พรรคเดโมแครต

เจสซี แจ็กสัน ตำนานนักสู้เพื่อสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 84 ปี

เจสซี แจ็กสัน ตำนานนักสู้เพื่อสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 84 ปี เป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจคนทั้งโลก โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม สาธุคุณเจสซี หลุยส์ แจ็กสัน ผู้นำสิทธิพลเมืองผู้ยิ่งใหญ่ เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเช้าวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะมีอายุ 84 ปี สำนักข่าวชั้นนำอย่าง CNN และ Channel News Asia รายงานตรงกันว่า ตำนานผู้นี้จากไปท่ามกลางการรำลึกถึงผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขา

เจสซี แจ็กสัน ตำนานนักสู้เพื่อสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 84 ปี

แจ็กสันไม่ใช่แค่นักกิจกรรม แต่เป็นกระบอกเสียงของคนผิวดำและผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก เขาเริ่มต้นเส้นทางตั้งแต่ยุค 1960s โดยร่วมเดินขบวนกับ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และช่วยระดมทุนเพื่อขบวนการสิทธิพลเมือง ครอบครัวของเขาออกแถลงการณ์ว่า “พ่อของเราเป็นผู้นำที่รับใช้ผู้อื่น ไม่เพียงครอบครัว แต่รวมถึงผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก ความเชื่อในความยุติธรรม ความเท่าเทียม และความรักของเขา ยกระดับจิตใจผู้คนนับล้าน” พวกเขาขอให้ทุกคนรำลึกด้วยการต่อสู้เพื่อคุณค่านี้ต่อไป

แม้ครอบครัวไม่เปิดเผยสาเหตุชัดเจน แต่แจ็กสันเคยป่วยพาร์กินสันตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดเข้ารักษา progressive supranuclear palsy ในเดือนพฤศจิกายนก่อนหน้า นักพูดฝีปากกล้าผู้นี้ ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งนานาชาติมาแล้วมากมาย และขยายพื้นที่ให้ชาวอเมริกันแอฟริกันเชื้อสายบนเวทีชาติกว่า 6 ทศวรรษ

ประวัติชีวิตของเจสซี แจ็กสัน ตำนานนักสู้เพื่อสิทธิพลเมือง

เกิดเมื่อ 8 ตุลาคม 2484 ที่กรีนวิลล์ รัฐเซาท์แคโรไลนา ในชื่อเจสซี หลุยส์ เบิร์นส์ ลูกแม่วัยรุ่นกับนักมวยที่ไม่ได้แต่งงาน ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็นแจ็กสันตามพ่อเลี้ยง เขาโดดเด่นในโรงเรียนมัธยมแบ่งแยกสีผิว ได้ทุนฟุตบอลที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ แต่ย้ายไปวิทยาลัยเกษตรและเทคนิคนอร์ทแคโรไลนา ได้ปริญญาสังคมวิทยา

  • ปี 2503: เข้าร่วม “นั่งประท้วง” ครั้งแรกที่กรีนวิลล์
  • ปี 2508: เดินขบวนเซลมา-มอนต์โกเมอรี ดึงดูดสายตา ดร.คิง
  • ร่วมเหตุการณ์สำคัญ เช่น การลอบสังหาร ดร.คิง ที่เมมฟิส ปี 2511

ผลงานสำคัญที่สร้างชื่อเสียง

แจ็กสันเป็นคนผิวสีโดดเด่น สมัครประธานาธิบดีปี 2527 และ 2531 แม้ไม่ชนะ แต่ปูทางให้บารัค โอบามาเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกในปี 2552 เขาก่อตั้ง Rainbow PUSH Coalition ปี 2539 รวมกลุ่มหลากหลายเชื้อชาติ ลาติน เอเชีย LGBTQ มุ่งความยุติธรรมสังคม

  • สนับสนุนยุติ apartheid ในแอฟริกาใต้
  • ทูตพิเศษแอฟริกาภายใต้บิล คลินตัน
  • ปล่อยตัวนักโทษอเมริกันจากซีเรีย อิรัก เซอร์เบีย
  • วลีเด่น “Keep hope alive” กลายเป็นสัญลักษณ์ยุติธรรม 3 ยุค: จิมโครว์ สิทธิพลเมือง และ Black Lives Matter

วิสัยทัศน์ของเขาปรับโฉมพรรคเดโมแครตให้ก้าวหน้า เน้นกลุ่ม LGBTQ และท้าทายการหาเสียงแบบเก่า

มรดกของเจสซี แจ็กสันจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์

เจสซี แจ็กสัน ตำนานนักสู้เพื่อสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 84 ปี แต่คำพูดของเขาว่า “ธงชาติมีสีแดง ขาว น้ำเงิน แต่ชาติคือสายรุ้ง—ทุกสีมีค่า” จะยังดังก้อง แม้จากไป เขายังเป็นแรงบันดาลใจให้ขบวนการยุติธรรมรุ่นใหม่ ในยุคที่สิทธิพลเมืองยังต้องต่อสู้ต่อไป

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้จากประวัติศาสตร์เหล่านี้ และลองนำคำสอนของท่านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อย่าลืมแบ่งปันบทความนี้เพื่อรำลึกถึงตำนานผู้ยิ่งใหญ่!

