ผ่าตัด

พระหนุ่มน้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมโรคแทรกซ้อน อยากรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต

พระหนุ่มน้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมโรคแทรกซ้อน อยากรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความเห็นอกเห็นใจให้กับพุทธศาสนิกชนไม่น้อย เมื่อมีข่าวของพระภิกษุรูปหนึ่งที่วัดตาลปากลัด จ.ราชบุรี ที่กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพอย่างหนักจากภาวะน้ำหนักตัวเกิน โดย พระหนุ่มน้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมโรคแทรกซ้อน อยากรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต ซึ่งท่านได้บวชเรียนมานานกว่า 14 ปี แต่ด้วยปัญหาสุขภาพที่สะสมมานาน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันและการปฏิบัติกิจของสงฆ์ต้องพบกับความยากลำบากอย่างยิ่ง

เปิดใจสาเหตุที่พระหนุ่มน้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมโรคแทรกซ้อน อยากรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต

จากการสอบถาม พระนันทวัฒน์ อิทธิเตโช เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มมีปัญหาน้ำหนักตัวมาตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี และน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยปีละ 5-10 กิโลกรัม จนกระทั่งปัจจุบันพุ่งสูงถึง 260 กิโลกรัม ส่งผลให้ท่านมีอาการความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง แถมยังสูญเสียการมองเห็นที่ดวงตาข้างซ้ายเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอ้วน สิ่งที่ท่านกังวลที่สุดคือการกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจะเป็นการสร้างภาระให้กับพระรูปอื่นที่คอยดูแล ท่านจึงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร

สำหรับแนวทางการดูแลรักษาในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและรพ.สต.คุ้งพยอม ได้เข้ามาติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการฉันภัตตาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด พระหนุ่มน้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมโรคแทรกซ้อน อยากรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้:

  • ลดอาหารรสหวานและเครื่องดื่มน้ำอัดลม: สิ่งสำคัญที่พระต้องงดขาดเพื่อลดการกระตุ้นระดับน้ำตาลในเลือด
  • ปรับเปลี่ยนเป็นข้าวไม่ขัดสี: เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ แทนข้าวขาวเพื่อให้อยู่ท้องและได้ประโยชน์
  • ควบคุมปริมาณผลไม้: หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงตามคำแนะนำของแพทย์
  • การออกกำลังกายเบาๆ: ตามความสามารถทางร่างกายภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

การขอความร่วมมือจากญาติโยมนั้นสำคัญมาก ในการนำอาหารมาถวายพระ ควรเน้นอาหารที่มีประโยชน์ ย่อยง่าย และสารอาหารครบถ้วน เพื่อช่วยให้พระสงฆ์มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยลดน้ำหนัก แต่เป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาวไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิม ทั้งนี้ ทางทีมแพทย์มองว่าท่านมีโอกาสฟื้นฟูสุขภาพได้ดี เพราะตัวท่านเองมีความตั้งใจสูงและได้รับกำลังใจล้นหลามจากคนรอบข้าง ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมประสานส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลบ้านโป่งเพื่อประเมินความพร้อมในการผ่าตัดต่อไป

ในมุมมองของปัญหาสุขภาพในสังคมสงฆ์ เรื่องการฉันภัตตาหารถือเป็นปัจจัยหลักที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ เราทุกคนในฐานะญาติโยมควรช่วยกันสนับสนุนการถวายอาหารสุขภาพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำนุบำรุงศาสนาและสุขภาพของพระสงฆ์ให้ยั่งยืนครับ

ที่มา – พระหนุ่มน้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมโรคแทรกซ้อน อยากรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต

แม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาด ฝันเป็นลาง

เรื่องราวสุดสะเทือนใจของแม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาดกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย แม่ของพลทหารหนุ่มรายนี้ต้องมาอยู่เฝ้าลูกชายหน้าห้องผ่าตัด หลังจากที่ลูกชายประจำการอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชาไปเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขวาขาด ความรักของแม่ที่ไม่เคยละทิ้งลูก ทำให้หลายคนซึ้งใจและเห็นถึงความเสียสละของครอบครัวทหาร

