พรรคเป็นธรรม

ปิติพงศ์ชู “การเมืองอิสระ” สู้ทุนเทา-แก้ปากท้อง

“ปิติพงศ์” ชูโมเดล “การเมืองอิสระ” ประกาศสู้ สามสงครามปราบทุนเทา-สแกมเมอร์-แก้ปากท้องประชาชน

วันที่ 9 มกราคม 2569 นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงวิกฤตการเมืองไทยปัจจุบัน ว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สามารถก้าวข้ามวิกฤตไปได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ภัยพิบัติ หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เกิดจากโครงสร้างทางการเมืองที่ผู้บริหารประเทศมักเป็นนักการเมืองอาชีพ หรือ นักการทหาร ขาดนักบริหารมืออาชีพที่เข้าใจระบบอย่างแท้จริง ตนในฐานะลูกศิษย์ของ ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ย้ำแนวทางของพรรคเป็นธรรมถอดแบบมาจากหลักการที่อาจารย์ปรีดีวางรากฐานไว้ โดยเฉพาะการยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 อย่างเคร่งครัด ที่ระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลหลักนิติธรรมต้องถูกนำมาใช้ปกครองประเทศอย่างแท้จริง นี่คือหลักการเดียวที่จะทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และเป็นแนวทางที่ตนยึดถือมาตลอดในฐานะลูกศิษย์อาจารย์ปรีดี

ย้ำสู้สามสงคราม

“หัวใจสำคัญของการเมืองที่จะแก้วิกฤตประเทศได้ คือความเป็นอิสระ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคมักมี ต้นทุนทางการเมือง”ที่ต้องแบกรับ ทำให้เมื่อเข้าไปมีอำนาจบริหาร จึงไม่สามารถพูดความจริงหรือแก้ปัญหาได้อย่างเต็มปาก เพราะติดเงื่อนไขของกลุ่มทุนผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง พรรคใหญ่พูดไม่ได้หลายเรื่อง เพราะมีต้นทุนทางการเมืองต้องปกป้อง แต่พรรคเป็นธรรมไม่มี เราเป็นพรรคอิสระ ใช้ทุนของพรรคเอง ไม่ยึดโยงผลประโยชน์ ไม่ต้องพึ่งทุนสีเทา หรือทุนการพนัน ทำให้เรากล้าชนทุกปัญหา ประเทศไทยกำลังเผชิญสงครามใหญ่ภายในประเทศที่ต้องเร่งจัดการ คือ สงครามทุนสีเทาและแก๊งสแกมเมอร์ ที่แทรกซึมเข้าสู่ระบบการเมือง และ สงครามปากท้องของพี่น้องประชาชน

ไม่เน้นประชานิยมฉาบฉวย

นายปิติพงศ์ กล่าวด้วยว่า พรรคเป็นธรรมได้รวบรวมทีมงานที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ ทั้งจากสถาบันระดับโลกอย่าง MIT และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่ออาสาเข้ามาจัดการวิกฤตเหล่านี้อย่างเป็นระบบ พร้อมเปรียบเทียบต่อว่า หากพรรคการเมืองใหญ่คือ ข้าวสารหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ประชาชนจำใจต้องกินเพื่อให้อิ่มท้องไปวันๆ พรรคเป็นธรรมขออาสาเป็น “กับข้าวปลอดสารพิษ” ที่อาจจะไม่เน้นประชานิยมฉาบฉวย แต่เน้นคุณภาพและสุขภาพที่ดีของโครงสร้างประเทศในระยะยาว เราไม่เน้นประชานิยม แต่เน้นคุณภาพ ขออาสาเป็นวัตถุดิบให้ประชาชนมาปรุงอนาคตของประเทศ ฝากเบอร์ 45 พรรคเป็นธรรม ไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

การเมืองอิสระ: ทางออกของประเทศไทย?

