ผลิตไฟฟ้า

CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 โตต่อเนื่องแม้ฤดูแล้ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักลงทุนและคนรักพลังงานสะอาด! วันนี้เรามีข่าวดีสุดปังจาก CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 โตต่อเนื่องแม้ฤดูแล้ง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของไทยแข็งแกร่งแค่ไหน แม้จะเจอฤดูแล้งและความผันผวนราคาน้ำมันโลก แต่ CKPower ยังโตได้แบบก้าวกระโดด มาดูกันว่าปัจจัยอะไรทำให้เกิดเรื่องดีแบบนี้ และแผนอนาคตจะน่าสนใจยังไงบ้าง

CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 โตต่อเนื่องแม้ฤดูแล้ง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ได้แถลงผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 (Q1/2569) ที่น่าประทับใจมาก กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) พุ่งแตะ 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 52.5 ล้านบาท หรือเติบโตแบบ 82.9% สุดยอดเลยใช่มั้ยล่ะ!

สาเหตุหลักมาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งที่ CKPower ถือหุ้น เริ่มจากบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิถึง 198.6 ล้านบาท โตขึ้น 190.7 ล้านบาท เพราะปริมาณน้ำไหลผ่านมากกว่าปีก่อน ทำให้ขายไฟฟ้าได้เพิ่ม บวกกับต้นทุนดอกเบี้ยลดลงจากการชำระหนี้กู้ยืมและดอกเบี้ยโลกที่ต่ำลง

ส่วนบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็ไม่แพ้กัน ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำต้นปีที่สูงกว่า และน้ำไหลเข้าเยอะ แม้จะเป็นฤดูแล้ง แต่ CKPower ยังโตต่อเนื่อง สะท้อนพอร์ตพลังงานหมุนเวียนที่แข็งแกร่งจริงๆ

พลังงานหมุนเวียนช่วยลดผลกระทบจากราคาพลังงานโลก

CKPower มีโครงสร้างกำลังการผลิตหลักจากพลังงานหมุนเวียน ทำให้ไม่ค่อยกระทบจากสงครามตะวันออกกลางหรือราคาน้ำมันผันผวน มีผลกระทบแค่นิดเดียวจากต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนของ BIC (บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น) ซึ่งแค่ 3% ของไฟฟ้าทั้งหมด นี่แหละครับข้อดีของพลังงานสะอาด!

  • กำไร XPCL โต 190.7 ล้านบาท จากน้ำไหลดีและดอกเบี้ยต่ำ
  • NN2 ขายไฟเพิ่ม จากน้ำในอ่างสูง
  • ไม่กระทบราคาน้ำมัน 90%+ จาก renewable

วางแผนรับมือเอลนีโญแบบมือโปร

แม้ CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 โตต่อเนื่องแม้ฤดูแล้ง แต่บริษัทก็ไม่นิ่งนอนใจกับพยากรณ์เอลนีโญในครึ่งปีหลัง ได้พัฒนา ระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อประกาศความพร้อมผลิตไฟฟ้าได้แม่นยำขึ้น โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางก่อสร้างคืบหน้า 72% ตามแผนเป๊ะ!

ฐานะการเงินก็แจ่มมาก อัตราสภาพคล่อง 1.78 เท่า หนี้ต่อทุนต่ำ 0.47 เท่า ถ้าดอกเบี้ยสหรัฐและไทยลดต่อ จะยิ่งช่วยลดต้นทุน CKPower จะติดตามและบริหารหนี้ให้ดีต่อเนื่อง

วิสัยทัศน์ 5 ปี: ขยายโซลาร์และ RECs สู่ Net Zero

แผน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง Private PPA และประมูลรัฐ บวกขายใบรับรอง RECs ในปี 2568 กลุ่ม CKPower ผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนส่งไทยกว่า 10 ล้าน MWh คิดเป็น 17% ของไฟฟ้า renewable ในประเทศ และลดก๊าซเรือนกระจกได้ 5.34 ล้านตัน CO2 สุดยอดไปเลย! พลังงานหมุนเวียนคือกุญแจสู่เป้า Net Zero 2593

CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 โตต่อเนื่องแม้ฤดูแล้ง ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจนี้ยั่งยืนและมีอนาคตสดใส นักลงทุนอย่างเราควรจับตาใกล้ชิด เพราะนอกจากกำไรโตแล้ว ยังช่วยสิ่งแวดล้อมด้วย สรุปคือ win-win สุดๆ

คุณคิดยังไงกับผลงาน CKPower ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ นักลงทุนด้วยนะครับ! ติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทข่าวหุ้นพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม

ที่มา – CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 โตต่อเนื่องแม้ฤดูแล้ง วางแผนรับเอลนีโญ

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างหนัก “ธนกร” เผย โรงงานในสงขลาเสียหายถึง 715 โรงงาน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,282 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าอีก 17 แห่งก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟในพื้นที่ ขณะนี้เร่งประสานโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าขนอม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทดแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแม้จะยังไม่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ก็ประสบปัญหาในการนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่ สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมสงขลาว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลารายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอ ได้แก่ หาดใหญ่ จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา ระโนด ควนเนียง นาหม่อม และคลองหอยโข่ง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (29 โรงงาน), อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา (97 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์ยางพารา (103 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากพลาสติก (44 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากโลหะ (53 โรงงาน), อุตสาหกรรมขุดตักดินและดูดทราย (310 โรงงาน) และอุตสาหกรรมบริการ (79 โรงงาน) รวมทั้งสิ้น 715 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,282 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้า 17 โรง ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อขอให้โรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าขนอม เพิ่มกำลังการผลิตทดแทนเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

สำหรับโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แม้ว่าน้ำจะยังไม่ท่วมโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้าไปภายในโรงงานได้ ทำให้การผลิตหยุดชะงัก

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลา โดยมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดังนี้

  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน:
  • พักชำระหนี้: สินเชื่อประเภทเงินกู้ (FL) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน และสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน ขยายระยะเวลาตั๋วสูงสุด 180 วัน
  • เติมทุนฉุกเฉิน: วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม (สูงสุด 200,000 บาท) ดอกเบี้ย MLR ระยะกู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน
  • สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่: สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลงทุน เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 3% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท (เช่น สินเชื่อปลุกพลัง SME, Beyond ติดปีก SME และ SME Green Productivity)

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมสงขลา

นายธนกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลาอย่างเต็มที่ โดยได้ประสานกับ ส.ส. ในพื้นที่ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้

สถานการณ์น้ำท่วมในสงขลาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้ประกอบการควรพิจารณาการทำประกันภัยความเสี่ยงภัยพิบัติ และภาครัฐควรมีการวางแผนการจัดการความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ที่มา – น้ำท่วมสงขลาทำ 715 โรงงานอุตสาหกรรมเสียหาย 1,282 ล้านบาท 17 โรงไฟฟ้าผลิตไฟไม่ได้

Scroll to top