ฝนตกวันนี้

เตือน! อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย 29 ต.ค. – 2 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 เรื่อง อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายนนี้ หลายพื้นที่จะมีฝนเพิ่มขึ้น ดังนั้น เกษตรกรควรเตรียมตัวป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

ประกาศเตือน: อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนจะมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบนตามลำดับ

สาเหตุของอากาศแปรปรวน

สาเหตุหลักของ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง ซึ่งจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ดังนั้น ประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอากาศแปรปรวน

  • ผลกระทบต่อเกษตรกร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • ผลกระทบต่อการเดินทาง: เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก
  • อันตรายจากน้ำท่วมขัง: ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ในบางพื้นที่

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย ที่อาจเกิดขึ้น

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในบริเวณที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ร่ม เสื้อกันฝน
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมพร้อมรับมือกับ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและปลอดภัยจากผลกระทบของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “อากาศแปรปรวน” บริเวณประเทศไทย มีผลกระทบ 29 ต.ค. – 2 พ.ย.

อุตุฯ ประกาศ: พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย 8 ก.ย. นี้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 ยืนยันว่าพายุ “ตาปะฮ์” จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จะขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 กันยายน) อย่างไรก็ตาม พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นได้

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (7 ก.ย. 68) พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 380 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย. 68) อย่างที่กล่าวไป พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยมากนัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ดังนั้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จริงหรือ?

หลายคนอาจกังวลว่าข่าวเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย นั้นเชื่อถือได้แค่ไหน? กรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

สิ่งที่ควรระวังแม้พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย

ถึงแม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้:

  • คลื่นลมแรง: มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น อาจทำให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นสูง
  • ฝนตกหนัก: มรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้

ดังนั้น แม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีนพรุ่งนี้ 8 ก.ย.

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” มรสุมแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่ไม่ต้องกังวล! แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักได้

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยพายุลูกนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบดังนี้:

  • ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
  • คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่มรสุมแรงขึ้น

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่มีฝนตกชุกก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมรักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชัน” ไม่เข้าไทย แต่จะทำให้มรสุมที่ปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

อุตุฯ เตือน! พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนัก 24-27 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 3 เรื่อง พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. ประชาชนควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อุตุฯ เตือน! พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค.

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนภัยเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. โดยเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

สถานการณ์ปัจจุบัน (23 ส.ค. 68 เวลา 04.00 น.) พายุดีเปรสชันได้ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 ส.ค. 68 ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ฝนในประเทศไทยรุนแรงยิ่งขึ้น

พื้นที่ไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง พายุดีเปรสชันและฝนตกหนัก?

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในพื้นที่เหล่านี้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คำแนะนำสำหรับประชาชน:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. นี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่าประมาทและดูแลตัวเองให้ปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนพายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค.

อุตุฯ เตือน! ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน 15 วันล่วงหน้า เตือนช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม เผย ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าไทย แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. : นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925 hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 12-26 ส.ค. 68 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ

ช่วงวันที่ 12-19 ส.ค. 68 เป็นช่วงที่ทั่วไทยยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน บริเวณใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ส่วนภาคอื่นๆ จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่เริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยฝนจะเริ่มตกกระจายถึงเกือบทั่วไปและตกหนักบางแห่ง ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาคใต้ จะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองกระจายและตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม คลื่นลมแรงขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่องและฝนตกสะสม โดยฝน/ฝนฟ้าคะนอง มักเกิดขึ้นในช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความระวัง ฝนตกถนนลื่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งควรเตรียมเต็นท์ ร่ม และเสื้อกันฝน เกษตรกรควรหาแหล่งกักเก็บและสำรองน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต

ในช่วงวันที่ 20 – 26 ส.ค. 68 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ปริมาณและพื้นที่อาจจะลดลงกว่าช่วงที่ผ่านมา ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกต่อเนื่องและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่จะก่อตัวในทะเลจีนใต้ (ทางด้านตะวันออกชายฝั่งเวียดนาม) และอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ในช่วงวันที่ 14-17 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นสภาวะปกติในช่วงฤดูฝน ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

สำหรับพายุโซนร้อนกำลังแรง “โพดุล (PODUL)” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนทางด้านตะวันออก

ในช่วง 12 – 14 ส.ค. 68 ขอเตือนผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง พายุนี้ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย ดังนั้น อย่าได้ตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลกับข่าวลือที่ส่งต่อผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ฝนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ยังคงมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมที่พัดตามฤดูกาล

โดยปกติแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกสำหรับประเทศไทย (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ดังนั้น ควรใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ)

ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ต้องเฝ้าระวัง!

สถานการณ์ ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังในช่วง ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง
  • อุบัติเหตุบนท้องถนนเนื่องจากฝนตกหนักและถนนลื่น
  • ความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร
  • โรคที่มากับน้ำ

ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – อุตุฯ พยากรณ์ฝนสะสมล่วงหน้า ช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง

Scroll to top