พรรคร่วมฝ่ายค้าน

“สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา

ช่วงนี้แวดวงการเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจกำลังจะมาถึง หลายคนจับตาดูว่ารัฐบาลจะรับมืออย่างไร โดยล่าสุด “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณบวกจากพรรคภูมิใจไทยที่ยืนยันถึงความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็นข้อสงสัยจากฝ่ายค้านครับ

“สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลมาตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นฮั้ว สว. หรือเรื่องการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยนายสิริพงศ์มองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจ เพราะรัฐบาลยึดถือความโปร่งใสและหลักฐานเป็นสำคัญ

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้

สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านมักจะใช้สูตรสำเร็จว่า “ว่าไปก่อน ถูกผิดค่อยไปพิสูจน์” นายสิริพงศ์ได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า:

  • การชี้แจงต้องอาศัยหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่พยานบุคคล
  • รัฐบาลทำงานตามกระบวนการที่ตรวจสอบได้ เช่น กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่เริ่มตั้งแต่ปี 2562
  • โครงการ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความชัดเจนและถึงมือประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา โดยเขายืนยันว่าเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหนียวแน่น และไม่มีการไปดึงพรรคอื่นเข้ามาร่วมเพิ่มตามที่เป็นข่าวลือแต่อย่างใด

ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน เห็นว่าการเมืองในระบบรัฐสภามีการตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินงานต่างๆ นั้นส่งผลดีต่อประชาชนจริงหรือไม่ การที่รัฐมนตรีออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลลัพธ์จากการอภิปรายจริงว่าข้อมูลจะแน่นเพียงใดและคำตอบจะถูกใจผู้ฟังมากน้อยแค่ไหนครับ

ที่มา – “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา

“ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น

เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อทางฝั่งพรรคประชาชนขยับตัวเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดสมัยประชุมสภา โดยล่าสุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า “ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น เพื่อเตรียมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มข้นที่สุด โดยเน้นไปที่การทุจริตคอร์รัปชันที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

“ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น พร้อมชนรัฐบาล

นายพริษฐ์เปิดเผยว่า ทางพรรคประชาชนได้มีการเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุม โดยให้โจทย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการรวบรวมข้อมูลความผิดปกติและข้อครหาต่างๆ เพื่อเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยประเด็นที่น่าจับตามองและถือเป็นหมัดเด็ดนั้น ครอบคลุมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น:

  • คดีการโกงตำแหน่ง สว.
  • ข้อครหาการสอบทุจริตในระดับท้องถิ่น
  • ปัญหาโครงการ TH-Passport
  • ประเด็นความผิดพลาดในการบริหารนโยบายต่างๆ ที่ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ

ทำไมต้องจับตา “ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น ในครั้งนี้?

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยนายพริษฐ์ได้ท้าทายว่าหากรัฐบาลมีความมั่นใจในผลงานจริง ก็ควรมาตอบกระทู้สดในสภาให้ครบตามหน้าที่ แทนการแสดงความมั่นใจผ่านสื่อเพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาเราแทบไม่เคยเห็นการเข้ามาตอบกระทู้สดของนายอนุทินเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ประชาชนควรได้รับคำตอบอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องดัชนีความโปร่งใสของประเทศที่ดูเหมือนจะยิ่งแย่ลง ทั้งที่มีการตั้งเป้าหมายไว้สูง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งทำผลงานมากกว่าการมาโต้ตอบฝ่ายค้านด้วยวาจา เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง โดยเฉพาะเรื่องการกู้เงินจำนวนมหาศาลผ่าน พ.ร.ก. ที่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าคุ้มค่าและเกิดประโยชน์จริงหรือไม่

