ผู้ต้องขังชาวจีน

เจาะลึก คุก VIP แดนสวรรค์แก๊งจีนเทา จ่ายแรกเข้า 3 ล้าน

เจาะลึก คุก VIP แดนสวรรค์แก๊งจีนเทา จ่ายแรกเข้า 3 ล้าน

ข่าวคราวการทุจริตในเรือนจำกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามอง โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปิดโปงเรื่อง เจาะลึก คุก VIP แดนสวรรค์แก๊งจีนเทา จ่ายแรกเข้า 3 ล้าน ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในขณะที่เรือนจำหลายแห่งทั่วประเทศกำลังเผชิญกับภาวะนักโทษล้นคุก แต่สำหรับผู้มีอิทธิพลบางกลุ่ม เงินกลับซื้อความสะดวกสบายได้ทุกอย่างแม้กระทั่งการอยู่ในคุก

เบื้องหลัง คุก VIP แดนสวรรค์แก๊งจีนเทา จ่ายแรกเข้า 3 ล้าน

จากข้อมูลของสหพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) พบว่าความแออัดในเรือนจำไทยเกินขีดจำกัดไปมาก แต่กลับมีการดัดแปลงพื้นที่ให้กลายเป็นห้องลับสำหรับผู้ต้องขังชาวจีนกลุ่มทุนสีเทา โดยคุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการจ่ายเงินค่าแรกเข้าสูงถึง 3 ล้านบาท เพื่อแลกกับอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขังคนอื่น

นอกจากการมีห้องพักส่วนตัวแล้ว บริการพิเศษยังรวมไปถึง:

  • บริการทางเพศภายในเรือนจำ
  • การอำนวยความสะดวกในด้านอาหารและสิ่งของเครื่องใช้
  • การใช้ช่องทางพิเศษเพื่อติดต่อคนภายนอก

ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการเสริมเหล่านี้มีราคาสูงถึงครั้งละ 1–2 แสนบาทต่อครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายผลประโยชน์มหาศาลที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงเรือนจำที่ควรจะเป็นสถานที่ลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเท่าเทียมกัน

สถานการณ์ เจาะลึก คุก VIP แดนสวรรค์แก๊งจีนเทา จ่ายแรกเข้า 3 ล้าน นี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงปัญหารากลึกของระบบอุปถัมภ์ที่ทำให้กฎหมายมีความหมายต่างกันสำหรับคนรวยและคนจน ปัจจุบัน DSI ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งเราต้องติดตามกันต่อไปว่า การขยายผลจะไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายทั้งหมดได้หรือไม่ เพราะตราบใดที่เงินยังอยู่เหนือความถูกต้อง ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมย่อมถูกสั่นคลอนอย่างหนัก

หากเราต้องการเห็นสังคมที่โปร่งใส การตรวจสอบต้องเข้มข้นกว่านี้ และผู้ที่ทำผิดต้องได้รับโทษอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องสถานะทางการเงินครับ

ที่มา – เจาะลึก คุก VIP แดนสวรรค์แก๊งจีนเทา จ่ายแรกเข้า 3 ล้าน แลกห้องลับ-บริการพิเศษ

ให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำกรุงเทพ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวด่วนจากกรมราชทัณฑ์ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาเลยทีเดียว นั่นคือ ให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นร้อน “คุกวีไอพี” สำหรับผู้ต้องขังชาวจีน เรื่องนี้เริ่มจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าไปตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษย์ในเรือนจำ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ไม่นิ่งนอนใจ รีบดำเนินการเด็ดขาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ตามที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 มีคำสั่งสำคัญ 2 ฉบับที่ออกมาเพื่อจัดการปัญหานี้ก่อน คำสั่งที่ 240/2568 ลงวันที่ 24 พ.ย. 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเลขานุการส่วนตัวถูกสั่ง ให้ออกราชการไว้ก่อน ทันที เพื่อให้การสอบสวนโปร่งใสที่สุด ไม่มีอิทธิพลใดๆ มาขัดขวาง

ไม่จบแค่นั้นนะครับ จากการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม พบว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มอื่นๆ เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะการเรียกรับผลประโยชน์จากการละเว้นไม่ลงโทษผู้ต้องขังที่ครอบครองโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นความผิดวินัยร้ายแรง รวมถึงเอื้อประโยชน์ให้ทนายความเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังแบบมิชอบเพื่อแลกผลประโยชน์ กรมราชทัณฑ์จึงรายงานกระทรวงยุติธรรมทันที และมีคำสั่งที่ 1562/2568 ลงวันที่ 28 พ.ย. 2568 สั่งสอบวินัยร้ายแรงและให้ออกราชการไว้ก่อนเช่นกัน

