ผู้โดยสารตกค้าง

“พิพัฒน์” เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง เชื่อการบินไทยไม่กระทบ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลาม ทำให้หลายประเทศปิดน่านฟ้า ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนบินผ่านเส้นทางดังกล่าวไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดtransitสำคัญ เราจึงได้ยินข่าว “พิพัฒน์ เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง เชื่อการบินไทยไม่กระทบ” จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

“พิพัฒน์” เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง เชื่อการบินไทยไม่กระทบ

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการดูแลผู้โดยสารที่ติดค้างในไทยจากเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก โดยย้ำว่าทุกสายการบินที่นักท่องเที่ยวซื้อตั๋วไว้ ต่างมีหน้าที่ดูแลผู้โดยสารอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ บริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) ยังช่วยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ที่พักชั่วคราว อาหาร และข้อมูลอัปเดต ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าไม่มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อรอเที่ยวบินใหม่ แทนที่จะรอที่สนามบิน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดี และหากมีประเด็นสำคัญเพิ่มเติม จะรอฟังแถลงจากนายกรัฐมนตรีต่อไป สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือวิกฤต

การบินไทยไม่ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเที่ยวบินตะวันออกกลางน้อย

สำหรับสายการบินไทยโดยเฉพาะ นายพิพัฒน์ มั่นใจว่าไม่กระทบมากนัก เพราะเที่ยวบินที่ไปยังตะวันออกกลางมีจำนวนจำกัด สายการบินส่วนใหญ่ต้องบินอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง แต่การบินไทยปรับตัวได้ดี โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเส้นทางหลักมากนัก นักท่องเที่ยวที่ตกค้างจึงยังเดินทางต่อได้โดยไม่ล่าช้ามาก

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและเรือสินค้า หากต้องอ้อมเส้นทาง ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงาน นายพิพัฒน์ แนะนำให้รอฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากนายกฯ เพราะสถานการณ์อาจยืดเยื้อหรือคลี่คลายตามพัฒนาการของสงคราม

มาตรการช่วยเหลือที่นักท่องเที่ยวควรทราบ

  • ติดต่อสายการบินทันที: เพื่อขอ compensation เช่น ที่พัก อาหาร หรือเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี
  • ใช้บริการ AOT: สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูมิภาค มีศูนย์ช่วยเหลือผู้โดยสาร
  • ตรวจสอบสถานะน่านฟ้า: ผ่านแอปหรือเว็บ FAA และ CAAT
  • ประกันการเดินทาง: ช่วยคุ้มครองกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก

สถานการณ์นี้แม้จะน่าเป็นห่วง แต่กลับกลายเป็นโอกาสทองสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวที่ตกค้างได้มีโอกาสสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ ในประเทศ เช่น วัดพระแก้ว ชายหาดภูเก็ต หรือตลาดนัดจตุจักร ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ในปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวดี การมีนักท่องเที่ยวอยู่เพิ่มแบบไม่คาดคิด จึงเป็นประโยชน์โดยตรง

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น วิกฤตโควิด-19 รัฐบาลไทยเคยพิสูจน์ความสามารถในการดูแลชาวต่างชาติได้ดีเยี่ยม ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นมิตรต่อนักเดินทางยิ่งขึ้น สายการบินชั้นนำอย่างเอมิเรตส์ กาตาร์ แอร์เวย์ ที่มักใช้ไทยเป็น hub ก็ยังคงให้บริการดี แม้ต้องปรับเส้นทาง

อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง และเตรียมแผนสำรองเสมอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้ย้ำเตือนว่าการท่องเที่ยวสมัยใหม่ต้องยืดหยุ่น รัฐบาลไทยทำหน้าที่ได้ดีในการประสานงาน ลองคิดดูสิ ถ้านักท่องเที่ยวทุกคนที่ตกค้างได้ลองชิมต้มยำกุ้งหรือนวดสปาไทย บางทีเขาอาจตกหลุมรักประเทศไทยจนกลับมาอีก!