ที่มา – เจสซี แจ็กสัน ตำนานนักสู้เพื่อสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 84 ปี

สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน

สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน อีกครั้งแล้ว! เหตุการณ์นี้สร้างความปั่นป่วนให้กับระบบราชการสหรัฐฯ เมื่อรัฐบาลกลางเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 แม้วุฒิสภาจะเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณแล้ว แต่สภาผู้แทนราษฎรยังปิดสมัยประชุม ทำให้งบประมาณขาดช่วงตั้งแต่เที่ยงคืนตามเวลาฝั่งตะวันออก

สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน สาเหตุหลักจากอะไร

สาเหตุหลักมาจากการเจรจาที่ล่าช้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำข้อตกลงกับพรรคเดโมแครต แต่พรรคปฏิเสธที่จะเพิ่มงบสำหรับ ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร) หลังเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงพลเมืองสหรัฐฯ ในมินนีแอโพลิสเสียชีวิต 2 ราย เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงรุนแรงเกี่ยวกับยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

นี่เป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี ครั้งแรกในตุลาคม 2568 ยาวนาน 43 วัน ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุด ส่งผลกระทบหนักต่อบริการรัฐ เช่น การเดินทางทางอากาศ เจ้าหน้าที่นับแสนคนไม่มีเงินเดือนหลายสัปดาห์ คราวนี้คาดว่าจะสั้นกว่าเพราะสภาผู้แทนราษฎรกลับประชุมวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์

ผลกระทบจากสหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน

ก่อนสภากลับมา ทำเนียบขาวสั่งกระทรวงคมนาคม การศึกษา และกลาโหม เตรียมแผนรองรับ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ยังมีงบ 2 สัปดาห์ ทำให้มีเวลาจัดการ นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครต เรียกร้องให้ควบคุม ICE ยุติความรุนแรง ห้ามลาดตระเวนสุ่ม ต้องมีกฎระเบียบ กล้องเปิดตลอด และไม่มีตำรวจลับ

  • กระทบการบินและบริการสาธารณะ
  • เจ้าหน้าที่รัฐหยุดงานชั่วคราว
  • การเจรจางบประมาณล่าช้า
  • ประเด็นตรวจคนเข้าเมืองร้อนแรง

ทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตวิจารณ์ ICE หลังคลิปเหตุยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ ที่ดูเหมือนไม่ขัดขืนหรือมีอาวุธ ทรัมป์กระตุ้นรีพับลิกันในสภาผู้แทนให้อนุมัติข้อตกลง

เหตุการณ์ สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน สะท้อนปัญหาการเมืองสหรัฐฯ ที่แบ่งขั้วรุนแรง โดยเฉพาะประเด็น移民และงบประมาณ ในอดีตชัตดาวน์เกิดบ่อย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจนับพันล้านดอลลาร์ ครั้งนี้แม้สั้น แต่กระทบภาพลักษณ์ทรัมป์ก่อนเลือกตั้ง

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสภาจะอนุมัติเร็วๆ นี้ แต่การเจรจา ICE อาจยืดเยื้อ เดโมแครตยืนกรานนโยบายใหม่เพื่อปกป้องสิทธิพลเมือง

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามข่าวเพราะอาจกระทบการเดินทางไปสหรัฐฯ หรือบริการกงสุล หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองเช็กอัปเดตประจำวันเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

สรุปแล้ว สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของระบบรัฐบาลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ติดตามต่อเพื่อดูว่าพรรคการเมืองจะหาข้อตกลงได้เมื่อไหร่ และมันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

CTA: สมัครรับข่าวสารฟรีเพื่ออัปเดตข่าวสหรัฐฯ ล่าสุดทุกวัน!

