ฝนตกหนัก

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

ช่วงนี้เพื่อนๆ คงได้เห็นข่าวสถานการณ์ภัยพิบัติในต่างประเทศที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเกาะลูซอนอย่างหนักหน่วง ฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาตลอดเกือบสองสัปดาห์ไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ยังนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิดอีกด้วย

วิกฤตครั้งใหญ่เมื่อ ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

เหตุการณ์ฝนตกหนักสะสมเนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และพายุหมุนเขตร้อน ทำให้ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะเมืองตากอากาศบากิโอมีปริมาณน้ำฝนพุ่งสูงเกินค่าเฉลี่ยปกติไปมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมในกรุงมะนิลาและพื้นที่โดยรอบ ความรุนแรงของภัยธรรมชาติในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปกำลังส่งผลกระทบต่อหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

จากรายงานล่าสุด ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีรอบด้าน ได้แก่:

  • มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 รายจากเหตุการณ์ดินถล่มและอุบัติเหตุต่างๆ
  • อาคารเรียนกว่า 2,400 แห่งได้รับความเสียหายจนต้องประกาศปิดการเรียนการสอน
  • น้ำท่วมขังตามท้องถนนสายหลัก ทำให้การขนส่งหยุดชะงัก
  • ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการถูกไฟฟ้าดูด ต้นไม้ล้มทับ และบ้านเรือนถูกดินโคลนถล่มเข้าใส่

ในขณะนี้ ทีมกู้ภัยของฟิลิปปินส์ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางความเสี่ยงจากฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องและสภาพดินที่อ่อนตัว ซึ่งอาจนำไปสู่ดินถล่มซ้ำได้อีก รัฐบาลได้สั่งปิดหน่วยงานราชการทั่วเกาะลูซอนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่ระดับน้ำในหลายจุดเริ่มมีแนวโน้มลดลงบ้างแล้ว แต่การฟื้นฟูระบบระบายน้ำของประเทศถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน เพื่อรับมือกับฤดูกาลพายุในอนาคต

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวฟิลิปปินส์ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าการจัดการปัญหาเรื่องระบบระบายน้ำอย่างเป็นรูปธรรมจะช่วยลดความสูญเสียในเหตุการณ์หน้าได้ เพราะภัยธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหยั่งรู้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมและวางแผนรับมือเพื่อลดความเสียหายให้ได้มากที่สุดครับ

ที่มา – ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

แม่น้ำโขง เชียงราย ระดับน้ำทรงตัว-เริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์น้ำที่น่าสนใจกันหน่อย สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่อง แม่น้ำโขง เชียงราย ระดับน้ำทรงตัว-เริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง ซึ่งถือเป็นข่าวดีในระดับหนึ่งหลังจากที่หลายคนเป็นกังวลกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นก่อนหน้านี้ครับ

สถานการณ์ล่าสุดของ แม่น้ำโขง เชียงราย ระดับน้ำทรงตัว-เริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงวัดได้ประมาณ 7.53 เมตร ซึ่งแม้จะทรงตัวแต่ก็มีสัญญาณที่ดีคือเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้วครับ ข้อมูลนี้อ้างอิงจากการติดตามระดับน้ำทางตอนเหนือทั้งจากเมืองสบกก สปป.ลาว และเมืองจิ่งหง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ส่งผลต่อระดับน้ำในบ้านเราโดยตรง

มาตรการรับมือและการเฝ้าระวังในพื้นที่

แม้ว่า แม่น้ำโขง เชียงราย ระดับน้ำทรงตัว-เริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง กันต่อไปนะครับ เพราะปริมาณน้ำที่ยังสูงอยู่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปากน้ำและลำน้ำสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำรวก แม่น้ำคำ แม่น้ำกก และแม่น้ำอิง ซึ่งบางจุดเริ่มมีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรบ้างแล้ว แต่โชคดีที่ยังไม่กระทบถึงบ้านเรือนประชาชนอย่างมีนัยสำคัญครับ

  • ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 7.53 เมตร
  • จุดวิกฤตที่ต้องจับตาคือ 8.50 เมตรขึ้นไป
  • ตลิ่งต่ำสุดในเชียงรายอยู่ที่ระดับประมาณ 9 เมตร