จากสถานการณ์การเมืองที่ซับซ้อนในปัจจุบัน หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “การเมืองอิสระ” คืออะไร และจะสามารถเป็นทางออกให้กับประเทศไทยได้จริงหรือ? นายปิติพงศ์ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้เสนอแนวคิด “การเมืองอิสระ” ที่เน้นความโปร่งใส ไม่ยึดติดกับกลุ่มทุน และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างตรงไปตรงมา แนวคิดนี้ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ที่เบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิมๆ ที่เต็มไปด้วยการทุจริต และการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง

แต่ “การเมืองอิสระ” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพรรคการเมืองที่ไม่มีทุนสนับสนุน มักจะเสียเปรียบในการแข่งขันทางการเมือง ดังนั้น พรรคเป็นธรรมจึงต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากประชาชนโดยตรง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พรรคเป็นธรรมกับแนวทาง “การเมืองอิสระ”

พรรคเป็นธรรม ชูนโยบายที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง พรรคเชื่อว่า “การเมืองอิสระ” จะช่วยให้ประเทศชาติสามารถหลุดพ้นจากวงจรของการทุจริต และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ พรรคเป็นธรรมยังมีทีมงานที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วยนักบริหารมืออาชีพ ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้พรรคสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

หลายคนอาจมองว่าแนวทาง “การเมืองอิสระ” ของพรรคเป็นธรรม เป็นเพียงความฝัน แต่พรรคเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่น และความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ประเทศไทยสามารถก้าวไปสู่สังคมที่เป็นธรรม และมีความเจริญก้าวหน้าได้

นายปิติพงศ์เน้นย้ำว่า พรรคเป็นธรรมพร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน และจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างจริงจัง แม้ว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่พรรคเป็นธรรมก็จะไม่ย่อท้อ และจะเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้าง “การเมืองอิสระ” ที่แท้จริงในประเทศไทย

ดังนั้น การเลือกพรรคเป็นธรรม จึงเป็นการสนับสนุนแนวทาง “การเมืองอิสระ” และเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้มีผู้นำที่มีความสามารถ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย ด้วยการสนับสนุน “การเมืองอิสระ”!

ที่มา – “ปิติพงศ์” ชูโมเดลพรรคเป็นธรรม “การเมืองอิสระ” ประกาศสู้ ทุนเทา -สแกมเมอร์-แก้ปากท้อง

“กัณวีร์” ลาออก เปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาล

“กัณวีร์ สืบแสง” ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเป็นธรรม เตรียมเปิดตัวพรรคพลวัต นั่งแคนดิเดตนายก ยันพร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น ไม่ว่าใครเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

วันที่ 12 ธ.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกพรรคเป็นธรรม เดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม ต่อกกต. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาลาออกในวันนี้เพราะเลือกที่จะไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ และจะไปยื่นเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ชื่อว่า พรรคพลวัต โดยเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นนักปฏิบัติ มีตนนั่งเป็นหัวหน้าพรรคเองและมีเพื่อนๆ มาร่วมกัน ตอนนี้ได้มีการจดทะเบียนพรรคการเมืองเรียบร้อยแล้วที่จังหวัดสุพรรณบุรีพร้อมที่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส. ใน 300 เขต ซึ่งจะมีการเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ณ ที่ทำการพรรคจังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากนั้นจะมีการเปิดตัวที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ที่ทำให้ตนตัดสินใจลาออกจากพรรคเป็นธรรม แล้วมาตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยไม่ร่วมกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น เพราะ 2 ปีเศษที่ผ่านมาไม่เห็นว่าพรรคการเมืองใดตอบโจทย์ของตนได้ อุดมการณ์ที่ตนมีหรือผู้ปฏิบัติงานในเวทีระหว่างประเทศ ก็ไม่เห็นว่าพรรคการเมืองไหนจะสามารถทำตรงนี้ได้ จึงมาตั้งพรรคการเมืองเล็กๆ พรรคหนึ่งและมั่นใจว่าจะสู้ได้ มั่นใจว่า พี่น้องประชาชนจะมองเห็น โดยจะมีอดีต สส. ชุดที่ 26 มาร่วมด้วย ซึ่งเป็นคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ทำงานและเป็นนักปฏิบัติจริงๆ เราจะไม่เอา สส. ที่แตกต่าง หรือไม่เคยปฏิบัติงาน มาร่วมกับพรรค และตนจะนั่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย

“กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น

“ยืนยันว่า พรรคพลวัตไม่ใช่พรรคทางเลือก แต่เราจะเป็นพรรคทางรอดของประเทศ นำพาประเทศไทยไปสู่จุดมุ่งหมาย ที่คนไทยทั่วประเทศได้ให้ความสำคัญเอาไว้ พรรคของเราชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปสู่การเป็นฝ่ายบริหาร ธงของเราคือการต้องร่วมกับฝ่ายบริหาร เพราะพี่น้องประชาชนรออยู่ การเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียวไม่เพียงพอจริงๆ ความคาดหวังของเราคือการร่วมรัฐบาล ทั้งนี้จุดที่จะใช้ในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลก็คงต้องดูผลของการเลือกตั้งด้วย ถึงเราจะเป็นพรรคเล็ก แต่เราก็มั่นใจ เดี๋ยววันที่เปิดตัวพรรคและเปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์ของพรรค จะเห็นว่าเค้าทำงานอะไรได้บ้างและประสบความสำเร็จอะไรมาบ้าง” นายกัณวีร์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่สำนักงาน กกต.ตลอดทั้งวันมีสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากพรรคต้นสังกัดเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เช่น นายโกศล ปัทมะ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยจะไปสมัครเป็นสมาชิกที่พรรคภูมิใจไทย.

อนาคตของพรรคพลวัต และการเป็นรัฐบาลของ “กัณวีร์”

การลาออกจากพรรคเป็นธรรมของนายกัณวีร์และการเตรียมเปิดตัวพรรคพลวัต สร้างความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมือง พรรคพลวัตภายใต้การนำของนายกัณวีร์ วางเป้าหมายที่จะเป็น “ทางรอด” ของประเทศ และมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นจริง

ความชัดเจนในจุดยืนที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง การตัดสินใจครั้งนี้ของนายกัณวีร์และทีมงานจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การลาออกของนายกัณวีร์ สืบแสง และการเปิดตัวพรรคพลวัต สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของนักการเมืองในยุคปัจจุบัน การที่นายกัณวีร์เน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

“กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในแวดวงการเมืองไทย อนาคตของพรรคพลวัต และบทบาทของนายกัณวีร์ในการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในอนาคต การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคการเมืองใดจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคพลวัต สามารถติดตามได้จากช่องทางต่างๆ ของพรรค และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ดังนั้น การตัดสินใจของ “กัณวีร์” ที่จะลาออกจากพรรคเดิมและเปิดตัวพรรคใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและอาจมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น

ปิติพงศ์เผย กัณวีร์เตรียมตั้งพรรคใหม่ จริงหรือ?

“ปิติพงศ์” เผย “กัณวีร์” เตรียมตั้งพรรคใหม่ ลั่นเคยเตือนแล้วต้องขอมติพรรคก่อนตัดสินใจ 3 เรื่องสำคัญ แต่ถูกเพิกเฉย มั่นใจพรรคเป็นธรรมอยู่ได้ด้วยจุดยืนและอุดมการณ์ที่ชัดเจน

มีข่าวลือหนาหูว่า “กัณวีร์” เตรียมตั้งพรรคใหม่ จริงหรือไม่? นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตา โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมตั้งพรรคใหม่ของนายกัณวีร์ สืบแสง อดีตเลขาธิการพรรค

