พรรคการเมือง

“สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

“สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านการนับคะแนนใหม่ โดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากกลุ่มผู้ประท้วงที่อ้างสิทธิ์ประชาชน แต่สนธิญายืนกรานว่าต้องเป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561

“สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สนธิญา สวัสดี ได้มาที่สำนักงาน กกต. เพื่อยื่นข้อร้องเรียน โดยอ้างอิงมาตรา 140 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ที่กำหนดชัดเจนว่าผู้ร้องต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตนั้น ผู้สมัครในเขต หรือพรรคที่ส่งผู้สมัครเท่านั้น จึงมีสิทธิ์ยื่นขอตรวจสอบหรือนับคะแนนใหม่ ชาวบ้านหรือคนนอกเขตไม่มีอำนาจตามกฎหมาย สนธิญาเรียกร้องให้ กกต. ยึดหลักนี้ ไม่เปิดหีบใหม่ และดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้งหมด

นอกจากนี้ เขายังท้าทายพรรคการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงหรือ ‘ด้อมส้ม’ ให้ออกมาแสดงตัวอย่างชัดเจน หากพรรคแพ้หรือชนะก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้ ไม่ต้องใช้นอกระบบที่ก่อความวุ่นวาย สนธิญาเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มาจากมติประชาชน 52 ล้านคน หากปล่อยให้ซื้อเสียงหรือทุจริต ประชาชนทั้งประเทศจะต้องรับกรรมจากรัฐบาลที่คอร์รัปชัน

ชาวบ้านโผล่ถามกลางวงสัมภาษณ์ “ทำไมทำไม่ได้”

ระหว่างให้สัมภาษณ์ มีชาวบ้านที่มาร่วมยื่นหนังสือขอให้นับคะแนนใหม่ โผล่เข้ามาถามตรงๆ ว่า “แล้วใครจะยื่นได้” สนธิญาตอบว่าประชาชนในเขต พรรคในเขต สามารถทำได้ ชาวบ้านแย้งว่าทำไมคนนอกเขตทำไม่ได้ โดยอ้างกฎหมายว่าถ้าไม่สุจริตใครก็ยื่นได้ สนธิญาชี้แจงว่าการซื้อเสียง การทุจริต กับการขอนับใหม่เป็นคนละเรื่อง การชุมนุมอาจละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นและ กกต. การนับใหม่ทั้งประเทศจะเสียงบ 8,700 ล้านบาท เอาเงินมาจากไหน?

สนธิญายืนยันว่าเขาไม่เกรงกลัวการชุมนุม และพร้อมยืนเคียงข้าง กกต. หากยึดกฎหมาย ไม่มีส่วนได้เสียส่วนตัว แต่เพื่อประเทศชาติที่ต้องเดินบนรากฐานกฎหมาย

หลักกฎหมายที่สนธิญาอ้างอิง

  • มาตรา 140 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.: กำหนดผู้มีสิทธิ์ร้องเรียนชัดเจน ต้องเป็นคนในเขต ผู้สมัคร หรือพรรค
  • ห้ามใช้นอกระบบ เช่น ชุมนุมก่อความวุ่นวาย
  • ดำเนินคดีผู้กระทำผิดทุจริต ซื้อเสียง
  • รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งทั่วประเทศกว่า 1 แสนหน่วย

ประเด็น “สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ยังค้างคา โดยเฉพาะชลบุรี เขต 1 ที่มีข้อกล่าวหาบัตรปลอมและซื้อเสียง สนธิญาไม่สนับสนุนการนับใหม่ทุกจังหวัดหากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กกต.ต้องตัดสินใจโดยไม่เกรงใจแรงกดดัน

จากมุมมองของผู้เขียน การยึดมั่นหลักนิติธรรมคือหัวใจของประชาธิปไตย หากปล่อยให้ใครก็ได้ร้องได้โดยไม่จำกัด จะนำไปสู่ความโกลาหล คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ

ที่มา – “สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 “ชาวบ้าน” โผล่ถามกลางวงสัมภาษณ์ “ทำไมทำไม่ได้”

“ธนาธร” ยินดี ภท.ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง

หลังจากผลการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ออกมา “ธนาธร” จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งใจผ่านเฟซบุ๊ก โดย “ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป แม้พรรคประชาชนจะไม่ได้รับชัยชนะ แต่คำพูดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สนับสนุนจำนวนมาก

“ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้นำทางความคิดของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้พรรค แม้ผลเลือกตั้งจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่เขายังคงมองโลกในแง่ดี ยินดีกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ปลุกใจผู้สนับสนุนที่เรียกตัวเองว่า “ด้อมส้ม” หรือกลุ่มแฟนคลับพรรคประชาชนที่มีสัญลักษณ์สีส้ม ให้อย่าท้อแท้และเดินหน้าต่อไปด้วยกัน

ข้อความเต็มจากธนาธรที่สร้างแรงบันดาลใจ

ถึงผู้ลงคะแนนให้พรรคประชาชนและผู้ลงประชามติเห็นชอบ ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนที่มอบให้กับพวกเราในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ถึงพรรคภูมิใจไทย ผมขอแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง
ถึงผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรคประชาชนทุกท่าน ผมซาบซึ้งใจในการสนับสนุนลงแรงที่ท่านทำร่วมกับพรรค เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที
ประชาชน แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว
มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง
ธจ 9 กุมภาพันธ์ 2569

คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่แค่การปลอบใจ แต่เป็นปรัชญาการเมืองที่ธนาธรยึดถือมาตลอดอาชีพนักการเมืองของเขา ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรคในปี 2563 จนนำไปสู่การก่อตั้งพรรคก้าวไกล และล่าสุดพรรคประชาชนในยุคใหม่ คำว่า “แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของขบวนการ reform การเมืองไทยที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

บริบทการเลือกตั้ง 2569 และบทบาทของพรรคภูมิใจไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะใหญ่ ด้วยนโยบายที่เน้นประเด็นเศรษฐกิจ สุขภาพ และการเกษตร ทำให้ได้รับคะแนนเสียงถล่มทลาย ขณะที่พรรคประชาชนแม้จะได้คะแนนไม่มากพอที่จะครองอำนาจ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นจากกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง การที่ธนาธรแสดงความยินดีกับภท. ถือเป็นท่าทีที่สุภาพและเป็นผู้ใหญ่ในวงการเมือง

  • ขอบคุณคะแนนเสียง: แสดงถึงความซาบซึ้งในทุกการสนับสนุน
  • ยินดีกับภท.: ยอมรับผลเลือกตั้งอย่างโปร่งใส
  • ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง: ปลุกใจผู้สนับสนุนให้สู้ต่อ
  • เดินร่วมกันต่อไป: เน้นความเป็นทีมเวิร์ค
  • แพ้กี่ครั้งชนะครั้งเดียว: แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ คำว่า “ด้อมส้ม” ยังกลายเป็นเทรนด์ในโซเชียลมีเดียทันทีหลังโพสต์ โดยแฟนๆ พรรคประชาชนต่างแชร์และคอมเมนต์ให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก สร้างกระแสไวรัลที่ทำให้พรรคยังคงมีพลังแม้แพ้เลือกตั้ง

วิเคราะห์ความหมายลึกซึ้งของคำพูดธนาธร

“ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป ไม่ใช่แค่โพสต์ธรรมดา แต่เป็นสัญญาณว่าธนาธรยังคงเป็นผู้นำที่ไม่ยอมแพ้ ในอดีต เขาเคยนำพรรคอนาคตใหม่คว้าที่นั่ง ส.ส. กว่า 30 ที่นั่งในการเลือกตั้ง 2562 และต่อสู้ทางกฎหมายจนเกิดกระแส #ม็อบ30ปีงบประมาณ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การเมืองไทยในยุคนี้เต็มไปด้วยความผันผวน แต่คำพูดเชิงบวกเช่นนี้ช่วยลดความขัดแย้งและส่งเสริมประชาธิปไตย

จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามการเมืองไทยมานาน ผมเห็นว่าธนาธรมีจุดแข็งในการสื่อสารที่เข้าถึงหัวใจประชาชน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เบื่อกับการเมืองเก่าๆ คำว่า “มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง” เป็นอุปมาที่สวยงาม สื่อถึงความหวังที่ไม่เคยดับมอด

ในอนาคต พรรคประชาชนน่าจะปรับกลยุทธ์ โดยเน้นนโยบายดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อชิงใจผู้เลือกตั้งรอบใหม่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยที่ชนะอาจต้องพิสูจน์ผลงานในสภาฯ

สุดท้าย คำพูดของธนาธรนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทุกพรรค: ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะครั้งใหญ่ คุณล่ะ คิดอย่างไรกับ “ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ กันนะ!

ที่มา – “ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย เป็นประเด็นร้อนหลังผลการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (ตามข้อมูล) ที่พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 3 สร้างความสนใจให้กับนักการเมืองและประชาชนอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และคำให้สัมภาษณ์สำคัญๆ กัน

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

บรรยากาศที่ทำการพรรคเพื่อไทยคึกคักตั้งแต่เช้า แกนนำพรรคทยอยเข้ามา เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ, นายภูมิธรรม เวชยชัย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ใช้ประตูหลังเพื่อประชุมประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เปิดเผยตอน 13.59 น. ว่า ยังไม่มีการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเรื่องร่วมรัฐบาล เพียงแค่มา

คุยกันเฉยๆ

ชูศักดิ์ย้ำต้องคิดให้หนักก่อนร่วมรัฐบาล

เวลา 15.06 น. นายชูศักดิ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร วิเคราะห์ผลเลือกตั้งที่ต่ำกว่าคาดจากหลายปัจจัย มีทั้งข้อดีข้อเสียของการร่วมรัฐบาล ต้องฟังทุกฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ เพราะมีผลต่ออนาคตการเมืองครั้งหน้า ย้ำว่าต้องตัดสินใจดีๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ต่อมา 15.50 น. นายจุลพันธ์ยอมรับเสียใจผลเลือกตั้งเล็กน้อย แต่ตั้งหลักได้แล้ว พรรคมี ส.ส.เกือบ 80 คน ไม่ใช่น้อย จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อ สำหรับข่าวลือพรรคภูมิใจไทยทาบทาม พรรคเพื่อไทยยังไม่ถูกทาบ และรอให้พรรคเสียงมากสุดนำจัดตั้ง จุดยืนเปิดกว้าง หากตรงอุดมการณ์-นโยบาย อะไรก็เกิดขึ้นได้

