ผู้เสียชีวิตไฟไหม้

ไฟไหม้โรงงานทำรองเท้าจีน คร่าแล้ว 28 ศพ ระดม จนท.เร่งดับเพลิง

เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างมากสำหรับเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานทำรองเท้าจีน คร่าแล้ว 28 ศพ ระดม จนท.เร่งดับเพลิง ซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองจิ้นเจียง มณฑลฝูเจี้ยน โดยเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ยังเป็นบทเรียนราคาแพงในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงานอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบัน

สถานการณ์วิกฤต: ไฟไหม้โรงงานทำรองเท้าจีน คร่าแล้ว 28 ศพ ระดม จนท.เร่งดับเพลิง

เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ณ โรงงานฮุ่ยเถิง (Huiteng Shoes) โดยมีกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความตกใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 183 นาย พร้อมด้วยรถดับเพลิงจำนวนมากถูกระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด ท่ามกลางความยากลำบากในการเข้าช่วยเหลือนักงานที่ติดอยู่ภายในอาคาร

รายละเอียดและสาเหตุเบื้องต้นของโศกนาฏกรรม

จากการรายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานทำรองเท้าจีน คร่าแล้ว 28 ศพ ระดม จนท.เร่งดับเพลิง พบว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นโซนจัดเก็บวัสดุไวไฟ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการดังนี้:

  • อพยพประชาชนมากกว่า 200 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง
  • ควบคุมตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของโรงงานเพื่อสอบสวน
  • ออกคำสั่งอายัดบัญชีธนาคารของบริษัทเพื่อใช้ในการตรวจสอบและจ่ายค่าชดเชย

เมืองจิ้นเจียงได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งรองเท้า” ของประเทศจีน เนื่องจากเป็นฐานการผลิตรองเท้ากีฬารายใหญ่ที่ส่งออกไปทั่วโลก การเกิดเหตุครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ออกมาแสดงความเสียใจและกำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอยอีก ทั้งนี้ ความปลอดภัยในที่ทำงานควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ผู้ประกอบการต้องตระหนัก ไม่ใช่เพียงแค่กำไรมหาศาลจากการสั่งซื้อเท่านั้น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการความปลอดภัยหลังจากนี้จะมีความเข้มงวดมากขึ้น พร้อมทั้งขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญในมณฑลฝูเจี้ยนครั้งนี้ครับ

ที่มา – ไฟไหม้โรงงานทำรองเท้าจีน คร่าแล้ว 28 ศพ ระดม จนท.เร่งดับเพลิง

ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตก เหยื่อไฟไหม้พุ่ง 159 ศพ

ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมดที่หุ้มอาคารซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง หลังเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 159 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีก 31 ราย

เมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 ทางการฮ่องกงได้ออกคำสั่งให้รื้อฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตก ที่ใช้ปิดนั่งร้านออกจากอาคารที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงทั้งหมดภายในวันเสาร์นี้ (6 ธันวาคม) ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้อาคารครั้งร้ายแรงที่สุดในเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ในรอบหลายทศวรรษ

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ คำสั่งให้ถอดฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกออก จะส่งผลกระทบต่ออาคารประมาณ 300 แห่งทั่วเกาะฮ่องกง ในขณะที่ทางการฮ่องกงระบุด้วยว่า จะมีการประกาศแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับการทดสอบวัสดุที่ใช้ในนั่งร้านในสัปดาห์หน้า

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน โดยไฟได้ลุกไหม้อาคารสูงของโครงการที่พักอาศัย “หว่องฟุกคอร์ต” (Wang Fuk Court) ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ ถึง 7 ตึกจาก 8 ตึก การสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า ตาข่ายป้องกันที่ใช้ห่อหุ้มล้อมรอบอาคาร ไม่ได้มาตรฐานการหน่วงไฟ

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานจนถึงช่วงเช้าวันศุกร์ หรือราว 40 ชั่วโมง จึงจะสามารถดับไฟได้ทั้งหมด ต้องใช้ทีมนักดับเพลิงจำนวนกว่า 2,000 คน ในวันเดียวกัน ตำรวจก็เริ่มเข้าไปเก็บหลักฐานภายในอาคาร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์

ขณะที่การค้นหาภายในอาคารทั้ง 7 ตึกเสร็จสิ้นแล้ว โดยเจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้แล้ว 159 ศพ แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 31 ราย ซึ่งหลังจากนี้พวกเขาจะค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในส่วนอื่น ๆ ของอาคารต่อไป เช่นที่ซากนั่งร้านไม้ไผ่ที่เหลืออยู่

“เรายังทำงานไม่เสร็จสิ้น” ผู้บัญชาการตำรวจ โจ โจว กล่าว “อย่างที่คุณเห็น… ไม้ไผ่จำนวนมากได้ร่วงลงมา เรายังคงต้องทำงานบางอย่าง… เพื่อดูว่ามีร่างผู้เสียชีวิตถูกไม้ไผ่ทับอยู่หรือไม่”