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงมติกรรมการบริหารพรรคที่ให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเป็นธรรม ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคว่า สาเหตุเป็นไปตามที่พรรคได้ออกแถลงการณ์ เพราะนายกัณวีร์โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่ได้แจ้งหรือขอมติจากกรรมการบริหารพรรคก่อน แม้ว่าก่อนหน้านี้นายกัณวีร์จะโทรมาบอกตนถึงการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว ในช่วงที่ตนอยู่ต่างประเทศพอดี ซึ่งได้เคยบอกเจ้าตัวไปแล้วว่า ถึงมาบอกตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องไปขอมติกรรมการบริหารพรรคก่อน หากตัดสินใจไปแล้ว ก็ให้นำกลับมาบอกมาขอมติที่ประชุมตามหลัง แต่นายกัณวีร์ก็ไม่ทำ

นายปิติพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้มีการคัดเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ จากนี้ไม่แน่ใจว่านายกัณวีร์ยังจะทำการเมืองกับพรรคเป็นธรรมต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าตัว พรรคขับออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคเท่านั้น ไม่ได้ขับออกจาก สส. หากนายกัณวีร์จะไปทำพรรคการเมือง ไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองของตัวเองก็ต้องลาออกจากสส. “อนาคตอะไรก็ไม่แน่นอน ผมไม่อยากบอกว่า เขาจะอยู่กับพรรคเป็นธรรมหรือไม่ แต่แว่วว่า อาจไปตั้งพรรคใหม่การเมืองเป็นของตัวเอง” นายปิติพงศ์ กล่าวและว่า จากนี้พรรคเป็นธรรมจะเร่งเดินหน้าสู่โหมดเลือกตั้ง มีทีมเศรษฐกิจ ทีมสังคม และทีมข้อมูลที่มีความรู้ความสามารถ นำเสนอนโยบายและจุดยืนของพรรคให้ประชาชนรับรู้

นายปิติพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา แม้ตนจะไม่ได้มีตำแหน่งสส.ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ได้เดินหน้าทำการเมืองอย่างต่อเนื่อง ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน รวมทั้งล่าสุดได้นำเสนอความเห็นในการวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยยื่นข้อเสนอผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาลไปแล้วเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค. 2568) ให้มี 3 แนวทางคือ 1. ต้องมีมาตรการระยะสั้น มีคณะกรรมการเพื่อดูแลความเสียหายของจ.สงขลาโดยเฉพาะ 2.วางแนวทางแก้ปัญหาระบบหาดใหญ่ และ3. เสนอมาตรการแก้ไขน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ

ปิติพงศ์เผย กัณวีร์เตรียมตั้งพรรคใหม่

จากคำให้สัมภาษณ์ของนายปิติพงศ์ ทำให้เกิดคำถามมากมายตามมาว่า การตั้งพรรคใหม่ของนายกัณวีร์ จะส่งผลกระทบต่อพรรคเป็นธรรมอย่างไร และทิศทางการเมืองของนายกัณวีร์จะเป็นเช่นไรต่อไป?

อนาคตทางการเมืองของกัณวีร์จะเป็นอย่างไร หากเตรียมตั้งพรรคใหม่?

การตัดสินใจของนายกัณวีร์ที่จะตั้งพรรคใหม่นั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา หากเป็นจริง การตั้งพรรคใหม่จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการสร้างฐานเสียง การหาบุคลากรที่มีความสามารถ และการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การตั้งพรรคใหม่ก็อาจเป็นโอกาสให้นายกัณวีร์ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ สร้างพรรคการเมืองที่สะท้อนอุดมการณ์และความคิดของตนเอง และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การตั้งพรรคใหม่ของนายกัณวีร์จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามและจับตามองอย่างใกล้ชิด

มาร่วมกันติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ที่มา – “ปิติพงศ์” เผย “กัณวีร์” เตรียมตั้งพรรคใหม่ ลั่นเคยเตือน ต้องขอมติพรรคก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ

ด่วน! พรรคเป็นธรรม ปลด “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค

เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน “พรรคเป็นธรรม” เมื่อมีคำสั่งปลด “กัณวีร์” พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคอย่างกะทันหัน สาเหตุเนื่องมาจากการแอบอ้างมติพรรคสนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ นอกจากนี้ “ปิติพงศ์” ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก่อนการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคมนี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น. เพจเฟซบุ๊กของพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ได้โพสต์ข้อความสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในพรรค โดยระบุถึงสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาปากท้องของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข การบริหารประเทศที่ไม่ทันต่อเหตุการณ์ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

ทางพรรคเห็นว่าการเตรียมความพร้อมและวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น พรรคเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภายในให้มีความพร้อมและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของผู้นำและฝ่ายบริหาร เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เคารพข้อบังคับของพรรค มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ ทางพรรคฯ จึงขอแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

  1. นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ ได้แสดงความจำนงในการลาออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคเป็นธรรม”
  2. พรรคมีมติให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่ง “เลขาธิการพรรคเป็นธรรม” โดยให้มีผลทันที เนื่องจากการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค คือการแอบอ้างมติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา โดยมิได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งที่ข้อบังคับพรรคกำหนดให้ต้องได้รับมติจากคณะกรรมการบริหารพรรคในประเด็นการสนับสนุนบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อบังคับและมติพรรคอย่างเคร่งครัด ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ พรรคเป็นธรรม จะจัดการประชุมในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และทีมบริหารชุดใหม่ เพื่อเป็นแกนนำในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง และขับเคลื่อนอุดมการณ์ของพรรคต่อไป

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา พรรคเป็นธรรม ยืนยันในความมุ่งมั่นและจุดยืนในการทำการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

พรรคเป็นธรรม ปลด “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค

ทำไมพรรคเป็นธรรมถึงปลดเลขาธิการพรรค?

สาเหตุหลักของการปลดนายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เกิดจากการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค โดยเฉพาะการแอบอ้างมติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้ผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามที่ข้อบังคับกำหนด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อบังคับและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรค

นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และใกล้การเลือกตั้ง ทำให้พรรคต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ การปรับโครงสร้างภายในจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ พรรคเป็นธรรม ในการยึดมั่นในหลักการและความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นทางเลือกใหม่ในการเมืองไทย การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนได้หรือไม่

ที่มา – “พรรคเป็นธรรม” ปลดฟ้าผ่า “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค เหตุแอบอ้างมติพรรคหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

4 อดีตสส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง “ปิติพงศ์” ชี้อนาคตจับมือนามพรรคเป็นธรรมหรือไม่ คงต้องถามเอง พร้อมเผยพรรคประชุมใหญ่ 21 ธ.ค.นี้ พร้อมเลือกตั้ง

วันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊ก ขณะนั่งร่วมรับประทานอาหารกับนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) พร้อมด้วยนายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ หรือเดิมชื่อ ประมณฑ์ คุณะเกษม โดยทั้ง 4 คน เป็นอดีต สส.พรรคไทยรักไทย พร้อมด้วย นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ นักธุรกิจและไลฟ์โค้ช น้องชายของนายภัทรศักดิ์ ร่วมนั่งพูดคุยด้วย  โดยนายสุรนันทน์ ยังโพสต์ข้อความด้วยว่า นั่งคุยกับหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ปิติพงศ์ เต็มเจริญ ขอบคุณเจ้าภาพ อดีต สส.ภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ พร้อมด้วย อดีต สส.ประมณฑ์ คุณะเกษม และคุณกิ๊ก โอสถานุเคราะห์

รื้อฟื้นความหลังการเมือง

ต่อมา นายปิติพงศ์ เปิดเผยว่า เป็นการมานั่งพูดคุยรื้อฟื้นความหลังทางการเมือง ในฐานะที่เป็นอดีต สส.พรรค ทรท.ด้วยกัน พร้อมอัปเดตข้อมูลทางการเมือง และอนาคตทางการเมือง เนื่องจากกลางปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง นักการเมืองต้องมองหาพรรคการเมืองที่ตัวเองเชื่อมั่น

