ผู้วิเศษ

แห่กราบ “พระอุเชนทร์” วัดสวนขัน หลังดราม่า!

ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อกราบ “พระอุเชนทร์” หลังเกิดกระแสดราม่ากรณีอาจารย์ชื่อดังอัญเชิญออกจากวัดไปประกอบพิธี และมีภาพกอดจูบที่ไม่เหมาะสมเผยแพร่ออกมา ทำให้หลายคนอยากเห็นกับตาว่า “พระอุเชนทร์” ยังอยู่ที่วัดหรือไม่ ด้านเจ้าอาวาสวัดสวนขันได้ออกมาชี้แจงว่าหลังจากนี้จะไม่อนุญาตให้ใครนำ “พระอุเชนทร์” ออกจากวัดอีกแล้ว

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดสวนขัน ตำบลสวนขัน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามากราบไหว้พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เกจิอาจารย์ชื่อดัง และพระอุเชนทร์กันอย่างต่อเนื่อง บริเวณกุฏิของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ บนชั้นสอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระอุเชนทร์ ปัจจุบันมีการเก็บรักษาไว้อย่างดี มีการครอบแก้ว และจัดห้องให้มีการติดเครื่องปรับอากาศ ดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีผู้ดูแลวัดคอยนำประชาชนขึ้นไปกราบไหว้พระอุเชนทร์

ชาวบ้านที่เดินทางมาวัดเปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวที่เกิดขึ้น ก็อยากจะมาดูให้เห็นกับตาว่าพระอุเชนทร์ยังอยู่ที่วัดสวนขันตามปกติหรือไม่ และต้องการมากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพร

แห่กราบ “พระอุเชนทร์” วัดสวนขัน

พระครูกิตติวิมล เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ได้กล่าวถึงประเด็นดราม่าที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์เชียงและการกอดจูบพระอุเชนทร์ ว่าภาพที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2566 โดยคณะของอาจารย์เชียง ซึ่งปกติจะเดินทางมาทำพิธีและกราบไหว้บูชาพระอุเชนทร์ที่วัดสวนขันอยู่เป็นประจำ ในครั้งนั้น คณะของอาจารย์เชียงได้แจ้งความประสงค์ขอนิมนต์พระอุเชนทร์ไปทำพิธีบวงสรวงพระพิฆเนศครั้งใหญ่ที่บ้าน ซึ่งเป็นพิธีพิฆเนศจตุรศรี อาตมาเองก็ไม่เคยเห็นจึงอยากไปร่วมงานด้วย จึงแจ้งอาจารย์เชียงว่าต้องขออนุญาตไปยังสำนักงานศิลปากรที่ 12 เนื่องจากพระอุเชนทร์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ ทางคณะได้ทำหนังสือขออนุญาตไปยังสำนักศิลปากรและได้รับการอนุมัติ โดยให้ทางวัดเป็นผู้ตัดสินใจ ทางวัดจึงอนุญาต แต่ออกเงื่อนไขว่าขอให้เป็นเพียงครั้งเดียว

อาตมาได้เดินทางไปพร้อมกับคณะ และอัญเชิญพระอุเชนทร์ไปประกอบพิธีที่บ้านของอาจารย์เชียง ในขณะที่กำลังทำพิธี อาตมาอยู่ห่างออกไป เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากรายล้อมพระอุเชนทร์อยู่ อาตมาเองไม่ได้สังเกตเห็นภาพการกอดจูบหรือโอบกอดตามที่ปรากฏในภาพ เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ก็ได้อัญเชิญพระอุเชนทร์กลับมายังวัดทันที

ที่ผ่านมา นอกจากคณะของอาจารย์เชียงแล้ว ยังเคยมีคณะของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ได้มาอัญเชิญพระอุเชนทร์ไปประกอบพิธีเช่นกัน แต่ในครั้งนั้น ทางวัดได้มอบพระอุเชนทร์องค์จำลองไปแทนองค์จริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นเรื่องของความศรัทธา แต่อาจจะไม่เหมาะสม ต่อไป ทางวัดจะไม่อนุญาตให้นำพระอุเชนทร์ออกจากวัดเพื่อไปทำพิธีอีกแล้ว เหตุการณ์ที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

ทำไมคนถึงแห่แหนไปกราบ “พระอุเชนทร์”