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายพริษฐ์แสดงความหวังว่าทุกพรรคจะสามารถหาจุดร่วมกันในการตรวจสอบได้ แม้จะมีนโยบายที่แตกต่างกันบ้าง แต่เป้าหมายสำคัญคือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการผลักดันกฎหมายสำคัญกว่า 40-50 ฉบับที่รอการพิจารณา ซึ่งฝ่ายค้านพร้อมจะทำงานร่วมกับวิปรัฐบาลและประธานสภาฯ เพื่อให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ผ่านการพิจารณาโดยเร็วที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมมาจะสามารถสั่นคลอนความมั่นใจของรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนจะได้เห็นความจริงเบื้องหลังนโยบายต่างๆ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศหรือไม่ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อถึงวันอภิปรายจริง ใครจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดในฐานะตัวแทนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างแท้จริง

ที่มา – “ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น

ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ธนกร มั่นใจนายกฯ แจงได้

เรียกได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อมีกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านเตรียมเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยล่าสุด ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ธนกร มั่นใจนายกฯ แจงได้ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยคุณธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจนว่า ทางรัฐบาลไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด

ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ธนกร มั่นใจนายกฯ แจงได้

การที่ฝ่ายค้านจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบรัฐบาลนั้น ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถกระทำได้ และในมุมมองของรัฐบาลมองว่านี่เป็นเรื่องที่ดีกว่าการออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีผ่านสื่อไปวันๆ โดยไร้เนื้อหาสาระ การเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคมนี้จึงเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้แสดงวิสัยทัศน์และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

เหตุผลที่มั่นใจในการชี้แจง

คุณธนกรได้ย้ำว่ารัฐบาลทำงานด้วยความโปร่งใสและทุ่มเท โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทำให้สถานะของรัฐบาลในสภาชุดนี้มีความเหนียวแน่น และพร้อมที่จะตอบทุกคำถามทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมา โดยมีแนวทางดังนี้:

  • รัฐบาลพร้อมให้ตรวจสอบทุกประเด็นอย่างตรงไปตรงมา
  • ต้องการให้ฝ่ายค้านใช้ข้อเท็จจริงมากกว่าวาทกรรมทางการเมือง
  • หากฝ่ายค้านมีหลักฐานการทุจริตจริง สามารถยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ได้ทันที ไม่ต้องรอเวทีอภิปราย

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมทางรัฐบาลถึงกล้าท้าชนขนาดนี้ คำตอบก็คือความมั่นใจในความถูกต้องของการบริหารราชการแผ่นดินนั่นเอง หากย้อนกลับมาดูสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนเองก็เริ่มเบื่อหน่ายกับการเมืองที่มีแต่วาทกรรมเสียดสีแต่ไร้เนื้อหา ซึ่งหากฝ่ายค้านยังคงทำแบบเดิมก็อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อฝ่ายค้านเองเสียมากกว่า

ในฐานะผู้ติดตามการเมือง สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดไม่ใช่เรื่องว่าใครจะชนะในสภา แต่เป็นเรื่องของประโยชน์ที่จะตกถึงมือประชาชนจากการที่รัฐบาลได้ชี้แจงข้อมูลที่บิดเบือนให้กระจ่าง นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานและความจริงใจ

ที่มา – ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ธนกร” มั่นใจ นายกฯ-รมต. แจงได้

ปชป.กังวล “คดีฮั้วสว.” เริ่มมีขบวนการ ข่มขู่-ขัดขวาง การตรวจสอบของฝ่ายค้าน

ในสภาวะการเมืองปัจจุบันที่หลายคนกำลังจับตามองการทำงานของพรรคฝ่ายค้าน ล่าสุดเกิดประเด็นสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ปชป.กังวล “คดีฮั้วสว.” เริ่มมีขบวนการ ข่มขู่-ขัดขวาง การตรวจสอบของฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นคลอนหลักการตรวจสอบความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง ข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพรรคไม่นิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลนี้