เจ้าหน้าที่โจเสริมด้วยว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิต 159 ศพที่พบจนถึงปัจจุบัน สามารถระบุตัวตนได้แล้ว 140 ราย โดยเป็นชาย 49 ราย และเพศหญิง 91 ราย มีอายุระหว่าง 1 ถึง 97 ปี

ตำรวจยังจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 15 ราย ในข้อหาต่างๆ รวมถึง ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และข้อหาทุจริตเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคาร โดยบางคนเป็นกรรมการของบริษัทก่อสร้างด้วย

ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตก

ทำไมฮ่องกงถึงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมด?

สาเหตุหลักที่ทำให้ทางการฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมด คือเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่อาคารหว่องฟุกคอร์ต ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ตาข่ายที่ใช้ห่อหุ้มอาคารไม่ได้มาตรฐานการหน่วงไฟ และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ทางการฮ่องกงยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในนั่งร้านอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยจะมีการประกาศแนวทางปฏิบัติใหม่ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการฮ่องกงในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เราหวังว่ามาตรการใหม่ที่ทางการฮ่องกงนำมาใช้จะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมด เหยื่อไฟไหม้พุ่ง 159 ศพ สูญหายอีก 31 ราย

สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

เหตุการณ์ สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ เกิดขึ้นในจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตไปอย่างน่าเศร้า สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่

สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

เมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2568 พ.ต.ท.ชัยกฤต เตารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทาวน์เฮ้าส์ 4 หลัง บนถนนซอยทางไผ่ 2 เขตเทศบาลนครระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง และทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครระยองเพื่อควบคุมเพลิง

ที่เกิดเหตุ พบว่าบ้านต้นเพลิงถูกไฟไหม้ลุกโหมอย่างรุนแรง ก่อนจะลามไปยังบ้านติดกันอีก 3 หลัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการฉีดน้ำสกัดเพลิง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อตรวจสอบภายในบ้านที่ถูกเผาวอดทั้งหลัง พบศพผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกรวม 7 ราย แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 4 ราย และเด็ก 3 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • นางลัดดา อายุ 57 ปี
  • นายสราวุธ อายุ 32 ปี
  • น.ส.ดารารัตน์ อายุ 29 ปี
  • น.ส.แนน (ยังไม่ทราบอายุ)
  • ด.ญ.เฟส (ยังไม่ทราบอายุ)
  • ด.ช.อิกคิว อายุ 2 ขวบ
  • ด.ญ.อัน อายุ 1 ขวบ
ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์

นอกจากนี้ ยังมีบ้านที่ได้รับความเสียหายอีก 3 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟอีก 3 ราย ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลระยองทันทีเพื่อรับการรักษา

พยานเล่าถึงเหตุการณ์สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ น.ส.ปทิตตา อายุ 17 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเพลิงไหม้ เล่าว่า ในช่วงเวลา 02.07 น. เธอได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากบ้านข้างๆ จึงรีบเปิดม่านหน้าต่างดู ก็พบว่ามีเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้ทั้งหลังอย่างรุนแรง ชาวบ้านใกล้เคียงต่างตื่นตระหนกและช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่

นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง กล่าวเบื้องต้นว่าสาเหตุน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากภายในบ้านมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชิ้น และช่วงเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนอนหลับอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน พวกเขาพยายามหนีลงมาชั้นล่าง แต่ไม่ทันการณ์ บางรายถูกพบเสียชีวิตบริเวณประตูบ้านชั้น 2 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เหตุการณ์ สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ นี้ ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในชุมชนทาวน์เฮ้าส์ที่บ้านติดกันใกล้ชิดกัน หากเกิดเพลิงไหม้เพียงครั้งเดียวก็อาจลุกลามได้ง่าย สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่าปีละมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนนับพันครั้ง สาเหตุหลักมาจากไฟฟ้าลัดวงจร การใช้เตาแก๊สที่ไม่ระวัง และการทิ้งก้นบุหรี่

เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งถังดับเพลิงและเครื่องตรวจจับควัน รวมถึงวางแผนทางหนีไฟให้ชัดเจน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ชุมชนควรมีระบบแจ้งเตือนภัยและฝึกซ้อมหนีไฟเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียชีวิต

นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น เขตเมืองที่บ้านเรือนหนาแน่น เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมใหญ่หลวง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สลดนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน หากทุกคนตระหนักและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เราสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้ได้อย่างมาก ลองเริ่มจากตรวจสอบบ้านของคุณวันนี้เพื่อปกป้องคนที่คุณรัก

ที่มา – สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

Scroll to top