ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ไม่พลาด

กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ไม่พลาด

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมายืนยันความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. โดย กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ทำงานไม่พลาดหลังถอดบทเรียน เพื่อให้ทุกขั้นตอนโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิ เพื่อดูการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยเน้นย้ำว่าครั้งนี้มีการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) กว่า 6,000 หน่วยอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางคณะทำงานมั่นใจว่าการถอดบทเรียนที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้การทำงานในครั้งนี้ราบรื่นและแม่นยำยิ่งขึ้น

ความมั่นใจของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง

นอกจากประเด็นเรื่องความแม่นยำในการนับคะแนนแล้ว การที่ กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ทำงานไม่พลาดหลังถอดบทเรียน ยังเป็นข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่เฝ้ารอคอยผลการลงคะแนน โดยทางสำนักงาน กกต. ได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่ประชาชนควรทราบ ดังนี้:

  • วันเลือกตั้ง: วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • สถานที่: ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อของท่านปรากฏอยู่
  • เป้าหมายการออกมาใช้สิทธิ: ตั้งเป้าไว้ที่ 70% มากกว่าปีที่ผ่านมา 10%

ในแง่ของกฎหมายเลือกตั้ง ประธาน กกต. ยังได้ฝากข้อความถึงผู้สมัครทุกคนให้ยึดมั่นในกฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่มีโทษหนักถึงขั้นถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ซึ่งไม่คุ้มค่าเลยกับการแลกอนาคตทางการเมืองกับผลประโยชน์ระยะสั้น

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะพลเมืองชาวกรุงเทพมหานคร การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ใช้สิทธิพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดียิ่งขึ้น ทุกคะแนนเสียงของคุณมีค่าและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกรุงเทพฯ ได้จริง ออกไปเลือกคนที่คุณเชื่อมั่นให้เข้ามาบริหารงานเพื่อพวกเราทุกคนกันเถอะครับ

ที่มา – กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ทำงานไม่พลาดหลังถอดบทเรียน

กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน

กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน

ใกล้เข้ามาแล้วกับการเลือกตั้งครั้งสำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าทุกคนคงเตรียมตัวไปใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่ แต่รู้ไหมครับว่างานนี้ทางกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันจริง

หากถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? คำตอบคือสิทธิการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กับ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นั้นมีเงื่อนไขต่างกันครับ การเลือก สก. จะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านเขตนั้นเกิน 1 ปี แต่การเลือกผู้ว่าฯ กทม. จะใช้ฐานของคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด ทำให้เกิดกรณี ‘เลือกตั้งได้ไม่เท่ากัน’ ขึ้นมาในบางพื้นที่

ทำไมต้องระวังเป็นพิเศษในการเลือกตั้งครั้งนี้?

ในพื้นที่ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก เช่น เขตคลองสามวา ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งมากที่สุดถึง 246 หน่วย ทาง กทม. จึงต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยนายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ฝากเน้นย้ำเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าจ่ายบัตรผิดประเภทให้ผู้มีสิทธิ อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนรวมและการนับผลการเลือกตั้งได้

ทางสำนักงานเขตจึงได้เตรียมมาตรการรับมือเพื่อลดความผิดพลาด ดังนี้:

  • ติดสลิปหรือใช้สีแยกประเภทในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิให้ชัดเจน
  • จัดทำระบบสัญลักษณ์เตือนที่จุดจ่ายบัตร
  • อบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มาใช้สิทธิอย่างละเอียด
  • การประชาสัมพันธ์เชิงรุกถึงบ้าน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลของตนเองก่อนถึงวันเลือกตั้ง

กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด หัวใจหลักคือความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนผู้มาใช้สิทธิทุกคน

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการแสดงออกถึงประชาธิปไตยท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ดังนั้น เมื่อไปถึงหน้าคูหา อย่าลืมตรวจสอบชื่อและประเภทบัตรที่ได้รับให้ดีนะครับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อให้ทุกเสียงสะท้อนความเป็นไปของกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มที่ครับ