ปชป.กังวล “คดีฮั้วสว.” เริ่มมีขบวนการ ข่มขู่-ขัดขวาง การตรวจสอบของฝ่ายค้าน

การเคลื่อนไหวเพื่อตรวจสอบความผิดปกติในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลายเป็นประเด็นร้อนที่พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังผนึกกำลังกันอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ความจริงเริ่มถูกเปิดเผย กลับพบว่ามีกลุ่มอิทธิพลที่พยายามใช้ความรุนแรงหรือการคุกคามเข้ามาแทรกแซง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มองว่านี่คือความพยายามทำลายกระบวนการยุติธรรม ปชป.กังวล “คดีฮั้วสว.” เริ่มมีขบวนการ ข่มขู่-ขัดขวาง การตรวจสอบของฝ่ายค้าน และย้ำว่าการคุกคามผู้ตรวจสอบคือการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมไทย

ก้าวต่อไปของ ปชป. เพื่อความถูกต้อง

พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อของพรรค เข้าร่วมภารกิจตรวจสอบร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิด โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้:

  • ปกป้องภาคประชาชนและนักกิจกรรมที่ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากล
  • ยกระดับการตรวจสอบให้มีความเข้มข้นและต่อเนื่องมากขึ้น
  • ผลักดันให้ความจริงเรื่องการฮั้ว สว. ปรากฏต่อสาธารณชน
  • เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการข่มขู่ทั้งหมด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมีความกดดันหรือมีการข่มขู่จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่พลังของการตรวจสอบจากฝ่ายค้านและภาคประชาชนยังคงเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม การที่ ปชป.กังวล “คดีฮั้วสว.” เริ่มมีขบวนการ ข่มขู่-ขัดขวาง การตรวจสอบของฝ่ายค้าน ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สังคมต้องร่วมกันจับตาดูว่าท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการเหล่านี้จะถูกสกัดกั้นหรือสามารถเดินหน้าจนถึงบทสรุปได้หรือไม่

บทเรียนครั้งนี้สะท้อนชัดว่า การทุจริตเชิงโครงสร้างมักมาพร้อมกับการใช้อำนาจมืดเสมอ เราในฐานะประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรสนับสนุนทุกฝ่ายที่กล้าออกมาตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของชาติ หากปล่อยให้การข่มขู่ชนะความถูกต้อง อนาคตของการเมืองไทยย่อมตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างแน่นอน การร่วมกันส่งเสียงสนับสนุนผู้ที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นก้าวแรกที่ดีที่สุดในตอนนี้

ที่มา – ปชป.กังวล “คดีฮั้วสว.” เริ่มมีขบวนการ ข่มขู่-ขัดขวาง การตรวจสอบของฝ่ายค้าน

ปชน. ปัดวิจารณ์โผ ครม.อนุทิน 2 เตรียมอภิปรายนโยบาย

ปชน. ปัดวิจารณ์โผ ครม.อนุทิน 2 หลังโผล่ชุดใหม่ล่าสุด พรรคประชาชนยืนยันจะรอความชัดเจนก่อนแสดงจุดยืน ขณะที่เตรียม ส.ส. ขุนพลลงสนามอภิปรายนโยบายรัฐบาล คาดการแถลงนโยบายมีกำหนดวันที่ 7 เมษายน 2569 นี้ ถือเป็นโอกาสทองในการตรวจสอบว่ารัฐบาลใหม่จะทำตามสัญญาหาเสียงหรือไม่

ปชน. ปัดวิจารณ์ “โผ ครม.อนุทิน 2” รอให้สถานการณ์นิ่ง

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ ปชน. ปัดวิจารณ์โผ ครม.อนุทิน 2 ที่เพิ่งออกมา เนื่องจากมองว่ายังมีความไม่ชัดเจนในรายละเอียดหลายประการ พรรคจึงเลือกที่จะรอให้ทุกอย่างนิ่งสนิทก่อนจึงจะแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงแนวทางของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องการข้อมูลครบถ้วนเพื่อการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

โผครม.ชุดนี้ซึ่งมีชื่อว่า “อนุทิน 2” มาจากการปรับปรุงคณะรัฐมนตรีภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยมีตำแหน่งสำคัญหลายจุดที่เปลี่ยนแปลง สร้างความสนใจในวงการการเมืองอย่างมาก แต่พรรคประชาชนเลือกที่จะไม่รีบร้อนแสดงท่าที

เตรียมขุนพล ส.ส. อภิปรายนโยบายรัฐบาล 7 เม.ย.

