ฝนตกหนัก

ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ เรนบอมบ์ อุตุฯ เผยสาเหตุจริง

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้สถานการณ์ฝนฟ้าอากาศดูจะเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นในอำเภอปัว จังหวัดน่าน จนหลายคนสงสัยว่านี่คือปรากฏการณ์ ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้ จริงหรือไม่ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงจากกรมอุตุนิยมวิทยากันครับ

ไขข้อข้องใจ ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้

ทางกรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีฯ ได้ออกมาชี้แจงว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่านนั้น ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” หรือฝนระเบิดอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่เกิดจากปัจจัยทางสภาพอากาศ 2 อย่างหลักๆ คือ ร่องฝนและหย่อมความกดอากาศที่พัดพาความชื้นเข้ามาพร้อมกันในพื้นที่ภูเขาภูคา ทำให้มีปริมาณฝนสะสมสูงถึงกว่า 238 มิลลิเมตรในเวลาอันรวดเร็วบนพื้นที่แคบๆ นั่นเองครับ

ทำไมถึงไม่ใช่เรนบอมบ์? และต้องเตรียมตัวอย่างไร

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แล้วมันต่างกันยังไง? กรมอุตุฯ อธิบายว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยด้านภูมิประเทศของอำเภอปัวที่มีดินร่วนและมีพืชพรรณช่วยชะลอน้ำน้อย จึงไม่แปลกที่จะเกิดน้ำป่าและดินถล่มได้ง่ายครับ นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรทราบคือ:

  • พื้นที่ดอยภูคามีความชื้นสะสมสูงมาก
  • สภาพดินและต้นไม้มีผลต่อการดูดซับน้ำ
  • ต้องจับตาดูช่วงวันที่ 28 ส.ค. นี้ เพราะอาจมีฝนตกลงมาเพิ่มอีก

ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้ เป็นเรื่องที่เตือนให้เราต้องไม่ประมาทครับ แม้ฝนจะเริ่มเบาลงแต่ดินที่ชุ่มน้ำอยู่เดิม ก็อาจทำให้เกิดดินถล่มซ้ำจุดเดิมได้ง่ายมาก ดังนั้นใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องคอยติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดนะครับ

สิ่งที่น่ากังวลถัดไปคือ ในช่วงปลายเดือนนี้มวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ภาคอีสานต้องเผชิญกับภัยแล้งและอากาศหนาวที่มาเยือนเร็วกว่ากำหนดถึง 2 สัปดาห์ ในขณะที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกชุกต่อเนื่องครับ สุดท้ายนี้ อยากฝากให้ทุกคนเตรียมความพร้อมและหมั่นเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวกันด้วยนะครับ

ที่มา – ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมายืนยันถึงความห่วงใยและมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดได้สั่งการให้ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงทีที่สุด

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้เผยผ่านช่องทางส่วนตัวว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 แห่ง หรือที่เรียกกันว่า “5 เสือแรงงาน” ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในส่วนของลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจนไม่สามารถไปทำงานได้ รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือในการฟื้นฟูธุรกิจ

มาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประเด็นที่พี่น้องแรงงานหลายท่านกังวลใจ ทางกระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือไว้ดังนี้:

  • ลูกจ้างที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ในช่วงน้ำท่วม ให้ถือว่าเป็นการหยุดงานโดยไม่นับเป็นวันลา เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
  • สำหรับนายจ้างที่ต้องการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับซ่อมแซมสถานประกอบการ

การที่ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการดูแลสิทธิแรงงานท่ามกลางวิกฤตภัยธรรมชาติ ซึ่งนอกจากมาตรการช่วยเหลือข้างต้นแล้ว ทางกระทรวงยังเปิดช่องทางสายด่วน 1506 ให้ประชาชนสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนจะช่วยให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีรายงานว่า ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้ หลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภูเขา ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลหลากเข้าสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุด: ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินเส้นทางน้ำ พบว่ามวลน้ำจากอำเภอปัวกำลังเคลื่อนตัวผ่านอำเภอท่าวังผา และคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงก่อนจะเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองน่านในช่วงคืนนี้ ทาง ปภ. จึงได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านเซลล์บรอดคาสต์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งอพยพกลุ่มเปราะบางและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันที

มาตรการรับมือเมื่อ ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด ทาง ปภ. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และประสานความร่วมมือกับมูลนิธิต่างๆ เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • หากอาศัยอยู่ริมแม่น้ำหรือพื้นที่ราบเชิงเขา ควรเตรียมตัวอพยพทันทีเมื่อได้รับแจ้งเตือน
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และตัดกระแสไฟฟ้าหากน้ำเริ่มท่วมขังในตัวบ้าน
  • นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในลำธารหรือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในช่วงนี้