ที่มา – สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน

สส.เดโมแครต เผยภาพเอปสตีน บิล เกตส์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อ สส.เดโมแครต เผยแพร่ภาพถ่ายชุดใหม่จากทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินชื่อดัง ซึ่งมีภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนรวมอยู่ด้วย หนึ่งในนั้นคือ บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ และ สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ ยังมีข้อความที่น่าสงสัยว่า “จะส่งผู้หญิงไปให้” ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้รับและผู้ส่งคือใคร

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยภาพถ่ายเพิ่มเติมอีก 68 ภาพจากทรัพย์สินของเอปสตีน ภาพบางส่วนถูกเซ็นเซอร์เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าของผู้ที่อาจเป็นเหยื่อ

ภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้น สร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะมีภาพของ บิล เกตส์ ยืนอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ทราบชื่อ โดยใบหน้าของผู้หญิงในภาพถูกพรางไว้ ทำให้เกิดคำถามว่าเธอเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องกับเอปสตีนอย่างไร ก่อนหน้านี้ เกตส์เคยยอมรับว่าการใช้เวลาร่วมกับเอปสตีนเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่”

บิล เกตส์ กับผู้หญิงปริศนา

เกตส์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาและเอปสตีนเคยทานอาหารค่ำร่วมกันหลายครั้งเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการการกุศล แต่โครงการดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จบลง

นอกจาก บิล เกตส์ แล้ว ยังมีภาพของ โนม ชอมสกี นักภาษาศาสตร์ชื่อดัง ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายชุดนี้ โดยเป็นภาพที่เขานั่งอยู่บนเครื่องบินและกำลังพูดคุยกับเอปสตีน

ชอมสกีเคยมีชื่อปรากฏในเอกสารที่เชื่อมโยงกับเอปสตีนมาก่อน รวมถึงการโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการและเรื่องส่วนตัว เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเอปสตีนเคยช่วยเหลือเขาในการโอนเงินระหว่างบัญชี โดยที่ไม่มีเงินของเอปสตีนเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่เซนต์เดียว และเขายังกล่าวว่า “ผมรู้จักเขา และเราก็พบกันเป็นครั้งคราว”

โนม ชอมสกี กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน

ภาพถ่ายชุดนี้ยังมีภาพของ สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ ซึ่งจากสถานที่และเสื้อผ้าที่ปรากฏในภาพ คาดว่าน่าจะถูกถ่ายในช่วงเวลาเดียวกับภาพที่เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เพียงแต่เป็นภาพจากมุมที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ การปรากฏตัวของบุคคลเหล่านี้ในภาพถ่าย ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ และบุคคลจำนวนมากที่อยู่ในภาพได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีของเอปสตีน

นอกเหนือจากภาพบุคคลแล้ว ยังมีภาพถ่ายหนังสือเดินทางและภาพหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงข้อความต่อเนื่องใน WhatsApp จากผู้ส่งที่ไม่ระบุตัวตน

ข้อความหนึ่งกล่าวถึง “เพื่อนแมวมอง” ที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเรียกเงิน 1,000 ดอลลาร์ต่อเด็กสาวหนึ่งคน ข้อความถัดมาระบุว่า “ฉันจะส่งสาวๆ (girls) ไปให้คุณเดี๋ยวนี้” และต่อด้วยข้อความว่า “บางทีอาจจะมีใครบางคนที่เหมาะกับ J นะ?” ยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อความเหล่านี้มาจากใคร ใครเป็นผู้รับ และ “J” ในข้อความคือใคร

การสนทนาระหว่างบุคคลปริศนา

ชุดข้อความดังกล่าวยังมีรายละเอียดส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ส่วนสูง สัดส่วน และน้ำหนัก ซึ่งถูกเซ็นเซอร์ไว้ โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวกำลังเดินทางมาจากเมืองหนึ่งในรัสเซีย

ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ “เอกสารเอปสตีน” ที่รัฐสภากำหนดให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยต่อสาธารณะ

พรรคเดโมแครตอ้างว่าการเผยแพร่ภาพถ่ายเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อความโปร่งใส โดยไม่มีข้อมูลบริบทอื่นเพิ่มเติม ในขณะที่พรรครีพับลิกันกล่าวหาว่าเดโมแครตเลือกเฉพาะบางภาพและเซ็นเซอร์ข้อมูลอย่างจงใจ

เอปสตีนกับผู้หญิงปริศนา

สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

ทำไมภาพชุดนี้ถึงสำคัญ?

การเปิดเผยภาพถ่ายชุดนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และอาจนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายที่ซับซ้อนของเจฟฟรีย์ เอปสตีน สิ่งที่น่าสนใจคือ บิล เกตส์ จะถูกเชื่อมโยงกับเรื่องนี้อย่างไร และข้อความลึกลับที่กล่าวถึงการส่งผู้หญิงมีความหมายว่าอะไร

  • สส.เดโมแครต ต้องการอะไรจากการเปิดเผยภาพเหล่านี้?
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง บิล เกตส์ และเอปสตีนลึกซึ้งแค่ไหน?
  • ใครคือบุคคลปริศนาที่อยู่ในภาพถ่ายและข้อความ?