วิเคราะห์ผลเลือกตั้งและบทเรียนพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ชี้ว่าผลต่ำกว่าคาดเพราะตั้งเป้าสูงเพื่อประชาชน แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน แม้มีอุปสรรคจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก่อนหน้า แต่ฐานเสียงยังอยู่ โดยเฉพาะ ส.ส.เกือบ 80 ที่จะทำงานต่อ ในพื้นที่เชียงใหม่ที่แคนดิเดตนายกฯ 2 คนไม่ได้ที่นั่ง ไม่ใช่ปิดฉาก แต่ต้องปรับปรุงนโยบาย ตัวบุคคล ให้ตอบโจทย์มากขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่สูญพันธุ์ เป็นสถาบันการเมืองที่พร้อมสู้ครั้งหน้า

ส่วนปัจจัยแพ้ เช่น กระแสชาตินิยมช่วยภูมิใจไทย คลิปอังเคิลกระทบ หรือยกจังหวัดในพื้นที่แข็ง นายจุลพันธ์บอกมีหลายองค์ประกอบ จะลงพื้นที่ถอดบทเรียนกับเลขาฯประเสริฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ย้ำให้รอหัวหน้าพรรค

  • ยังไม่มีการทาบทามจากภูมิใจไทย
  • ตัดสินใจจากอุดมการณ์-นโยบายเป็นหลัก
  • พรรคเพื่อไทยตั้งหลักได้ รักษาฐานเสียง
  • เตรียมถอดบทเรียนเพื่อเลือกตั้งหน้า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งนี้ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนนำ จะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 มีบทบาทสำคัญหากถูกเชิญ แต่จุลพันธ์ย้ำ “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย ทำให้อนาคตยังเปิดกว้าง

มุมมองอนาคต: พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง?

จากประสบการณ์การเมืองไทย พรรคที่ปรับตัวดีมักคัมแบ็คได้ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายประชาชนศูนย์กลาง หากถอดบทเรียนได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่แดนไทบ้านอย่างเชียงใหม่ และจัดการปัจจัยภายนอก น่าจะกลับมานำในอนาคต ในมุมนี้ การไม่รีบตัดสินใจร่วมรัฐบาลแสดงถึงความรอบคอบ

ติดตามพัฒนาการการจัดตั้งรัฐบาลได้ที่บล็อกนี้ เราจะอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดเพื่อคุณ! ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยต้องเน้นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อประชาชนจริงๆ ถึงจะยั่งยืน

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “ชลบุรี” แบ่งครึ่ง “ประชาชน-ภูมิใจไทย”

วันนี้เรามีข้อมูลร้อนๆ มาอัปเดตให้เพื่อนๆ ฟังกันแล้วนะครับ สำหรับ สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “ชลบุรี” แบ่งครึ่ง “ประชาชน-ภูมิใจไทย” ซึ่งเป็นผลไม่เป็นทางการจาก กกต. ที่นับคะแนนไปถึง 94% แล้ว จังหวัดชลบุรีทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง แบ่งกันสนุกเลย พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ควงคู่กันได้ไปคนละ 5 เขต! นี่คือสัญญาณบอกอะไรได้บ้าง มาดูรายละเอียดกันเลย

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “ชลบุรี” แบ่งครึ่ง “ประชาชน-ภูมิใจไทย”

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้อัปเดตผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของจังหวัดชลบุรีแล้วครับ ซึ่งนับเสร็จสิ้น 94% จากทั้ง 10 เขต สุดมันส์มากเพราะสองพรรคใหญ่แบ่งครึ่งกันเป๊ะๆ พรรคภูมิใจไทยคว้าเขต 1,3,4,5,8 ไป ส่วนพรรคประชาชนได้เขต 2,6,7,9,10 ไป ผลนี้ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการนะ แต่ตอนนี้เรามาไล่ดูคะแนนแต่ละเขตกันแบบละเอียดยิบเลย

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1

  • อันดับ 1: สุชาติ ชมกลิ่น (พรรคภูมิใจไทย) 44,622 คะแนน
  • อันดับ 2: วรท ศิริรักษ์ (พรรคประชาชน) 40,559 คะแนน
  • อันดับ 3: สรัลชา ศรีชลวัฒนา (พรรคประชาธิปัตย์) 2,840 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2

  • อันดับ 1: วรรณิดา นพสิทธิ์ (พรรคประชาชน) 29,708 คะแนน
  • อันดับ 2: ธนวัฒน์ ภาวสุทธิ์ (พรรคภูมิใจไทย) 28,576 คะแนน
  • อันดับ 3: จองชัย วงศ์ทรายทอง (พรรคประชาธิปัตย์) 14,191 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3

  • อันดับ 1: สิทธิพัฒน์ ภาวสุทธิ์ (พรรคภูมิใจไทย) 42,501 คะแนน
  • อันดับ 2: ชวาล พลเมืองดี (พรรคประชาชน) 37,164 คะแนน
  • อันดับ 3: พายุ เนื่องจำนงค์ (พรรคเพื่อไทย) 3,641 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4

  • อันดับ 1: จิรวุฒิ สิงห์โตทอง (พรรคภูมิใจไทย) 45,517 คะแนน
  • อันดับ 2: นภัสวรรณ มณีรัตน์โรจน์ (พรรคประชาชน) 24,082 คะแนน
  • อันดับ 3: อารยะ โรจนวณิชชากร (พรรคประชาธิปัตย์) 6,401 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 5

  • อันดับ 1: อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ (พรรคภูมิใจไทย) 52,506 คะแนน
  • อันดับ 2: ณรงธร โพธิ์หมื่น (พรรคประชาชน) 24,735 คะแนน
  • อันดับ 3: ประมวล เอมเปีย (พรรคเพื่อไทย) 7,711 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 6

