พรรคโอกาสใหม่

ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต สก.ดอนเมือง 3 สมัย

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาสำรวจประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “สก.หนุ่ย” อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตดอนเมืองถึง 3 สมัยเลยทีเดียว รอบนี้คุณหนุ่ยหวนคืนวงการการเมืองท้องถิ่น ประกาศลงชิง สก.เขตดอนเมืองอีกครั้งแบบอิสระ ไม่สังกัดพรรคใดๆ หลังจากลองไปลุยระดับชาติแล้วก็น่าจะมีประสบการณ์เพียบมาบริการชาวดอนเมืองแน่นอน

การเลือกตั้ง สก. กทม. กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 นี้แล้วนะครับ กกต. เปิดรับสมัคร 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 2567 และตอนนี้ว่าที่ผู้สมัครเริ่มโผล่เพียบ โดยเฉพาะประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ที่เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ลงพื้นที่พบปะประชาชน แถมมีแฮชแท็ก #เพื่อนกนกนุช เรียกเสียงฮือฮาได้ดี

ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์

คุณหนุ่ยหรือนางกนกนุช กลิ่นสังข์ เกิดวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2501 ปัจจุบันอายุ 65 ปี (คำนวณตามปี 2567) จบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พื้นฐานด้านรัฐศาสตร์แน่นๆ ทำให้เหมาะกับงานการเมืองท้องถิ่นสุดๆ

ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ ในเส้นทางอาชีพ

เริ่มจากประสบการณ์หลักคือการเป็น สก.เขตดอนเมือง 3 สมัยติดต่อกัน:

  • สมัยที่ 1: พ.ศ. 2549 – 2553
  • สมัยที่ 2: พ.ศ. 2555 – 2557
  • สมัยที่ 3: พ.ศ. 2562 – 2566 (สังกัดพรรคเพื่อไทย)

นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการตลาดนัดกรุงเทพ (2553-2555) ผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง และเลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ ฯลฯ สภาผู้แทนราษฎร เรียกได้ว่าประสบการณ์หลากหลายทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ

ผลงานเด่นของ กนกนุช กลิ่นสังข์ ในสภา กทม.

ที่สำคัญคือบทบาทในสภา กทม. คุณหนุ่ยมีส่วนร่วมคณะกรรมการมากมาย โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข การศึกษา และการเงินงบประมาณ

คณะกรรมการสามัญ (ปี 2565-2566):

  • กรรมการคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม
  • ประธานกรรมการคณะกรรมการการสาธารณสุข – ผลักดันเรื่องสุขภาพประชาชน เช่น ทุนวิจัยแพทย์
  • กรรมการคณะกรรมการการศึกษา
  • กรรมการคณะกรรมการกิจการสภา

คณะกรรมการวิสามัญ: นี่คือจุดเด่นที่ยาวเหยียด แสดงถึงความขยัน!

ปี 2565:

  • ประธานคณะวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติทุนส่งเสริมการวิจัยทางการแพทย์สาธารณสุข
  • กรรมการศึกษาปัญหาสัตว์จรจัด
  • กรรมการงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2566
  • และอีกหลายคณะ

ปี 2566: ประธานหลายคณะ เช่น ค่าใช้จ่ายเดินทางราชการ, การเรียนแพทย์เฉพาะทาง, พัฒนาทรัพย์สินสาธารณะ, ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่าง, โรงพยาบาลครอบคลุมกรุงเทพฯ, เทคโนโลยี IOT ระบายน้ำ, รถไฟฟ้าสีเขียว, น้ำท่วม ฯลฯ รวมกว่า 15 คณะ!

ปี 2567: ยังคง active ต่อ เช่น รองประธานพิจารณางบสะพานเกียกกาย, บริการยุติตั้งครรภ์, ชุมชนเข้มแข็งเศรษฐกิจพอเพียง

เรียกได้ว่าประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์เต็มไปด้วยผลงานที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตประจำวันของคนกรุง โดยเฉพาะดอนเมืองที่เธอรัก

ก้าวล่าสุดในประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์

วันที่ 12 ธันวาคม 2566 (ปรับตามบริบท) คุณหนุ่ยลาออกจากพรรคเพื่อไทย ย้ายไปพรรคโอกาสใหม่ ลง ส.ส.ดอนเมือง 8 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง คราวนี้เลยกลับมาที่ถนัด คือ สก.ดอนเมือง แบบอิสระ เพื่อทำงานให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

