พงศกร ขวัญเมือง

โฆษกปชป. จี้ นายกฯ เร่งปราบปืนเถื่อนทางออนไลน์-การครอบครองเปลี่ยนมือ

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนกลับมาเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ล่าสุดทางฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ โดยคุณพงศกร ขวัญเมือง ในฐานะโฆษกพรรค ได้ออกมาแสดงความกังวลและเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปราบปรามการซื้อขายในโลกออนไลน์และการจัดการปืนที่เปลี่ยนมือผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในขณะนี้

โฆษกปชป. จี้ นายกฯ เร่งปราบปืนเถื่อนทางออนไลน์-การครอบครองเปลี่ยนมือ

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายการระงับการออกใบอนุญาตอาวุธปืนประเภทต่างๆ ทั้ง ป.3, ป.4 และ ป.12 ของรัฐบาลนั้น แม้จะมีเจตนาดีเพื่อลดความรุนแรง แต่ในทางปฏิบัติกลับส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจบใหม่ที่ต้องการอาวุธปืนไว้ปฏิบัติหน้าที่ การทำเช่นนี้อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้คนดีไม่มีสิทธิ์เข้าถึงอาวุธอย่างถูกต้อง ในขณะที่อาชญากรยังคงเข้าถึงปืนเถื่อนได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โฆษกปชป. จี้ นายกฯ เร่งปราบปืนเถื่อนทางออนไลน์-การครอบครองเปลี่ยนมือ เพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าการจำกัดสิทธิ์ผู้บริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว

ปัญหาการครอบครองปืนเปลี่ยนมือที่ต้องแก้ไข

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือปัญหา "ปืนเปลี่ยนมือ" ซึ่งเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่อันตรายมาก คุณพงศกรได้ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันมีการนำชื่อผู้อื่นหรืออดีตนักการเมืองมาครอบครองอาวุธปืน ซึ่งเมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น การติดตามตัวผู้กระทำความผิดหรือตรวจสอบที่มาของอาวุธจึงทำได้ยากลำบากมาก โฆษกปชป. จี้ นายกฯ เร่งปราบปืนเถื่อนทางออนไลน์-การครอบครองเปลี่ยนมือ โดยขอให้ภาครัฐเร่งทำฐานข้อมูลการครอบครองอาวุธปืนให้ทันสมัยและตรวจสอบการโอนย้ายสิทธิ์อย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาวุธจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุซ้ำซาก

  • เร่งตรวจสอบแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
  • ปรับปรุงฐานข้อมูลการถือครองอาวุธปืนให้เป็นระบบดิจิทัล
  • เข้มงวดกับมาตรการการโอนสิทธิ์ครอบครองปืนเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์
  • เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ให้ตำรวจโดยให้เข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างเหมาะสม

ในมุมมองของเรา ปัญหาปืนเถื่อนไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ด้วยการออกคำสั่งห้ามเพียงด้านเดียว แต่ต้องอาศัยการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดควบคู่ไปกับการปิดช่องโหว่ทางเทคโนโลยี หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับตลาดมืดออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายนี้ได้ สุดท้ายผู้ที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชนทั่วไปที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงนั่นเอง

ที่มา – โฆษกปชป. จี้ นายกฯ เร่งปราบปืนเถื่อนทางออนไลน์-การครอบครองเปลี่ยนมือ

โฆษก ปชป. ชี้นโยบายคุมเข้มปืนไร้ทิศทาง

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู โดยเฉพาะเมื่อเกิดคำถามขึ้นว่า โฆษก ปชป. ชี้นโยบายคุมเข้มปืนไร้ทิศทาง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการของภาครัฐที่ดูเหมือนจะเน้นไปที่การควบคุมที่ปลายเหตุมากเกินไป

โฆษก ปชป. ชี้นโยบายคุมเข้มปืนไร้ทิศทาง

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า นโยบายการระงับใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนที่เข้มงวดเกินไปนั้น กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเสี่ยงภัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธป้องกันตัวที่เพียงพอ แต่โจรกลับสามารถเข้าถึงอาวุธปืนเถื่อนได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ สิ่งนี้คือความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวลที่สุดในสังคมไทยตอนนี้