  • อันดับ 1: นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต (พรรคประชาชน) 40,174 คะแนน
  • อันดับ 2: สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ (พรรคภูมิใจไทย) 34,345 คะแนน
  • อันดับ 3: ษรกฤต ผลลูกอินทร์ (พรรคเพื่อไทย) 3,812 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 7

  • อันดับ 1: สหัสวัต คุ้มคง (พรรคประชาชน) 39,278 คะแนน
  • อันดับ 2: สงกรานต์ ภาชนะ (พรรคภูมิใจไทย) 31,471 คะแนน
  • อันดับ 3: นฤพล นิยมทรัพย์ (พรรคเพื่อไทย) 2,933 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 8

  • อันดับ 1: เชาวลิตร แสงอุทัย (พรรคภูมิใจไทย) 37,526 คะแนน
  • อันดับ 2: มนัสวิน จันทร์เจริญ (พรรคประชาชน) 34,536 คะแนน
  • อันดับ 3: ชาญยุทธ เฮงตระกูล (พรรคเพื่อไทย) 4,424 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 9

  • อันดับ 1: ยอดชาย พึ่งพร (พรรคประชาชน) 27,413 คะแนน
  • อันดับ 2: แมน อินทร์พิทักษ์ (พรรคภูมิใจไทย) 23,516 คะแนน
  • อันดับ 3: รัฐกิจ เฮงตระกูล (พรรคเพื่อไทย) 5,570 คะแนน

ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 10

  • อันดับ 1: ธนาธาร ประมูลพงษ์ (พรรคประชาชน) 26,531 คะแนน
  • อันดับ 2: พนธกร ใคร่ครวญ (พรรคภูมิใจไทย) 23,046 คะแนน
  • อันดับ 3: สะถิระ เผือกประพันธุ์ (พรรคกล้าธรรม) 22,537 คะแนน

จาก สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “ชลบุรี” แบ่งครึ่ง “ประชาชน-ภูมิใจไทย” จะเห็นว่าคะแนนสูสีมากในหลายเขต เช่น เขต 1 ที่ภูมิใจไทยชนะประชาชนแค่ไม่กี่พันคะแนน หรือเขต 10 ที่ประชาชนชนะแบบฉิวเฉียด สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ชลบุรีซึ่งเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว มีฐานเสียงกระจายตัวดี สองพรรคนี้แข่งกันดุเดือด พรรคอื่นๆ อย่างเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ได้คะแนนรองลงมา

ในมุมมองของผม การแบ่งครึ่งแบบนี้แสดงถึงความหลากหลายของความคิดเห็นประชาชนชลบุรี ที่ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน อาจเป็นเพราะนโยบายเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และปัญหาชายฝั่งที่แต่ละพรรคนำเสนอแตกต่างกัน หากผลอย่างเป็นทางการออกมาเหมือนนี้ ก็น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเมืองท้องถิ่นต่อไป

ติดตามผลการเลือกตั้งเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ กกต. และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเพื่อนๆ สนใจนะครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณเชียร์พรรคไหนในชลบุรี!

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “ชลบุรี” แบ่งครึ่ง “ประชาชน-ภูมิใจไทย”

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว สรวงศ์ เทียนทอง สอบตก

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว ล่าสุดกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง! หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปิดหีบเมื่อวาน (8 ก.พ.) พบความพลิกผันที่น่าตกใจในเขต 3 พื้นที่ชายแดน โดย “สรวงศ์ เทียนทอง” แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ต้องสอบตก ชวดเก้าอี้ ส.ส. ให้กับ “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” จากพรรคกล้าธรรม ที่ปักธงได้สำเร็จ

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญติดกับกัมพูชา ดึงดูดความสนใจจากทั่วประเทศ โดยอัปเดตผลนับคะแนน 94% เมื่อเวลา 10.48 น. แสดงให้เห็นภาพชัดเจนของแต่ละเขต สระแก้วมี 3 เขตเลือกตั้ง โดยตระกูลเทียนทองที่ครองอิทธิพลมานานยังเหนียวแน่นในเขต 1 และ 2 แต่พลาดท่าในเขต 3 ที่มีความขัดแย้งชายแดนล่าสุด ทำให้พรรคใหม่อย่างกล้าธรรมบุกทะลวงได้

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว เขต 1

  • อันดับ 1: บดี เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) – นำเดี่ยวแบบไม่ต้องลุ้น
  • อันดับ 2: เอกอนันต์ หูแก้ว (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 3: ชาญ สุคนธ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)

เขต 1 เป็นฐานที่มั่นของตระกูลเทียนทองมาอย่างยาวนาน พื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นอำเภอเมืองและใกล้เคียง ผู้สมัครจากพลังประชารัฐคว้าชัยได้อย่างสบายมือ สะท้อนถึงอิทธิพลทางการเมืองท้องถิ่นที่ยังแข็งแกร่ง

ผลการเลือกตั้งสระแก้ว เขต 2

  • อันดับ 1: ตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) – สานต่อความสำเร็จของครอบครัว
  • อันดับ 2: ยุทธชัย รำไพวรรณ์ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 3: ศิริพงศ์ ทวีวงศ์ (พรรคเศรษฐกิจ)

เขต 2 ครอบคลุมพื้นที่อรัญประเทศและใกล้ชายแดนเช่นกัน แต่ตระกูลเทียนทองยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ ตรีนุชที่เป็นสมาชิกตระกูล ได้รับคะแนนนำขาดลอย แสดงถึงการสนับสนุนจากชาวบ้านที่คุ้นเคยกับชื่อนี้