นายพริษฐ์ ยังเผยว่า พรรคประชาชนกำลังเร่งเตรียม ส.ส. แต่ละคนเสนอตัวอภิปรายในประเด็นต่างๆ โดยยืนยันว่าจะตรวจสอบรัฐบาลในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเร่งด่วน เศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 เมษายน จะเป็นเวทีสำคัญที่ฝ่ายค้านจะ “ชำแหละ” นโยบายว่าตรงกับที่หาเสียงไว้กับประชาชนหรือไม่ รวมถึงจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือวางแผนระยะยาว 4 ปี

ที่ประชุมพรรคฝ่ายค้านได้หารือเบื้องต้นกันแล้ว แต่ยังต้องรอรายละเอียดนโยบายฉบับเต็มเพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียด ถือเป็นการเตรียมพร้อมที่เข้มข้น เพื่อให้การอภิปรายมีน้ำหนักและสร้างประโยชน์ให้ประชาชน

ความสำคัญของการอภิปรายนโยบายรัฐบาลใหม่

การอภิปรายนโยบายเป็นขั้นตอนสำคัญในรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลต้องชี้แจงวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกสภา สำหรับรัฐบาลชุดใหม่นี้ พรรคประชาชนมองว่าเป็นโอกาสตรวจ “การบ้าน” ว่าประชาชนจะได้รับการแก้ไขปัญหาหรือไม่ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

  • ตรวจสอบความสอดคล้องกับสัญญาหาเสียง
  • วิเคราะห์นโยบายระยะสั้น-ยาว
  • ชี้จุดอ่อนของโผ ครม.อนุทิน 2 ในภายหลัง
  • เสนอทางเลือกจากฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ พรรคยังเปิดรับสมัคร ส.ส. ที่สนใจอภิปรายแต่ละด้าน เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทุกหัวข้อ สร้างสมดุลในสภา

มุมมองจากพรรคประชาชนต่อรัฐบาลอนุทิน

แม้จะยังไม่วิจารณ์โผครม. แต่พรรคประชาชนย้ำบทบาทฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง จะติดตามทุกการทำงานของรัฐบาล เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใส นี่คือกลไกประชาธิปไตยที่สำคัญ

ในมุมกว้างขึ้น โผ ครม.อนุทิน 2 สะท้อนการเมืองไทยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พรรคฝ่ายค้านจึงต้องพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

สุดท้าย การเตรียมอภิปรายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของพรรคประชาชนต่อประชาชน ผู้ติดตามการเมืองไม่ควรพลาด หากคุณสนใจข่าวการเมืองล่าสุด สมัครรับข่าวสารจากเราเพื่ออัปเดตทุกวัน!

ที่มา – ปชน. ปัดวิจารณ์ “โผ ครม.อนุทิน 2” เตรียมขุนพลอภิปรายนโยบายรัฐบาล คาดแถลง 7 เม.ย.

พรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อพรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดกันแบบละเอียดยิบ เพื่อให้คุณเข้าใจบริบททั้งหมด

พรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์

ที่อาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน ได้แถลงผลการประชุมพรรคเบื้องต้น โดยที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังปิดบังรายชื่อไว้ก่อน และที่สำคัญคือมีมติส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อยืนยันจุดยืนในฐานะพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง

ก่อนการลงมติเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครทุกคนจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบความเหมาะสมและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากตำแหน่งสำคัญเหล่านี้ ซึ่งเป็นกลไกที่โปร่งใสและให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางอ้อม

วิสัยทัศน์สำคัญที่พรรคประชาชนเน้นย้ำ

พรรคประชาชนเชื่อว่าการชิงเก้าอี้นายกฯ ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะตัวแทน จะนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาประเทศ เช่น เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่ตอบโจทย์ประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่สัญญาแบบลมปาก

ตอบโต้กระแสวิจารณ์เรื่องเอกภาพฝ่ายค้าน

มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายค้านขาดเอกภาพ อาจส่งผลต่อการตรวจสอบรัฐบาล น.ส.ภคมน ยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นและเต็มที่เหมือนเดิม โดยไม่เกรงใจใคร รูปแบบการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านแตกต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่ได้บริหารประเทศร่วมกัน เอกภาพจึงเป็นแบบเฉพาะของฝ่ายค้าน

สำหรับข้อกังวลว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจอยู่ยาว 4-8 ปี รองโฆษกขอให้รอชมผลงานการตรวจสอบก่อน เพราะตอนนี้ยังเป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น

  • พร้อมตรวจสอบเต็มสูบ: ไม่ยั้งมือ ครอบคลุมทุกประเด็น
  • เอกภาพแบบฝ่ายค้าน: ร่วมมือกันตรวจสอบ ไม่ใช่บริหารร่วม
  • รอผลงานจริง: อย่าวิจารณ์ล่วงหน้า ให้ดูการปฏิบัติ

ส่วนการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ เพื่อลงมติเดียวกัน เมื่อพรรคสรุปรายละเอียด วิปฝ่ายค้านจะดำเนินการต่อ ตำแหน่งประธานวิปต้องรอแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านก่อน พรรคยืนยันความโปร่งใส เปิดเผยทุกอย่างต่อสาธารณชน

ข่าวพรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายค้านในการแข่งขันอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่จำนวนเสียง แต่เน้นคุณภาพวิสัยทัศน์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว ในสถานการณ์การเมืองที่ผันผวน การมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็งจะช่วยถ่วงดุลอำนาจได้ดี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การเลือกประธานสภาฯ ที่ยังอุบชื่อ ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม และประธานสภาฯ เองก็วอนอย่าเพิ่งวิจารณ์ฝ่ายค้าน ให้ดูผลงานก่อน พรรคประชาชนพร้อมพิสูจน์ตัวเองในสภา

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์แบบนี้ จะช่วยให้การเลือกตั้งสำคัญโปร่งใสและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเรา

สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ คุณคิดว่าพรรคประชาชนจะประสบความสำเร็จในการชิงเก้าอี้นายกฯ หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – พรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์

“ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารักๆ จากวงการการเมืองที่ผสมผสานกับความสวยงามของธรรมชาติมาฝากกันนะคะ พูดถึง “ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน ซึ่งเป็นโมเมนต์สุดชิลล์ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กให้แฟนๆ ได้อิจฉากันไปตามๆ กัน

“ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส ได้แชร์ภาพท้องฟ้าสุดอลังการที่เต็มไปด้วยแสงสีเขียวสว่างไสว พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ด้านหลังเป็นป่าสนปกคลุมหิมะขาวโพลน บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ แต่กินใจว่า “เจอแล้วครับ แสงสีเขียว ฝันดีราตรีสวัสดิ์” ทำให้หลายคนยิ้มตามและแซวว่าคุณธรรมนัสชิลล์มาก เหมือนหลุดมาจากเทพนิยายเลยทีเดียว

ธรรมนัส เจอแสงสีเขียว แสงเหนือ ออโรร่า

ไม่แพ้กันเลยค่ะ สำหรับน.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือ “จุ๊บจิ๊บ” ภรรยาสุดสวยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่โพสต์ภาพลง IG Story ภาพแสงเหนือสีเขียวลำสวยงามยามค่ำคืนเช่นเดียวกัน สองสามีภรรยาคู่นี้คงกำลังลุยทริปต่างประเทศด้วยกัน แฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์รัวๆ ว่าสวยจัง อยากไปบ้าง!