ที่มา – กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน

กกต.ยังไม่พบร้องเรียนเลือกตั้งเทศบาล

วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการการเมืองท้องถิ่นกันเลยนะคะ! กกต. ยังไม่พบเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งเทศบาล หลังจากเปิดหีบลงคะแนนไปแล้วทั่วประเทศ เรียบร้อยสุดๆ เลยค่ะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ออกมาแถลงภาพรวมการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีใน 297 แห่งทั่ว 63 จังหวัด แบ่งเป็นเทศบาลตำบล 273 แห่ง และเทศบาลเมือง 24 แห่ง มีหน่วยเลือกตั้งถึง 3,901 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งระดับเทศบาล 1,918,259 คน และนายกฯ 1,919,249 คน ทำไมตัวเลขไม่เท่ากันล่ะ? กกต. แจงชัดๆ ว่าประชาชนย้ายทะเบียนบ้านไปมาระหว่างเขต ทำให้บางพื้นที่เหลือเลือกแค่นายกฯ เพียงอย่างเดียวค่ะ

กกต. ยังไม่พบเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งเทศบาล แจงผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างกันเหตุย้ายทะเบียนบ้าน

ทุกหน่วยเปิดลงคะแนนตั้งแต่ 8.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กกต. ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการเลือกตั้งทั้ง 63 จังหวัดแล้วนะคะ เพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ อย่าลืมเช็คสิทธิกันก่อนไปหน่วยนะคะ ตรวจจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ลำดับที่ใช้สิทธิ หรือดูบัญชีหน้าหน่วย แอป Smart Vote ก็สะดวกมาก! เตรียมบัตรประชาชน หลักฐานรูปถ่ายพร้อมเลข 13 หลัก หรือแอป Thai ID ใบขับขี่ดิจิทัล บัตรคนพิการ ได้หมดเลยค่ะ

บัตรเลือกตั้ง 2 สี ต้องรู้ก่อนไปโหวต

การเลือกตั้งครั้งนี้มี 2 ประเภท บัตรสีเขียวเลือกสมาชิกสภาเทศบาลได้ไม่เกิน 6 หมายเลข บัตรสีเหลืองทองเลือกนายกฯ ได้ 1 หมายเลขเท่านั้น ระวังอย่าทำผิดกฎนะคะ เพราะมีบทลงโทษรออยู่!

ข้อห้ามสำคัญที่ กปน. เน้นย้ำ

  • ห้ามจำหน่าย จ่าย แจก จัดเลี้ยงสุรา
  • ห้ามหาเสียงเชิงลบหรือเชียร์ผู้สมัคร
  • ห้ามนำบัตรที่ไม่ได้จาก กปน. ไปลงคะแนน
  • ห้ามฉีกขีดข่วนทำลายบัตร
  • ห้ามนำบัตรออกจากหน่วยหรือถ่ายรูปบัตรที่ลงแล้ว
  • ห้ามโชว์บัตรที่ลงคะแนนให้คนอื่นเห็น

พื้นที่เด่นๆ ที่เลือกสมาชิกสภาเทศบาลมากสุดคือร้อยเอ็ด 19 แห่ง ตามด้วยมหาสารคามและขอนแก่น 13 แห่ง กกต. จับตาเข้มเลยค่ะ โดยเฉพาะนครราชสีมา 11 แห่ง เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส

รองเลขาฯ กกต. ยืนยันว่าการฝึกอบรม กปน. ทำแบบเข้มข้น ไม่ให้พลาดเหมือนเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งก่อน มีกำชับผู้อำนวยการจังหวัดทั้ง 77 แห่ง ขั้นตอนชัดเจนตามกฎหมาย ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผิดกฎหมายเลย เพราะการเลือกตั้งเทศบาลครั้งนี้เปลี่ยนจาก อบต. เดิมที่เลือกสมาชิกเขตละ 1 คน เป็นละ 6 คน ทำให้กระบวนการปรับตัว แต่ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ

ทำไม กกต. ยังไม่พบเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งเทศบาล ถึงสำคัญ?