นอกเหนือจากอำเภอเมืองน่านแล้ว มวลน้ำก้อนนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่อำเภอเวียงสาในลำดับถัดไป ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจากการประเมินพบว่าเขื่อนยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกพอสมควร อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้มีฝนตกหนักซ้ำเติมในพื้นที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าประมาทและเฝ้าระวังภัยจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง

ทางรัฐบาลได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในศูนย์อพยพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

“สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ทันที

“สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ทันที

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ล่าสุด “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วนที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยได้สั่งการให้รัฐมนตรีและตัวแทนรัฐบาลลงพื้นที่ทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในการนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจทั้งหมดเพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่วิกฤต โดยเน้นย้ำถึงมาตรการการช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การอพยพประชาชน การจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก รวมถึงการดูแลผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

มาตรการเร่งด่วนหลัง “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ว่ามีการเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายสุริยะได้กำชับให้โครงการชลประทานน่านเตรียมความพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้วในอำเภอเมือง และขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่องในอำเภอเวียงสา
  • ระดมรถแบ็กโฮและรถบรรทุก 7 คัน เพื่อเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำตามคอสะพาน
  • สนับสนุนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และเสบียงสำหรับปศุสัตว์แก่พื้นที่ที่เข้าถึงยาก

สถานการณ์น้ำท่วมน่านถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด การที่ “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความห่วงใย แต่ยังเป็นการสั่งการเชิงรุกเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมน้ำคอยติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความลำบากให้พี่น้องประชาชนได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน สั่งทุกหน่วยช่วยประชาชน-เกษตรกรทันที

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดน่านเผชิญกับอุทกภัยอย่างหนัก ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจด่วนเพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้กรมชลประทานระดมเครื่องมือหนักเข้าพื้นที่ทันที

ในวันนี้ การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างเข้มข้น นายสุริยะย้ำว่า รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย เป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก การอพยพผู้ประสบภัย และการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในพื้นที่

การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอเมืองน่านอยู่ในเกณฑ์สูงมาก ทำให้แม่น้ำน่านมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงต้องปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าสถานการณ์น้ำจะถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในอำเภอเมืองน่าน
  • การส่งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ไปยังอำเภอเวียงสา
  • การระดมเครื่องจักรกล รถแบคโฮ และรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ความพยายามในการจัดการกับวิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ การที่ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านที่กำลังลำบาก

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์น้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์น้ำหลากเช่นนี้

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัวคุณเองครับ

ที่มา – รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนกันน่าดูเลยนะครับ ล่าสุดทางกรมทรัพยากรธรณีได้ออกมาประกาศเตือนภัยด่วนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยมีการแจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 นี้ ใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องรีบเตรียมตัวและวางแผนรับมือให้พร้อมก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันนะครับ

ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย

จากประกาศล่าสุดของศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยจำนวน 15 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังการเกิด แผ่นดินถล่ม อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งอาจมีฝนตกหนักสะสมติดต่อกันจนทำให้ดินไม่อุ้มน้ำและเกิดภัยพิบัติได้ง่ายกว่าปกติครับ

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569

สำหรับจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ได้แก่ น่าน, พะเยา, แพร่, อุตรดิตถ์, เชียงราย, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, กาญจนบุรี, จันทบุรี และตราด หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ดังนี้ครับ:

  • คอยติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ฝนตกหนักมากกว่า 100 มม. ใน 24 ชั่วโมง
  • หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือใกล้ทางน้ำผ่าน ควรขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงโดยเร็ว
  • สังเกตสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ เช่น สีของน้ำในลำธารที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นเข้ม หรือมีเศษซากไม้พัดมากับน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามทางน้ำหรือเดินลัดเลาะลำธารในช่วงที่ฝนตกหนัก
  • จัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ต้นน้ำ
  • เตรียมไฟฉายและอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อมสำหรับการอพยพในยามค่ำคืน

สถานการณ์ภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้แม่นยำ 100% แต่การเตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอจะช่วยลดความสูญเสียได้มากครับ ขอให้ทุกคนในพื้นที่เสี่ยงภัยปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี หากเห็นสัญญาณไม่ชอบมาพากลอย่ารอช้า ให้รีบอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันทีนะครับ

ที่มา – ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง “แผ่นดินถล่ม” ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีสถานการณ์ด่วนที่น่าเป็นห่วงมาแจ้งให้ทราบ โดยเฉพาะพี่น้องชาวน่านครับ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ซึ่งสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง หลังจากที่ฝนตกหนักต่อเนื่องกันหลายวันจนทำให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

