ผลโพล

ผลโพลสหรัฐฯ ชี้คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงต่ำสุดสมัยที่สอง

ผลโพลสหรัฐฯ ชี้คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงต่ำสุดสมัยที่สองแล้ว! สาเหตุหลักมาจากกระแสต่อต้านสงครามอิหร่านที่รุนแรงจากประชาชนอเมริกันจำนวนมาก ผลสำรวจล่าสุดจาก NBC News ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนภาพความไม่พอใจที่พุ่งสูงต่อการบริหารงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยที่สองนี้

ผลโพลสหรัฐฯ ชี้คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงต่ำสุดสมัยที่สอง

จากข้อมูลผลโพล คะแนนนิยมของทรัมป์เหลือเพียง 37% ที่ให้การสนับสนุน ขณะที่ 63% ไม่เห็นด้วย โดยมีถึง 50% ที่ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง นี่ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มสมัยที่สองหลังชนะเลือกตั้งปี 2024 การร่วงลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะนโยบายต่ออิหร่านที่จุดชนวนวิกฤต

เมื่อเจาะลึกประเด็นสงครามอิหร่าน พบว่าชาวอเมริกันเพียง 33% เห็นด้วยกับนโยบายของทรัมป์ ส่วนใหญ่ 67% คัดค้านอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย สถิติเหล่านี้มาจากกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลาย สะท้อนกระแสหลักของสังคมอเมริกันที่เบื่อหน่ายกับสงครามยืดเยื้อ

ผลโพลสหรัฐฯ เผยความแตกแยกทางการเมืองชัดเจน

ผลโพลยังชี้ให้เห็นความแตกแยกที่รุนแรงระหว่างพรรคการเมือง โดยกลุ่มเดโมแครตและผู้เลือกตั้งอิสระถึง 82% ไม่เห็นด้วยกับสงครามอิหร่าน ในขณะที่รีพับลิกัน 74% ยังสนับสนุนผู้นำพรรคของตัวเอง นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ยิ่งคัดค้านหนัก โดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีถึง 74% มองว่าสหรัฐไม่ควรเพิ่มการดำเนินการทางทหารในอิหร่าน สวนทางกับผู้ใหญ่ทั่วไปที่ 61% คิดเช่นนั้น

  • คะแนนนิยมรวม: 37% อนุมัติ, 63% ไม่เห็นด้วย
  • นโยบายอิหร่าน: 33% สนับสนุน, 67% คัดค้าน
  • เดโมแครต + อิสระ: 82% ไม่เห็นด้วย
  • รีพับลิกัน: 74% สนับสนุน
  • คนรุ่นใหม่ (<30 ปี): 74% ต่อต้านสงครามเพิ่ม

背景ของสถานการณ์นี้เริ่มจากความขัดแย้งล่าสุด เช่น การยึดเรือสินค้าของสหรัฐโดยอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ตอบโต้ด้วยมาตรการเข้มงวด แต่กลับจุดชนวนเสียงคัดค้านในประเทศ โดยเฉพาะหลังจากประสบการณ์สงครามอิรักและอัฟกานิสถานที่ผ่านมา ชาวอเมริกันจำนวนมากกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายชีวิตทหาร เศรษฐกิจ และความมั่นคงที่อาจบานปลาย

ผลกระทบจากการร่วงของคะแนนนิยมทรัมป์

ผลโพลสหรัฐฯ ชี้คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงต่ำสุดสมัยที่สองนี้ อาจส่งผลรุนแรงต่อทิศทางการเมืองสหรัฐ ทรัมป์อาจต้องปรับนโยบายต่างประเทศ ลดความเสี่ยงทางทหารเพื่อรักษาฐานเสียง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นกุญแจสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอม หากไม่เปลี่ยนแปลง อาจนำไปสู่ความท้าทายจากฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งขึ้น

นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด ก็อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ชาวอเมริกันมองว่าสงครามไม่ช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อหรือค่าครองชีพ แต่กลับเพิ่มภาระงบประมาณ นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่เป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลทรัมป์ต้องฟังเสียงประชาชนมากขึ้น