ปัญหาการขายปืนเถื่อนออนไลน์ที่ไร้การควบคุม

ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นได้ชัดว่า โฆษก ปชป. ชี้นโยบายคุมเข้มปืนไร้ทิศทาง เพราะในขณะที่การขออนุญาตถูกต้องทำได้ยากลำบาก แต่ตลาดมืดออนไลน์กลับเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการรีวิวและส่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งรัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉยด้วยเหตุผลที่ว่าโลกออนไลน์ควบคุมยาก แต่ต้องเร่งหามาตรการจัดการให้เด็ดขาดกว่านี้

ผลกระทบที่ตามมาจากการที่ โฆษก ปชป. ชี้นโยบายคุมเข้มปืนไร้ทิศทาง นั้นไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขสถิติ แต่มันคือความรู้สึกไม่ปลอดภัยของประชาชนที่มองเห็นว่า:

  • เจ้าหน้าที่รัฐถูกจำกัดการเข้าถึงอาวุธที่ใช้ป้องกันตัว
  • โจรผู้ร้ายสามารถซื้อปืนเถื่อนหรือปืนไทยประดิษฐ์ได้ง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย
  • การบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มออนไลน์ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอคือ รัฐบาลควรบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตำรวจไซเบอร์ เพื่อทลายเครือข่ายขายปืนเถื่อนแบบถอนรากถอนโคน มากกว่าการมามุ่งเน้นควบคุมผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงของชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจำกัดสิทธิของผู้บริสุทธิ์ แต่ขึ้นอยู่กับการกวาดล้างอาชญากรให้หมดไปจากสังคม หากปล่อยให้ช่องว่างนี้คงอยู่ต่อไป เราคงยากที่จะวางใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิตประจำวันได้ หวังว่ารัฐบาลจะทบทวนนโยบายนี้และลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

ที่มา – โฆษก ปชป. ชี้นโยบายคุมเข้มปืนไร้ทิศทาง จนท.มือเปล่า แต่โจรซื้อง่ายผ่านออนไลน์ จี้ทลายค้าปืนเถื่อน

ปชป. บี้สอบปม สก.ปชน. เสียบบัตรโหวตแทนกัน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภากรุงเทพมหานคร เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่กรณี ปชป. บี้สอบปม สก.ปชน. เสียบบัตรโหวตแทนกัน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในการประชุมสภา กทม. ที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกสภาฯ ตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนผู้ลงคะแนนที่ไม่สัมพันธ์กับจำนวนสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุม

เบื้องลึก ปชป. บี้สอบปม สก.ปชน. เสียบบัตรโหวตแทนกัน

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีม สก. ของพรรค ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสมาชิกสภา กทม. จากพรรคประชาชน โดยระบุว่าในระหว่างการลงมติ มีการเสียบบัตรทิ้งไว้และมีการกดลงคะแนนแทนกัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อข้อบังคับและจริยธรรมของนักการเมืองท้องถิ่นอย่างชัดเจน นายนภาพล จีระกุล สก.เขตบางกอกน้อย ยืนยันว่าในห้องประชุมมีสมาชิกอยู่จริงเพียง 40 คน แต่กลับมีการลงมติถึง 41 เสียง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีการกระทำผิดสำเร็จแล้ว

รายละเอียดการตรวจสอบและการดำเนินคดี

ทางด้าน น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ สก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ผู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง ได้ระบุว่ามีการกดปุ่มโหวตของตนเองแล้วยังยื่นมือไปกดปุ่มของเพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม การอ้างว่ากดผิดหรือเครื่องเสียจึงฟังไม่ขึ้น เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดจริง สมาชิกควรแจ้งประธานสภาฯ ทันที ไม่ใช่ปล่อยผ่านจนเกิดการทักท้วงเช่นนี้

ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เตรียมแผนดำเนินการอย่างจริงจังในกรณี ปชป. บี้สอบปม สก.ปชน. เสียบบัตรโหวตแทนกัน ดังนี้:

  • ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดตามมาตรา 157 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช.
  • ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ตรวจสอบจรรยาบรรณของ สก. ผู้เกี่ยวข้อง
  • เรียกร้องให้ประธานสภา กทม. ดำเนินการชี้แจงและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโปร่งใส เพื่อรักษามาตรฐานสภา กทม. ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน

เหตุการณ์นี้นับเป็นบททดสอบสำคัญของความโปร่งใสในสภากรุงเทพมหานคร การใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนไปในทางทุจริตเพียงเพราะความสะดวกหรือความมักง่าย ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนผู้เสียภาษีจะยอมรับได้ หวังว่ากระบวนการตรวจสอบหลังจากนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่ดี ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เสียบบัตรโหวตแทนกันขึ้นอีกในอนาคต เพราะสภาควรเป็นพื้นที่แห่งความซื่อสัตย์และเคารพกฎกติกาเป็นสำคัญ

ที่มา – ปชป. บี้สอบปม สก.ปชน. เสียบบัตรโหวตแทนกัน ย้ำความผิดสำเร็จ จ่อยื่นร้อง ป.ป.ช.-มท.1

ปชป. ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคฯ ต่อการประชุมสภาฯ เรื่องร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยทางพรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ปชป. ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว. ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ปชป. ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว.

เหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจลงมติไม่เห็นด้วยนั้น นายพงศกรได้รวบรวมเหตุผลสำคัญมาให้ประชาชนได้เข้าใจถึงที่มาที่ไป ดังนี้ครับ:

  • ประเด็นเรื่องมาตรา 112: ยืนยันชัดเจนว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีการนิรโทษกรรมในหมวดนี้
  • โอกาสในการฟื้นฟูเยาวชน: พรรคฯ มองว่าเยาวชนควรได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟูหากสำนึกผิด
  • ความสมัครใจ: กระบวนการบำบัดต้องเกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ
  • ความผิดปกติท้าย พ.ร.บ.: ประเด็นนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ ปชป. ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว. เพราะมีการนำคดีเลือกตั้ง สว. เข้ามาเกี่ยวข้อง

ทำไมปชป. ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว. จึงสำคัญต่อบ้านเมือง?

นายพงศกรยังได้ขยายความถึงความวิตกกังวลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าหากสภาให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาเอื้อประโยชน์ต่อคดีการเมือง อาจเข้าข่ายมีความขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 114 แห่งรัฐธรรมนูญ การลงมติไม่เห็นด้วยในครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์ถึงความตั้งใจของพรรคที่ต้องการรักษาหลักการที่ถูกต้องและธรรมาภิบาลทางกฎหมายไว้ให้มั่นคง

ท้ายที่สุดแล้ว การที่พรรคการเมืองออกมาตรวจสอบความโปร่งใสของกฎหมาย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ากฎหมายที่จะออกมานั้น จะเป็นเครื่องมือเพื่อความสุขของทุกคนในชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงช่องทางเพื่อปกป้องพวกพ้องจากการกระทำผิดที่ควรจะเป็นเรื่องของกฎหมายเลือกตั้งปกติ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในประเด็นนี้มากขึ้นครับ

ที่มา – ปชป. ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ชี้ท้าย พ.ร.บ. ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว.

ปชป. ย้ำ “อภิสิทธิ์” ชูปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวทางการเมืองที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง เกี่ยวกับการอภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งมีการพาดพิงถึงแนวคิดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่องสิทธิสวัสดิการของข้าราชการ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ต้องออกมาตอกย้ำจุดยืนเรื่องการ ปชป. ย้ำ “อภิสิทธิ์” ชูปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ อย่างชัดเจนครับ

ปชป. ย้ำ “อภิสิทธิ์” ชูปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีกระแสข่าวบิดเบือนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทำการตัดบำนาญข้าราชการ ทำให้นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ต้องรีบออกมาเคลียร์ประเด็นนี้ทันที โดยเน้นย้ำว่าสิ่งที่อภิสิทธิ์ได้นำเสนอไปนั้น คือการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการคลังของชาติในระยะยาว ไม่ใช่การล้มล้างสิทธิเดิมที่มีอยู่แล้ว

เปิดมุมมองการปฏิรูประบบงบประมาณที่แท้จริง

หลายท่านอาจสงสัยว่าการ ปชป. ย้ำ “อภิสิทธิ์” ชูปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ นั้นมีใจความสำคัญอย่างไร คำตอบก็คือ:

  • การสร้างระบบใหม่: มุ่งเน้นการวางโครงสร้างงบประมาณใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามารับราชการในอนาคต
  • ความเป็นธรรม: ยึดหลักการไม่ทำลายสิทธิของคนที่เข้ามาทำงานด้วยกฎเกณฑ์เดิม เพื่อความยุติธรรมของข้าราชการปัจจุบัน
  • ความยั่งยืนทางการคลัง: เพื่อให้ประเทศมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

พรรคประชาธิปัตย์มองว่า การเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นสิทธิเดิมนั้นไม่เป็นธรรม แต่การวางแผนใหม่ด้วยวิธีคิดเชิงสร้างสรรค์จะเป็นทางออกที่ดีกว่า การที่กระแสสังคมถูกปั่นหัวให้เข้าใจผิดถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะแนวคิดนี้แท้จริงแล้วคือความปรารถนาดีต่อระบบราชการไทยนั่นเองครับ

นอกเหนือจากเรื่องบำนาญแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ยังแสดงความห่วงใยถึงการบริหารงบประมาณในภาพรวม โดยเฉพาะการที่รัฐบาลกู้เงินก้อนโตแต่กลับไม่เห็นการลงทุนที่ชัดเจนในโครงการใหญ่ที่ได้ประโยชน์จริง รวมถึงความกังวลเรื่องการจัดการภัยพิบัติที่ควรทำมากกว่าแค่การรอเยียวยา เพราะความสูญเสียเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมไม่คุ้มค่ากับการประหยัดงบประมาณที่ไม่ถูกจุด

ในฐานะประชาชน เราควรพินิจพิเคราะห์ข้อมูลให้รอบด้านก่อนจะตัดสินใจเชื่อข่าวลือทางการเมือง เพราะการที่ ปชป. ย้ำ “อภิสิทธิ์” ชูปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพรรคในการเสนอทางออกให้กับบ้านเมือง ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เน้นสร้างความขัดแย้งเพียงอย่างเดียว

ที่มา – ปชป. ย้ำ “อภิสิทธิ์” ชูปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน สร้างสีสันและเข้าถึงใจพี่น้องประชาชนได้อย่างดีเยี่ยม โดยงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง พร้อมด้วยทีมรองโฆษกพรรค ได้ลงพื้นที่ลุยตลาดท่าดินแดงเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ตอกย้ำความพร้อม

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งพัฒนาเมืองกรุงอย่างยั่งยืน โดย ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมพันสำคัญอย่างคลองสาน พร้อมชูนโยบายที่จะเปลี่ยนเขตคลองสานให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยกว่าเดิม

วิสัยทัศน์ของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ว่าที่ สก.

นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2 ได้เปิดเผยถึงแผนพัฒนาพื้นที่ 3 ด้านหลักที่จะผลักดันหากได้รับโอกาสกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง:

  • สร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา: เชื่อมต่อคลองสานและสัมพันธวงศ์ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก
  • ขยายรถไฟฟ้าสายสีทอง: ผลักดันให้ไปถึงสถานีประชาธิปก เพื่อเชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง เพิ่มความสะดวกในการสัญจรของคนในเขต
  • พัฒนาโครงข่ายรถเมล์ไฟฟ้า: เพิ่มเส้นทางและเที่ยววิ่งเชื่อมสถานีกรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ และคลองสาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง ยังได้เชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงร่วมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่านโยบายที่นำเสนอจะตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและการเดินทางของพี่น้องชาวไทยได้อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตัวแทน แต่คือการเลือกอนาคตของเขตคลองสาน หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในพื้นที่ย่อมส่งผลบวกต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเขตอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ชู “อนุชา” เป็นผู้ว่าฯ เลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์

ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่บนเวทีการเมืองด้วยการจัดกิจกรรม ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ ณ ปาร์ค สีลม ย่านศาลาแดง เพื่อร่วมกันเจาะลึกถึงปัญหาที่หมักหมมอยู่ในเมืองหลวงของเรา โดยมีทีมงานตัวตึงจากพรรคสีฟ้าร่วมเวทีกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