คำถามเหล่านี้ยังคงรอคำตอบ และการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมอาจนำไปสู่การเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม

การเปิดเผยภาพถ่ายจากทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ที่มีภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง บิล เกตส์ และข้อความที่น่าสงสัย ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและความเชื่อมโยงที่อาจมีอยู่เบื้องหลังเรื่องราวนี้ การติดตามข่าวสารและรอคอยการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแก้ตัวเหตุผลที่โพสต์โจมตีนาย ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังว่าเป็นคนวิปลาส หลังจากมีข่าวว่าเขากับภรรยาเสียชีวิตจากการฆาตกรรม เรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองและบันเทิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาปกป้องโพสต์ก่อนหน้านี้ของเขา ที่โจมตีนาย ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับชื่อดังว่า เป็น “บุคคลที่วิปลาส” หลังจากมีข่าวลือว่าเขาถูกพบเป็นศพที่บ้านในลอสแอนเจลิสพร้อมกับภรรยาของเขา จนทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสม

นายทรัมป์ระบุว่า “ผมไม่ได้เป็นแฟนของร็อบ ไรเนอร์เลย ไม่ว่าในทางใด รูปแบบใด หรือลักษณะใดก็ตาม” แสดงความไม่พอใจต่อผู้กำกับชื่อดังอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ในโพสต์ก่อนหน้านี้ของนายทรัมป์ เขาระบุโดยไม่ได้ให้หลักฐานใดๆ ว่า มีรายงานว่าไรเนอร์กับภรรยาเสียชีวิต “เนื่องจากความโกรธที่เขาก่อให้เกิดกับผู้อื่นผ่านความเจ็บป่วยครั้งใหญ่ ไม่ยอมลดละ และรักษาไม่หาย” ด้วย “อาการทางจิตจากความเกลียดชังทรัมป์ (Trump Derangement Syndrome)” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง

นายทรัมป์กล่าวหาอีกว่า นายไรเนอร์ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตมาตลอดชีวิต อยู่เบื้องหลัง เรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับรัสเซีย พยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างไรเนอร์กับเรื่องการเมือง

ข้อความดังกล่าวเรียกเสียงประณามอย่างกว้างขวาง รวมถึงจากบุคคลสำคัญของพรรครีพับลิกันด้วย เช่น มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สส.รีพับลิกันจากรัฐจอร์เจีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ปกป้องประธานาธิบดีทรัมป์อย่างแข็งขัน แต่ล่าสุดได้ผันตัวมาเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์

“นี่คือโศกนาฏกรรมของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องของการเมืองหรือศัตรูทางการเมือง” เธอเขียนบน X พร้อมเสริมว่า ควรจะ “แสดงความเห็นอกเห็นใจ” ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย

โทมัส แมสซี สส.รัฐเคนทักกี สมาชิกรีพับลิกันอีกคนที่มักวิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์ ระบุว่าโพสต์ของประธานาธิบดี ไม่เหมาะสมและไม่ให้เกียรติ “ผมเดาว่าเพื่อน สส.พรรค GOP ที่ได้รับเลือกตั้งของผม, รองประธานาธิบดี, และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคงจะเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ เพราะพวกเขากลัวใช่ไหม? ผมขอท้าให้ทุกคนออกมาปกป้องมัน (โพสต์ของทรัมป์)”

บางคนก็ยกข้อความของนายทรัมป์ไปเปรียบเทียบกับคำพูดที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงการฆาตกรรมผู้สนับสนุนตัวเขาอย่างนาย ชาร์ลี เคิร์ก ซึ่งนายทรัมป์ระบุว่าเป็น “ความน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด” และ “เกินความเชื่อ” แตกต่างจากกรณีของนายไรเนอร์อย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นของอดีตประธานาธิบดี

ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงคุกรุ่นในสหรัฐอเมริกา และการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการโจมตีคู่ต่อสู้ทางการเมือง

ทำไมทรัมป์ถึงออกมาแก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์?

เหตุผลที่ทรัมป์ออกมาแก้ตัวนั้น อาจเป็นเพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงจากทั้งภายในและภายนอกพรรครีพับลิกัน รวมถึงแรงกดดันจากสังคมที่มองว่าการแสดงความคิดเห็นของเขาไม่เหมาะสมและขาดความเห็นอกเห็นใจต่อสถานการณ์อันน่าเศร้า

อย่างไรก็ตาม การออกมาแก้ตัวของทรัมป์ดูเหมือนจะไม่สามารถลดกระแสความไม่พอใจลงได้มากนัก หลายคนยังคงมองว่าคำพูดและการกระทำของเขาเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขาดความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิต การที่ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ นั้น จึงอาจเป็นเพียงการพยายามลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคำพูดของตนเองเท่านั้น

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของการใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสาร และการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อ หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์

การ ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความเหมาะสม และการแสดงความเห็นอกเห็นใจในโลกการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

การ ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ ทำให้หลายคนกลับมาพิจารณาบทบาทของผู้นำในการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

ที่มา – ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ หลังมีข่าวเสียชีวิต