จากประสบการณ์ยาวนานแบบนี้ ชาวดอนเมืองคงมั่นใจได้ว่าถ้าเลือก สก.หนุ่ย จะช่วยผลักดันเรื่องสาธารณสุข การศึกษา น้ำท่วม รถไฟฟ้า และงบประมาณให้เขตดีขึ้นแน่นอน

สรุปแล้ว ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์คือตัวอย่างของนักการเมืองท้องถิ่นที่ทุ่มเท เปลี่ยนพรรคแต่ใจเพื่อประชาชนไม่เปลี่ยน ถ้าคุณเป็นคนดอนเมือง ลองติดตามการหาเสียงของเธอ แล้วไปโหวตเลือกตั้ง สก.กทม. 28 มิ.ย. นี้กันนะครับ! เสียงคุณสำคัญต่ออนาคตเขตเรา

ที่มา – ประวัติ “กนกนุช กลิ่นสังข์” อดีต สก.เขตดอนเมือง 3 สมัย รอบนี้ประกาศลงชิง สก. ในนามอิสระ

ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุนอนุทินนายกฯ

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังเข้มข้น พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งรวบรวมเสียงสนับสนุนเพื่อผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น นั่นคือ ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค. การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้จำนวนเสียงสนับสนุนพุ่งสูงถึง 292 เสียง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย มีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, น.ส.บุญธิดา สมชัย โฆษกพรรค, นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ร่วมกับตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค และน.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 จากพรรคโอกาสใหม่ รวมถึง ส.ส.อีก 5 คนจากพปชร.

น.ส.บุญธิดา กล่าวยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก 6 เสียง จากพรรคพลังประชารัฐและพรรคโอกาสใหม่ ทำให้มั่นใจมากขึ้นในการเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี การร่วมมือครั้งนี้เกิดจากอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเดือดร้อนของประชาชน

พรรคพลังประชารัฐและโอกาสใหม่ยืนยันหนุนอนุทินเต็มที่

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จากพปชร. เปิดเผยว่า พรรคได้รับคำเชิญจากผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทยที่เคารพนับถือมานาน หลังการพูดคุย พปชร.มีมติสนับสนุนการทำงานของภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำที่ได้รับเสียงจากประชาชน พปชร.เน้นนโยบายความมั่นคงและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ด้านน.ส.รสรินทร์ จากพรรคโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ยินดีที่ได้รับเกียรติร่วมรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่มีมติหนุนนายอนุทิน โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ภูมิใจไทยแล้ว อุดมการณ์เดียวกันในการฟื้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชน

สถานะพรรคกล้าธรรมและประชาธิปัตย์ยังไม่ชัดเจน

สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ โฆษกภูมิใจไทยย้ำว่าตัวเลขทางการต้องรอแถลงจากพรรค ส่วนพรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังไม่สรุป ต้องรอหลังการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยวันที่ 8 มีนาคมนี้ ก่อนรายงานตัวและพูดคุยเพิ่มเติม การรวบรวมเสียงกว่า 290 เสียง ถือว่าพอสำหรับเสียงข้างมากในสภาแล้ว แต่ยังไม่มีตัวเลขตายตัว

นายไชยชนก กล่าวถึงโควตารัฐมนตรีสำหรับพรรคเล็กที่รวมกันกว่า 30 เสียง ต้องรอหัวหน้าพรรคสรุปหลังสัมมนา ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค. จึงเป็นข่าวที่สะท้อนการเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อความมั่นคง

  • พรรคภูมิใจไทย: แกนนำเสนอชื่ออนุทิน
  • พรรคพลังประชารัฐ: สนับสนุน 5 ส.ส. + รักษาการหัวหน้า
  • พรรคโอกาสใหม่: สนับสนุนเต็มที่จากหัวหน้าและ ส.ส.
  • พรรคกล้าธรรม-ประชาธิปัตย์: รอตัดสินใจหลัง 8 มี.ค.

การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีเครือข่ายกว้างขวาง นโยบายหลักอย่างเศรษฐกิจดิจิทัล สุขภาพ และเกษตรกรรม จะเป็นจุดแข็ง หากอนุทินได้นั่งนายกฯ คาดว่ารัฐบาลจะเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ค่าครองชีพและการท่องเที่ยว

ในมุมมองผู้วิเคราะห์ การรวมพรรคแบบนี้ช่วยสร้างเสถียรภาพ ลดโอกาส解散สภา แต่ต้องจับตาการเจรจาโควตา ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ เป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตการเมืองไทย

ติดตามพัฒนาการหลังสัมมนา 8 มี.ค. และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ ว่าคุณมองอนุทินเป็นนายกฯ ที่เหมาะสมหรือไม่?

ที่มา – ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค.

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ยันหนุนอนุทินนายกฯ

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งล่าสุด พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งมี ส.ส. เพียง 1 เสียง แต่ประกาศชัดเจนว่าจะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า พรรคของเขาพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมอบ 1 เสียงจาก ส.ส. เขตที่ได้มา คือ น.ส.วรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ว่าที่ ส.ส. อุตรดิตถ์ เขต 2 ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ประสบการณ์สูง 4 สมัย การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประสานงานกันเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

นายจตุพร เน้นย้ำว่า การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับความไว้วางใจจากประชาชนเสียงข้างมากที่ให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่พร้อมนำนโยบายของพรรคไปผลักดันร่วมกัน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งและบทบาทพรรคโอกาสใหม่

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ การจัดตั้งรัฐบาลกำลังเร่งด่วน พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงนำหน้าหลายพรรคใหญ่ ทำให้มีโอกาสสูงในการเป็นพรรคแกนนำ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายนี้ แม้จะเป็นเพียง 1 เสียง แต่ในสถานการณ์ที่ทุกคะแนนมีค่า มันสามารถเป็นตัวตัดสินในการโหวตนายกรัฐมนตรีได้

พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน โดยเน้นนโยบายที่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างอุตรดิตถ์ การเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้พรรคได้มีเวทีแสดงศักยภาพในการผลักดันนโยบาย เช่น:

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น
  • สนับสนุนเกษตรกรและ SME
  • ปฏิรูปการศึกษาและสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
  • ต่อต้านคอร์รัปชันและเพิ่มความโปร่งใส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมือง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่โดดเด่นในช่วงโควิด-19 การที่เขาได้รับการสนับสนุนจากพรรคเล็กอย่างโอกาสใหม่ แสดงถึงความน่าเชื่อถือและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

ผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและอนาคตการเมืองไทย

การประกาศดังกล่าวช่วยลดความไม่แน่นอนในการเจรจาร่วมรัฐบาล คาดว่ารัฐบาลใหม่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไม่ช้า โดยพรรคโอกาสใหม่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานเพื่อชาติและประชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคเล็กๆ สามารถมีบทบาทสำคัญได้ หากยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชน

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การรวมตัวนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล สามารถผลักดันนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด การแก้ปัญหาน้ำท่วม และการกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการเจรจาระหว่างพรรคร่วมอื่นๆ ว่าจะมีอุปสรรคหรือไม่

สุดท้ายแล้ว หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความสามัคคีในหมู่พรรคที่ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก หากรัฐบาลชุดนี้ทำงานได้ดี จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างยิ่ง คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

“แรมโบ้” ลาออก พรรคโอกาสใหม่ ไม่แตกหัก ปกติการเมือง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องดราม่าร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกับประเด็น “แรมโบ้” ลาออก พรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่แตกหัก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง นะครับ หลายคนอาจตกใจตอนเห็นข่าวนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แรมโบ้ อีสาน” ประกาศลาออกจากพรรคโอกาสใหม่หลังเลือกตั้งเสร็จ แต่โฆษกพรรคเคลียร์แล้วว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร มันเป็นแค่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในวงการนี้แหละครับ

แรมโบ้ อีสาน ลาออกจากพรรคโอกาสใหม่

“แรมโบ้” ลาออก พรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่แตกหัก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง

ตามที่โฆษกพรรคโอกาสใหม่ นายสิรวิทย์ ช่วงเสน ออกมาแจงเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2567 กรณีแรมโบ้ไขก๊อกหลังเลือกตั้ง โดยบอกว่ามันเกิดจากปัญหาการสื่อสารหรือความไม่เข้าใจกันในช่วงหาเสียงที่เข้มข้น พรรคไม่ได้มองว่าเป็นการแตกหักรุนแรง แต่เป็นแค่ความเห็นต่างในการทำงานปกติๆ ทางการเมืองเท่านั้น พรรคเคารพการตัดสินใจของเขาเต็มที่ ไม่มีขุ่นข้องหมองใจอะไรเลยครับ