ขยายผลการตรวจสอบปมให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์การให้บริการผู้ต้องขังชาวจีนในลักษณะ VIP เช่น ห้องพักพิเศษ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่าผู้ต้องขังทั่วไป ซึ่งขัดกับหลักเท่าเทียมและพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดยึดหลักพยานหลักฐาน ไม่มีช่วยเหลือใครแน่นอน

  • สั่งออกจากราชการทันทีสำหรับผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหลายชุด
  • ประสานข้อมูลไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำหรับคดีอาญา
  • ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินคดีทุจริต

ในส่วนคดีอาญา ตอนนี้ DSI สอบสวนเสร็จแล้ว ส่งต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เรียกว่าจัดการแบบครบวงจรเลยครับ

มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอีก กรมราชทัณฑ์กำชับเรือนจำทั่วประเทศให้ยึด SOPs การควบคุมผู้ต้องขัง อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ต้องเท่าเทียมกันหมด ไม่มีข้อยกเว้น

จากมุมมองของผม การให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แบบนี้ เป็นสัญญาณดีที่แสดงถึงความจริงจังในการกวาดล้างทุจริต สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าประเทศไทยยังมีระบบยุติธรรมที่เข้มแข็ง หากปล่อยไว้ ปัญหาจะลุกลาม แต่ตอนนี้ตัดรากถอนโคนทันเวลา สุดยอดไปเลย!

คุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสารด้านกฎหมายและสังคมเพิ่มเติมนะครับ จะได้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ให้ออกราชการ-สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอี่ยวปม “คุกวีไอพี”

รมว.ยุติธรรม สั่ง! “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” พ้นตำแหน่ง

ความคืบหน้าล่าสุด กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีน ล่าสุด รมว.ยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการดำเนินการทางวินัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีคำสั่งให้ “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” และเลขานุการ ออกจากราชการไว้ก่อน

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าอย่างมาก และเริ่มมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งนำไปสู่การลงนามคำสั่งโดยปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” และเลขานุการ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ออกจากราชการไว้ก่อน

รมว.ยุติธรรม สั่ง! “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” พ้นตำแหน่ง

พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวม ซึ่งกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดระเบียบและเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร และการเร่งรัดตรวจสอบ

การที่กระทรวงยุติธรรมตัดสินใจลงดาบอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใส และความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม การดำเนินการกับ “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” และเลขานุการ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า จะไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม

นอกจากนี้ การเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา และป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต

ความสำคัญของการรักษากฎหมายและวินัย

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับข้าราชการทุกคนว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การกระทำที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด

กระทรวงยุติธรรมจึงขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และพร้อมที่จะสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความโปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน

ผลกระทบต่อผู้ต้องขังชาวจีน

แม้ว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด แต่ก็อาจมีผลกระทบต่อผู้ต้องขังชาวจีนที่ได้รับการเอื้อประโยชน์ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจมีการทบทวนสิทธิพิเศษที่เคยได้รับ และอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย

ดังนั้น การดำเนินการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการลงโทษผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม

การดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดต่อกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังชาวจีน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และเป็นการยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

ที่มา – รมว.ยุติธรรม เผย ลงดาบแล้ว “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ-เลขานุการ” ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

สส.ชลธิชา ซัด! ระบบสมเด็จ มีนานแล้ว

“ชลธิชา แจ้งเร็ว” ซัด “รมว.ยุติธรรม” ไร้เดียงสา ปมให้สัมภาษณ์นักโทษจีนเทามั่วเซ็กซ์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพิ่งเคยเจอ ชี้ “ระบบสมเด็จ” มีมานานแล้ว จี้เอาจริงเอาจังปราบให้หมดในระบบราชทัณฑ์

วันที่ 21 พ.ย. 2568 น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าผิดหวังอย่างยิ่งกับ “ความไร้เดียงสา” ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีนภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า “ตั้งแต่รับราชการมาจนเกษียณอายุราชการ เพิ่งเคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้”