เตรียมประชุมพร้อมเลือกตั้ง

นายปิติพงศ์ กล่าวว่า ส่วนของพรรคเป็นธรรมมีความพร้อมที่จะส่งทั้งว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อที่มีคุณภาพ และตามที่กฎหมายกำหนด โดยวันที่ 21 ธ.ค. พรรคจะมีการประชุมสามัญประจำปี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง พร้อมเปิดแคมเปญพรรค นำเสนอนโยบายพรรค ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค ปธ. ได้ สส.มากกว่า 1 เขตแน่นอน

โยนให้ถามแต่ละคนเอง

เมื่อถามว่า อนาคตมีโอกาสที่ทั้งหมดจะมาร่วมงานกับพรรค ปธ.หรือไม่ นายปิติพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน และคงต้องสอบถามเจ้าตัวเอง และจะมี สส. หรือนักการเมืองต่างพรรคย้ายมาร่วมงานพรรค ปธ.หรือไม่ ไว้รอติดตามกัน

การรวมตัวของ 4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ครั้งนี้ จุดประกายความสนใจในแวดวงการเมืองอย่างมาก การพบปะพูดคุยและรื้อฟื้นความหลังทางการเมืองของอดีต สส.พรรคไทยรักไทย สร้างความน่าสนใจถึงทิศทางในอนาคต การอัปเดตข้อมูลทางการเมืองและการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง

4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวและแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในสนามการเมือง อดีต สส.พรรคไทยรักไทย ได้ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การพบปะพูดคุยกับนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันในอนาคต

การตัดสินใจของแต่ละบุคคลและความเป็นไปได้ในการย้ายพรรคของนักการเมืองอื่นๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป พรรคเป็นธรรมมีความพร้อมที่จะส่งผู้สมัคร สส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อที่มีคุณภาพ และเตรียมเปิดแคมเปญพรรคเพื่อนำเสนอนโยบายต่างๆ

อนาคตพรรคเป็นธรรมกับการ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

พรรคเป็นธรรมตั้งเป้าหมายที่จะได้รับ สส.มากกว่า 1 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า การ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ของอดีต สส.ไทยรักไทย อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าจับตามอง การรวมตัวของบุคลากรที่มีประสบการณ์และความมุ่งมั่น อาจนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพรรคการเมืองต่างๆ ในการนำเสนอนโยบายและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเองได้

ดังนั้น การ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ของอดีต สส.ไทยรักไทย จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าสนใจ และอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต

ที่มา – 4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง “ปิติพงศ์” ยันพรรคเป็นธรรมพร้อมเลือกตั้ง

“กัณวีร์” หนุน “อนุทิน” บอกเป็นไปได้สูงร่วมรัฐบาล

“กัณวีร์ สืบแสง” มาแสดงความยินดี “อนุทิน” ยกเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ บอก ยกมือให้แล้ว มีความเป็นไปได้สูงร่วมรัฐบาล ขอคุย กก.บห. “เป็นธรรม” ก่อน ชี้ หากเข้าร่วม จะช่วยแก้ปัญหา แก้รัฐธรรมนูญ-ชายแดนไทยกัมพูชา

วันที่ 29 ส.ค. 2566 นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เดินทางมาให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีการจับมือทักทาย พร้อมระบุว่า วันนี้ตนเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยต้องการเดินหน้า และสิ่งที่ดีที่สุดคือพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน เป็นผู้นำรัฐบาล ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวว่า นี่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาชายแดน

จากนั้น นายกัณวีร์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาแสดงความยินดี และต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และความชอบธรรมของพรรคเพื่อไทยก็หมดไป ซึ่งตนเห็นว่าวันนี้มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ประเทศไทยจะมีฝ่ายบริหารที่มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นมา พร้อมยืนยันว่า พรรคเป็นธรรมพร้อมสนับสนุนเต็มที่