ไฮไลต์เขต 3: สรวงศ์ เทียนทอง พ่ายแพ้ให้กล้าธรรม

  • อันดับ 1: สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ (พรรคกล้าธรรม) – ผู้ชนะหน้าใหม่
  • อันดับ 2: สรวงศ์ เทียนทอง (พรรคเพื่อไทย) – แชมป์เก่าต้องอกหัก
  • อันดับ 3: ศตพัฒน์ พิมพ์คำ (พรรคประชาชน)

เขต 3 เป็นพื้นที่แนวชายแดนที่เคยมีเหตุปะทะ ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคง พรรคกล้าธรรมซึ่งอาจเน้นนโยบายด้านนี้ สามารถดึงคะแนนได้มากพอที่จะโค่นแชมป์เก่า นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองสระแก้ว ที่ตระกูลใหญ่เริ่มเสียพื้นที่ให้พรรคหน้าใหม่

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว ยังคงต้องรอผลทางการจาก กกต. แต่จากแนวโน้มนี้ พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบใน 2 เขต ขณะที่กล้าธรรมสร้างเซอร์ไพรส์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ต้องการนโยบายเฉพาะเจาะจง จังหวัดสระแก้วซึ่งมีเศรษฐกิจหลักจากการค้าชายแดนและเกษตรกรรม การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตระกูลการเมืองเก่าแก่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นน่าสนใจ เช่น อัตราการมาเลือกตั้งสูงในเขตชายแดน และบทบาทของพรรคเล็กที่กำลังโต การเมืองท้องถิ่นสระแก้วอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากคุณอาศัยในพื้นที่หรือสนใจการเมือง อย่าลืมติดตามผลอย่างเป็นทางการและวิเคราะห์แนวโน้ม ส.ส.ชุดใหม่จะนำพาอะไรมาสู่จังหวัดนี้

ความเห็นส่วนตัว: ผลครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยกำลัง多元化มากขึ้น พรรคใหม่มีโอกาสถ้าจับประเด็นท้องถิ่นได้ถูกจุด ชาวสระแก้วฉลาดเลือกแล้ว! คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว “สรวงศ์ เทียนทอง” แชมป์เก่าสอบตก ชวด สส. เขต 3

สรุปผลเลือกตั้ง 2569 อุดรธานี พท.เหลือ 5 ภท.แย่ง 4

เพื่อนๆ สวัสดีครับ วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ กันเลยกับ สรุปผลเลือกตั้ง 2569 อุดรธานี ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในโซเชียล เพราะจังหวัดนี้เคยถูกเรียกว่า “เมืองหลวงคนเสื้อแดง” ฐานเสียงหลักของพรรคเพื่อไทยมาหลายสมัย พวกเขาชนะแบบกวาดทั้ง 10 เขตเลือกตั้งมาตลอด แต่ครั้งนี้ดราม่ามาก! ผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 94% เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทยเหลือแค่ 5 เขต พรรคภูมิใจไทยบุกมาแย่งไป 4 เขต ส่วนพรรคประชาชนได้ 1 เขต เรียกได้ว่าฐานเสียงสั่นคลอนจริงๆ

ทำไมถึงเป็นแบบนี้? จากการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเพื่อไทยก็เสียไปแล้ว 3 เขต (ประชาชน 1, ไทยสร้างไทย 2) แต่ครั้งนี้หนักกว่าเดิม พรรคภูมิใจไทยรุกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชนบทและอำเภอห่างไกล อาจเพราะนโยบายที่เข้าถึงชาวบ้าน หรือกระแสการเมืองที่เปลี่ยนไป บรรยากาศการเลือกตั้งคึกคักมาก ผู้มาใช้สิทธิ์เยอะ แสดงว่าประชาชนอุดรยังให้ความสำคัญกับการเมืองอยู่

สรุปผลเลือกตั้ง 2569 อุดรธานี แบบละเอียดทุกเขต

มาดูผลคะแนนแบบเจาะลึกกันเลยครับ ผมรวบรวมมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ผลอันดับ 1-2 ของแต่ละเขต (คะแนนไม่เป็นทางการนะ รอประกาศอย่างเป็นทางการกันต่อไป)

เขตเลือกตั้งที่ 1: อำเภอเมืองอุดรธานี (หมากแข้ง, หนองบัว, นาดี, บ้านเลื่อม)

  • นายอานันท์ อัมรินทร์ (พรรคประชาชน) อันดับ 1: 29,505 คะแนน
  • นายโกเมนท์ ทีฆธนานนท์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2: 28,062 คะแนน

สูสีสุดๆ! พรรคประชาชนแซงชนะแบบฉิวเฉียด แสดงให้เห็นกระแสใหม่ในเขตเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 2: อำเภอเมืองอุดรธานี (บ้านตาด, โนนสูง ฯลฯ)

  • นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 1: 23,226 คะแนน
  • น.ส.พิชฎาภา อายุวัฒน์ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 2: 18,973 คะแนน

พรรคเพื่อไทยยังยึดได้ แต่คะแนนห่างไม่มาก ภท.ใกล้แซงแล้ว

เขตเลือกตั้งที่ 3: อำเภอเมือง (บ้านขาว), เพ็ญ, สร้างคอม

  • นายหรั่ง ธุระพล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 1: 32,492 คะแนน
  • นายสมัคร บุญปก (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2: 26,827 คะแนน