เปรียบเทียบกับสมัยแรก คะแนนนิยมทรัมป์เคยผันผวนจากประเด็นค้าไตร่ตรองกับจีนและโควิด แต่ครั้งนี้มาจากสงครามโดยตรง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของรีพับลิกันแบบอนุรักษนิยม ผลโพลนี้เผยแพร่ท่ามกลางข่าวเทหرانประณามสหรัฐเรื่องยึดเรือ สถานการณ์ยังตึงเครียดต่อไป

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยอเมริกันยังทำงานได้ดี ชาวอเมริกันไม่ยอมให้สงครามเป็นเครื่องมือทางการเมืองง่ายๆ หากทรัมป์ปรับตัวได้ทัน อาจพลิกเกมกลับมาได้ คุณคิดว่าสงครามอิหร่านจะจบอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา : Aljazeera

คลิกอ่าน ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – ผลโพลสหรัฐฯ ชี้คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงต่ำสุดสมัยที่สอง เหตุคนอเมริกันไม่เห็นด้วยสงครามอิหร่าน

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส.เกิน 180

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องข่าวร้อนๆ จากพรรคภูมิใจไทยกันเลยดีกว่า โดยเฉพาะประเด็นที่ “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ครม. ให้ทีมงานหลักอย่างเอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี นี่มันน่าสนใจมากเลยนะครับ เพราะเป็นสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจสุดๆ กับผลโพลล่าสุด และพร้อมลุยตั้งรัฐบาลแบบไม่เกรงใจใคร!

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ เมื่อถูกถามถึงผลโพลที่คาดว่าพรรคจะได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่ง รองหัวหน้าพรรคตอบกลับแค่ว่า สาธุ! ฟังดูแล้วเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของสาวกภูมิใจไทยกระแทกตึกเลยทีเดียวครับ

นายอนุทินยังย้ำชัดว่าต้องใจเย็น รอผลเลือกตั้งจริงๆ ก่อน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยเคารพเสียงประชาชนเสมอ ไม่รีบร้อนพูดอะไรล่วงหน้า แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการจับขั้ว ส้ม แดง ฟ้า กับ น้ำเงิน แต่คุณอนุทินบอกว่าเห็นแค่น้ำเงินสู้กับส้มแดงฟ้าเมื่อ 2 วันก่อน และน้ำเงินคนเดียวเท่านั้นเอง ฮ่าๆ แบบนี้คือมั่นใจในพรรคตัวเองสุดๆ เลยนะ

ล็อกเก้าอี้ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวง

ไฮไลต์อีกเรื่องที่แฟนๆ สนใจคือการประกาศล็อกเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) บนเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย โดยนายอนุทินชี้ชัดว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ครม.ได้ 36 คนรวมนายกฯ ก็ไม่ผิดกฎหมายอะไร

คุณอนุทินย้ำว่านี่คือเงื่อนไขของพรรค หากได้เป็นหัวขบวน ไม่ต้องไปปรึกษาพรรคร่วมก่อนหรอก เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคแกนนำ ฟังดูแล้วทีมงานคู่ใจเหล่านี้คงเตรียมตัวรอจ็อกเก็ตกันแล้วล่ะครับ!

เงื่อนไขจับขั้วรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นายอนุทินบอกว่าต้องรอขั้นตอนรับรองสถานะ ส.ส. ก่อน เพราะนายกฯ ต้องได้รับการขานชื่อในสภา หลังจากนั้นค่อยประสานจับขั้ว ไม่ยากหรอกครับ ตนพูดมาตลอดว่าทุกคนเดาได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้ประชาชนตัดสินใจก่อน แล้วพรรคจะทำตามความต้องการของประชาชนให้ถูกใจที่สุด

ส่วนมิติใหม่ในการจับขั้ว? ไม่มีหรอก ต้องดูจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค แล้วฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก สามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:

  • เคารพซึ่งกันและกัน
  • นโยบายไม่เคลือบแคลง ผิดศีลธรรม เช่น กาสิโน
  • ไม่แตะหมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ
  • ไม่แก้ ม.112

กรอบเงื่อนไขแคบๆ แต่ชัดเจน พรรคการเมืองแต่ละพรรคตัดสินใจเองในคณะบริหารพรรค ไม่ใช่บุคคล

หลังเลือกตั้งประมาณ 20.00-21.00 น. คงรู้ผลชัดเจน แต่คุณอนุทินบอกใจเย็นๆ ก่อน อย่ารีบฟอร์มรัฐบาลเชิญหารือทันที ต้องมีขั้นตอนให้ถูกต้อง

วิเคราะห์สถานการณ์: พรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำได้จริงไหม?

จากผลโพลที่ออกมาแบบนี้ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เป็นแกนนำจริงๆ โดยเฉพาะหากได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่งตามที่คาด แต่การเมืองไทยมันพลิกผันได้เสมอนะครับ ต้องรอวันจริงๆ ถึงจะรู้ อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของนายอนุทินครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งทีมงาน เงื่อนไข และนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นหลัก

ในมุมมองของผม การประกาศล็อกเก้าอี้ครม. ล่วงหน้าแบบนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรวมใจสมาชิกพรรคและสร้างภาพลักษณ์แข็งแกร่ง แต่ก็อาจถูกมองว่าเร่งรีบเกินไป คุณล่ะคิดยังไง?

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจริง คงเห็นการทำงานที่รวดเร็วและฟังเสียงประชาชนมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกพรรคเคารพผลโหวต และเดินหน้าประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่าผลเลือกตั้งจะออกมายังไง? พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี”

โพลชี้: พรรคประชาชนหนุนภูมิใจไทย เอื้อคดี สส.

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยหากพรรคประชาชนจะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล โดยกังวลถึงข้อตกลงลับเพื่อช่วยเหลือคดีของอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกลจำนวน 44 คน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการจับมือกันของสองพรรคใหญ่นี้จะส่งผลเสียต่อการเมืองมากกว่าผลดี

สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิคได้เปิดเผยผลสำรวจเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ซึ่งทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,500 คน เกี่ยวกับ “ทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาชน” โดยสอบถามว่าต้องการเห็นพรรคประชาชนจับมือกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ผลปรากฏว่า 30.5% ไม่อยากเห็น และ 12.9% ไม่อยากเห็นอย่างยิ่ง

ในขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจบางส่วนระบุว่า อยากเห็นอย่างยิ่ง 13.5% และอยากเห็น 12.8% ส่วนที่เหลือ 20.2% ไม่แน่ใจ

เหตุผลที่พรรคประชาชนอาจสนับสนุนภูมิใจไทย

เมื่อสอบถามถึงเหตุผลที่เป็นไปได้มากที่สุดที่พรรคประชาชนอาจตัดสินใจสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย พบว่า:

  • 42.5% ระบุว่า เพื่อทำข้อตกลงทางการเมืองในการช่วยเหลือกลุ่ม ส.ส. 44 คน ให้พ้นผิด
  • 17.4% เชื่อว่ามีอุดมการณ์และนโยบายที่สอดคล้องกัน
  • 15.5% มองว่าเพื่อสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • 10.4% เห็นว่าเพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ต่อไปได้

ผลเสียหรือผลดีจากการจับมือของพรรคใหญ่?

เมื่อถามถึงมุมมองว่าการที่พรรคใหญ่สองพรรคจับมือกันจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อระบบการเมืองไทยในภาพรวมอย่างไรบ้าง พบว่า:

  • 62.9% เห็นว่ามีผลเสียมากกว่า
  • 7.7% เชื่อว่ามีผลดีมากกว่า
  • 29.4% ยังไม่แน่ใจ

จากผลสำรวจนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงกังวลเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงทางการเมืองที่ไม่โปร่งใส การช่วยเหลือพวกพ้อง และผลเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการเมืองโดยรวมของประเทศ ความโปร่งใสและความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญนี้