การเลือกตั้งท้องถิ่นแบบนี้คือรากฐานของการปกครองตัวเองชุมชนเลยนะคะ สะท้อนประชานิยมในระดับฐานราก ถ้าการเลือกตั้งเรียบร้อยแบบนี้ ก็นับว่าไทยก้าวหน้าเรื่องประชาธิปไตยท้องถิ่นแล้วล่ะ เพื่อนๆ คิดยังไงบ้าง? การย้ายทะเบียนบ้านส่งผลต่อสิทธิเลือกตั้งขนาดนี้ ครั้งหน้าอาจต้องเช็คให้ดีก่อนย้ายนะคะ

นอกจากนี้ กกต. ยังโฟกัสจังหวัดใหญ่ที่มีเทศบาลหลายแห่ง เพื่อป้องกันปัญหาแข่งขันดุเดือด ถ้ามีเรื่องร้องเรียนในอนาคต คงอัพเดทให้ทราบต่อไปค่ะ สำหรับวันนี้ ยินดีกับการเลือกตั้งที่โปร่งใสทั้ง 297 แห่ง!

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวการเมืองท้องถิ่นเพิ่มเติม และอย่าลืมใช้สิทธิในทุกการเลือกตั้งเพื่ออนาคตชุมชนที่ดีกว่า การเลือกตั้งที่ไร้ร้องเรียนแบบนี้คือสัญญาณบวกของสังคมไทยเลยค่ะ 💪

ที่มา – กกต. ยังไม่พบเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งเทศบาล แจงผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างกันเหตุย้ายทะเบียนบ้าน

คาดคนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วย 6 พะเยา 50%

ในวันที่ 1 มีนาคม 2569 บรรยากาศการเลือกตั้ง สส.ใหม่ที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา คึกคักตั้งแต่เช้า ชาวบ้านทยอยออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง โดย ผอ.กกต.จ.พะเยา คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้

คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50%

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีปัญหาการทุจริตจากเจ้าหน้าที่ กปน. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ที่โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ม.4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 มีผู้มีสิทธิทั้งหมด 439 คน คณะกรรมการประจำหน่วยดูแลอย่างเข้มงวด การลงคะแนนเริ่ม 08.00 น. ถึง 17.00 น. ก่อนนับคะแนนทันที

บรรยากาศและการเตรียมความพร้อม

ประชาชนออกมาใช้สิทธิต่อเนื่องตั้งแต่เปิดหีบ ไม่พบปัญหาใดๆ กกต.จังหวัดพะเยาเตรียมพร้อมดี โดยมีการประชุมซักซ้อมและเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย นางปนัดดา จันทร์โชติญาน ผอ.กกต.จ.พะเยา กล่าวว่า ได้ขอความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลท่าวังทองประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด คาดการณ์ คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50% ซึ่งจะช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส

ครั้งก่อน นายอัครา พรหมเผ่า ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ได้คะแนนสูงสุด แต่ยังไม่ประกาศผลเนื่องจากทุจริต การเลือกตั้งใหม่จึงสำคัญมากต่อประชาธิปไตยท้องถิ่น

  • จำนวนผู้มีสิทธิ: 439 คน
  • เวลาลงคะแนน: 08.00-17.00 น.
  • สถานที่: โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ม.4 ต.ท่าวังทอง
  • คาดการณ์ผู้มาใช้สิทธิ: 50%
  • ผลคะแนน: นับที่หน่วย ส่งที่ว่าการอำเภอเมืองพะเยา

นอกจากนี้ การเลือกตั้งในเขต 1 จ.พะเยา สะท้อนปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่ต้องแก้ไข กกต.ได้เพิ่มมาตรการป้องกันทุจริต เช่น ตรวจสอบเอกสารเข้มงวด และมีเจ้าหน้าที่ใหม่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชาวบ้านส่วนใหญ่แสดงความมั่นใจในกระบวนการครั้งนี้

การเลือกตั้ง สส.ใหม่ไม่เพียงแต่แทนที่ สส.เดิม แต่ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตพื้นที่พะเยา ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม หากผู้มาใช้สิทธิถึง 50% จะช่วยยืนยันความชอบธรรมของผลการเลือกตั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของระบบประชาธิปไตยไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ประชาชนให้ความสำคัญกับตัวแทนที่ซื่อสัตย์ ลองคิดดูสิถ้าทุกคนออกมาใช้สิทธิ เราจะได้ สส.ที่แท้จริง

เรียกร้องให้ทุกท่านติดตามผลและออกมาใช้สิทธิในโอกาสหน้า เพื่อประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง!