ภท.ชนะขาด พื้นที่ชนบทยังตอบรับดี

เขตเลือกตั้งที่ 4: บ้านดุง, ทุ่งฝน

  • นายไตรภพ คำเพชร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 1: 29,241 คะแนน
  • นายภาณุ พรวัฒนา (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 2: 22,158 คะแนน

พท.รั้งได้ แต่ภท.ไล่ทัน

เขตเลือกตั้งที่ 5: หนองหาน, พิบูลย์รักษ์, กู่แก้ว (บางตำบล)

  • นางบัวเงิน รอดขันเมือง (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 1: 28,257 คะแนน
  • นายกรวีร์ สาราคำ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2: 20,116 คะแนน

ภท.คว้าชนะสบาย

เขตเลือกตั้งที่ 6: ไชยวาน, ศรีธาตุ, วังสามหมอ, กู่แก้ว (บางตำบล)

  • นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 1: 36,109 คะแนน
  • นายธนอนันต์ เมนะสวัสดิ์ (พรรคกล้าธรรม) อันดับ 2: 14,969 คะแนน

คะแนนขาดลอย ภท.เด่นในเขตนี้

เขตเลือกตั้งที่ 7: เมือง (หนองไผ่), กุมภวาปี, ประจักษ์ศิลปาคม

  • นายธีระชัย แสนแก้ว (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 1: 24,883 คะแนน
  • นายสุริยา วงศ์อารีย์ (พรรคประชาชน) อันดับ 2: 24,367 คะแนน

สูสีอีกแล้ว พท.รอดตัว

เขตเลือกตั้งที่ 8: เมือง (หนองไฮ), หนองวัวซอ, โนนสะอาด, หนองแสง

  • นายสุภีรภัทร ภูมิภักดิ์ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 1: 36,105 คะแนน
  • นายอนุเทน สีดาอุบล (พรรคประชาชน) อันดับ 2: 13,396 คะแนน

ภท.ถล่มทลาย

เขตเลือกตั้งที่ 9: เมือง (นิคมฯ), กุดจับ, บ้านผือ (บางตำบล)

  • นายวัชระพล ขาวขำ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 1: 27,784 คะแนน
  • นายฐานะวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ (พรรคกล้าธรรม) อันดับ 2: 19,897 คะแนน

พท.ยึดไว้ได้

เขตเลือกตั้งที่ 10: บ้านผือ (บางส่วน), น้ำโสม, นายูง

  • นางเทียบจุฑา ขาวขำ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 1: 31,134 คะแนน
  • นายทัชภูมิ ทองทิพย์ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 2: 19,478 คะแนน

พท.ปิดท้ายสวย

สรุปภาพรวม สรุปผลเลือกตั้ง 2569 อุดรธานี: พรรคเพื่อไทยได้เขต 2,4,7,9,10 (5 เขต), พรรคภูมิใจไทยได้ 3,5,6,8 (4 เขต), พรรคประชาชนได้ 1 (1 เขต) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าการเมืองท้องถิ่นอุดรฯ กำลังหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่เสื้อแดงคนเดียวอีกต่อไป อาจเป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจ นโยบายท้องถิ่น หรือแคนดิเดตที่แข็งแกร่ง

ส่วนประชามติที่ลงด้วย ผลยังไม่สรุปชัด แต่เชื่อว่าต้องรอ กกต.ยืนยัน คุณคิดว่าผลจะเปลี่ยนไหม? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อุดรฯ มาดูกัน อย่าลืมติดตามผลอย่างเป็นทางการเพื่อไม่พลาดอัพเดท!

ที่มา – สรุปผลเลือกตั้ง 2569 อุดรธานี เมืองหลวงเสื้อแดงสั่นคลอน พท. เหลือ 5 โดน ภท. แย่งไป 4 ที่นั่ง

พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์”

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 เริ่มน่าติดตามแล้วนะครับ! พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์” ลูกสาวคนเก่งของ “ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” ที่กวาดคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ มาดูกันว่าข่าวนี้มีความหมายอะไรต่อการเมืองไทย

พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์”

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เริ่มเผยแพร่ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ หลังปิดหีบเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. ล่าสุด เวลา 10.30 น. มีรายงานว่าพรรคโอกาสใหม่คว้าเก้าอี้ ส.ส. เขตได้ 1 ที่นั่ง จากนางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ แม้ว่าหัวหน้าพรรคจะพลาดโอกาสนั่งสภาไปอย่างน่าเสียดาย แต่การได้ที่นั่งนี้ถือเป็นสัญญาณดีสำหรับพรรค

สำหรับ “รสรินทร์” หรือที่รู้จักกันในนามลูกสาว “มือปราบใจเพชร” เธอคือบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. อุตรดิตถ์ 4 สมัย ผู้มีชื่อเสียงในวงการการเมืองด้วยบทบาทโดดเด่นในสภา การลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ รสรินทร์กลับมาแก้ตัวหลังแพ้ในการเลือกตั้งปี 2566 และคราวนี้เธอทำได้สมศักดิ์ศรี กวาดคะแนนเสียงจากชาวอุตรดิตถ์ได้อย่างล้นหลาม

รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ผู้สืบทอดมรดกการเมืองจากพ่อ

ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ คือตำนานการเมืองอุตรดิตถ์ ด้วยฉายา “มือปราบใจเพชร” ที่สะท้อนความเด็ดขาดและมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน เขาเคยเป็น ส.ส. ถึง 4 สมัย และมีบทบาทสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร ลูกสาวอย่างรสรินทร์เติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง ทำให้เธอซึมซับประสบการณ์ตั้งแต่เด็ก การลงแข่งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสืบทอด แต่เป็นการนำนโยบายใหม่ๆ มาสู่พรรคโอกาสใหม่ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น การศึกษา และสาธารณสุขในจังหวัดอุตรดิตถ์

พรรคโอกาสใหม่ ก้าวต่อไปหลังผลเลือกตั้ง

แม้พรรคโอกาสใหม่จะได้ ส.ส. เขตเพียง 1 ที่นั่งจากกรณี พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์” แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสใหม่แก่ประชาชน เน้นนโยบายประชานิยม เช่น ลดค่าครองชีพ สนับสนุน SME และปฏิรูประบบราชการ หัวหน้าพรรคที่พลาดเก้าอี้นี้ยังคงเป็นผู้นำสำคัญ อาจลงสมัครบัญชีรายชื่อหรือมีบทบาทเบื้องหลัง

  • จุดเด่นของรสรินทร์: ประสบการณ์จากพ่อ ใกล้ชิดประชาชน
  • นโยบายพรรค: พัฒนาท้องถิ่น สร้างโอกาสให้เยาวชน
  • คู่แข่งในเขต: แพ้ปี 2566 แต่ชนะ 2569 แสดงถึงการเติบโต
  • อนาคตพรรค: อาจจับมือพันธมิตรเพื่อเพิ่มที่นั่ง

ผลการนับคะแนนนี้ยังไม่เป็นทางการ 100% แต่แนวโน้มชัดเจน ชาวอุตรดิตถ์ให้การยอมรับรสรินทร์มากขึ้น หลังจากหาเสียงหนักเรื่องปัญหาน้ำท่วม การเกษตร และการจ้างงาน เธอสัญญาจะผลักดันงบประมาณพัฒนาเขต 2 ให้เจริญรุ่งเรือง

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง 2569

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเล็กๆ อย่างโอกาสใหม่แสดงศักยภาพ แม้หัวหน้าพรรคพลาด แต่การได้รสรินทร์ช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคให้แข็งแกร่ง ในสภาฯ ชุดใหม่ ที่นั่งนี้จะช่วยให้พรรคมีเสียงในการอภิปรายและตั้งกระทู้ ถ้าพรรคขยายฐานได้อีก อนาคตสดใสแน่นอน ผู้สนใจการเมืองอย่าพลาดติดตามผลคะแนนแบบและบัญชีรายชื่อที่จะออกตามมา

จากมุมมองผู้เขียน พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์” ถือเป็นชัยชนะทางจิตวิญญาณ แสดงว่าพรรคมีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสู้ การเมืองไทยกำลังเปลี่ยน เน้นคุณภาพมากกว่าชื่อเสียงเก่าๆ สุดท้ายนี้ ชวนทุกท่านติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด แชร์บทความนี้หากเห็นด้วย และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับผลนี้ครับ!

ที่มา – พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์”

“อนุทิน” รับได้คะแนนเกินคาด กั๊กจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่

หลังผลการเลือกตั้งเริ่มนับคะแนน “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยคะแนนที่เกินคาดมาก! แต่ยังไม่ยอมเปิดปากเรื่องจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องพรรคกล้าธรรมจะมาร่วมด้วยหรือเปล่า วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะ

“อนุทิน” รับได้คะแนนเกินคาด กั๊กจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.20 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ตอบสื่อมวลชนแบบกั๊กๆ เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะจับมือกับใครบ้าง เขาบอกว่ายังรอผลรับรอง ส.ส. อย่างเป็นทางการก่อน แต่ละพรรคต้องประชุม กก.บห. เพื่อกำหนดท่าทีกันก่อน ยังมีเวลาให้ทุกอย่างชัดเจน

เมื่อสื่อถามตรงๆ ว่าพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะมาร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยไหม อนุทินย้ำว่า “วันนี้ขอพูดถึงพรรคภูมิใจไทยก่อน” แบบไม่ยอมฟันธง สไตล์นักการเมืองตัวจริง! ส่วนหลักยึดในการจัดตั้งรัฐบาล เขาบอกต้องรอประชุม กก.บห. หลังเห็นตัวเลขนิ่งๆ แล้ว

เงื่อนไขรองนายกฯ และแพ็ก 4 ยังยืนยง?

ถ้าถึงจุดจัดตั้งรัฐบาลได้ เงื่อนไขเรื่องรองนายกฯ ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยังเหมือนเดิมไหม? อนุทินยืนยันว่า “แพ็ก 4 เป็นตัวยืน รองนายกฯ ถ้าจัดตั้งได้จริง” ถ้าตัวเลข ส.ส. ตรงตามสื่อ คะแนนที่ได้ถือว่าเกินคาดสุดๆ

ส่วนจะต้องรวบรวม ส.ส. กี่คนถึงจะแข็งแรงในสภา? เขาบอกต้องรอตัวเลขนิ่งก่อน นโยบายเร่งด่วนแรกๆ ก็มีครบ ไม่ได้ระบุชัด แต่ยืนยันปัญหาชายแดนตอนนี้นิ่งสนิทแล้ว กองทัพเฝ้าระวังเต็มที่ ไม่ต้องขุดคุ้ยเก่า