สาเหตุเบื้องหลังการลาออกของแรมโบ้

แรมโบ้ อีสาน หรือเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า เคยเป็น ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ล่าสุดย้ายมาสังกัดพรรคโอกาสใหม่เพื่อลงสมัครเลือกตั้ง 2566 แต่สุดท้ายไม่ได้คะแนนเข้ามาเป็น ส.ส. ก็เลยตัดสินใจลาออก สาเหตุหลักๆ มาจากการสื่อสารภายในพรรคที่อาจมีสะดุดในช่วงแข่งขันดุเดือด แต่โฆษกย้ำว่า มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอในแวดวงการเมือง

  • ปัญหาการสื่อสาร: ช่วงหาเสียงเร่งด่วน ความเห็นต่างเกิดง่าย
  • การแข่งขันสูง: ทุกพรรคต้องปรับตัวตลอดเวลา
  • เคารพการตัดสินใจ: พรรคพร้อมปล่อยสมาชิกไปทางของตัวเอง

พรรคโอกาสใหม่เดินหน้าต่ออย่างไร?

ถึงจะเสียแรมโบ้ไป แต่พรรคโอกาสใหม่ยังมั่นคงนะครับ ตอนนี้มี ส.ส. 1 คน คือ น.ส.รสรินทร์ ส.ส.เขต 2 อุตรดิตถ์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในสภาแทนประชาชนเต็มตัว พรรคยืนยันว่าจะสานต่ออุดมการณ์เดิม เน้นแก้ปัญหาปากท้อง บริหารประเทศสร้างสรรค์ และเปิดรับฟังทุกความเห็นเพื่อพัฒนาพรรคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในมุมมองผม การเมืองไทยยุคนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก พรรคเล็กๆ อย่างโอกาสใหม่ที่เพิ่งได้ที่นั่ง ส.ส. 1 ที่นั่งเป็นทุนเริ่มต้น ถือว่าทำได้ดีแล้วครับ มันแสดงให้เห็นว่าพรรคมีฐานเสียง และพร้อมเติบโต แม้จะมีคนลาออกบ้าง แต่ถ้าอุดมการณ์ชัดเจน ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ในอดีตมีนักการเมืองย้ายพรรคบ่อยแค่ไหน? มันเป็นธรรมชาติของการเมืองที่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ ถ้าพรรคโอกาสใหม่รักษาความสามัคคีและโฟกัสประชาชนได้ ก็น่าจะไปได้สวยในอนาคต

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าประเด็น “แรมโบ้” ลาออก พรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่แตกหัก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง สอนให้เราเห็นว่า การเมืองต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้าคุณมีมุมมองยังไง ชอบไม่ชอบแรมโบ้ หรือเชียร์พรรคไหน คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบเป็นกันเองต่อไปที่นี่ คุณจะไม่พลาดเรื่องสำคัญแน่นอน

ที่มา – “แรมโบ้” ลาออก พรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่แตกหัก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง

พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์”

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 เริ่มน่าติดตามแล้วนะครับ! พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์” ลูกสาวคนเก่งของ “ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” ที่กวาดคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ มาดูกันว่าข่าวนี้มีความหมายอะไรต่อการเมืองไทย

พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์”

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เริ่มเผยแพร่ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ หลังปิดหีบเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. ล่าสุด เวลา 10.30 น. มีรายงานว่าพรรคโอกาสใหม่คว้าเก้าอี้ ส.ส. เขตได้ 1 ที่นั่ง จากนางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ แม้ว่าหัวหน้าพรรคจะพลาดโอกาสนั่งสภาไปอย่างน่าเสียดาย แต่การได้ที่นั่งนี้ถือเป็นสัญญาณดีสำหรับพรรค

สำหรับ “รสรินทร์” หรือที่รู้จักกันในนามลูกสาว “มือปราบใจเพชร” เธอคือบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. อุตรดิตถ์ 4 สมัย ผู้มีชื่อเสียงในวงการการเมืองด้วยบทบาทโดดเด่นในสภา การลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ รสรินทร์กลับมาแก้ตัวหลังแพ้ในการเลือกตั้งปี 2566 และคราวนี้เธอทำได้สมศักดิ์ศรี กวาดคะแนนเสียงจากชาวอุตรดิตถ์ได้อย่างล้นหลาม

รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ผู้สืบทอดมรดกการเมืองจากพ่อ

ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ คือตำนานการเมืองอุตรดิตถ์ ด้วยฉายา “มือปราบใจเพชร” ที่สะท้อนความเด็ดขาดและมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน เขาเคยเป็น ส.ส. ถึง 4 สมัย และมีบทบาทสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร ลูกสาวอย่างรสรินทร์เติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง ทำให้เธอซึมซับประสบการณ์ตั้งแต่เด็ก การลงแข่งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสืบทอด แต่เป็นการนำนโยบายใหม่ๆ มาสู่พรรคโอกาสใหม่ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น การศึกษา และสาธารณสุขในจังหวัดอุตรดิตถ์

พรรคโอกาสใหม่ ก้าวต่อไปหลังผลเลือกตั้ง

แม้พรรคโอกาสใหม่จะได้ ส.ส. เขตเพียง 1 ที่นั่งจากกรณี พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์” แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสใหม่แก่ประชาชน เน้นนโยบายประชานิยม เช่น ลดค่าครองชีพ สนับสนุน SME และปฏิรูประบบราชการ หัวหน้าพรรคที่พลาดเก้าอี้นี้ยังคงเป็นผู้นำสำคัญ อาจลงสมัครบัญชีรายชื่อหรือมีบทบาทเบื้องหลัง

  • จุดเด่นของรสรินทร์: ประสบการณ์จากพ่อ ใกล้ชิดประชาชน
  • นโยบายพรรค: พัฒนาท้องถิ่น สร้างโอกาสให้เยาวชน
  • คู่แข่งในเขต: แพ้ปี 2566 แต่ชนะ 2569 แสดงถึงการเติบโต
  • อนาคตพรรค: อาจจับมือพันธมิตรเพื่อเพิ่มที่นั่ง

ผลการนับคะแนนนี้ยังไม่เป็นทางการ 100% แต่แนวโน้มชัดเจน ชาวอุตรดิตถ์ให้การยอมรับรสรินทร์มากขึ้น หลังจากหาเสียงหนักเรื่องปัญหาน้ำท่วม การเกษตร และการจ้างงาน เธอสัญญาจะผลักดันงบประมาณพัฒนาเขต 2 ให้เจริญรุ่งเรือง

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง 2569

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเล็กๆ อย่างโอกาสใหม่แสดงศักยภาพ แม้หัวหน้าพรรคพลาด แต่การได้รสรินทร์ช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคให้แข็งแกร่ง ในสภาฯ ชุดใหม่ ที่นั่งนี้จะช่วยให้พรรคมีเสียงในการอภิปรายและตั้งกระทู้ ถ้าพรรคขยายฐานได้อีก อนาคตสดใสแน่นอน ผู้สนใจการเมืองอย่าพลาดติดตามผลคะแนนแบบและบัญชีรายชื่อที่จะออกตามมา

จากมุมมองผู้เขียน พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์” ถือเป็นชัยชนะทางจิตวิญญาณ แสดงว่าพรรคมีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสู้ การเมืองไทยกำลังเปลี่ยน เน้นคุณภาพมากกว่าชื่อเสียงเก่าๆ สุดท้ายนี้ ชวนทุกท่านติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด แชร์บทความนี้หากเห็นด้วย และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับผลนี้ครับ!

ที่มา – พรรคโอกาสใหม่ “หัวหน้าพรรค” พลาดเก้าอี้สภา แต่ได้ 1 เก้าอี้จาก “รสรินทร์”

เลือกตั้ง 2569 เช็กรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลคะแนนไม่เป็นทางการเริ่มทยอยออกมาแล้วนะครับ โดยเฉพาะ เลือกตั้ง 2569 เช็กรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคเล็กๆ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้หลายคน ณ เวลา 23.35 น. การนับคะแนนดำเนินไปแล้ว 59% จากข้อมูล กกต. พบว่าพรรคเพื่อชาติไทย พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ สามารถคว้าที่นั่ง ส.ส. ได้ แม้จะเป็นพรรคใหม่แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในการเมืองไทย

เลือกตั้ง 2569 เช็กรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อชาติไทย-ทางเลือกใหม่-โอกาสใหม่

ระบบเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เป็นส่วนสำคัญที่ให้โอกาสพรรคเล็กได้เข้าสภา โดยคำนวณจากคะแนนรวมทั่วประเทศ หารด้วยจำนวนที่นั่ง 100 ที่นั่ง ค่า quota อยู่ที่ประมาณ 71,250 เสียงต่อที่นั่งหนึ่งตัว (ตัวเลขคร่าวๆ จากผลเบื้องต้น) พรรคที่ได้คะแนนเกิน quota จะได้ที่นั่งตามสัดส่วน และที่นั่งที่เหลือกระจายตามคะแนนถัดไป ทำให้พรรคเล็กอย่างเหล่านี้มีลุ้น

รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อชาติไทย

พรรคเพื่อชาติไทย ทำผลงานได้ดีที่สุดในกลุ่มพรรคเล็ก คว้า ส.ส. รวม 2 ที่นั่ง ทั้งหมดเป็นแบบบัญชีรายชื่อ ดังนี้

  • นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล – ลำดับที่ 1 ในบัญชี
  • นางสาวอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย – ลำดับที่ 2

พรรคนี้เน้นนโยบายชาตินิยม สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งอาจดึงดูดฐานเสียงจากต่างจังหวัด

รายชื่อ สส. พรรคทางเลือกใหม่

พรรคทางเลือกใหม่ ได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง จากบัญชีรายชื่อ ผู้ที่ได้แก่

  • นายราเชน ตระกูลเวียง

พรรคนี้เกิดขึ้นใหม่ มุ่งเสนอทางเลือกนอกกรอบการเมืองเก่า เน้นประชาธิปไตยดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม คะแนนที่ได้แสดงถึงกระแสคนรุ่นใหม่

รายชื่อ สส. พรรคโอกาสใหม่

ส่วนพรรคโอกาสใหม่ คว้า ส.ส. 1 ที่นั่ง แต่เป็นแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่ปาร์ตี้ลิสต์ (บัญชีรายชื่อ 0 ที่นั่ง) ซึ่งเขตไหนยังไม่ระบุชัดในผลเบื้องต้น พรรคนี้เน้นสร้างโอกาสให้เยาวชนและ SME

ผลเหล่านี้ยังไม่เป็นทางการ รอการรับรองจาก กกต. แต่จากแนวโน้ม นับว่าเป็นสัญญาณบวกให้พรรคเล็กที่อาจมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลหรืออภิปรายในสภา การเมืองไทยปี 2569 จึงน่าจะคึกคักยิ่งขึ้น ด้วยพรรคใหม่ๆ ที่นำนโยบายสดใหม่มาเสนอ เช่น การปฏิรูประบบราชการให้โปร่งใส ลดอำนาจนายทุน และส่งเสริมเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ระบบเลือกตั้งแบบใหม่ที่ใช้เขตละ 3-5 ส.ส. ตามประชากร ก็ช่วยให้คะแนนกระจายดีขึ้น ไม่ตกหล่นไปที่พรรคใหญ่ฝ่ายเดียว หากคุณสนใจ เลือกตั้ง 2569 เช็กรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบบเรียลไทม์ สามารถติดตามได้ที่ ลิงก์นี้

ในมุมมองส่วนตัว การที่พรรคเล็กได้ที่นั่งแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนไทยเริ่มเปิดใจกับทางเลือกใหม่ๆ ไม่ยึดติดพรรคใหญ่ ถ้าพรรคเหล่านี้พิสูจน์ตัวเองได้ในสภา อนาคตการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลองติดตามต่อไปนะครับ

CTA: คุณคิดว่าพรรคเล็กเหล่านี้จะมีบทบาทอย่างไรในสภาชุดใหม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ผลเลือกตั้งล่าสุด!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 เช็กรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อชาติไทย-ทางเลือกใหม่-โอกาสใหม่

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง เป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของประชาชนในวันเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนตื่นตัวกันมาก มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตสุพรรณบุรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกันที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 27 บริเวณเต็นท์ที่จอดรถห้าง Big C อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บรรยากาศคึกคักมาก มีประชาชนมารอคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่เช้า