สว.สหรัฐฯ ใกล้ ยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอย


ความคืบหน้าล่าสุดในสหรัฐอเมริกา ส่อแววว่าวิกฤตการณ์ สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอย เริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังจากที่สมาชิกวุฒิสภาของทั้งสองพรรคเริ่มแสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายเดโมแครตที่เริ่มอ่อนข้อในประเด็นสำคัญอย่าง โอบามาแคร์

ตามรายงานจากสำนักข่าว CNN แหล่งข่าวหลายรายเปิดเผยว่า สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตได้ส่งสัญญาณว่าจะยอมรับข้อตกลงเพื่อเปิดรัฐบาลอีกครั้ง หากทำเนียบขาวแสดงความยืดหยุ่นในบางประเด็นที่สำคัญ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่ง หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับการปิดทำการ (ชัตดาวน์) เนื่องจากการขาดกฎหมายงบประมาณฉบับใหม่มานานกว่า 40 วัน

สาระสำคัญของข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ รวมถึงมาตรการชั่วคราวใหม่ที่จะขยายการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลออกไปจนถึงเดือนมกราคม พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับแพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้นเพื่อจัดสรรงบประมาณเต็มจำนวนให้กับหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง

ร่างกฎหมายที่กว้างขึ้นนี้ครอบคลุมถึงร่างกฎหมายการจัดสรรงบประมาณเต็มปี 3 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทางทหารและกิจการทหารผ่านศึก, ฝ่ายนิติบัญญัติ และกระทรวงเกษตร

นอกจากนี้ ข้อมูลสรุปจาก ส.ว.แพตตี เมอร์เรย์ (เดโมแครต) ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะรวมถึงงบประมาณใหม่จำนวน 203.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและการป้องกันสำหรับสมาชิกสภาคองเกรส นอกเหนือจากงบประมาณจำนวน 852 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จัดสรรไว้สำหรับตำรวจรัฐสภาสหรัฐฯ

สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอย

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้จะไม่รวมถึงการขยายเวลา “กฎหมายการดูแลสุขภาพราคาประหยัด” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โอบามาแคร์” (ACA) ที่กำลังจะหมดอายุ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของฝ่ายเดโมแครต แต่มีการรับประกันว่า จะมีการลงมติเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายในวุฒิสภาสหรัฐฯ ในภายหลัง แต่ไม่มีการรับประกันว่า การขยายเวลา ACA จะกลายเป็นกฎหมาย

แหล่งข่าวกล่าวว่า พรรคเดโมแครตตระหนักดีว่าจุดยืนที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะไม่ขยายการอุดหนุนงบประมาณให้โครงการโอบามาแคร์ ทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองพรรคในประเด็นดังกล่าวแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนจึงยอมถอย เพื่อให้มีการลงมติในเวลาอื่น เพื่อยุติการชัตดาวน์ที่ส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ

ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่แหล่งข่าวระบุว่า ยังมีประเด็นสำคัญที่ยังติดขัดและต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่รัฐบาลจะสามารถเปิดทำการได้อีกครั้ง โดยหลัก ๆ คือข้อเรียกร้องของพรรคเดโมแครตที่จะให้มีการคืนตำแหน่งแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางที่ถูกรัฐบาลทรัมป์ไล่ออกไปในช่วงก่อนหน้า

แหล่งข่าว 2 รายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีการพิจารณายกเลิกการลดจำนวนบุคลากรบางส่วนที่เกิดขึ้นตลอดช่วงการปิดทำการรัฐบาลในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลกลาง

การลงมติจะเกิดขึ้นเมื่อใด?

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการลงคะแนนเสียงจะเกิดขึ้นเมื่อใด เนื่องจากยังมีการเจรจาขั้นสุดท้ายเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนายจอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการลงคะแนนเสียงเบื้องต้นอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน

สมาชิกวุฒิสภาจะเริ่มการลงคะแนนเสียงเพื่อรับพิจารณามาตรการชั่วคราวที่ผ่านโดยสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก่อน ซึ่งหมายความว่าต้องมี ส.ว.ฝ่ายเดโมแครตอย่างน้อย 8 คนยกมือสนับสนุนเพื่อให้ร่างกฎหมายนี้ผ่าน จากนั้นวุฒิสภาจะแก้ไขร่างกฎหมายนั้นด้วยแพ็กเกจการจัดสรรงบประมาณที่ใหญ่ขึ้นตามที่ทั้งสองพรรคเจรจากันไว้

หากร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ร่างกฎหมายจะต้องถูกส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผ่านความเห็นชอบขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะส่งไปยังโต๊ะของประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อให้เขาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย เพื่อเปิดรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจต้องใช้เวลานานหลายวัน

สถานการณ์ สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอย ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของการเจรจาอย่างใกล้ชิด และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ในที่สุด เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกัน

ที่มา – สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอยเรื่องโอบามาแคร์

ชาวอเมริกันนับล้าน ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายรัฐ: ทรัมป์ 2.0?

