ฝนตกหนัก

อุตุฯ ฉบับ 2 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก อันดามันคลื่นลมแรง

ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางไปเที่ยวทะเลหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง อุตุฯ ฉบับ 2 เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อันดามันคลื่นลมแรง 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยครับ

สถานการณ์ อุตุฯ ฉบับ 2 เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อันดามันคลื่นลมแรง 28 มิ.ย. – 3 ก.ค.

จากประกาศของกรมอุตุฯ ระบุว่าในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 ประเทศไทยเราจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยสาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลโดยตรงให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ครับ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก อุตุฯ ฉบับ 2 เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อันดามันคลื่นลมแรง 28 มิ.ย. – 3 ก.ค.

สิ่งที่เราต้องกังวลและเตรียมรับมือกันให้ดีคือโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะท่านที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ทางน้ำผ่าน ต้องคอยสังเกตระดับน้ำและวางแผนการเดินทางให้ดีครับ นอกจากนี้ในด้านการเดินเรือทางทะเลก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเช่นกัน

  • ทะเลอันดามันตอนบน: ช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 คลื่นลมจะมีกำลังค่อนข้างแรง สูงประมาณ 2-3 เมตร และถ้าเจอฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจจะสูงเกิน 3 เมตรเลยทีเดียว
  • ข้อแนะนำสำหรับชาวเรือ: เรือเล็กในฝั่งอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ
  • การวางแผนท่องเที่ยว: สำหรับใครที่จองที่พักหรือทริปทะเลไว้ในช่วงเวลานี้ แนะนำว่าให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด หรือตรวจสอบกับผู้ให้บริการทัวร์ก่อนออกเดินทางนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางทุกครั้งครับ ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดายาก การเตรียมตัวไว้ก่อนย่อมปลอดภัยกว่าเสมอ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วนกรมอุตุฯ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเช็กข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยในช่วงฤดูฝนนี้ครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 2 เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อันดามันคลื่นลมแรง 28 มิ.ย. – 3 ก.ค.

เตือน 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญ เกี่ยวกับสภาพอากาศที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พวกเราควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เตือน 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนภัยถึงสภาวะอากาศที่มีผลกระทบในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยสาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องเผชิญกับฝนที่ตกชุกและต่อเนื่อง

พื้นที่เสี่ยงภัยและข้อควรระวัง

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุฯ ในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน นั้น พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ:

  • ภาคตะวันออก: ฝนตกหนักกระจายตัวครอบคลุมหลายจังหวัด
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: เป็นจุดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมรสุม
  • พื้นที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน: มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร และหากบริเวณใดที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงได้มากกว่า 3 เมตรเลยทีเดียว ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยนะคะ

หากถามว่าเราจะเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน นี้ได้อย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักอย่างสม่ำเสมอ เช่น เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งของจำเป็นควรจัดเก็บไว้ในที่สูง และตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

หวังว่าเพื่อนๆ จะวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ อย่างรอบคอบนะคะ ดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้เจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และขอให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ชุ่มฉ่ำหลังเลิกงาน ฝนตกทั่ว กทม. คาดปกคลุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

เย็นวันนี้คงถือเป็นช่วงเวลาที่หลายคนต้องลุ้นกันหนักเลยครับ เพราะชุ่มฉ่ำหลังเลิกงาน ฝนตกทั่ว กทม. คาดปกคลุมนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งเตือนให้ชาวเมืองระวังในเรื่องการเดินทางและการจราจรที่อาจติดขัดเป็นพิเศษในช่วงเย็นวันทำงานแบบนี้ ใครที่กำลังจะขับรถกลับบ้านต้องใจเย็นๆ กันหน่อยนะครับ

ชุ่มฉ่ำหลังเลิกงาน ฝนตกทั่ว กทม. คาดปกคลุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

จากการรายงานล่าสุด พบกลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางและมีฝนหนักเป็นบางแห่ง กระจายตัวครอบคลุมกรุงเทพมหานครเกือบทุกเขต รวมถึงจังหวัดปริมณฑลอย่างนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และชลบุรี โดยกลุ่มฝนมีการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงที่จะเจอฝนตกหนาแน่นในช่วงค่ำนี้

เตรียมตัวรับมือเมื่อฝนตกทั่ว กทม.