ที่มา – คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50%

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42%

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจเรื่องการเมืองและประชาธิปไตยไทย! วันนี้เรามีข่าวสำคัญมาอัปเดตกัน เมื่อ กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ แสดงถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ครับ ถึงแม้ตัวเลขนี้จะยังไม่รวมพื้นที่ที่ต้องเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ แต่ก็ถือว่าสูงมากแล้วนะ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42%

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 21.48 น. โดยแยกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผู้มีสิทธิทั้งหมดมีจำนวน 52,933,610 คนทั่วประเทศ ยอดผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 37,807,781 คน คิดเป็นร้อยละ 71.42% ถือเป็นอัตราการมีส่วนร่วมที่สูง สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนในยุคนี้เลยครับ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. สำหรับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ

มาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึกเลยครับ สำหรับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: 52,933,610 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ: 37,807,781 คน (71.42%)
  • บัตรดี: 35,030,601 ใบ (92.65%)
  • บัตรเสีย: 1,669,006 ใบ (4.41%)
  • บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อพรรคใด: 1,108,051 ใบ (2.93%)

เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่เป็นบัตรดีเกือบ 93% แสดงถึงความเข้าใจในการลงคะแนนของผู้มาใช้สิทธิครับ

รายละเอียดการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ส่วนแบบแบ่งเขตนั้น ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิใกล้เคียงกันมาก:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: 52,933,610 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ: 37,807,778 คน (71.42%)
  • บัตรดี: 34,862,178 ใบ (92.21%)
  • บัตรเสีย: 1,337,396 ใบ (3.54%)
  • บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด: 1,608,174 ใบ (4.25%)

ที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 2 แบบไม่เท่ากันเล็กน้อย เพราะบัตรจากนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักรบางซองยังไม่ครบทั้ง 2 ใบ กกต. ชี้แจงชัดเจนแล้วครับ

หมายเหตุสำคัญจากกกต. และข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 ยังไม่รวมพื้นที่ที่ต้องนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะอัปเดตเพิ่มเติม รายละเอียดต่อจังหวัดจะเผยแพร่หลังจากดำเนินการครบถ้วน สิ่งนี้แสดงถึงความโปร่งใสของกกต. ในการรายงานผลครับ

ถอยหลังมองภาพรวม การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าประชาชนมาใช้สิทธิสูงเมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค แม้จะมีอุปสรรคอย่าง天气หรือการเดินทาง แต่ 71.42% คือตัวเลขที่พูดได้ถึงความสำคัญของสิทธิเลือกตั้ง บัตรเสียในแบบเขตต่ำกว่าแบบบัญชี แสดงว่าประชาชนมั่นใจในผู้สมัครท้องถิ่นมากกว่า? หรือเพราะแบบเขตเข้าใจง่ายกว่า บัตรไม่เลือกก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะแบบเขต 4.25% อาจสะท้อนการไม่พอใจตัวเลือก

สำหรับผู้ที่สนใจวิเคราะห์ลึก กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการติดตามผลการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่รัฐบาลใหม่ที่มั่นคง ในอนาคต กกต. อาจปรับปรุงระบบบัตรนอกเขตให้ดีขึ้นเพื่อลดปัญหาไม่ครบซอง

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่ายอดนี้เป็นสัญญาณบวกต่อประชาธิปไตยไทย แม้จะไม่ถึง 80% แต่ก็สูงพอให้เราเชื่อมั่นในกระบวนการ คุณล่ะครับ คิดว่ายอดนี้ดีพอไหม? มาคุยกันในคอมเมนต์ได้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองนะครับ!