ชาวอเมริกันนับล้านคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหลายรัฐ รวมถึงศึกชิงนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก และศึกชิงผู้ว่าฯ รัฐเวอร์จิเนียกับนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบของนายทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวอเมริกันนับล้านกำลังออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและผู้ว่าฯ ในหลายรัฐทั้ง นิวยอร์ก, เวอร์จิเนีย และนิวเจอร์ซีย์ ในวันอังคารที่ 4 พ.ย. 2568 ในขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียจะมีการโหวตแก้รัฐธรรมนูญท้องถิ่น ซึ่งอาจทำให้เดโมแครตมี สส.เพิ่มอีก 5 คน

ศึกชิงผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนียและนิวเจอร์ซีย์ถูกมองว่าเป็นการทดสอบของนายทรัมป์ โดยรีพับลิกันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในรัฐสีน้ำเงิน (เดโมแครต) 2 แห่งนี้ นับตั้งแต่ที่ทรัมป์แพ้การเลือกตั้งในปี 2563 และการเลือกตั้งในวันนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ความก้าวหน้าดังกล่าวยั่งยืนเพียงใด โดยเฉพาะผู้โหวตชาวละติน ที่เทคะแนนเสียงให้ทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2567 ทั้งที่เมื่อก่อนต่อต้านพรรครีพับลิกันอย่างแข็งขัน

ส่วนฝ่ายเดโมแครต พวกเขาใช้เวลาตลอดปีที่ผ่านมาเพื่อหาทางพลิกสถานการณ์ โดยการเสนอชื่อผู้สมัครที่ไม่มีความเสียหายจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2567 และผู้สมัครของพวกเขาในรัฐเวอร์จิเนียกับนิวเจอร์ซีย์ก็ล้วนมีคะแนนนิยมนำหน้าคู่แข่งจากรีพับลิกัน

แอนดรูว์ คูโอโม ผู้สมัครอิสระ, เคอร์ติส ซลิวา ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน และ ซอห์ราน มัมดานี ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต
แอนดรูว์ คูโอโม ผู้สมัครอิสระ, เคอร์ติส ซลิวา ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน และ ซอห์ราน มัมดานี ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

ชาวอเมริกันนับล้าน ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายรัฐ: บททดสอบแรกของทรัมป์ 2.0

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ดึงความสนใจของคนทั้งประเทศ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาสนับสนุนนายแดนดรูว์ คูโอโม อดีตคู่แข่งทางการเมืองของตัวเอง เพื่อขัดขวางไม่ให้ นายซอห์ราน มัมดานี ผู้สมัครวัย 34 ปี จากพรรคเดโมแครต ได้เป็นนายกเทศมนตรีนิวยอร์กที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้นายมัมดานี ผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย และเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งนี้ เอาชนะนายคูโอโมมา และผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตอีก 9 คน ในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี ด้วย “แคมเปญรากหญ้า” สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุน้อย ด้วยสัญญาว่าจะทำให้นครนิวยอร์กมีค่าครองชีพที่เข้าถึงได้มากขึ้น

ชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นของมัมดานีปลุกฐานเสียงของพรรคเดโมแครตบางส่วนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และทำให้เขากลายเป็นคู่ปรับของพรรครีพับลิกันทั่วประเทศ

ด้านนายคูโอโม ตัดสินใจจะลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กในฐานะผู้สมัครอิสระ โดยเขาวิจารณ์นายมัมดานีว่า มีประสบการณ์น้อยเกินไปที่จะรับมือกับทรัมป์ คูโอโมยังโต้แย้งด้วยว่า นโยบายหาเสียงของมัมดานี ซึ่งรวมถึงบริการรถโดยสารฟรี และการดูแลเด็กเล็กถ้วนหน้า (universal childcare) นั้น ไม่สามารถทำได้จริง

หากนายมัมดานีได้รับเลือก เขาจะกลายเป็นนายกเทศมนตรีมุสลิมคนแรกของเมือง และด้วยวัย 34 ปี เขาจะกลายเป็นนายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ

แจ็ค ชัตตาเรลลี จากพรรครีพับลิกัน กับ มิคกี้ เชอร์ริลล์ จากพรรคเดโมแครต
แจ็ค ชัตตาเรลลี จากพรรครีพับลิกัน กับ มิคกี้ เชอร์ริลล์ จากพรรคเดโมแครต

เลือกตั้งผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์

ผู้สมัครตัวเก็ง 2 คนในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ กำลังมีการแข่งขันที่สูสีกันอย่างมาก