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: หากคุณกำลังวางแผนทริป หรือมีคำถามเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวตกค้าง สามารถคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณได้เลย เราจะช่วยตอบและอัปเดตข่าวสารล่าสุด

ที่มา – “พิพัฒน์” เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างในประเทศ เชื่อการบินไทยไม่กระทบ

ยุโรปป่วน! **ผู้โดยสารตกค้าง** หลังกรีซปิดน่านฟ้า

เกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปทั่วทวีปยุโรปเมื่อระบบสื่อสารขัดข้องในประเทศกรีซ ส่งผลให้กรีซต้องประกาศปิดน่านฟ้าเป็นการชั่วคราว ทำให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องถูกยกเลิกหรือล่าช้า สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารจำนวนมากที่ต้องผู้โดยสารตกค้างตามสนามบินต่างๆ

วิกฤต**ผู้โดยสารตกค้าง**ทั่วยุโรปหลังกรีซปิดน่านฟ้า

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 เที่ยวบินหลายพันเที่ยวต้องเผชิญกับความล่าช้าหรือถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคที่ส่งผลกระทบต่อระบบการสื่อสารของกรีซ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้โดยสารตกค้างนับหมื่นคนตามสนามบินต่างๆ ทั่วยุโรป เกิดความโกลาหล และสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการรบกวนระบบวิทยุสื่อสารที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน ทำให้ต้องระงับเที่ยวบินเข้าและออกทั้งหมดเป็นการชั่วคราว

แม้ว่าในขณะนี้ จะมีการอนุญาตให้เที่ยวบินขาออกบางส่วนกลับมาให้บริการได้แล้ว แต่เที่ยวบินขาเข้ายังคงถูกสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางหรือบินกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยสนามบินนานาชาติเอเธนส์เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ในขณะที่สนามบินเทสซาโลนิกิต้องปิดทำการโดยสมบูรณ์

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากสนามบินเอเธนส์ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 90 เที่ยวบิน แม้ว่าบางส่วนจะเริ่มกลับมาให้บริการได้บ้างแล้วก็ตาม

พนักงานสนามบินรายหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถปล่อยเครื่องบินขึ้นได้ประมาณ 35 ลำต่อชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถรับเที่ยวบินขาเข้าได้เลย

ก่อนหน้านี้ เที่ยวบินที่ออกจากดับลิน บาร์เซโลนา และปารีส ได้รับคำสั่งให้บินกลับไปยังสนามบินต้นทาง ในขณะที่เที่ยวบินจากโคเปนเฮเกนและมอลตาถูกยกเลิกทั้งหมด

นอกจากนี้ เที่ยวบินขาเข้าที่มุ่งหน้าไปยังเอเธนส์ถูกสั่งให้รออยู่ที่สนามบินต้นทาง หรือเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่น ส่วนเที่ยวบินอื่นๆ ที่เข้าและออกจากสนามบินทั่วกรีซก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยสถานีโทรทัศน์ ERT รายงานว่าเที่ยวบิน 3 เที่ยวจากสนามบินเฮราคลิออนบนเกาะครีต ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินไปยังมิวนิก ต้องเผชิญกับความล่าช้า

รายงานยังระบุว่า เที่ยวบินขาเข้าส่วนใหญ่ถูกยกเลิก หรือไม่ก็ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังประเทศตุรกีแทน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การจราจรทางอากาศเข้าและออกกรุงเอเธนส์หนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางกลับจากการพักผ่อนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งปกติแล้วจะมีเที่ยวบินตามตารางกว่า 600 เที่ยวบินต่อวัน

คาดการณ์ว่าสาเหตุของความโกลาหลครั้งนี้เกี่ยวข้องกับระบบวิทยุที่เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศใช้สื่อสารกับเครื่องบินในน่านฟ้า

สาเหตุของปัญหาที่ทำให้**ผู้โดยสารตกค้าง**

นายปานาจิโอติส ซาร์รอส ประธานสมาคมเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของกรีซกล่าวว่า คลื่นความถี่ทั้งหมดหายไปอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับเครื่องบินที่อยู่บนท้องฟ้าได้เลย

ผลการสอบสวนเบื้องต้นโดยหน่วยงานความมั่นคงของกรีซบ่งชี้ว่า ปัญหาน่าจะเกิดจากความล้มเหลวของเสาสัญญาณในเทือกเขาเกราเนีย ใกล้กับกรุงเอเธนส์

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางทางอากาศทั่วยุโรป สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรีซในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ควรตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของท่านกับสายการบินอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น

ความผิดพลาดทางเทคนิคเพียงเล็กน้อย สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และการมีแผนสำรองที่รัดกุมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ที่มา – ผู้โดยสารตกค้างทั่วยุโรป หลังระบบสื่อสารขัดข้องบีบกรีซปิดน่านฟ้า