สำหรับพี่น้องชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือ ทางเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกระแสน้ำยังคงไหลเชี่ยวและมีเศษไม้ขยะลอยมากับน้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรตรวจเช็กเครื่องยนต์และเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างเสื้อชูชีพให้พร้อมเสมอนะครับ

โดยสรุปแล้ว หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มในพื้นที่ตอนบน สถานการณ์ก็น่าจะค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้ครับ อย่างไรก็ตาม ผมอยากฝากให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรทางน้ำหรือการใช้ชีวิตใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดีนะครับ

ที่มา – “แม่น้ำโขง” เชียงราย ระดับน้ำทรงตัว-เริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร ล้นท่วมถนนแลนด์มาร์คริมโขง

น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร ล้นท่วมถนนแลนด์มาร์คริมโขง

สถานการณ์น้ำในจังหวัดบึงกาฬกำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก หลังจากที่ น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร จนล้นเข้าท่วมพื้นที่ถนนแลนด์มาร์คริมโขง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดพักผ่อนสำคัญของชาวเมือง โดยสาเหตุหลักมาจากฝนที่ตกหนักสะสมต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ รวมถึงการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำและแม่น้ำสาขาในฝั่ง สปป.ลาว ที่ไหลมาบรรจบกัน ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากระดับ น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร

นอกจากถนนแลนด์มาร์คที่ถูกน้ำท่วมขังจนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศงดใช้เส้นทางแล้ว พื้นที่ทางการเกษตรและถนนในหมู่บ้านหลายแห่งยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะลำห้วยสาขาต่างๆ ที่น้ำโขงไหลย้อนกลับเข้าท่วมพื้นที่ทำกินของเกษตรกร ส่งผลให้สัญจรไปมาด้วยรถเล็กทำได้ยากลำบาก ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐและผู้นำชุมชนกำลังเร่งระดมกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่

สำหรับพื้นที่ 5 อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่:

  • อำเภอเมืองบึงกาฬ
  • อำเภอเซกา
  • อำเภอโซ่พิสัย
  • อำเภอปากคาดและอำเภอพรเจริญ
  • อำเภอบึงโขงหลง อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอศรีวิไล

สถานการณ์ น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะระดับน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ของ สทนช. เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย แม้ในช่วงวิกฤตนี้ชาวบ้านจะใช้โอกาสออกมาจับปลาเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ความปลอดภัยของทุกคนยังคงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ทันที ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวบึงกาฬทุกคนผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็วและปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร ล้นท่วมถนนแลนด์มาร์คริมโขง เร่งช่วย 5 อำเภอได้รับผลกระทบ

กรมอุตุฯ เตือนไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

สวัสดีครับทุกคน ช่วงนี้ต้องบอกเลยว่าสภาพอากาศบ้านเราเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยจริงๆ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต้องเช็กพยากรณ์อากาศกันให้ดีนะครับ ล่าสุดทาง กรมอุตุฯ เตือนไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติที่เราคาดไม่ถึงได้

สถานการณ์ล่าสุด: กรมอุตุฯ เตือนไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าร่องมรสุมกำลังพาดผ่านพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองกระจายตัว โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 10-11 สิงหาคมนี้ พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้โดยไม่ทันตั้งตัว

ข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติเมื่อกรมอุตุฯ เตือนไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

เพื่อให้ทุกคนผ่านช่วงหน้าฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ผมมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝากกันครับ:

  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: คอยอัปเดตประกาศจากกรมอุตุฯ ผ่านช่องทางหลักเสมอ
  • เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม: เก็บของมีค่าไว้ในที่สูง และตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาหรือทางน้ำไหล หากฝนตกหนักต่อเนื่องควรหาที่พักที่ปลอดภัยทันที
  • งดเดินเรือในจุดอันตราย: สำหรับชาวประมงหรือผู้ที่เดินทางทางน้ำ ช่วงนี้คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าในช่วงวันที่ 12-16 สิงหาคมนี้ สถานการณ์ฝนอาจจะลดลงบ้างในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ครับ เพราะฝนตกหนักยังคงเกิดขึ้นได้บางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการสัญจรได้ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและการมีสติอยู่เสมอเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและปลอดภัยจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงนี้กันทุกคนนะครับ!