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้วิธีหาเสียงทางไกลสนับสนุนนายแจ็ค ชัตตาเรลลี จากพรรครีพับลิกัน ผู้แพ้การเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐอย่างฉิวเฉียดเมื่อสี่ปีก่อน ขณะที่ ส.ส. มิคกี้ เชอร์ริลล์จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นอดีตนักบินกองทัพเรือ ได้จัดการชุมนุมสนับสนุนร่วมกับอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และมีคะแนนนำชัตตาเรลลีเล็กน้อยในการสำรวจความคิดเห็นล่าสุด

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าประเด็นต่าง ๆ เช่นเรื่องความสามารถในการซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย และปัญหาค่าไฟฟ้าสูง เป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญที่สุด แต่การแข่งขันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกครอบงำด้วยการโจมตีกันในเรื่องส่วนตัวจากทั้ง 2 ฝ่าย

หากเชอร์ริลล์ชนะ นี่จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษ 60 ที่ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์มาจากพรรคการเมืองเดียวกันถึง 3 สมัยติดต่อกัน

วินซัม เอิร์ล-เซียร์ส จากพรรครีพับลิกัน กับ อาบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ จากพรรคเดโมแครต
วินซัม เอิร์ล-เซียร์ส จากพรรครีพับลิกัน กับ อาบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ จากพรรคเดโมแครต

เลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย

พรรคเดโมแครตกำลังหวังว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมอีก เนื่องจากพรรคที่เป็นผู้กุมอำนาจในทำเนียบขาวมักจะพ่ายแพ้การเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย

ในระหว่างการรณรงค์หาเสียง อาบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ จากพรรคเดโมแครตและเป็นอดีตสมาชิกสภาคองเกรส กล่าวจู่โจมด้วยประเด็นเรื่องค่าครองชีพสูง และความไม่สบายใจของผู้โหวตเรื่องการลดจำนวนบุคลากรของรัฐบาลกลางในยุคของนายทรัมป์

ส่วนนางวินซัม เอิร์ล-เซียร์ส ซึ่งเป็นรองผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ได้หาเสียงโดยมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามอาชญากรรม, การลดภาษี และข้อเรียกร้องให้ห้ามนักเรียนข้ามเพศใช้พื้นที่กีฬาและห้องน้ำสำหรับผู้หญิงในโรงเรียนรัฐบาล

ไม่ว่าผู้สมัครคนใดจะชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเธอก็จะสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้ว่าการรัฐหญิงคนแรกของเวอร์จิเนีย โดยในกรณีของ เอิร์ล-เซียร์ส เธอจะเป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐในสหรัฐอเมริกาด้วย

การแบ่งเขตเลือกตั้งแคลิฟอร์เนีย

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะอนุมัติแผนที่เขตเลือกตั้งรัฐสภาใหม่หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้พรรคเดโมแครตได้รับที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5 ที่นั่ง

ญัตติที่ 50 (Proposition 50) ซึ่งจะแทนที่แนวเขตเลือกตั้งรัฐสภาชุดปัจจุบันของแคลิฟอร์เนียด้วยแผนที่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพรรคเดโมแครต เป็นกลยุทธ์ตอบโต้ของนายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันให้รัฐเท็กซัสและรัฐอื่น ๆ ที่นำโดยพรรครีพับลิกัน แบ่งเขตเลือกตั้งรัฐสภาใหม่ เพื่อให้พรรครีพับลิกันมีโอกาสมากขึ้นในการรักษาเสียงข้างมากที่ฉิวเฉียดเอาไว้

หากญัตติที่ 50 ได้รับการโหวตอนุมัติ ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นไปได้ด้วย เขตเลือกตั้งใหม่นี้อาจช่วยให้พรรคเดโมแครตชนะที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2570, 2572 และ 2574 ซึ่งเป็นปีที่ญัตติหมดอายุ ก่อนจะส่งคืนอำนาจในการกำหนดแนวเขตให้กับคณะกรรมการอิสระของประชาชนเพื่อการแบ่งเขตเลือกตั้งของรัฐ

นอกจากการเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว ในวันเดียวกันนี้ยังมีการโหวตอื่น ๆ ที่น่าจับตามองเช่นการโหวตตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดรัฐเพนซิลเวเนีย 3 ตำแหน่ง ซึ่งจะตัดสินว่า เดโมแครตจะรักษาเสียงข้างมากที่ 5 ต่อ 2 เอาไว้ได้หรือไม่ และการเลือกตั้งในเขตที่ 18 ของรัฐเท็กซัส เพื่อหาผู้มาแทน ส.ส. ซิลเวสเตอร์ เทอร์เนอร์ จากเดโมแครตที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้

สถานการณ์ ชาวอเมริกันนับล้าน ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองในทุกระดับ การตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออนาคตของประเทศและชุมชนของพวกเขา