ตนเองพยายามจะเห็นใจท่านว่าเพิ่งจะมาเป็นรัฐมนตรีวินาทีสุดท้ายของครม.อนุทิน ท่านอาจจะไม่ได้ทันตั้งตัวว่าเก้าอี้นี้จะหล่นมาใส่ท่าน หรือแม้ว่าท่านอาจจะเป็นรัฐมนตรีในระยะเวลาอันสั้น แต่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีกรมราชทัณฑ์อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรง แต่ท่านจำเป็นต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อเรียนรู้งานในความรับผิดชอบของท่านทั้งหมด ซึ่งต้องรวมถึงงานราชทัณฑ์ ซึ่งถือเป็นปลายน้ำของกระบวนการยุติธรรมด้วย และระบบสมเด็จภายในเรือนจำถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมและโลกโซเชียลมาโดยตลอด ถ้าท่านทำการบ้านอย่างลึกซึ้ง ท่านจะต้องรู้อย่างแน่นอนว่าระบบนี้เป็นปัญหามานานแล้ว

การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สะท้อนให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาสองเดือนในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานยุติธรรมทุกส่วนใต้การบังคับบัญชาของท่านอย่างแท้จริง อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าท่านใช้เวลาสองเดือนที่ผ่านมาเพื่อทำอะไรอยู่กันแน่ ดิฉันเองก็ไม่อยากให้เกิดข้อครหาว่า ท่านมานั่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเพราะเป็นเด็กในสังกัดของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เพื่อคั่นเวลาเคลียร์คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ท่านจึงควรต้องพิสูจน์ตัวเองว่าท่านมีความเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีนี้ ผ่านการทำงานหนักและผลงานที่ชัดเจน

มิหนำซ้ำ สิ่งที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งคือ ท่านรับรู้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว แต่เพิ่งจะออกมาแสดงความตกใจกับเหตุการณ์ และแสดงท่าทีอยากจะรื้อระบบคุกใหม่ทั้งประเทศอีก มันไม่ช้าไปหน่อยหรือ? สำหรับเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบกรมราชทัณฑ์โดยตรง

แม้ตนเองจะเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานของเรือนจำ แต่ก็คาดหวังว่าจะได้เห็นแนวทางนโยบายที่เป็นรูปธรรมของท่านรัฐมนตรีมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่แสดงความตกใจหลังจากผ่านเหตุการณ์มาเกือบสัปดาห์ แล้วรับปากแบบส่ง ๆ ต่อหน้าสื่อมวลชน แต่ไม่มีแผนปฏิรูปที่ชัดเจนว่าท่านจะทำอย่างไร สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขัง หรือที่เรียกกันว่า “ระบบสมเด็จ” ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นกับกรณีผู้ต้องขังจีนเทานี้เป็นกรณีแรก แต่ระบบสมเด็จเป็นปัญหาของระบบราชทัณฑ์ไทยที่มีมาอย่างยาวนานและผู้ต้องขังที่เป็นสมเด็จในเรือนจำก็ไม่ได้มีเพียงแค่ชาวต่างชาติเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ต้องขังคนไทย หรือสัญชาติใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่มีเงิน มีอิทธิพล มีอำนาจเหนือกว่าผู้ต้องขังคนอื่นในเรือนจำ โดยมักจะคอยควบคุมความเป็นอยู่ภายในเรือนจำตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย จนอาจไปถึงระดับของการทุจริตอำนวยความสะดวก เช่น เรื่องอาหารการกิน ยารักษาโรค และจากที่เคยรับทราบข้อมูลมา อาจไปไกลกว่านั้นจนถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้จัดหาและนำสิ่งของอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จากภายนอกเข้าไปยังเรือนจำเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ตนเองและพวกพ้องผู้ต้องขัง ซึ่งต้องจ่ายแพงกว่าที่ขายกันในท้องตลาดหลายเท่าตัว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในเรือนจำและความล้มเหลวในการควบคุมดูแลผู้ต้องขังอย่างชัดเจน

ที่สำคัญคือ เราจะเห็นว่า เวลาเกิดเรื่องฉาวขึ้นในเรือนจำ กระทรวงก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่เรื่อยไป แต่คำถามคือ คนไทยจะสามารถไว้วางใจการ “ตรวจสอบกันเอง” ของกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ได้หรือไม่ เพราะการตรวจสอบพวกพ้องกันเอง จึงไม่แปลกที่เวลาเกิดเรื่องฉาวทีไร ก็ไม่สามารถลบคำครหาของประชาชนได้ ดังนั้น ด้วยความปรารถนาดี หากกระทรวงยุติธรรมต้องการแสดงความจริงใจอย่างแท้จริง ท่านต้องเปิดให้มีกลไกการตรวจสอบที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมด้วย เพื่อความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม

ตนเองเห็นว่า เมื่อเกิดกรณีฉาวเช่นนี้ขึ้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้ว คงไม่มีความจำเป็นที่กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม จะปิดตาข้างเดียวทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอีกต่อไป ดิฉันหวังว่าท่านรัฐมนตรีจะเอาจริงเอาจังกับการปราบระบบสมเด็จให้หมดไปจากระบบราชทัณฑ์ในยุคสมัยของท่าน อย่างน้อยท่านจะได้มีผลงานสักหนึ่งชิ้นก่อนสิ้นสุดบทบาทรัฐมนตรี จะได้ยุติข้อครหาว่าท่านเป็นรัฐมนตรีแค่คั่นเวลา และหากท่านจะเอาจริงกับเรื่องนี้ ตนเองก็พร้อมจะสนับสนุน

สส.ชลธิชา ซัด! ระบบสมเด็จ มีนานแล้ว

“ระบบสมเด็จ” ในเรือนจำ: ปัญหาที่ต้องแก้ไข

น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ส.ส.ปทุมธานี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึง ระบบสมเด็จ ที่ยังคงมีอยู่ในเรือนจำไทย โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง

ส.ส.ชลธิชา ยังกล่าวอีกว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานยุติธรรมอย่างแท้จริง และไม่ได้ทำการบ้านอย่างหนักพอที่จะเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในกรมราชทัณฑ์

ระบบสมเด็จในเรือนจำ หมายถึง การที่ผู้ต้องขังบางรายที่มีฐานะร่ำรวย หรือมีอิทธิพล สามารถที่จะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เหนือผู้ต้องขังคนอื่นๆ เช่น การได้รับอาหารที่ดีกว่า การได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีกว่า หรือแม้กระทั่งการได้รับการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจภายในเรือนจำ

ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และยังเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

การที่ ส.ส.ชลธิชา ออกมาพูดถึงปัญหานี้ แสดงให้เห็นว่ายังมีนักการเมืองที่ใส่ใจในปัญหาของประชาชน และพร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หวังว่าการออกมาพูดครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในกรมราชทัณฑ์

การแก้ไข ระบบสมเด็จ ในเรือนจำไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราก็สามารถที่จะสร้างระบบราชทัณฑ์ที่เป็นธรรมและโปร่งใสได้

การเปิดให้มีกลไกการตรวจสอบจากภายนอกเข้ามาร่วมด้วยเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม

ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ที่มา – “สส.ชลธิชา” ซัด “ระบบสมเด็จ” ในเรือนจำมีมานานแล้ว อัด “รมว.ยุติธรรม” ไร้เดียงสา

ราชทัณฑ์แจง! ผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพลในเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีการย้ายด่วน “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่พบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายแสดงอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่น ๆ จนก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้ต้องขังชาวไทย นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการยุติธรรม

ราชทัณฑ์แจงเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” เหตุพบผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เพื่ออธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าการย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ และพบว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

จากการตรวจค้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์ พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรม เจ้าหน้าที่กองทัณฑวิทยา เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานวินัยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น

ทำไมต้องเด้งฟ้าผ่า? “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ”

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล เหนือผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ภายในเรือนจำฯ สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จนมีการแจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว กรมราชทัณฑ์จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรม

เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าได้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็ว โดยยึดหลักความโปร่งใส ยุติธรรม และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด รวมถึงดำเนินการจัดระเบียบเรือนจำตามนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์พร้อมดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบการกระทำผิดจริง เพื่อรักษามาตรฐานการบริหารงานราชทัณฑ์ให้เป็นที่เชื่อมั่นของสังคมต่อไป ความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการเรือนจำและการควบคุมผู้ต้องขัง การที่ ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล มากจนเกินไป เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาที่อาจมีการทุจริตหรือการละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความเด็ดขาดในการลงโทษผู้กระทำผิด การปรับปรุงระบบการตรวจสอบภายในเรือนจำ และการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเข้มแข็งและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเท่าเทียมกัน

การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและการดำเนินการอย่างรวดเร็วของกรมราชทัณฑ์ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การปล่อยให้ ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล ในเรือนจำถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและความเสมอภาคของผู้ต้องขังทุกคน รวมถึงความน่าเชื่อถือของระบบราชทัณฑ์โดยรวม การจัดการกับปัญหานี้อย่างเด็ดขาดจึงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” เหตุพบผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล

Scroll to top