ที่มา – กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% ยังไม่รวมเลือกตั้งใหม่-นับคะแนนใหม่

กกต. ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิผิดกฎหมาย

กกต. ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด เป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง เนื่องจากมีรายงานว่าบางหน่วยเลือกตั้งมีการแชร์ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องออกมาประชาสัมพันธ์ทันที เพื่อย้ำเตือนถึงกฎหมายที่ห้ามการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

กกต. ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด ยัน กฎหมายห้ามเปิดเผย

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประชาสัมพันธ์หลักประกันตามกฎหมายที่คุ้มครองความลับของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการลงคะแนนเสียงจะเป็นไปโดยตรงและลับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ในระหว่างเวลาเปิดการออกเสียงลงคะแนนจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน หากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เปิดเผยให้แก่ผู้ใดทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดมาลงคะแนนหรือยังไม่มาลงคะแนน เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษทางกฎหมายสำหรับ กปน. ที่ฝ่าฝืน

  • จำคุกไม่เกิน 1 ปี สำหรับการกระทำที่ร้ายแรง
  • ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากเป็นการกระทำที่ไม่ตั้งใจแต่ผิดกฎหมาย
  • ทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการเลือกตั้ง

ข้อมูลเกี่ยวกับการมาใช้สิทธิเลือกตั้งถือเป็นข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด และห้ามเปิดเผยโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และป้องกันไม่ให้เกิดการกดดัน แทรกแซง หรือการซื้อสิทธิขายเสียงในกระบวนการเลือกตั้ง

หลักการสำคัญของการเลือกตั้ง: ออกเสียงโดยตรงและลับ

หลักการนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย โดยรัฐธรรมนูญไทยกำหนดให้การเลือกตั้งต้องดำเนินการด้วยวิธีการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง โดยตรง และเป็นลับ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกผู้แทนได้โดยไม่ถูกบังคับหรือข่มขู่ หากข้อมูลการมาใช้สิทธิถูกเปิดเผย อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ เช่น การติดตามกดดันผู้ที่ยังไม่มาโหวต หรือการให้รางวัลแก่ผู้ที่มาแล้ว ซึ่งจะบ่อนทำลายความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้ง

ในอดีต ประเทศไทยเคยเกิดกรณีคล้ายคลึงกัน เช่น ในบางท้องถิ่นที่ กปน. ถ่ายรูปบัตรลงคะแนนหรือรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ แล้วโพสต์ลงโซเชียล ส่งผลให้ถูกดำเนินคดีและถูกตัดสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่ตลอดชีวิต กกต. จึงย้ำเตือนล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กกต. ยังมีมาตรการตรวจสอบและลงโทษอย่างรวดเร็ว หากพบการกระทำผิด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเองก็สามารถร้องเรียนได้ผ่านช่องทาง hotline หรือแอปพลิเคชันของกกต. เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

กกต. ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด ชี้แจงว่าทุกขั้นตอนของการเลือกตั้งมีกฎหมายรองรับ เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจ ข้อมูลส่วนบุคคลและการตัดสินใจจะได้รับการคุ้มครองเต็มที่

สรุปแล้ว การมีกฎหมายห้ามเปิดเผยข้อมูลนี้ไม่เพียงป้องกันความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกคนในการเข้าร่วมกระบวนการประชาธิปไตย การเลือกตั้งที่แท้จริงต้องอิสระและลับ เพื่อให้เสียงของทุกคนมีน้ำหนักเท่ากัน

หากคุณเป็นกรรมการประจำหน่วยหรือผู้สนใจเรื่องการเลือกตั้ง แนะนำให้ศึกษากฎหมายเพิ่มเติมและหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลใดๆ ที่อาจผิดกฎหมาย แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น สนับสนุนให้การเลือกตั้งไทยเป็นไปอย่างมีคุณภาพ

ที่มา – กกต. ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด ยัน กฎหมายห้ามเปิดเผย

เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตร 3 ใบ ต้องกาอย่างไร

เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตร 3 ใบ ต้องกาอย่างไร ปากกาต้องเอาไปเองไหม คำถามยอดฮิตที่หลายคนกำลังค้นหาในช่วงนี้ เพราะวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือวันสำคัญที่เราจะได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติด้วยนะเพื่อนๆ วันนี้เรามาไขทุกข้อสงสัยกันแบบชิลๆ กันเลย รับรองว่าอ่านจบแล้วพร้อมลุยคูหาเลือกตั้งแน่นอน!