หลายคนสงสัยว่าการแก้ปัญหาชายแดนช่วยให้ชนะเลือกตั้งหรือเปล่า? อนุทินตอบสวยๆ ว่า “พี่น้องประชาชนทำให้ชนะ” ไม่กล้าละลาบละล้วง แต่คะแนนที่ได้คือข้อสั่งการจากประชาชน และเกินคาดจริงๆ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีตัวเองยังไม่พูดตอนนี้ ชู “มืออาชีพ” เป็นจุดแข็งที่ทำให้ได้ ส.ส. เยอะขนาดนี้

  • คะแนนพรรคภูมิใจไทยเกินคาด สร้างเซอร์ไพรส์
  • ยังกั๊กเรื่องจับขั้ว ไม่ยอมฟันธงพรรคกล้าธรรม
  • รอผลทางการและประชุม กก.บห. ก่อนตัดสินใจ
  • แพ็ก 4 รองนายกฯ พร้อมลุยถ้าถึงจุดนั้น

สถานการณ์ตอนนี้ตื่นเต้นมาก พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นดาวเด่นหลังเลือกตั้ง คะแนนที่ได้ไม่ใช่แค่เกินคาด แต่ยังสะท้อนความไว้วางใจจากประชาชน การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้คงต้องลุ้นหนัก ว่าจะมีพรรคไหนมาร่วมบ้าง โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่เป็นข่าว

ในมุมมองของผม การที่อนุทินเล่นแบบกั๊กๆ นี่แหละคือกลยุทธ์ชั้นเลิศ รอให้ทุกอย่างนิ่งก่อนค่อยถอดรหัส จะได้ไม่เสียเปรียบ ถ้าคุณเป็นแฟนข่าวการเมือง ติดตามต่อได้ที่บล็อกนี้เลยนะ เพราะเราจะอัปเดตทุกมุมมองให้ฟังแบบไม่พลาด!

ที่มา – “อนุทิน” รับได้คะแนนเกินคาด กั๊กจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันกับ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ที่สร้างความฮือฮาทั่วประเทศ! พรรคสีส้มสุดแกร่งนี้นำคะแนนแบบถล่มทลายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ทุกเขตเลือกตั้งครบทั้ง 33 เขตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนับคะแนนไปถึงไหน พรรคประชาชนก็ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีใครสู้ได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปิดหีบลงเวลา 17.00 น. และเริ่มทยอยนับคะแนนทันที ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงค่ำ ทำให้ประชาชนหลายคนตื่นเต้นรอติดตาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นสมรภูมิสำคัญของการเมืองไทย

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน นำเดี่ยวครบ 33 เขตกรุงเทพ

อัปเดต ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ล่าสุด ณ เวลา 22.57 น. กกต. นับคะแนนแล้ว 53% ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าพรรคประชาชนปักธงสีส้มยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด! ต่อมา เวลา 23.04 น. คะแนนยังคงนิ่ง พรรคนี้ยังนำอันดับหนึ่งในทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตใจกลางเมืองอย่างเขตพระนคร สาทร หรือชานเมืองอย่างลาดกระบัง บางขุนเทียน พรรคประชาชนกวาดเรียบ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการทำงานหนักของทีมงานและนโยบายที่โดนใจชาวกรุง นโยบายแก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม และค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย สีส้มของพรรคกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในคืนนี้

รายละเอียดคะแนนและเขตเลือกตั้งที่พรรคประชาชนชนะ

  • เขต 1 พระนคร: นำด้วยคะแนนกว่า 60%
  • เขต 10 สาทร: ครองคะแนนนำขาดลอย
  • เขต 33 ลาดกระบัง: กวาดคะแนนจากฐานเสียงชานเมือง
  • และทุกเขตอื่นๆ รวม 33 เขตทั้งหมด

ข้อมูลนี้มาจากระบบของกกต. ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ชาวเน็ตต่างแชร์ภาพธงสีส้มโบกสะบัดตามโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ

ขั้นตอนหลังผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน

หลังจากนี้ กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน ระหว่างนี้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หากเห็นว่ามีปัญหา สำหรับประชาชน สามารถติดตามผลคะแนนแบบละเอียดได้ที่เว็บไซต์กกต. หรือเพจข่าวชั้นนำ

นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ผลเลือกตั้งในต่างจังหวัดก็กำลังนับคะแนนเข้มข้นเช่นกัน แต่ที่กรุงเทพฯ พรรคประชาชนชัดเจนที่สุด การครองทุกเขตแสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นในเมืองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่

ทำไมพรรคประชาชนถึงประสบความสำเร็จ? นอกจากนโยบายประชานิยมแล้ว ยังมีผู้นำรุ่นใหม่ที่สื่อสารเก่ง ใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงวัยรุ่นและคนทำงานได้ดีเยี่ยม การหาเสียงแบบออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสาน ทำให้ทะลุทะลวงกำแพงเขตเลือกตั้งเก่าๆ ได้

หากมองย้อนอดีต การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งก่อนๆ ชาวกรุงมักกระจายคะแนนให้หลายพรรค แต่ครั้งนี้ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน เปลี่ยนเกมทั้งหมด สีส้มกลายเป็นสีแห่งอนาคตการเมืองกทม.

สำหรับแฟนข่าวการเมือง อย่าพลาดติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะผลนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ชาวกรุงเทพฯ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

สรุปแล้ว ชัยชนะของพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ เป็นสัญญาณบวกต่อการเมืองไทยที่ต้องการความสดใหม่และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมกับเราได้เลย!

ที่มา – ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

Scroll to top