จุ๊บจิ๊บ แสงเหนือ แสงสีเขียว ธรรมนัส

แสงเหนือหรือออโรร่า คืออะไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าแสงสีเขียวที่ว่านี้คืออะไร จริงๆ แล้วมันคือปรากฏการณ์ แสงเหนือ (Aurora Borealis) หรือที่เรียกกันว่า ออโรร่า นะคะ เกิดจากอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ปะทะกับชั้นบรรยากาศโลก สร้างแสงสีสันสวยงาม โดยเฉพาะสีเขียวที่มาจากก๊าซออกซิเจน มักเห็นได้ในเขตละติจูดสูงใกล้ขั้วโลกเหนือ เช่น นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ หรืออลาสก้า

ทำไมช่วงนี้แสงเหนือถึงสวยขนาดนี้?

ในช่วง Solar Cycle 25 ที่กำลังพีค ดวงอาทิตย์ปล่อยพายุสุริยะ (Solar Storm) บ่อยขึ้น ทำให้แสงเหนือปรากฏชัดและไกลลงมาทางใต้ได้มากขึ้น ถ้าคุณธรรมนัสไปเที่ยวแถบสแกนดิเนเวีย ก็ไม่แปลกใจเลยที่ได้เห็นวิวระดับโลกแบบนี้

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ด้วย การโพสต์แบบนี้แสดงให้เห็นด้านมนุษย์ของนักการเมือง ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องงาน แต่ยังมีเวลาพักผ่อน ชื่นชมความงามของธรรมชาติ เหมือนคนทั่วไปเลยค่ะ ทำให้ภาพลักษณ์ดูน่ารักและเข้าถึงง่ายขึ้น

สถานที่ท็อปสำหรับล่าแสงเหนือ

  • Trondheim, นอร์เวย์ – ป่าสนหิมะคล้ายภาพคุณธรรมนัสเลย!
  • Rovaniemi, ฟินแลนด์ – เมืองซานตาคลอส มีกิจกรรมล่าแสงเหนือเพียบ
  • Reykjavik, ไอซ์แลนด์ – ใกล้แหลมและน้ำตก สวยแบบสุดๆ
  • Yellowknife, แคนาดา – ท้องฟ้าเปิดโล่ง เห็นชัดมาก
  • Tromsø, นอร์เวย์ – จุดฮอตฮิตของนักล่า Aurora

ถ้าอยากไปเห็นด้วยตัวเอง แนะนำเช็คพยากรณ์ออโรร่าจากแอปอย่าง Aurora Forecast และจองทัวร์ที่มีไกด์มือโปร จะได้ไม่พลาดวิวสวยๆ แบบ “ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน

ส่วนตัวคิดว่านะคะ โมเมนต์แบบนี้ช่วยให้เรารู้สึกว่าชีวิตนักการเมืองก็มีสีสันเหมือนกัน ไม่ใช่เครียดตลอดเวลา การแบ่งปันภาพสวยๆ แบบนี้ยังช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวธรรมชาติให้คนไทยด้วย ใครมีแผนเที่ยวฤดูหนาว ลองเล็งแสงเหนือดูสิคะ สวยจนลืมไม่ลงแน่นอน! ถ้าคุณเคยเห็นแสงเหนือหรือมีทริปคล้ายๆ กัน แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ จะได้ไอเดียกันเพียบ ♥

ที่มา – “ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน

“ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุด้วยกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังปิดดีลรวบรวมเสียง ส.ส. ถึง 300 เสียง เพื่อตั้งรัฐบาลโดยไม่รวมพรรคกล้าธรรม แต่ตัวแทนพรรคกล้าธรรมกลับยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด สร้างความสนใจให้สื่อและนักการเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด

“ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแส “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” ของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าตนเองยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกำลังอยู่ต่างประเทศและยังไม่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในพรรค ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มข้นหลังการเลือกตั้งทั่วไป

โฆษกพรรคกล้าธรรมยืนยันยังไม่ทราบข่าว

ด้านนายกองตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรม ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ตนเองยังไม่ได้ยินหรือทราบข่าว “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” นี้เช่นกัน ผู้ใหญ่ในพรรคยังไม่มีการแจ้งใด ๆ หากมีพัฒนาการอะไรสำคัญ คงจะมีการประชุมในระดับกรรมการบริหารพรรคหรือแจ้งสื่อทันที ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงเป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้แถลงต่อสื่อว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ

สถานการณ์การเจรจาตั้งรัฐบาลล่าสุด

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองต่าง ๆ กำลังเร่งหาพันธมิตรเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ครบ 251 เสียงในการตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยซึ่งมี ส.ส. จำนวนมาก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการปิดดีลใหญ่ ข่าวลือเรื่องปิดดีล 300 เสียงที่เกินความต้องการ แสดงถึงความมั่นใจในการเจรจา แต่การตัดพรรคกล้าธรรมออกนอกวงสนทนากลับสร้างคำถามมากมาย ว่ามีปัจจัยอะไรซ่อนอยู่

พรรคกล้าธรรมซึ่งนำโดย ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นพรรคใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวของ ส.ส. ที่แยกตัวจากพรรคอื่น ๆ โดยมีจุดยืนชัดเจนในประเด็นปฏิรูปและต่อต้านคอร์รัปชัน การถูกตัดออกจากดีลนี้อาจส่งผลต่อโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค

  • ปัจจัยที่อาจทำให้ปิดดีลไร้พรรคกล้าธรรม:
  • ความขัดแย้งนโยบายระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับกล้าธรรม
  • การเจรจาลับกับพรรคใหญ่ตัวอื่น เช่น พรรคเพื่อไทยหรือก้าวไกล
  • จำนวนเสียง ส.ส. ของกล้าธรรมที่ยังไม่เพียงพอต่อการต่อรอง
  • กลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อกดดันให้พรรคเล็กยอมตามเงื่อนไข

บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส ในสถานการณ์นี้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือเป็นแกนนำสำคัญของพรรคกล้าธรรม ที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมือง เคยเป็นรัฐมนตรีช่วย และมีเครือข่ายกว้างขวาง การที่เขาแจ้งสื่อว่ายังไม่มีเคลื่อนไหว อาจเป็นสัญญาณว่าพรรคกำลังรอจังหวะหรือเตรียมแผนรับมือ หากข่าวปิดดีลเป็นจริง พรรคกล้าธรรมอาจหันไปรวมกับฝ่ายค้านแทน

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” นี้ อาจเป็นเพียงข่าวลือเพื่อกดดันการเจรจา หรือกลยุทธ์ในการทดสอบพันธมิตร สถานการณ์การเมืองไทยยังคงผันผวน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หากพรรคภูมิใจไทยปิดดีลสำเร็จจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

ความเห็นส่วนตัว: ข่าวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมต้องเร่งเสริมสร้างอิทธิพลเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการ!

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวพรรคภูมิใจไทย ปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียง ไร้พรรคกล้าธรรม

“ธรรมนัส” ยันยังไม่คุยร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

สวัสดีครับชาวการเมืองตัวยง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนจากวงในการเมืองไทยกันครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ทุกคนกำลังจับตา นั่นคือ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง หลังจากมีภาพหลุดของ “นฤมล” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) คุยกับ “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่สงขลา ทำให้หลายคนคาดเดาว่าพรรคจะไปทางไหน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาเคลียร์ชัดเจนแล้วว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แนะให้โฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อนเลยครับ

ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 09.35 น. ที่กระทรวงเกษตร ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ หลังมีภาพนฤมลคุยกับอนุทิน ถามว่าได้คุยกับนฤมลยัง? คำตอบคือ “ยังครับ เมื่อคืนงานดึก” ส่วนทำไมไม่ไปงานพระราชทานเพลิงที่สงขลา ก็ยกเลิกเพราะติดงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สัญญาณพูดคุยตอนนี้? “ไม่มีอะไรครับ ตามที่เลขาภท.แถลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” และพรรคจะประชุม สส. วันที่ 19 ก.พ. ก่อนที่ตัวเองจะบินไปยุโรปดูแสงสีเขียว สมองคิดแต่เรื่องนั้นเลย!

ทำไมธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

ธรรมนัสย้ำหนักว่า ข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ มาจากสื่อล้วนๆ ไม่มีคำยืนยันจากภท. ส่วนตัวปล่อยให้นฤมลและไผ่ ลิกค์ เลขาพรรคจัดการ ยังไม่คุยหลังไมค์ลึกซึ้ง เพราะ เร็วเกินไป สส.ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อ พูดมากเดี๋ยวประชาชนไม่มั่นใจรัฐบาลใหม่ ถ้าเป็นแกนนำจัดตั้ง จะรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน

ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์

ย้อนความพันธมิตรเก่า ธรรมนัสบอก เจอภท.ทุกอังคาร ไม่ต้องคุยหน้างาน ส่วนไปแถลงกับเพื่อไทย? “เราไม่เคยทำแบบนั้น กล้าธรรมเคยทำหรือ?” ชัดเลย! จะรอภท.มาคุยไหม? “เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรค ภท.+กล้าธรรม พรรคอื่นไม่ได้” สิ่งสำคัญคือปัญหาเลือกตั้ง กกต.ต้องแก้บัตรเขย่ง บาร์โค้ด รัฐบาลเก่ายังบริหารอยู่ ไม่ต้องรีบ

  • ยังไม่คุยแบ่งกระทรวง: ไม่มีหลังไมค์ลึก เร็วเกิน
  • แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้ง: ก่อนคิดเรื่องรัฐบาล
  • ไปยุโรปทุกปี: พักผ่อนกับครอบครัว ไม่ซีเรียส
  • ประชุมพรรค 19 ก.พ.: แสดงยินดี สส. แจ้งกฎระเบียบ

ถ้ากล้าธรรมไม่ได้เกษตรกระทรวง? ธรรมนัสชิล “เอาใจผูกไว้คิดมาก แต่ สส.ขับเคลื่อนได้ 8 ปีผ่านมาเคยเป็นฝ่ายค้านทำดีด้วย” เป็นนักการเมือง สำเร็จที่เลือกตั้ง ถ้าไม่ได้รัฐบาล ใช้สภาแทน ข่าวแบ่งโควตาแล้ว? “ไม่มี อย่าตีข่าวไปเอง”

ธรรมนัส พรหมเผ่า ยิ้มรับคำถาม

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งยังเดือด พรรคเล็กใหญ่กำลังชิงตำแหน่ง ธรรมนัสเลือกโฟกัสปัญหาเลือกตั้งที่ประชาชนเดือดร้อนจริง เช่น บัตรเสียเยอะ บาร์โค้ดผิดพลาด กกต.ต้องรับผิดชอบ ถ้าปล่อยไว้ รัฐบาลใหม่ก็เริ่มไม่ดี การเจรจาควรรอ สส.นิ่งเพื่อความโปร่งใส สุดท้ายธรรมนัสย้ำ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง ชัดเจนแบบนี้ คงต้องรอดูการประชุมพรรคพรุ่งนี้

มุมมองเรา: การเมืองไทยชอบข่าวลือ แต่ธรรมนัสสอนดี โฟกัสปัญหาจริงก่อน รัฐบาลช้าแต่ชัวร์ดีกว่าเร็วแต่ล้ม คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย สนใจข่าวการเมืองอัพเดท รอติดตามบล็อกเราเลยครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ยัน ยังไม่ได้คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อน

Scroll to top