อีกทั้ง ยังได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ว่าเราจะต้องเห็นชอบกับการสนับสนุนนายอนุทินในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การสนับสนุนครั้งนี้ จะถือเป็นการร่วมรัฐบาลไปเลยหรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า ไหนๆ ก็ยกมือให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูง แต่ก็ต้องคุยกับกรรมการบริหารพรรคเป็นธรรมก่อน ว่าเราจะสามารถไปช่วยเหลือตรงไหนได้บ้าง โดยตนมองว่า หากพรรคเป็นธรรมไปเข้าร่วม ซึ่งก็จะร่วมแก้ไขปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสุดท้ายคือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ และยุบสภาคืออำนาจให้ประชาชน ตรงกับจุดยืนของเราใช่หรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า ตรงจุดยืนของตน และพรรคร่วมฝ่ายค้าน และที่ผ่านมาเราพูดคุยกันตลอด ว่าประเทศต้องการการเดินหน้า แต่รัฐธรรมนูญทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้

อีกทั้ง ตนก็ได้ยินข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 4-6 เดือน ออกเสียงประชามติ และตั้ง สสร.

“กัณวีร์” โผล่ยินดี “อนุทิน” พร้อมหนุนเต็มที่ บอกเป็นไปได้สูงร่วมรัฐบาล

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ได้ออกมาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมทั้งเปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้สูงที่พรรคเป็นธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล

ความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลของพรรคเป็นธรรม

การออกมาแสดงความยินดีของนายกัณวีร์ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทย ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยนายกัณวีร์ระบุว่า พรรคเป็นธรรมพร้อมที่จะสนับสนุนนายอนุทินอย่างเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่านายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้นำที่สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้

อย่างไรก็ตาม นายกัณวีร์ยังกล่าวว่า การตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น จะต้องมีการหารือกับกรรมการบริหารพรรคเป็นธรรมก่อน เพื่อพิจารณาถึงแนวทางในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ

ประเด็นสำคัญที่พรรคเป็นธรรมให้ความสนใจคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งนายกัณวีร์มองว่า หากพรรคเป็นธรรมได้เข้าร่วมรัฐบาล จะสามารถผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

การที่นายกัณวีร์ระบุว่า “กัณวีร์” โผล่ยินดี “อนุทิน” พร้อมหนุนเต็มที่ บอกเป็นไปได้สูงร่วมรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคเป็นธรรมและพรรคภูมิใจไทย และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ อาจมีพรรคเป็นธรรมเป็นส่วนหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ การที่พรรคเป็นธรรมให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา แสดงให้เห็นว่าพรรคเป็นธรรมมีจุดยืนที่ชัดเจนและพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ

หากพรรคเป็นธรรมตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลจริง จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการดำเนินนโยบายต่างๆ อย่างไรบ้าง คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ การเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

โดยสรุปแล้ว การที่ “กัณวีร์” โผล่ยินดี “อนุทิน” พร้อมหนุนเต็มที่ บอกเป็นไปได้สูงร่วมรัฐบาล นั้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองพรรค และโอกาสที่พรรคเป็นธรรมจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับการหารือภายในพรรคเป็นธรรม และการตกลงในรายละเอียดต่างๆ กับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ต่อไป

การที่นายกัณวีร์ สืบแสง ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของการเมืองไทยชัดเจนยิ่งขึ้น และสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของหลายฝ่ายที่มีต่อรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

“กัณวีร์” โผล่ยินดี “อนุทิน” พร้อมหนุนเต็มที ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของการจัดตั้งรัฐบาล และจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “กัณวีร์” โผล่ยินดี “อนุทิน” พร้อมหนุนเต็มที่ บอกเป็นไปได้สูงร่วมรัฐบาล

Scroll to top