เปิดเบื้องลึก ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

ในงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคได้นำประเด็นเรื่องส่วยและการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่โปร่งใสมาตีแผ่ โดยเน้นย้ำถึงกระแสข่าวเรื่องการ “ล็อค-เลี่ยง-ล่องหน” ในระดับข้าราชการ กทม. ซึ่งนับเป็นปัญหาที่กัดกินความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเวทียังอยู่ที่การเปิดเผยข้อมูลจากแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” โดยนางการดี เลียวไพโรจน์ ที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามองการใช้งบประมาณกันใหม่

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณ ดังนี้:

  • การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษสูงถึง 92% ของโครงการทั้งหมด
  • การแบ่งซอยงบประมาณให้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและทำสัญญาแบบแข่งขัน
  • การใช้งบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทในลักษณะที่ส่อเค้าไม่โปร่งใส
  • ตรวจพบโครงการที่การแข่งขันมีเพียง 2 บริษัท และเสนอราคาทิ้งห่างกันเพียงเล็กน้อย

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำชัดว่า ภายใต้นโยบายการเมืองที่สุจริต พรรคจะไม่ยอมให้ระบบ “ตั๋วพิเศษ” หรือการกระทำที่กัดกินงบประมาณภาษีของประชาชนดำเนินต่อไป โดยนายอนุชา บูรชัยศรี ผู้สมัครในนามพรรคได้ให้คำมั่นว่าจะนำความโปร่งใสกลับคืนสู่ กทม. ด้วยการใช้เทคโนโลยีและระบบคุณธรรมเป็นตัวตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบใต้ดิน

ท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับคนเมือง โดยเฉพาะการหันมาใส่ใจเรื่องการติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐผ่านเครื่องมือดิจิทัล เพราะทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปคือภาษีของพวกเราทุกคนที่ต้องได้รับความคุ้มค่า ไม่ใช่การปล่อยให้เกิดงบมืดที่ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มประสิทธิภาพครับ

ที่มา – ปชป.เปิดปราศรัยย่อย “ไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. “การดี” เปิดปมซอยงบประมาณเลี่ยงตรวจสอบ

โฆษกปชป. ขอบคุณคนกรุงเทพฯ หลังโพลพุ่ง!

โฆษกปชป. ขอบคุณคนกรุงเทพฯ หลังผลโพลพุ่ง

“พงศกร ขวัญเมือง” ขอบคุณคนกรุงเทพฯ หลังนิด้าโพล เผย คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ พุ่งสูงขึ้นเกือบ 4 เท่า ขอโอกาสอีกครั้งให้กลับมารับใช้ดูแล

วันที่ 21 ธ.ค. 2568 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ต่อผลการสำรวจ “กระแสการเมืองกรุงเทพมหานคร” ล่าสุดของนิด้าโพล ที่สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนนิยมขยับสูงขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผลโพลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางการเมือง แต่เป็นสัญญาณของความไว้วางใจ และการเปิดใจของคนกรุงเทพฯ ที่ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

พรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณพี่น้องคน กทม.อย่างจริงใจ ที่เปิดใจ และมอบความไว้วางใจให้พรรคถือเป็นกำลังใจสำคัญของพวกเราทุกคน ทำงานด้วยความรับผิดชอบต่อความหวังของประชาชน เพราะตระหนักดีว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ตัดสินใจ และยังมองหาพรรคการเมืองที่สามารถเป็นความหวังใหม่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง พรรคประชาธิปัตย์พร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน จึงขอโอกาสจากคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง ให้เราได้กลับมารับใช้ ดูแล และทำงานเพื่อตอบโจทย์คน กทม. และเมืองนี้ ด้วยการเมืองสุจริต การทำงานแบบมืออาชีพ และความจริงใจต่อประชาชนทุกคน

พรรคประชาธิปัตย์ขอบคุณคนกรุงเทพฯ

ผลสำรวจของนิด้าโพลแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคประชาธิปัตย์ การที่คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่พรรคต้องรักษาและต่อยอดความไว้วางใจนี้ด้วยการทำงานอย่างหนักและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจร ปัญหามลพิษ ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะตัวแทนของประชาชนคนกรุงเทพฯ พร้อมที่จะเป็นแกนนำในการผลักดันนโยบายและโครงการต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น

นโยบายที่พรรคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สะดวก และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อลดปัญหาการจราจรและมลพิษ
  • การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
  • การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยการเพิ่มกำลังตำรวจ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย
  • การส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯ

พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่นตั้งใจจริง เราจะสามารถสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้ อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไป ร่วมกันสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิมไปกับเรา

ที่มา – โฆษกปชป. ขอบคุณ คนกรุงเทพฯ หลังผลโพลพุ่ง ขอโอกาส รับใช้อีกครั้ง

ปชป. แจง อภิสิทธิ์ ไม่ได้วิจารณ์คนละครึ่งเชิงลบ

“โฆษก ปชป.” ปัด “อภิสิทธิ์” วิจารณ์ “โครงการคนละครึ่ง” เชิงลบ มองเป็นสิ่งที่ดี แต่ช่วยประชาชนได้ระยะสั้น ย้ำ ประชาธิปัตย์ เตรียมเสนอพิมพ์เขียว สร้างเศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืน

วันที่ 23 ตุลาคม 2568 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวชี้แจงกรณีมีการตีความคำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นการวิจารณ์โครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ว่า ยืนยันว่าถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาในเชิงลบต่อโครงการดังกล่าว หัวหน้าพรรคมีความเห็นว่าโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการสื่อสารอย่างชัดเจนคือ หากประเทศพึ่งพาโครงการช่วยเหลือระยะสั้น โดยปราศจากการต่อยอดในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ อาจเป็นผลให้ประเทศไทยไม่สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว สำหรับแนวทางเศรษฐกิจที่ครบวงจรและยั่งยืนมากขึ้น พรรคประชาธิปัตย์จึงได้แสวงหาแนวทางเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการค้าขายและบริการ การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการยกระดับภาคเกษตรกรรมให้ทันสมัยด้วยการใช้เทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งแนวทางเหล่านี้สิ่งที่พรรคฯ เชื่อมั่นว่าจะช่วยต่อยอดจากโครงการช่วยเหลือชั่วคราวอย่างคนละครึ่งได้ดี และจะทำให้ประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และเป็นธรรมสำหรับทุกภาคส่วนของสังคม

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงภารกิจสำคัญที่สุดของพรรคการเมืองที่ต้องมุ่งเน้นไปยังปัญหาและภาพรวมของประเทศชาติบ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์จึงเตรียมจัดเวทีฟอรัมใหญ่ขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจและนวัตกรรมระดับประเทศ 3 ท่าน มาร่วมวิเคราะห์และให้มุมมอง ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คนแรก นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการบริหารของดับบลิวเอชเอ (WHA) คอร์ปอเรชั่น ทั้งนี้ พรรคมั่นใจว่าทั้งสามท่านจะเข้ามาช่วยบอกกับสังคมถึงสถานะที่แท้จริงของประเทศ และเป็นโอกาสให้พรรคได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างสรรค์นโยบายเศรษฐกิจที่ยั่งยืน แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้นอย่างที่ปรากฏอยู่ในการเมืองปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่พรรคการเมืองควรทำ

ปชป. ปัด “อภิสิทธิ์” วิจารณ์คนละครึ่งเชิงลบ

ทำไม ปชป. ถึงมองว่าคนละครึ่งไม่ยั่งยืน?

พรรคประชาธิปัตย์มองว่าแม้โครงการคนละครึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่การพึ่งพาโครงการช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียว โดยไม่สร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จะไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนได้ พวกเขาจึงเสนอแนวทางที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล, ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, และยกระดับภาคเกษตรกรรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและเป็นธรรมในระยะยาว

  • เศรษฐกิจดิจิทัล: สร้างโอกาสใหม่ในการค้าขายและบริการ
  • การค้าระหว่างประเทศ: ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น
  • ภาคเกษตรกรรม: ใช้เทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลเพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนให้เกษตรกร

นอกจากนี้ พรรคยังได้จัดเวทีฟอรัมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความเห็นและชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างนโยบายเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

การมองไปข้างหน้าและการวางแผนระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การพึ่งพาโครงการระยะสั้นอาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่การสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืนเท่านั้นที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

ที่มา – ปชป. ปัด “อภิสิทธิ์” วิจารณ์คนละครึ่งเชิงลบ แค่ชี้ช่วยประชาชนได้ระยะสั้น

Scroll to top