การที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่พรรคประชาชนหนุนภูมิใจไทย สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อการเมืองไทยในปัจจุบัน ประชาชนต้องการเห็นการเมืองที่ใสสะอาด ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ดังนั้น การตัดสินใจของพรรคประชาชนหนุนภูมิใจไทยจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง การที่พรรคประชาชนหนุนภูมิใจไทยหรือไม่ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองไทยในอนาคต

อนาคตทางการเมืองของไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การจับมือกันของพรรคการเมืองต่างๆ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

ที่มา – โพลไม่หนุนพรรคประชาชนโหวตให้ภูมิใจไทย ชี้หากจับมือเอื้อช่วยคดี 44 สส.ก้าวไกล

ผลโพลค้าน “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ” จริงหรือ?

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิคชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 68.1% **ไม่เห็นด้วยกับการที่ “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”** พร้อมทั้งมองว่าทหารควรมุ่งเน้นการร่วมมือนานาชาติด้านความมั่นคง ปกป้องอธิปไตย และรักษาความสงบภายในประเทศ นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจและสะท้อนถึงความคิดเห็นของประชาชนในปัจจุบัน

ผลโพลค้าน “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิคได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,500 คนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยทำการสำรวจเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ประเด็นหลักของการสำรวจคือบทบาทหน้าที่ของทหารและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คำถามสำคัญที่ถูกถามคือ ความเห็นด้วยหรือไม่กับการที่**ทหารจะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี** ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า:

  • 68.1% ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
  • 27.6% ยังไม่แน่ใจ
  • 4.3% เห็นด้วยอย่างยิ่ง

จากข้อมูลนี้ เราสามารถสรุปได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามามีบทบาททางการเมืองของทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งที่สำคัญอย่างนายกรัฐมนตรี

หน้าที่หลักของทหารในมุมมองของประชาชน

นอกจากประเด็นเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว การสำรวจยังได้สอบถามถึงหน้าที่หลักของทหารในมุมมองของประชาชน ซึ่งได้ผลลัพธ์ดังนี้:

  • 19.9% ร่วมมือกับนานาชาติด้านความมั่นคงและการรักษาสันติภาพ
  • 19% ปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติจากภัยคุกคามภายนอก
  • 18.7% รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
  • 11% ช่วยเหลือประชาชนในยามภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • 10.7% สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ
  • 9.1% ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายภัยความมั่นคง
  • 7.9% สนับสนุนภารกิจทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
  • 1.7% สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
  • 1.9% อื่นๆ

จะเห็นได้ว่า ประชาชนมองว่าบทบาทหลักของทหารควรเน้นไปที่การรักษาความมั่นคงของชาติ การร่วมมือกับนานาชาติ และการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ในขณะที่บทบาทด้านอื่นๆ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีความสำคัญรองลงมา

คำถามที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทหารกับประชาธิปไตย ผลสำรวจพบว่า:

  • 36% ตอบว่าได้ แต่ทหารต้องลดอำนาจ
  • 29.1% ได้อย่างสมดุล
  • 22.1% ไม่ได้โดยธรรมชาติ
  • 12.8% ไม่มีความเห็น

ผลสำรวจนี้บ่งชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าสถาบันทหารและประชาธิปไตยสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ทหารจำเป็นต้องลดบทบาทและอำนาจทางการเมืองลง เพื่อให้ประชาธิปไตยสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และจากผลโพลนี้เองที่ทำให้เราต้องกลับมาพิจารณาถึงความเหมาะสมของการที่ **“ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”**

โดยสรุปแล้ว ผลการสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าทหารควรมุ่งเน้นไปที่การรักษาความมั่นคงของชาติและการสนับสนุนประชาธิปไตยมากกว่าที่จะเข้ามามีบทบาทในการบริหารประเทศโดยตรง และผลโพลนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ **ไม่เห็นด้วยกับการที่ “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”**

ที่มา – ผลโพลค้าน “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ” มองควรร่วมมือนานาชาติด้านความมั่นคง-ปกป้องอธิปไตย

Scroll to top