การที่เกิดเหตุการณ์ชุ่มฉ่ำหลังเลิกงาน ฝนตกทั่ว กทม. คาดปกคลุมนานกว่า 1 ชั่วโมงเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเผชิญกับสภาพอากาศครับ สำหรับคนที่ต้องใช้รถใช้ถนน ขอแนะนำข้อปฏิบัติดังนี้ครับ:

  • ตรวจสอบระบบไฟเลี้ยว ไฟหน้า และที่ปัดน้ำฝนให้พร้อมทำงานเสมอ
  • ลดความเร็วรถลง และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าช่วงปกติ
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังรอการระบาย หากเลี่ยงได้ควรเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
  • เตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนไว้ใกล้ตัว เผื่อต้องแวะลงรถหรือเดินเท้าในช่วงที่ฝนยังลงเม็ด

สถานการณ์น้ำฝนในตอนนี้ถือว่าค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะในเขตใจกลางเมืองและเขตรอยต่อปริมณฑล หากคุณยังอยู่ที่ทำงานหรืออยู่ในอาคาร แนะนำให้นั่งรอให้ฝนซาลงสักนิดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางกลับบ้านครับ เพราะนอกจากจะหลีกเลี่ยงปัญหารถติดแล้ว ยังช่วยให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยไร้กังวลด้วยครับ สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ อากาศเปลี่ยนไปมาแบบนี้อาจทำให้เป็นหวัดได้ง่ายๆ ขอให้ทุกคนเดินทางกลับถึงบ้านด้วยความสวัสดิภาพครับ

ที่มา – ชุ่มฉ่ำหลังเลิกงาน ฝนตกทั่ว กทม. คาดปกคลุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้เริ่มน่ากังวล เมื่อล่าสุดเหตุการณ์ กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต กลายเป็นประเด็นที่คนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

สถานการณ์วิกฤต: กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนบริเวณซอยสุขสวัสดิ์และชุมชนคลองกลางอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ตั้งอยู่ติดกับลำคลอง ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงเกินกว่า 1 เมตรภายในเวลาอันสั้น ส่งผลให้การสัญจรถูกตัดขาดและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนได้รับผลกระทบโดยตรง

มาตรการช่วยเหลือและแผนรับมือเหตุการณ์กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

ทางด้านนายนวกร สังข์แก้ว นายกเทศมนตรีตำบลอ่าวลึกใต้ ได้รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่ อปพร. และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยมีการดำเนินการตามมาตรการฉุกเฉินดังนี้:

  • จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราว ณ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ เพื่อรองรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
  • ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน
  • เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีการแจ้งเตือนว่าฝนจะยังคงตกหนักต่อเนื่องอีก 2-3 วัน

ความช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งด่วนเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและมีแนวโน้มปรับระดับสูงขึ้น ทำให้นายกเทศมนตรีต้องตัดสินใจพาผู้อยู่อาศัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยหนีน้ำขึ้นสู่ที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำควรหมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมกระเป๋าสัมภาระที่จำเป็นไว้เสมอ

ในมุมมองของผม สถานการณ์ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าและการมีแผนอพยพที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะช่วยเหลือกันได้ในยามเกิดวิกฤต ขอให้พี่น้องชาวกระบี่ที่ประสบภัยปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้โดยเร็วครับ

ที่มา – กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

ฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

ฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

ในช่วงเวลาที่สภาพอากาศแปรปรวนแบบนี้ หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดมีรายงานว่าเกิดฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเร่งเตรียมตัวรับมือกับมวลน้ำมหาศาลที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

สถานการณ์ล่าสุดเมื่อฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศด่วนแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อำเภออ่าวลึกและอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากระดับน้ำในคลองกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ลุ่มต่ำในไม่ช้า

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้:

  • ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าอำเภออ่าวลึกมีน้ำท่วมขัง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
  • ถนนสายบ้านหินดาน หมู่ 5 และเส้นทางเข้าวัดเขาล้อม หมู่ 3 ต.เขาใหญ่ ถูกน้ำท่วมสูง
  • พื้นที่หมู่ 2, 4 และ 7 ใน ต.อ่าวลึกใต้ เริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร

ทางด้านเจ้าหน้าที่ ปภ. จ.กระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและอำนวยความสะดวกในการจราจร พร้อมย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอปลายพระยา โดยเฉพาะตำบลคีรีวงและตำบลปลายพระยา ปริมาณน้ำจากคลองพญาก็เริ่มเอ่อล้นเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ของพี่น้องชาวกระบี่ในขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในวินาทีนี้

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่ารอช้าที่จะย้ายของมีค่าและสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย และหากเดินทางสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ที่มา – ฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่าไรเดอร์ขณะขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพาน

อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่าไรเดอร์ขณะขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพาน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากครับ สำหรับกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับพนักงานส่งอาหารหรือ อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่า ไรเดอร์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลายคนต่างตั้งคำถามและเกิดความสงสัยว่า อะไรกันแน่ที่เป็นตัวล่อให้เกิดฟ้าผ่าในครั้งนี้ วันนี้เราจะมาสรุปคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์จากอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ เพื่อไขข้อข้องใจเรื่องนี้กันครับ

ความจริงเบื้องหลัง อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่า ไรเดอร์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา

อาจารย์เจษฎ์ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้มีวัตถุใดเป็นตัวล่อฟ้า อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ โทรศัพท์มือถือ หมวกกันน็อค หรือกล่องเก็บของท้ายรถ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ฟ้าผ่าลงมาครับ แต่เป็นเรื่องของ ‘ความโชคร้าย’ ที่ผู้ขับขี่อยู่ผิดที่ผิดเวลาในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง

  • จุดเสี่ยงสูง: การขับขี่บนที่โล่งแจ้งหรือจุดที่สูงเด่นอย่างสะพานต่างระดับ คือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะประจุไฟฟ้าในอากาศจะหาจุดที่ต่ำที่สุดเพื่อลงสู่พื้นดิน โดยมักจะผ่านวัตถุที่อยู่สูงที่สุดในบริเวณนั้น
  • รอยไหม้จากสร้อยคอ: หลายคนเห็นรอยบนตัวผู้บาดเจ็บแล้วคิดว่าสร้อยคอล่อฟ้า ความจริงคือกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าทำให้โลหะเกิดความร้อนสะสมและการเหนี่ยวนำ จนผิวหนังบริเวณนั้นไหม้ ไม่ใช่ว่าสร้อยเป็นตัวดึงดูดฟ้าผ่าครับ
  • ความต่างของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์: รถยนต์มีโครงสร้างโลหะที่ทำหน้าที่เป็น ‘กรงฟาราเดย์’ ช่วยป้องกันผู้ขับขี่ แต่สำหรับรถจักรยานยนต์นั้นไม่มีโครงสร้างป้องกัน ผู้ขับขี่จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

หากถามว่า อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่า ไรเดอร์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา อย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดที่อาจารย์ฝากไว้คือข้อควรระวังในช่วงฤดูฝนครับ

วิธีป้องกันตัวให้ปลอดภัยจากฟ้าผ่า

สำหรับใครที่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์ไซค์เป็นประจำในหน้าฝน ผมขอแนะนำหลักการง่ายๆ เพื่อความปลอดภัยครับ:

  • หลีกเลี่ยงการขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานสูงหรือที่โล่งในขณะที่ฟ้าคะนองรุนแรง
  • หากมองไม่เห็นทางหรือฝนตกหนัก ควรรีบหาที่หลบในอาคารที่มั่นคงหรือใต้โครงสร้างสะพานที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา เพราะเสี่ยงทั้งฟ้าผ่าและต้นไม้โค่นทับ
  • อย่าใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดฝนฟ้าคะนองใกล้ตัว แม้จะไม่ใช่ตัวล่อฟ้า แต่หากฟ้าผ่าใกล้ๆ การช็อตจากกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำก็เป็นอันตรายต่อใบหน้าอย่างมากครับ

ผมเชื่อว่าความรู้เท่าทันทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน อย่าชะล่าใจและขอให้ทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัยนะครับ

ที่มา – “อ.เจษฎ์” เผยสาเหตุฟ้าผ่า “ไรเดอร์” ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา

เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาประกาศฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ

ประกาศฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนนั้น สาเหตุหลักมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักมากในบางจุด ซึ่งสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ และอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากได้ในพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านครับ