กว่าจะมาถึงวันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมารณรงค์ใหญ่เลย เรียกร้องให้ผู้มีสิทธิ์ทั้งประเทศออกมาใช้สิทธิ์ เพราะ 1 เสียงของคุณสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศได้จริงๆ นะ ในวันดังกล่าว เราจะได้บัตรเลือกตั้งถึง 3 ใบด้วยกัน คือ บัตร สส. แบบแบ่งเขต (สีเขียว), สส. แบบบัญชีรายชื่อ (สีชมพู) และบัตรประชามติ (สีเหลือง) ต้องกาให้ถูกวิธีด้วยล่ะ ไม่งั้นบัตรเสียนะ

เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตร 3 ใบ ต้องกาอย่างไร

มาเริ่มกันที่เวลาก่อนเลย เลือกตั้ง 2569 กี่โมง? หีบเลือกตั้งจะเปิดตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. พอดี 8 ชั่วโมงเต็มๆ ให้เราไปใช้สิทธิ์ได้แบบไม่เร่งรีบ อย่าลืมไปเช้าๆ นะ จะได้ไม่ต้องรอนาน

ทีนี้มาดูบัตร 3 ใบ ต้องกาอย่างไรกันบ้าง:

1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต (สีเขียว)

  • เลือก “คนที่ชอบ” ในเขตของคุณ ให้เป็น สส. แบบเขต
  • บัตรมีหมายเลขผู้สมัคร กากบาท (X) ในช่องหมายเลขเดียวเท่านั้น ห้ามกาหลายช่อง!
  • เน้นเลือกคนที่รู้จัก นโยบายชัดเจน จะได้เป็นตัวแทนเขตเราจริงๆ

2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (สีชมพู)

  • เลือก “พรรคที่ใช่” เพื่อคำนวณ สส. ปาร์ตี้ลิสต์
  • มีโลโก้พรรค ชื่อพรรคชัดเจน กากบาทในช่องพรรคเดียว
  • คิดดีๆ นะ พรรคนี้จะได้ที่นั่งเพิ่มตามคะแนนที่ได้

3. บัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง)

  • คำถาม: “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
  • กาช่อง เห็นชอบ / ไม่เห็นชอบ / ไม่แสดงความเห็น เพียงช่องเดียว
  • สำคัญมาก เพราะจะกำหนดทิศทางแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต

ปากกาต้องเอาไปเองไหม ในเลือกตั้ง 2569

คำถามฮิตอีกข้อคือ ปากกาต้องเอาไปเองไหม? ไม่ต้องหรอก! ในคูหามีปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินให้พร้อม แต่ถ้ากังวลเรื่องสุขอนามัย เอาไปเองได้ แต่ต้องเป็นปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินเท่านั้น ห้ามสีแดง สีดำ หรือปากกาเจลที่หมึกเยิ้ม เพราะอาจทำให้บัตรเสียได้นะ ระวังด้วยล่ะ

ตรวจสอบสิทธิ์และหลักฐานที่ต้องเตรียม

ก่อนไป อย่าลืมตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 2569 ก่อน โดยกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักได้ที่:

หลักฐานที่ใช้แสดงตน: บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้), ใบขับขี่, พาสปอร์ต (ต้องไม่หมดอายุ), หรือดิจิทัลอย่าง ThaID, DLT QR Licence สะดวกมาก!

นอกจากนี้ ห้ามฉีกบัตร ห้ามวาดสัญลักษณ์อื่นนอกจากกากบาทเด็ดขาด มิฉะนั้นผิดกฎหมายและบัตรเสียแน่นอน ไปใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องกันเถอะ

สรุปแล้ว เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตร 3 ใบ ต้องกาอย่างไร ปากกาต้องเอาไปเองไหม? ตอบครบแล้วใช่มั้ย วันนี้ 1 เสียงของคุณสำคัญมาก อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ ลุกขึ้นไปใช้สิทธิ์ แล้วมาร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยที่สดใสกันนะทุกคน! ถ้าอ่านแล้วพร้อม ลุยเลย!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตร 3 ใบ ต้องกาอย่างไร ปากกาต้องเอาไปเองไหม

ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง 2569 เสียสิทธิอะไรบ้าง?