แม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ฐานปฏิบัติการเอราวัณ ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ไปเหยียบทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือจากอดีต ส่งผลให้ขาขวาขาดและบาดเจ็บสาหัสทันที แพทย์โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ได้นำตัวเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ล่าสุดการผ่าตัดประสบความสำเร็จแล้ว และย้ายไปพักฟื้นในห้อง ICU โดยอาการโดยรวมดีขึ้น พ้นขีดอันตรายแล้ว

นางอำคา ตรีคำ วัย 56 ปี แม่ของพลทหารเดชศักดิ์ ได้รีบเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษมาพร้อมญาติๆ เพื่อเฝ้าลูกชายด้วยความเป็นห่วงสุดขีด แม่เล่าว่าลูกชายกำลังจะครบ 1 ปีในการเป็นทหารในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนหน้านี้ประจำการอยู่ที่ปราสาทตาเมือนธม และเพิ่งย้ายมาที่ฐานเอราวัณได้ไม่นาน เมื่อวานยังโทรคุยกันเรื่องสั่งของใช้ธรรมดา ก่อนจะได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายตอน 7 โมงเช้า

ฝันเป็นลางก่อนแม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาด

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ คืนก่อนเกิดเหตุ แม่ฝันเห็นลูกชายตกน้ำ จะจมน้ำแต่ก็ไม่จม เหมือนมีอะไรมาบอกใบ้ แม่บอกว่า “พอตื่นมาแล้วได้รับโทรศัพท์ ก็ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก” ที่ผ่านมา ลูกชายไม่เคยเล่าเรื่องอันตรายจากทุ่นระเบิดให้ฟัง มีแต่เพื่อนทหารที่เคยโดนและเสียชีวิตที่ปราสาทตาเมือนธม ล่าสุดลูกเพิ่งลาพักกลับบ้านวันที่ 16 ก.พ. อยู่ด้วยกันแค่ 3-4 วันก็ต้องกลับไปประจำการ

ความผูกพันของแม่ลูกทหารชายแดน

แม้จะอยู่ห่างกัน แต่พลทหารเดชศักดิ์โทรหาแม่ทุกวัน แม่อยู่คนเดียว ลูกยังส่งเงินมาให้ตลอด แม้แม่จะบอกให้เก็บไว้ใช้เองก็ไม่ยอม แม่รู้สึกภูมิใจมากที่ลูกเลือกเส้นทางทหาร เพื่อปกป้องชาติและชายแดน ตอนนี้แม่ขอแค่อยากให้ลูกหายไวๆ จะได้กลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่

  • ลูกชายโทรหาแม่ทุกวัน แม้ปฏิบัติหน้าที่หนัก
  • ส่งเงินช่วยเหลือแม่ แม้เงินเดือนทหารไม่มาก
  • เคยลาพักบ้านสั้นๆ ก่อนกลับไปชายแดน
  • ไม่เคยเล่าความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด เพื่อไม่ให้แม่กังวล

พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเอราวัณและปราสาทตาเมือนธม ยังคงมีทุ่นระเบิดและระเบิดที่ไม่ระเบิดหลงเหลือจากสงครามเก่า ทำให้ทหารที่ประจำการต้องระวังตัวตลอดเวลา เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงในการปกป้องแผ่นดิน

เรื่องราวของแม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาดนี้ ทำให้เราเห็นถึงความกล้าหาญของพลทหารไทยและความเข้มแข็งของครอบครัว สุดท้ายแล้ว การผ่าตัดสำเร็จและอาการดีขึ้น เป็นข่าวดีที่ทุกคนเฝ้ารอ หวังว่าพลทหารเดชศักดิ์จะหายขาดและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็ววัน ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งแม่ลูกและทหารทุกนายที่เสียสละเพื่อชาติ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวทหารชายแดนเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ

ที่มา – แม่ “พลทหารเดชศักดิ์” เหยียบระเบิดขาขาด เฝ้าลูกหน้าห้องผ่าตัด เผยฝันเป็นลาง

แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี อาการล่าสุด

แฟนคลับทั่วโลกต่างแสดงความเป็นห่วงเมื่อเห็นภาพล่าสุดของนักแสดงบู๊ชื่อดัง เจ็ต ลี ที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ล่าสุดมีข่าวดีว่าอาการของเขาปลอดภัยแล้ว สร้างความโล่งใจให้กับทุกคนที่ติดตาม

นักแสดงบู๊ระดับตำนานอย่าง “เจ็ต ลี” หรือ หลี่เหลียนเจี๋ย วัย 62 ปี ได้สร้างความกังวลใจให้กับแฟน ๆ ทั่วโลก หลังจากที่เขาได้เผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอผ่านแพลตฟอร์ม Douyin เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเป็นภาพขณะที่เขานอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วย และคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าเขากำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด พร้อมกับข้อความที่ระบุว่า “ผมเพิ่งเจอกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด” ทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้

ในคลิปวิดีโอดังกล่าว เจ็ต ลี ยังได้พูดติดตลกด้วยว่า เขาสวมหมวกสีแดงสุดแฟชั่นในระหว่างที่ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัด ก่อนที่คลิปวิดีโอถัดมาจะเผยให้เห็นภาพของเขานั่งประชุมงานกับทีมงานอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล พร้อมกับบอกว่าเขารู้สึกมีพลังมากขึ้นหลังจากที่ผ่านขั้นตอนการรักษาไปแล้ว

เพื่อเป็นการคลายความกังวลใจให้กับแฟน ๆ เจ็ต ลี ได้โพสต์ข้อความผ่านทาง Weibo โดยระบุว่า “ไม่มีอะไรน่ากังวลมากนักครับ แค่มีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์นิดหน่อย เลยต้องส่งกลับไปซ่อม ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ แค่พักผ่อนเล็กน้อยเท่านั้นเอง” ข้อความนี้ช่วยทำให้แฟน ๆ หลายคนเบาใจลงไปได้มากล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ็ต ลี ได้ออกมาอัปเดตอาการอีกครั้งผ่านทาง Weibo พร้อมกับโพสต์ภาพขณะที่เขากำลังรับประทานบะหมี่ โดยเขียนข้อความว่า “ขอบคุณทุกคนสำหรับความเป็นห่วงและคำอวยพรที่ส่งมาให้ ทำให้ทุกคนต้องกังวล ผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว และกำลังอร่อยกับบะหมี่หอม ๆ ขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง สันติ และมีความสุขนะครับ”

แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี อาการล่าสุด

จากรายงานเพิ่มเติมของสื่อไต้หวัน The China Times ระบุว่า การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของ เจ็ต ลี ในครั้งนี้ เป็นการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงออก ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยยืนยันได้ว่าอาการของเขาไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายคนกังวลในตอนแรก และทำให้แฟนๆ ทั่วโลกสบายใจมากยิ่งขึ้น

อาการป่วยของ เจ็ต ลี ในอดีต

ก่อนหน้านี้ เจ็ต ลี เคยออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของตนเอง ซึ่งรวมถึงภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) และปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ทำให้เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลสุขภาพและกลับมาแข็งแรงให้ได้

เรื่องราวของแฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี อาการล่าสุด แสดงให้เห็นถึงความรักและกำลังใจที่แฟน ๆ มีต่อเขาอย่างล้นหลาม และข่าวดีที่ว่าอาการของเขาปลอดภัยแล้ว ทำให้ทุกคนมีความสุขและพร้อมที่จะสนับสนุนเขาต่อไปในอนาคต

เจ็ต ลี เป็นนักแสดงที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ไม่เพียงแต่ในด้านการแสดง แต่ยังรวมถึงการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพ หวังว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้นนะครับ

แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี อาการล่าสุดนี้ ทำให้เห็นว่ากำลังใจจากคนรอบข้างมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

ที่มา – แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี โพสต์ภาพขณะรักษาตัวในรพ. ล่าสุดอัปเดตอาการปลอดภัยแล้ว

Scroll to top