ที่มา – กรมอุตุฯ เตือนไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดนครพนมมาฝากกันครับ แม้ว่าภาพรวมของ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะปลอดภัยครับ

สถานการณ์ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

จากรายงานล่าสุดพบว่าในเขตเทศบาลเมืองนครพนม สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจุดเริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติแล้วครับ แต่สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่และน่ากังวลคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันวัดได้สูงกว่า 10 เมตร ซึ่งห่างจากจุดวิกฤตที่ 12 เมตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

ปัจจัยที่ทำให้ระบายน้ำได้ช้า

แม้ว่าการ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง จะเป็นข่าวดี แต่ก็มีอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บางพื้นที่ระบายน้ำได้ช้า ได้แก่:

  • การเติบโตของเมืองที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
  • การขาดระบบการผันน้ำที่ได้มาตรฐานรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาหนักๆ
  • มวลน้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ช้ากว่าปกติ

ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานเทศบาลเมืองนครพนมจึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำจากตัวเมืองลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาสมทบจากเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องครับ

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังพลไว้พร้อมสำหรับลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ติดลำน้ำสาขา เพราะหากแม่น้ำโขงแตะระดับ 12 เมตรเมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทันที ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมเก็บของขึ้นที่สูงไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาทนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวนครพนมทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

สำหรับพี่น้องชาวนครพนมที่กำลังติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงเช้าวันนี้ วันนี้มีข่าวดีมาบอกครับ หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนทำให้เกิดภาวะ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ ตามที่หลายคนกังวลใจ โดยล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกมายืนยันแล้วว่าระดับน้ำลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยครับ

เหตุการณ์ฝนถล่มหนักในครั้งนี้ถือเป็นมวลน้ำมหาศาลที่สะสมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่งผลให้การจราจรติดขัดและบางจุดมีน้ำรอการระบายสูง แต่ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นและ ปภ. ที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใดครับ

การช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการรับมือครั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่:

  • ปภ. เขต 7 สกลนคร: สนับสนุนเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง 3 ชุด
  • ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT): ส่งเจ้าหน้าที่ 10 นายลงพื้นที่ทันที
  • รถ Mobile Unit: จัดเตรียมเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล 3 กิโลเมตรเพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำโขง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ แล้วก็ตาม แต่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาทครับ โดยยังคงมีการจัดเวรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีฝนตกลงมาเพิ่มหรือเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

สรุปภาพรวม: สำหรับผู้ที่ต้องใช้เส้นทางถนนอภิบาลบัญชาหรือย่านเศรษฐกิจในตัวเมืองนครพนม ตอนนี้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตและสัญจรผ่านได้ตามปกติแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือเพจประชาสัมพันธ์ของจังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำครับ

ที่มา – คลี่คลายแล้ว “น้ำท่วมนครพนม” ฝนหยุดตก-รถสัญจรได้ตามปกติ ปภ.สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

เตือน 8 จังหวัดริม แม่น้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณริมฝั่งโขงต้องฟังทางนี้ด่วนเลยครับ! เพราะล่าสุดทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกมาประกาศแจ้งข่าวสำคัญให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีการออกประกาศ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่

เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

สาเหตุหลักที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น มาจากอิทธิพลของฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในแถบประเทศเมียนมา สปป.ลาว รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเราเอง ซึ่งทาง สทนช. ได้ประเมินไว้ว่าระดับน้ำมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.0 – 1.5 เมตรเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้ครับ

พื้นที่เสี่ยงและสิ่งที่ต้องระวัง

การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 ครั้งนี้เน้นย้ำให้พื้นที่ตั้งแต่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยาวไปจนถึง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ล้นตลิ่งได้ง่าย

  • หลีกเลี่ยงการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีกระแสน้ำเชี่ยว
  • งดกิจกรรมนันทนาการหรือการประมงชั่วคราว
  • คอยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

สถานการณ์น้ำเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาทนะครับ แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอด แต่การที่พวกเราทุกคนร่วมมือกันเตรียมความพร้อมจะช่วยลดความสูญเสียได้มากที่สุด การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 คือสัญญาณเตือนภัยที่ดีเพื่อให้ทุกคนตื่นตัว อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างในพื้นที่ได้รับทราบด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ที่มา – เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือ

สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในภูมิภาคเอเชียกลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือเพื่อเตรียมรับมือกับความรุนแรงของพายุลูกนี้ พายุลูกนี้ถือว่ามีกำลังแรงมากและสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในเรื่องของทรัพย์สิน การเดินทาง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

ผลกระทบเมื่อไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือและคาโงชิมะ โดยมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางสูงสุดถึง 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงปะทะของพายุทำให้เกิดเหตุไฟฟ้าดับในอาคารบ้านเรือนกว่า 53,000 แห่ง ทั้งในโอกินาวะและคาโงชิมะ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนอย่างหนัก รวมถึงการยกเลิกเที่ยวบินหลักของสายการบิน ANA และ Japan Airlines ทำให้การสัญจรทางอากาศเป็นอัมพาตชั่วคราว

มาตรการรับมือของจีนและสถานการณ์ในภูมิภาค

หลังจากพัดผ่านญี่ปุ่นไป ทางการจีนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือเพื่อความปลอดภัยสูงสุด พร้อมกับประกาศเตือนภัยพายุระดับสีส้ม ซึ่งถือเป็นขั้นสูงสุดอันดับ 2 และเตือนภัยคลื่นลมแรงระดับสีแดง โดยคาดว่าบริเวณชายฝั่งมณฑลเจ้อเจียงและฝูเจี้ยนอาจเผชิญกับคลื่นสูงถึง 8 เมตร ซึ่งนับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเรือประมงและสิ่งปลูกสร้างริมฝั่ง

รายละเอียดมาตรการเฝ้าระวังที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • สั่งระงับการเดินเรือข้ามฟากและกิจกรรมการก่อสร้างทางทะเลทั้งหมด
  • ระบายเรือสินค้าออกจากท่าเรือหยางซานในเซี่ยงไฮ้เพื่อหลบเลี่ยงพายุ
  • สั่งหยุดให้บริการรถไฟบางสายในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี
  • ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดที่ท่าอากาศยานนานาชาติหนิงป๋อ หลี่เซ่อ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานความตึงเครียดทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตนี้ เมื่อจีนออกคำสั่งให้เรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบไต้หวันต้องปฏิบัติตามกฎการจราจรทางน้ำของจีน ทำให้ฝ่ายไต้หวันออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เนื่องจากมองว่าเป็นการฉวยโอกาสในช่วงที่ภูมิภาคกำลังวุ่นวายกับการรับมือภัยพิบัติ

เราขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้ ขอให้ทุกคนติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว การเตรียมตัวรับมือกับภัยธรรมชาติให้ทันท่วงทีคือหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสียในเหตุการณ์เช่นนี้ครับ

ที่มา – ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือรอรับพายุ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกไปไหนต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญแล้ว โดยมีหัวข้อว่า กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดครับ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้

ตามประกาศฉบับที่ 9 ที่ออกมานั้น ระบุว่าประเทศไทยเรากำลังเผชิญกับอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องรับมือกับฝนที่ตกหนักและอาจมีตกหนักถึงหนักมากในบางแห่งครับ

ผลกระทบและพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังจาก กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุฯ พื้นที่ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก: จะมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
  • ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล) และภาคใต้: จะมีฝนตกหนักในบางแห่ง ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายได้

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องของ น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือทางน้ำไหลผ่าน ต้องคอยสังเกตระดับน้ำและเตรียมตัวให้พร้อมเสมอครับ นอกจากนี้สำหรับชาวเรือก็ต้องงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 สิงหาคมนี้ เพราะคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูงถึง 2-3 เมตรเลยทีเดียว

ในส่วนของพวกเราที่อยู่ในเมืองหรือพื้นที่ทั่วไป แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ภูเขา แต่การเดินทางในช่วงนี้ก็ควรเผื่อเวลาและเช็กเส้นทางดีๆ นะครับ เพราะฝนที่ตกสะสมอาจทำให้การจราจรติดขัดหรือเกิดน้ำรอระบายได้ อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากแนะนำว่าอย่าลืมติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 เพื่อความปลอดภัยและข้อมูลที่แม่นยำที่สุดครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงที่มีฝนตกหนักไปได้ด้วยดีนะครับ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” 8-9 ส.ค.นี้

Scroll to top