วุ่น! **นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดีย** ยกเลิก 1,200 เที่ยว

ผู้โดยสารระส่ำระสาย! เกิดเหตุการณ์นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดีย Indigo ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์รายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้ทำการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,200 เที่ยวทั่วประเทศ ส่งผลให้ผู้โดยสารนับพันคนต้องติดค้างอยู่ตามสนามบินต่างๆ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา สนามบินทั่วอินเดียตกอยู่ในภาวะปั่นป่วนอย่างหนัก สืบเนื่องจากการประกาศยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมหาศาลของ IndiGo ผู้โดยสารหลายพันคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหน่วยงานกำกับดูแลการบินของอินเดีย (DGCA) ได้เร่งดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดียนี้โดยทันที

ความวุ่นวายเริ่มขึ้นตั้งแต่วันจันทร์และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้โดยสารจำนวนมากได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X บรรยายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความโกลาหลอย่างแท้จริง บางรายต้องรอเครื่องบินนานถึง 8 ชั่วโมง โดยอ้างว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือหรือให้ข้อมูลใดๆ เลย

ตามข้อมูลจาก IndiGo พบว่ามีเที่ยวบินถูกยกเลิกไปแล้วถึง 1,232 เที่ยวบินภายในวันพุธ ส่วนจำนวนเที่ยวบินที่ล่าช้านั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด IndiGo ชี้แจงว่าสาเหตุของการหยุดชะงักของเที่ยวบินนั้นเกิดจากปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับกฎระเบียบในการจัดตารางเวลาพนักงานใหม่ ซึ่งเพิ่งเริ่มนำมาใช้เมื่อเดือนที่ผ่านมา กฎใหม่นี้กำหนดให้สายการบินต้องเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับนักบินและลูกเรือ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการบิน แต่กลับส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการของสายการบินอย่างมีนัยสำคัญ IndiGo ยอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงซ้อนที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ และกำลังเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการจัดหาเที่ยวบินทดแทน คืนเงินให้แก่ลูกค้า และพยายามฟื้นฟูตารางการบินให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สำนักงานการบินพลเรือนอินเดีย (DGCA) ได้เปิดการสอบสวนเหตุการณ์นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดียนี้ในทันที พร้อมทั้งสั่งให้ IndiGo ส่งแผนการบริหารจัดการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์

ความปั่นป่วนในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแรงสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์ของ IndiGo ในฐานะสายการบินที่ตรงต่อเวลา ซึ่งปกติแล้วได้รับความไว้วางใจจากผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งสัปดาห์ เครื่องบินของ IndiGo กว่า 200 ลำได้รับผลกระทบ หลังจากที่ Airbus ได้ส่งคำเตือนไปยังสายการบินทั่วโลกกว่า 6,000 ลำให้อัปเดตระบบโดยด่วน

อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดการบินที่มีการขยายตัวรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปริมาณผู้โดยสารทำสถิติสูงสุดถึง 500,000 คนต่อวันในเดือนที่ผ่านมา ทำให้การเกิดความล่าช้าหรือการยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมากส่งผลกระทบในวงกว้างมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเกิดขึ้น เหตุการณ์นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดียของ IndiGo ในครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสายการบินแห่งนี้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในประเทศ

นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดีย Indigo ยกเลิกเที่ยวบิน

สาเหตุหลักของเหตุการณ์นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดีย

  • ปัญหาทางเทคนิคของเครื่องบิน
  • สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการบิน
  • กฎระเบียบใหม่ในการจัดตารางเวลาพนักงาน

การที่ IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากขนาดนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมาก และทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางอย่างมาก ผู้โดยสารหลายรายต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และอาจพลาดโอกาสสำคัญต่างๆ ไป

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า การตรวจสอบสถานะเที่ยวบินอย่างสม่ำเสมอ และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่สายการบินจะต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพในการบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจให้กับผู้โดยสาร

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ นักเดินทางโกลาหล สายการบินอินเดีย สิ่งสำคัญคือการติดต่อสายการบินเพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน การขอเงินคืน หรือการเรียกร้องค่าชดเชยต่างๆ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองตามกฎหมายและการทำประกันภัยการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ

ที่มา – นักเดินทางโกลาหล สายการบินใหญ่ที่สุดของอินเดียยกเลิกเที่ยวบิน 1,200 เที่ยว

Scroll to top