เลือกตั้ง 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว! ใครที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุผล อาจเสียสิทธิหลายอย่างที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน! มาดูกันว่า ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง 2569 จะเสียสิทธิอะไรบ้าง และจะมีผลกระทบต่อคุณอย่างไร

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นหน้าที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง การไปใช้สิทธิเลือกตั้งคือการแสดงออกถึงพลังของประชาชนในการเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา แต่หากคุณไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ก็ควรแจ้งเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ตามกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง

ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง 2569 จะเสียสิทธิอะไรบ้าง

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ได้แจ้งเหตุผลอันสมควร จะทำให้เสียสิทธิทางการเมืองหลายประการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคุณได้

ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง 2569 จะเสียสิทธิอะไรบ้าง? สรุปได้ดังนี้:

  • สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส.
  • สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส., สว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  • สิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน
  • ห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  • ห้ามดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น รองผู้บริหารท้องถิ่น, เลขานุการ/ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น
  • สิทธิในการเข้าชื่อร้องขอ เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

จะเห็นได้ว่าการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการเมืองหลายด้าน และอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

แล้วต้องทำอย่างไรถ้าไม่สามารถไปเลือกตั้งได้?

หากคุณไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่กำหนดได้ คุณสามารถแจ้งเหตุผลที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยสามารถแจ้งเหตุผลได้ทางออนไลน์ หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือที่สำนักงานเขต สำหรับกรุงเทพมหานคร

เหตุผลที่สามารถแจ้งได้ เช่น เดินทางไปต่างประเทศ, เจ็บป่วย, พิการ หรือทุพพลภาพ, อยู่ในสถานที่ห่างไกลคมนาคม หรือมีเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ

การแจ้งเหตุผลที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ จะช่วยรักษาสิทธิทางการเมืองของคุณ และทำให้คุณสามารถกลับมาใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ข้อควรจำ: สิทธิที่ถูกจำกัดจะกลับคืนมาเมื่อท่านไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งถัดไป ดังนั้นอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งต่อไปเพื่อรักษาสิทธิของท่าน!

อย่ามองข้ามความสำคัญของการเลือกตั้ง เพราะทุกเสียงของคุณมีความหมายต่ออนาคตของประเทศ เลือกตั้งครั้งหน้าอย่าลืมไปใช้สิทธิกันนะครับ

ที่มา – ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง 2569 จะเสียสิทธิอะไรบ้าง อาจจะสูญเสียสิทธิถึง 6 อย่าง

กกต. เผยยอด ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 3 แสน!

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต. สรุปยอด 3 วัน รวม 3 แสนกว่าคน

การเลือกตั้งครั้งสำคัญใกล้เข้ามาแล้ว! ทาง กกต. ได้สรุปยอดผู้ที่ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ในช่วง 3 วันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนแล้วกว่า 3 แสนคน นี่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความใส่ใจของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปจำนวนผู้ที่ได้ทำการ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในประเทศและนอกราชอาณาจักร ข้อมูล ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นความจำนงในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งสิ้น 109,366 คน

โดยแบ่งเป็นผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง จำนวน 229 คน ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 101,045 คน และผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จำนวน 8,092 คน

เมื่อรวมจำนวนผู้ที่ได้ทำการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้ที่ได้ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ไปแล้วทั้งสิ้น 314,821 คน ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและแสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก

ช่องทางการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า

สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง สามารถทำได้ 3 ช่องทางหลักๆ ดังนี้

  • ลงทะเบียนด้วยตนเอง: สามารถไปลงทะเบียนได้ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่น นายทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร หรือสถานเอกอัครราชทูต (สำหรับผู้ที่อยู่นอกราชอาณาจักร)
  • ลงทะเบียนทางไปรษณีย์: สามารถยื่นคำร้องขอลงทะเบียนทางไปรษณีย์ได้
  • ลงทะเบียนทางออนไลน์: เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ที่ กกต. กำหนด

การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ดังนั้นหากท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน อย่ารอช้า รีบดำเนินการโดยด่วน เพื่อรักษาสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งของท่าน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของท่าน จึงเป็นการแสดงพลังและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศชาติ อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านสูญเปล่า ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันนะครับ

ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูลของผู้สมัคร และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า หรือในวันเลือกตั้งจริง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มา – ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต. สรุปยอด 3 วัน รวม 3 แสนกว่าคน

Scroll to top