ทางจังหวัดน่านไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงได้ลงนามในประกาศจังหวัดฯ เรื่อง เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอปัวอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายครอบคลุมถึง 12 ตำบล และ 107 หมู่บ้าน ดังนี้ครับ:

  • ตำบลเจดีย์ชัย (หมู่ 1-9)
  • ตำบลแงง (หมู่ 1-7)
  • ตำบลศิลาเพชร (หมู่ 1-10)
  • ตำบลภูคา (หมู่ 1-14)
  • ตำบลปัว (หมู่ 1-8)
  • ตำบลศิลาแลง (หมู่ 1-8)
  • ตำบลสถาน (หมู่ 1-13)
  • ตำบลไชยวัฒนา (หมู่ 1-8)
  • ตำบลวรนคร (หมู่ 1-8)
  • ตำบลอวน (หมู่ 1-11)
  • ตำบลสกาด (หมู่ 1-4)
  • ตำบลป่ากลาง (หมู่ 1-7)

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจะช่วยให้งบประมาณฉุกเฉินสามารถนำมาใช้ในการเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยมีกรอบเวลาช่วยเหลือภายใน 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุครับ

ในยามวิกฤตเช่นนี้ การรวมพลังของคนในชุมชนและการติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ขอให้พี่น้องในพื้นที่ อ.ปัว และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดน่าน ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าและสัตว์มีพิษที่อาจมากับน้ำด้วยนะครับ สำหรับใครที่อยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถติดตามช่องทางการรับบริจาคจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หรือแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้โดยตรงครับ

เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และหวังว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

กลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและสร้างกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเมื่อ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาประกาศความพร้อมผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า กำลังเร่งระดมทีมงานมูลนิธิไทนาคาเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน หลังจากที่ได้รับทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวบ้านที่กำลังเผชิญกับมวลน้ำมหาศาล

ความเคลื่อนไหวจาก เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

ความมุ่งมั่นของพี่เปิ้ล นาคร ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเจ้าตัวถึงขั้นสั่งการให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเปิ้ลได้โพสต์ข้อความว่า “ออกจากโรงพยาบาล แล้วบินเลย เจอกันคับน่าน” พร้อมย้ำเตือนให้ชาวบ้านเตรียมของใช้ที่จำเป็นไว้ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในช่วง 3 วันข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการลงมือทำด้วยใจจริงและมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทางด้านสถานการณ์ในพื้นที่ จังหวัดน่าน เองนั้น นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และทีมงานเทศบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อรับมือกับวิกฤต ดังนี้:

  • เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในเขตบ้านน้ำล้อมเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง
  • มีการวางแนวกระสอบทรายในจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนพระเนตร เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมที่อยู่อาศัย
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านออกปฏิบัติการสำรวจและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

การร่วมมือกันระหว่างคนดังอย่าง เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน กับหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของพลังความสามัคคีที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยรู้สึกอุ่นใจขึ้น แม้สถานการณ์ภัยพิบัติจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การมีคนพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันแบบนี้ ทำให้รอยยิ้มและกำลังใจของคนในพื้นที่กลับมาได้เสมอ เราขอเป็นกำลังใจให้ทั้งทีมงานของเปิ้ล นาคร และเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอให้พี่น้องชาวน่านปลอดภัยและสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “เปิ้ล นาคร” ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน บอกชาวบ้านรออยู่

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

เรียกได้ว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือปีนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ ครับ โดยล่าสุดมีการเคลื่อนไหวสำคัญจากรัฐบาล เมื่อ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ทันทีหลังจากได้รับคำสั่งการด่วนจากท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในขณะนั้นกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสครับ

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในงาน ม.อ.วิชาการ และงานมหกรรมงานวิจัย ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ปรับแผนการเดินทางทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.น่าน ในเวลา 15.00 น. เพื่อลงพื้นที่ อ.ปัว อย่างเร่งด่วน โดยการที่ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงบทบาทของประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่ชัดเจนมากครับ

สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

บรรยากาศที่ อ.ปัว ตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียดมากครับ เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด นายยศชนันจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในเขตอำเภอเมือง และเครื่องสูบน้ำ 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อระบายน้ำให้เร็วที่สุด
  • ระดมเครื่องจักรขนาดใหญ่ ทั้งรถแบ็กโฮและรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและคอสะพานที่ถูกน้ำพัดพามา
  • ประสานงานกับ พมจ.น่าน เพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ตามจุดพักพิงต่างๆ อย่างเร่งด่วน

การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเหนือ และพร้อมที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อแก้ปัญหาหน้างานทันที เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านจะคลี่คลายลงในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – “ยศชนัน” เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

Scroll to top