บทบาทของทรัมป์กับการเลือกตั้ง ชาวอเมริกันนับล้าน ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายรัฐ

เป็นที่น่าจับตามองว่า อิทธิพลของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนอย่างไร การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญที่ชี้วัดถึงแนวโน้มทางการเมืองในอนาคตของสหรัฐอเมริกา

การที่ชาวอเมริกันนับล้าน ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายรัฐ นั้นแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน และเป็นการยืนยันว่าประชาธิปไตยยังคงมีชีวิตชีวาอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักวิเคราะห์และนักการเมืองในการวางแผนกลยุทธ์สำหรับอนาคต

ที่มา – ชาวอเมริกันนับล้าน ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายรัฐ บททดสอบแรกของทรัมป์ 2.0

สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อรีพับลิกัน

สมาชิกรัฐสภารัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทำให้พรรครีพับลิกันมีข้อได้เปรียบในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปีหน้า นี่คือประเด็นสำคัญที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้: สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน

ฝ่ายนิติบัญญัติรัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ปีหน้า โดยมติผ่านในสภาผู้แทนราษฎรรัฐเท็กซัสด้วยคะแนนเสียง 88 ต่อ 52 หลังการเผชิญหน้าทางการเมืองยืดเยื้อนานกว่า 2 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตของรัฐเท็กซัสบางส่วนได้หลบหนีออกนอกเขตของรัฐ เพื่อขัดขวางการลงมติและดึงความสนใจจากสาธารณะต่อแผนดังกล่าว ส่งผลให้เกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส  จากพรรครีพับลิกัน ออกคำสั่งจับกุม พร้อมมีรายงานว่ามีตำรวจติดตามตรวจบ้านพักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตที่ไม่เข้าร่วมการประชุม

เมื่อเดโมแครตกลับเข้าสภาในสัปดาห์นี้ ดัสติน เบอร์โรวส์ ประธานสภารัฐเท็กซัส ได้สั่งล็อกประตูห้องประชุมเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการลงคะแนนอีกครั้ง และถึงขั้นให้ตำรวจคอยควบคุมสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนเพื่อให้กลับมาลงมติในวันพุธ แต่บางราย เช่น นิโคล คอลเลียร์ เลือกนอนค้างในห้องประชุมเพื่อประท้วงการบังคับดังกล่าว

แผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่จะสร้างเขตเลือกตั้งที่เอื้อต่อพรรครีพับลิกันเพิ่มขึ้นอีก 5 เขต ซึ่งอาจช่วยให้พรรคคงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้ ท่ามกลางความพยายามของรัฐอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคการเมืองทั้งสองพรรค เช่น แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และฟลอริดา ที่กำลังร่างแผนเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อตอบโต้ โดยแคลิฟอร์เนียกำหนดว่า แผนจะมีผลก็ต่อเมื่อรัฐเท็กซัสเดินหน้ากับแผนที่เอื้อต่อรีพับลิกันจริง

แผนดังกล่าวก่อให้เกิดข้อถกเถียงเรื่อง gerrymandering หรือการปรับเขตเลือกตั้งเพื่อเอื้อฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติของพรรคการเมืองหลักทั้งสองพรรคและถือเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย เว้นแต่จะมีการตัดสินว่ามีแรงจูงใจจากเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน การปรับเขตเลือกตั้งที่ได้รับการอนุมัติในปี 2021 หลังการทำสำมะโนประชากรล่าสุด ยังคงอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องในข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

นักการเมืองพรรคเดโมแครตและกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า เขตเลือกตั้งใหม่นี้จะทำให้เสียงของชนกลุ่มน้อยถูกลดทอนลง อันเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลาง พร้อมขู่ว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อยับยั้งการบังคับใช้.

สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อรีพับลิกัน

การปรับเขตเลือกตั้งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองการปกครองของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้พรรครีพับลิกันมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาคองเกรสได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับเขตเลือกตั้ง

เมื่อ สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน เราอาจเห็นผลกระทบดังต่อไปนี้:

  • พรรครีพับลิกันมีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากขึ้นในรัฐเท็กซัส
  • เสียงของชนกลุ่มน้อยอาจถูกลดทอนลง
  • เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายเพื่อท้าทายความชอบธรรมของแผน
  • ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันรุนแรงขึ้น

แน่นอนว่าผลกระทบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงผลการดำเนินงานของเศรษฐกิจ ปัญหาทางสังคม และความนิยมของแต่ละพรรคการเมือง

การปรับเขตเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองการปกครองของสหรัฐฯ การที่สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ที่เอื้อประโยชน์แก่พรรครีพับลิกันได้จุดประกายความขัดแย้งทางการเมืองและอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาคองเกรสในอนาคต

ที่มา – สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน

Scroll to top