับขี่พร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน น.ส.นริษา ให้การรับสารภาพว่า สามีของเธอเป็นผู้ติดต่อซื้อรถคันดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กที่ประกาศขายรถหลุดจำนำตั้งแต่เมื่อปี 2567 โดยไปรับรถและชำระเงินที่จังหวัดนครปฐมในราคา 270,000 บาท ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีนั้นติดมากับรถตั้งแต่แรก หลังจากนั้นได้นำรถมาใช้งานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา กระทั่งถูกตรวจพบและจับกุมในที่สุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองพังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อีกคดี: สาวใช้หมวกตำรวจวางหน้ารถ พร้อมป้ายภาษีปลอม

ในอีกคดีหนึ่ง พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลัง ได้ทำการจับกุม น.ส.ดวงดาว อายุ 43 ปี ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กษ 7015 นครศรีธรรมราช โดยจับกุมได้บนถนนทล.41 กม.23 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้ตั้งด่านจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม บริเวณถนนทล.41 กม.23 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร พบรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ทองคันดังกล่าว ขับเข้ามายังจุดตรวจ ภายในรถมี น.ส.ดวงดาว เป็นผู้ขับ และมีหมวกลักษณะคล้ายหมวกของตำรวจตั้งอยู่บริเวณคอนโซลหน้าของรถ นอกจากนี้ ยังพบแผ่นป้ายภาษีด้านซ้ายที่ติดไว้มีลักษณะพิรุธ น่าสงสัย ไม่ตรงกับที่ขนส่งออกมาให้ จึงขอให้แกะออกมาตรวจสอบ กลับไม่มีข้อมูลในระบบ เมื่อตรวจสอบเลขตัวถัง พบว่าเป็นรถคนละทะเบียน ส่วนแผ่นป้ายภาษีมีข้อความแสดงเลขตัวถังไม่ถูกต้องและสีของตัวหนังสือจาง ไม่ใช่แบบที่สำนักงานขนส่งฯ เป็นผู้ออกให้

เบื้องต้น น.ส.ดวงดาว ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม นำตัวส่ง สภ.สวี จ.ชุมพร ดำเนินคดีต่อไป

การ จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม และการจับกุมผู้ที่ใช้เอกสารราชการปลอมอื่นๆ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน หากคุณกำลังพิจารณาซื้อรถมือสอง ควรตรวจสอบเอกสารและที่มาของรถอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การ จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะใช้รถยนต์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้รับรู้ว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดและมีโทษทางอาญา การใช้รถที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความสบายใจและความปลอดภัยในการเดินทาง

ที่มา – จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม อีกรายใช้หมวกตำรวจวางหน้ารถ-ติดป้ายภาษีปลอม

จับหนุ่มใส่ป้ายแดงปลอม! ซื้อในเฟซบุ๊กใช้จริง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระดมจับรถเถื่อนและป้ายทะเบียนปลอม! งานนี้มีหนุ่มขับปอร์เช่ สไปเดอร์ โดนจับเพราะดันไปใส่ป้ายแดงปลอมที่ซื้อมาจากเฟซบุ๊กในราคาแค่ 3-5 พันบาท! อ้างว่าเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันซะงั้น

จับหนุ่มใส่ป้ายแดงปลอม! ซื้อในเฟซบุ๊ก 3-5 พัน ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมคณะ ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับรถยนต์ผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. ได้ร่วมกันจับกุม:

  • 1. นายพงศกานต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติไทย
  • 2. นางสาวอภิญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี สัญชาติไทย

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “มีและใช้เอกสารราชการปลอม” ตามกฎหมายมาตรา 268

พร้อมของกลางตรวจยึด ดังนี้:

  • รถยนต์ สีเหลือง ปอร์เช่ สไปเดอร์ อาร์เอส
  • ป้ายหมายเลขทะเบียนปลอม (ป้ายแดง) จำนวน 2 แผ่น
  • ป้ายหมายเลขทะเบียนปลอม จำนวน 2 แผ่น
  • กุญแจรถยนต์จำนวน 1 ดอก
  • รถยนต์ สีขาว
  • กุญแจรถยนต์จำนวน 1 ดอก

พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 12.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีพบรถยนต์สีเหลือง โดยมีนายพงศกานต์ฯ เป็นผู้ขับขี่ ทำการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดมากับตัวรถ ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาภายในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี พบรถยนต์สีขาว โดยมีนางสาวอภิญญาฯ เป็นผู้ขับขี่ ตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าว ปรากฏว่าเป็นรถทะเบียนระงับใช้ จึงทำการตรวจสอบเอกสารคู่มือประจำรถและตัวเลขถังรถ ปรากฏว่า มีนางสาวบุษาฯ เป็นผู้ครอบครอง

โดยนางสาวอภิญญาฯ (ผู้ถูกตรวจยึด) ให้การว่าได้ซื้อรถคันดังกล่าวมาจากรุ่นพี่ที่รู้จัก ในราคา 100,000 บาท ประมาณ 2 ปีที่แล้ว โดยไม่ได้มีการโอนทางทะเบียนหรือทำสัญญาซื้อขายแต่อย่างใด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีจึงได้ติดต่อประสานไปยัง นางสาวบุษาฯ (ผู้ครอบครอง) ซึ่งให้เพื่อนยืมรถไปใช้งาน ต่อมาทราบว่าเพื่อนได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจำนำ และได้พยายามติดตามรถของตัวเองมาโดยตลอด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีประสานมาเพื่อแจ้งว่าพบรถยนต์คันที่ตามหาและตรวจยึดไว้ได้ นางสาวบุษาฯ จะเดินทางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาติดต่อขอรับรถคืน จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดจึงนำของกลางที่ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการต่อไป

ทำไมถึงต้องจับ?

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น จากการซักถาม นายพงศกานต์ ให้การว่าเมื่อปี 2563 ตนได้ซื้อป้ายแดงปลอม มาจากเพจเฟซบุ๊ก ในราคาประมาณ 3,000–5,000 บาท และนำมาติดไว้ที่รถคันนี้เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การใส่ป้ายแดงปลอม นอกจากจะเป็นความผิดทางกฎหมายแล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ทางที่ดีควรทำตามกฎหมาย และอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ จากโลกออนไลน์นะครับ

การใส่ป้ายแดงปลอม ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และอาจทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย อย่าเสี่ยงเลยครับ!

ที่มา – จับหนุ่มขับรถหรู ใส่ป้ายแดงปลอม ซื้อมาในเฟซบุ๊ก 3-5 พัน ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน

Scroll to top