ข้อควรระวังสำหรับพี่น้องประชาชน

เพื่อให้ทุกคนตั้งรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที นี่คือสิ่งที่ควรตรวจสอบและเตรียมพร้อมครับ:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการออกเรือในทะเลอันดามัน โดยเฉพาะเรือเล็กที่ควรจะงดออกจากฝั่งเด็ดขาดในช่วงที่คลื่นลมแรง
  • เตรียมอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมหากที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน
  • ตรวจสอบเส้นทางการสัญจรที่อาจมีน้ำท่วมขังหรือมีความเสี่ยงจากดินโคลนถล่ม

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมแรงนั้น บริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ดังนั้นชาวเรือและนักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะความปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงที่มีประกาศเตือนเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันเช่นนี้

บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีตสอนให้เรารู้ว่าการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากครับ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่ามองข้ามสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้ และหากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ขอให้ย้ายทรัพย์สินและสมาชิกในครอบครัวไปอยู่ในที่สูงหรือจุดปลอดภัยที่หน่วยงานท้องถิ่นกำหนดไว้ทันทีครับ

หากพี่น้องประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์หลักของหน่วยงานครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องออกไปทำธุระนอกบ้านคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก ซึ่งครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้ งานนี้ใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีครับ

เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก

สาเหตุหลักของปรากฏการณ์นี้มาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ นอกจากฝนแล้ว ยังมีเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันที่ชาวเรือต้องระมัดระวัง เพราะคลื่นอาจสูงถึง 2-3 เมตรเลยทีเดียว

รายละเอียดจังหวัดและพื้นที่เสี่ยงภัย

จากการประกาศเตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก เราได้ลิสต์รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังไว้ดังนี้ครับ:

  • พื้นที่ฝนตกหนักมาก: ระนอง และพังงา
  • ภาคเหนือ: ตาก และกำแพงเพชร
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร รวมไปถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือที่ลุ่มต่ำ ขอให้เฝ้าระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ นอกจากนี้ ควรรีบตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ปลั๊กไฟที่อยู่ในจุดเสี่ยงน้ำท่วม และเตรียมมือถือให้พร้อมรับข่าวสารจากหน่วยงานราชการอยู่เสมอ การเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ

สุดท้ายนี้ ฝากทุกคนดูแลสุขภาพและขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังบนถนนที่เปียกลื่น ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนแบบนี้ การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือช่องทางของภาครัฐอย่างต่อเนื่องจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้เราปลอดภัยครับ หากพบสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถแจ้งเหตุได้ทันทีผ่านสายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยาครับ

ที่มา – เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 11 เช็กรายชื่อจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ เสี่ยงฝนตกหนัก

เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ฉบับที่ 10

ช่วงนี้ใครที่ต้องเดินทางต้องระวังตัวกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 10 แจ้งเตือนเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยสาเหตุหลักมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของประเทศ ทำให้เราต้องรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ครับ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่อาจเจอฝนตกหนักมากกว่าปกติ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือที่ราบลุ่มต่ำ ต้องคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมขนของขึ้นที่สูงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยครับ เพราะสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากสามารถเกิดขึ้นได้หากมีฝนสะสมต่อเนื่อง

คำแนะนำสำหรับพี่น้องชาวเรือและผู้เดินทาง

  • หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • ชาวเรือในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้
  • หมั่นตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้านหากต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องผ่านทางเว็บไซต์ทางการหรือสายด่วน 1182

นอกจากเรื่องของฝนแล้ว คลื่นลมในทะเลก็แรงไม่แพ้กันครับ โดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป คาดว่าคลื่นจะสูงถึง 2-3 เมตร และถ้าเจอฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 3 เมตรได้เลย ส่วนทางด้านอันดามันตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป คลื่นก็สูงประมาณ 2 เมตรเช่นกัน ดังนั้นใครที่วางแผนจะไปเที่ยวทะเลในช่วงนี้ แนะนำให้เลื่อนกำหนดการออกไปก่อน หรือสอบถามผู้ประกอบการอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเองครับ

การดูแลตัวเองท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ แม้สถานการณ์จะดูน่ากังวล แต่หากเราเตรียมตัวพร้อมและติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง เราก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 10 เตือนหลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

Scroll to top