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อ “พระอุเชนทร์” เป็นสิ่งที่ฝังรากลึกในจิตใจของชาวนครศรีธรรมราชและผู้คนจากทั่วสารทิศ เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ของพระอุเชนทร์ที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จในชีวิต นอกจากนี้ กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนอยากเห็นและสัมผัสองค์พระอุเชนทร์ด้วยตาตนเอง เพื่อพิสูจน์ความจริงและยืนยันว่าพระอุเชนทร์ยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดสวนขัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธาและความเชื่อที่ยังคงแข็งแกร่งในสังคมไทย แม้จะมีข่าวสารและข้อมูลมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา การตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อยังคงเป็นสิทธิส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม การเคารพในความเชื่อและความศรัทธาของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเสมอ

ที่มา – คนแห่กราบ “พระอุเชนทร์” วัดสวนขัน อยากเห็นกับตาว่าอยู่ไหม หลังดราม่าอาจารย์เชียง

บิ๊กเต่าสั่งล่า! หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋น

“บิ๊กเต่า” สั่งกองปราบปรามเร่งรวบรวมรายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก! ข่าวนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม พร้อมกันนั้น ความคืบหน้าในคดีวัดพระบาทน้ำพุ “ถั่วแระ” ตลกชื่อดัง และนักดนตรีอีก 4 ท่าน เตรียมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันนี้

บิ๊กเต่าสั่งกองปราบ ล่ารายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก

เมื่อวันที่ 8 กันยายน เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามฯ ได้ร่วมประชุมเพื่อติดตามเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระสงฆ์ ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามายังศูนย์ฯ เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียนต่างๆ และตรวจสอบว่าเรื่องใดบ้างที่ บช.ก. รับดำเนินการ รวมถึงความคืบหน้าในแต่ละเรื่อง ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจและต้องเร่งดำเนินการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

ทำไมต้องล่ารายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก?

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องของพฤติกรรมของบรรดาหมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้สั่งการให้กองปราบปรามเร่งรวบรวมข้อมูลของหมอดูทั่วประเทศ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุม เนื่องจากส่วนตัวมองว่า พฤติกรรมของหมอดูหลายรายเข้าข่ายหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชน ซึ่งไม่สามารถปล่อยไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือ ปัจจุบันยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ จึงฝากถึงผู้ที่คิดว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ไม่ว่าจะจากการเสียค่าดูหมอ หรือการถูกหลอกให้บริจาคเงิน สามารถเข้ามาแจ้งความกับกองปราบปรามได้ทันที

“ยกตัวอย่างเช่น หมอดูบางรายที่ชอบทำนายเรื่องแผ่นดินไหว แต่สุดท้ายก็ทายผิดหมด ไม่ได้แม่นยำอย่างที่กล่าวอ้าง ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนมีสติ อย่าหลงเชื่อ หากมีใครมาขอให้ช่วยบริจาคเงิน หรือระดมทุนต่างๆ ขอให้ทุกคนอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังเสริมอีกว่า ในอดีตเคยจับกุมหมอดูที่มีพฤติกรรมคล้ายกันมาแล้วหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับว่าทำนายตามหลักโหราศาสตร์ แล้วใช้ความเชื่อส่วนตัว ประสบการณ์ หรือการหาข้อมูลของคนที่มาดูดวง เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า

ความคืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ

ในส่วนของความคืบหน้าในคดีของทิดอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ในวันนี้ จะมีนักร้อง 4 ท่าน รวมถึงคุณถั่วแระ เชิญยิ้ม ตลกชื่อดัง เข้าให้ปากคำในฐานะพยานกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ถูกพาดพิงถึง โดยเฉพาะประเด็นที่ทิดอลงกตอ้างว่า เคยถูกนักดนตรีกลุ่มนี้โกงเงินไปจำนวนมาก ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีการโกงเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินจริง ซึ่งอาจเป็นค่าจ้างการแสดงของวงออเคสตร้าขนาดใหญ่ ที่มีค่าจ้างประมาณ 4 แสนกว่าบาทต่องาน ดังนั้น นักดนตรีกลุ่มนี้จะต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

การที่บิ๊กเต่าสั่งกองปราบปรามล่ารายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการหลอกลวงประชาชน เราหวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาการหลอกลวง และทำให้ประชาชนตระหนักถึงภัยของการหลงเชื่อในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล

ที่มา – “บิ๊กเต่า” สั่งกองปราบ ล่ารายชื่อหมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก

คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” เปิดผู้หยั่งรู้รายต่อไป?

กลายเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ “อ.ตฤณห์” นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาฯ โพสต์เฟซบุ๊กถามว่าพร้อมกันหรือยังสำหรับการเปิดตัวผู้หยั่งรู้รายต่อไป ทำเอาชาวเน็ตแห่ใส่ใจกันยกใหญ่ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่อาจารย์ได้โพสต์ข้อความอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การควบคุมตัวสอบสวน “ทิดอลงกต” และ “หมอบี”

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เฟซบุ๊ก “Aj. Trynh Phoraksa” ของ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการโพสต์ข้อความที่ว่า “พร้อมยัง เปิดผู้หยั่งรู้ รายต่อไป” ทำให้ชาวเน็ตหลายคนจับตามองว่า “อ.ตฤณห์” กำลังจะเปิดประเด็นอะไรอีก

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย อาทิ “แอบคิดว่าใช่คนนั้นไหมคะอาจารย์”, “รอเล้ยยยยย”, “กดกระดิ่งรอแล้วค่ะ” และอีกหลากหลายความคิดเห็นที่แสดงความสนใจใคร่รู้ว่าบุคคลที่ “อ.ตฤณห์” กล่าวถึงนั้นเป็นใคร

ก่อนหน้านี้ อ.ตฤณห์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่องในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ “หากินกับความศรัทธา ตอนนี้กรรมกำลังเช็คบิล นรก is waiting”, “หากบริสุทธิ์ต้องกล้าชี้แจง อย่าหงายการ์ด ‘เข้าใจผิด'”, “สร้างตัวตนด้วยประวัติปลอม” ซึ่งข้อความเหล่านี้ถูกโยงไปถึงกรณีของหมอบีและเงินบริจาคที่เชื่อมโยงไปยังวัดพระบาทน้ำพุ รวมถึงอดีตหลวงพ่ออลงกต จนกระทั่งในที่สุดทั้งทิดอลงกตและหมอบีถูกจับกุมและถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำ

คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” เปิดผู้หยั่งรู้รายต่อไป

การออกมาเคลื่อนไหวของ “อ.ตฤณห์” ในครั้งนี้จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากสังคม ซึ่งหลายคนเชื่อว่าอาจารย์กำลังจะเปิดเผยข้อมูลหรือเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส หรือใช้ความศรัทธาของผู้อื่นแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน

ทำไมคนถึงแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์”

เหตุผลที่ทำให้คนให้ความสนใจกับการโพสต์ของ “อ.ตฤณห์” นั้น อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้อาจารย์เคยออกมาให้ข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทางสังคมที่สำคัญหลายครั้ง และข้อมูลเหล่านั้นก็มักจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงในภายหลัง ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในความสามารถและข้อมูลที่อาจารย์นำเสนอ

นอกจากนี้ สไตล์การโพสต์ของ “อ.ตฤณห์” ที่มักจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา และกระตุ้นให้เกิดความสงสัยใคร่รู้นั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาติดตามและแสดงความคิดเห็น

การที่สังคมไทยให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคมและการตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินงานต่างๆ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การออกมาเคลื่อนไหวของ “อ.ตฤณห์” ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนต้องการที่จะรับรู้ข้อเท็จจริงและต้องการเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม

การเปิดประเด็นเรื่อง “ผู้หยั่งรู้รายต่อไป” ของ “อ.ตฤณห์” จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคมในอนาคตอันใกล้นี้

จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและการวิเคราะห์ข่าวสารอย่างรอบคอบมากขึ้น การที่ “อ.ตฤณห์” ออกมาตั้งคำถามและกระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบร่วมกัน

มาร่วมกันจับตาดูว่า “อ.ตฤณห์” จะเปิดเผยข้อมูลอะไรต่อไป และประเด็นนั้นจะส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน จะช่วยให้สังคมของเราเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การที่ผู้คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” และการเปิดประเด็น “ผู้หยั่งรู้รายต่อไป” ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสสังคมชั่วคราว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของสังคมในการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสในทุกภาคส่วน

ที่มา – คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” โพสต์ถามพร้อมยัง เปิดผู้หยั่งรู้รายต่อไป

Scroll to top