ฝ่ายกฎหมาย

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน แค่ธุรการ

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” กางกฎหมายยืนกรานฝ่ายค้านยื่นซักฟอกแล้วห้ามยุบสภา โต้เงื่อนไขต้องรอบรรจุวาระก่อนเป็นแค่ขั้นตอนธุรการ การันตียึดหลักตามรัฐธรรมนูญหนักแน่น

วันที่ 19 พ.ย. 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุแม้ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว นายกรัฐมนตรียังมีสิทธิยุบสภาได้ หากยังไม่บรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุม สวนทางกับสิ่งที่ประธานสภาฯระบุหากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายกฯไม่มีสิทธิยุบสภาว่า นายบวรศักดิ์เป็นนักกฎหมายก็ตีความไปตามความเข้าใจ แต่สภาฯตีความตามรัฐธรรมนูญ ได้มอบให้สำนักกฎหมายพิจารณาหาข้อมติประเด็นดังกล่าว ฝ่ายกฎหมายประชุมลงมติร่วมกันว่า การยุบสภาทำได้ตลอดในฐานะรัฐบาล แต่จะทำไม่ได้เมื่อฝ่ายค้าน 1 ใน 5 ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า เมื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว รัฐบาลจะยุบสภาไม่ได้

ลั่นยึดรธน. เคร่งครัด

ส่วนข้อโต้แย้งที่ต้องรอประธานบรรจุญัตติก่อนนั้น ถือเป็นกระบวนการธุรการ รัฐธรรมนูญไม่เปิดให้มีการตรวจสอบในกระบวนการก่อน แต่เขียนว่า เมื่อยื่นญัตติแล้ว รัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ แต่จะไม่สามารถดำเนินการได้ หากผู้ยื่นขอถอนญัตติ หรือกรณีที่ชื่อไม่ครบ 1 ใน 5 จะให้สมาชิกเติมชื่อเข้ามาภายใน 7 วัน หากครบกำหนด 7 วัน ยังไม่เติมชื่อประธานสภาฯก็ไม่บรรจุญัตติ แต่ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติเข้ามาใหม่ได้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 151 วรรคสอง ใครจะตีความอย่างไร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้กำหนดเหมือนสมัยก่อน ที่แม้ฝ่ายค้านยื่นญัตติแล้ว พรุ่งนี้จะอภิปรายฯ แต่ตอนเย็นรัฐบาลประกาศยุบสภาได้ หรือจะเปิดอภิปรายเวลา 10 โมง แต่รัฐบาลยุบสภาฯ ตอน 8 โมงก็ทำได้

ยันตีความไม่ตรงกันได้เหมือนศาล

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ส่วนที่โฆษกรัฐบาลชี้ว่าการตีความของประธานสภาฯ ไม่ตรงกับสมัยรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตรนั้น ยอมรับว่า การตีความอาจไม่ตรงกันได้เช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลต่างๆ อาจไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดจะไปสิ้นสุดที่ใด ในส่วนของสภาฯเป็นไปตามฝ่ายกฎหมายที่ตีความ เมื่อส่งให้ประธานสภาฯ พิจารณาและมีความเห็นตามคำเสนอของฝ่ายกฎหมายถือว่าได้ข้อยุติ ยืนยันว่า ถือตามรัฐธรรมนูญและผลของฝ่ายกฎหมาย และหากมีการลงมติแล้วคะแนนไว้วางใจของรัฐบาลไม่ถึงเกณฑ์ ก็ยุบสภาฯ ไม่ได้ แต่ถ้าคะแนนผ่านเกณฑ์รัฐบาลก็ทำงานต่อ หรือจะยุบสภาก็ได้

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน แค่ธุรการ

ประเด็นที่น่าสนใจจากข่าวนี้คือ การตีความข้อกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างนักกฎหมาย กับฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน ซึ่งทางประธานสภาฯ มองว่าเป็นเพียงขั้นตอนทางธุรการเท่านั้น

ทำความเข้าใจเงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน

หลายคนอาจสงสัยว่า เงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน นี้มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกัน คำตอบคือ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอำนาจในการยุบสภาของผู้บริหารประเทศ หากมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนธุรการ การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ทันที และรัฐบาลจะไม่สามารถยุบสภาได้ แต่หากมองว่าต้องรอการบรรจุญัตติก่อน ก็จะเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถยุบสภาได้ก่อนที่จะมีการอภิปรายเกิดขึ้น

ดังนั้น การตีความในประเด็นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางการเมืองในปัจจุบัน

จากกรณี “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตีความกฎหมาย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเมืองไทยในอนาคต

ที่มา – “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน เป็นแค่ขั้นตอนธุรการ

ก.ตร. นัดประชุม 31 ส.ค.นี้ ปมโผยังไม่ชัด!

“พล.ต.ท.อนุชา” ระบุ ก.ตร. ไม่เลื่อน นัดประชุมต่อ 31 ส.ค. นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี รอข้อสรุปฝ่ายกฎหมาย

วันที่ 29 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. สั่งปิดการประชุมไป และมีการแจ้งกำหนดนัดในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. เวลา 15.00 น. โดยในที่ประชุม ก.ตร.รับทราบกำหนดนัดดังกล่าวแล้ว ถือว่ากรรมการทุกคนรับทราบแล้ว ทั้งนี้ ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง การประชุมก็ยังมีการเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค.นี้

“การประชุมในวันอาทิตย์นี้เป็นวาระสืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นมีวาระอยู่แล้ว ส่วนการจะขยายเวลาการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลออกไปหรือจะดำเนินการอย่างไร ก็เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับ อะไรที่อยู่ในอำนาจของผู้มีอำนาจท่านใดก็สามารถใช้อำนาจตามกรอบกฎหมายได้” พล.ต.ท.อนุชา กล่าว

พล.ต.ท.อนุชา กล่าวอีกว่า ส่วนใครจะมาเป็นประธานตอนนี้ ขอตรวจสอบในข้อกฎหมายก่อน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคณะรัฐมนตรีรักษาการว่าขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าทำหน้าที่ได้ปกติ เพราะเป็นการใช้อำนาจในทางปกครอง

ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องความชัดเจนในการจัดทำโผแต่งตั้งนายพลสีกากี ที่ยังคงไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ผ่านมา ได้มีการหารือในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง แต่เนื่องจากมีข้อกฎหมายและข้อบังคับที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทำให้การตัดสินใจในเรื่องนี้ต้องเลื่อนออกไป

ความคืบหน้าล่าสุดของการประชุม ก.ตร.

พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการประชุม ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี ว่า การประชุมในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. จะเป็นการประชุมต่อเนื่องจากครั้งก่อน และมีวาระที่ต้องพิจารณาอยู่แล้ว ส่วนการขยายเวลาการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลหรือไม่นั้น จะเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ พล.ต.ท.อนุชา ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องประธานในการประชุม ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี ว่า จะต้องมีการตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน เนื่องจากขณะนี้มีคณะรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งต้องพิจารณาถึงขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่ให้รอบคอบ

แม้ว่าการประชุม ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีรักษาการ จะมีผลต่อการตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร และการประชุมในวันที่ 31 ส.ค. จะสามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมีผลต่อการบริหารงานและความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การพิจารณาในเรื่องนี้จึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

ที่มา – ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี

Scroll to top