วราวุธ ใช้สิทธิเลือกตั้ง
บรรยากาศการเลือกตั้งสุพรรณบุรี

หลังจากกาบัตรเสร็จ นายวราวุธให้สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองว่า วันนี้เราต้องกาบัตร 3 ใบเลยนะครับ ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติรัฐธรรมนูญ ขอชวนทุกคนพกบัตรประชาชนมาออกมาใช้สิทธิถึง 5 โมงเย็น เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทย ที่สำคัญต้องระวังอย่าใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์พรรคหรือเบอร์มาเข้าคูหา ถ้าทำอะไรกับบัตรอาจกลายเป็นคดีได้ และต้องกากบัตรให้ถูกต้อง ไม่งั้นบัตรเสียนะครับ

วราวุธให้สัมภาษณ์หลังลงคะแนน

จตุพร หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัว

ขณะเดียวกัน เวลา 09.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เดินทางใช้สิทธิที่เขตเลือกตั้งที่ 9 หน่วยที่ 30 บริเวณลานจอดรถกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประตู 3 จตุจักร กรุงเทพฯ บรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน

จตุพร ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

นายจตุพรบอกว่าดีใจมากที่เห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิกันตั้งแต่เช้า ชวนทุกคนมาร่วมกำหนดทิศทางประเทศด้วยหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง คาดหวังการเมืองสุจริตและเปลี่ยนแปลง ฝาก กกต. ยึดกฎหมายเคร่งครัด ทำงานสุจริต แม้มีแรงกดดันแต่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อประเทศ

ข้อควรระวังในการเลือกตั้งวันนี้

เพื่อไม่ให้สิทธิของเราสูญเปล่า มาดูข้อกำหนดสำคัญกันครับ

  • พกบัตรประชาชน ทุกคนต้องมีเพื่อรับบัตร
  • อย่าใส่เสื้อหรือเครื่องหมายพรรค เข้าคูหา ไม่งั้นโดนไล่ออก
  • กากบัตรให้ถูกต้อง กากในช่องวงกลม ห้ามลบหรือขีดฆ่า ไม่งั้นบัตรเสีย
  • อย่าถ่ายรูปบัตร ในคูหา ผิดกฎหมาย
  • ลงคะแนนให้ครบ 3 ใบ ส.ส.เขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมกำหนดอนาคต ไม่ว่าจะพรรคไหนหรือผู้สมัครคนไหน สิทธิของคุณมีค่าเสมอ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าทุกคนใส่ใจเรื่องนี้มาก

ในมุมมองของผม การเห็นประชาชนตื่นตัวแบบนี้คือสัญญาณดีของประชาธิปไตยไทย มันทำให้เรามีความหวังว่าการเมืองจะดีขึ้น หากทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้ไป รีบออกมาใช้สิทธิ์ก่อน 17.00 น. นะครับ อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือคุณ!

ที่มา – “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

พรรคโอกาสใหม่ ยันไม่ปิดตลาดนัด ริมคลองดำเนินสะดวก

“ดร.อนุสรี” นำทีมพรรคโอกาสใหม่ ลงพื้นที่สมุทรสาคร ช่วยผู้สมัครหาเสียง ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก เล็งฟื้นตลาดเก่า ชูท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ชุมชน

วันที่ 17 มกราคม 2569 ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พร้อมด้วยนายธิติรัตน์ พุ่มไสว และนายลัทธจิตร มีรักษ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสใหม่ รวมถึงนายณัฐภัทร์ จุลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. เขต 4 บ้านแพ้ว-กระทุ่มแบน หมายเลข 3 ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว บริเวณตลาดนัดเก่าอายุกว่า 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก และตลาดนัดกำนันเผอิญ

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

ดร.อนุสรี เปิดเผยว่า ตลาดทั้งสองแห่งเป็นแหล่งค้าขายสำคัญของชุมชน เป็นตลาดริมน้ำที่มีเอกลักษณ์ สามารถจับจ่ายทั้งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และเสื้อผ้า แต่ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในปี 2564 ตลาดที่เชื่อมต่อกันถูกปิดกั้น ทำให้ประชาชนสองฝั่งคลองไม่สามารถสัญจรและค้าขายได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีแนวคิดจะรื้อพื้นที่เพื่อก่อสร้างถนนคอนกรีต ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนซบเซาต่อเนื่อง แม้ประชาชนจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

“จากการรับฟังปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาค้าขายอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ดิฉันเห็นว่าตลาดริมน้ำคลองดำเนินสะดวกแห่งนี้ควรถูกพัฒนาและอนุรักษ์ให้เป็นตลาดน้ำเชิงวัฒนธรรมดั้งเดิม ไม่ใช่การรื้อทิ้ง เพราะสามารถเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้คนบ้านแพ้วได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ เหลือเพียงลูกละประมาณ 2 บาท นายณัฐภัทร์ ได้ศึกษาข้อมูลและแนวทางแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอการใช้นวัตกรรมการปลูกและการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหากลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการจำหน่ายงานฝีมือและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งดร.อนุสรี ระบุว่าจะผลักดันการอบรมด้านการตลาดออนไลน์ เพื่อเปิดช่องทางรายได้ใหม่ให้กลุ่มดังกล่าว

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

ดร.อนุสรี ย้ำว่า ตนเองและพรรคโอกาสใหม่ถือเป็นลูกหลานชาวสมุทรสาคร บรรพบุรุษและครอบครัวมีรากเหง้าอยู่ในพื้นที่ จึงตั้งใจผลักดันการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตัวเล็กตัวน้อยให้เกิดขึ้นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 และผู้สมัคร สส. เขต 4 จังหวัดสมุทรสาคร หมายเลข 3 ได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

พรรคโอกาสใหม่ นำโดย ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ ลงพื้นที่สมุทรสาครเพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปิดตลาดนัดเก่าแก่ริมคลองดำเนินสะดวก

พรรคโอกาสใหม่ ย้ำจุดยืน: ไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคโอกาสใหม่ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายสำคัญของชุมชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ การพัฒนาและส่งเสริมตลาดแห่งนี้จะช่วยสร้างรายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ได้

นอกจากประเด็นเรื่องพรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวกแล้ว พรรคโอกาสใหม่ยังให้ความสำคัญกับปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น ราคามะพร้าวตกต่ำ และการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้สูงอายุ โดยมีแผนที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้

พรรคโอกาสใหม่เชื่อมั่นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และพร้อมที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชนในสภา เพื่อผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องถิ่น

โดยการลงพื้นที่พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวกครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น อีกทั้งยังพรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวกยังเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เราควรสนับสนุนพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง เพราะการกระจายรายได้และความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จะนำมาซึ่งความมั่นคงและความสุขของคนในสังคม

ที่มา – พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

“แรมโบ้” อ้อนขอโอกาสแก้ปัญหาเขต 10 โคราช

“แรมโบ้อีสาน” แฉมีผู้ประกอบการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชาราคาถูก ส่งผลให้ของเกษตรไทยตกต่ำและถูกนายทุนกดราคา ปูดข่าวเขต 10 โคราช จ่อซื้อเสียงรอบแรกแล้วหัวละ 1,000 อ้อนขอโอกาสเลือกเข้าสภาไปแก้ปัญหา

วันที่ 8 มกราคม 2569 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 10 พรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่าภายหลังจากการลงพื้นที่พบกับพี่น้องประชาชนเขต 10 โคราช ประกอบด้วย อำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดียิ่ง และสิ่งที่ชาวบ้านอยากให้แก้ปัญหามากที่สุดคือราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำทุกปี เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเพราะประสบปัญหาขาดทุน

นายเสกสกล ระบุต่อไปว่า เรื่องนี้เกิดจากมีผู้ประกอบการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังราคาถูกจากประเทศกัมพูชา แล้วนำมาสวมสิทธิ์มันสำปะหลังของไทย ส่งผลให้มันสำปะหลังไทยขายไม่ได้ราคาและถูกพ่อค้านายทุนกดราคาอีกด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาที่ชาวบ้านอยากให้มีการแก้ไขทั้งเรื่องปัญหาช้างป่าทับลานออกมากินและทำลายพืชไร่ของชาวบ้าน รวมถึงปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทับที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งตนก็ขออาสาเข้าไปแก้ปัญหาทั้ง 3 เรื่องนี้ให้หากประชาชนชาวเขต 10 โคราช ให้โอกาสเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ ตนได้รับทราบจากพี่น้องประชาชนว่ามีผู้สมัครบางคนเตรียมใช้เงินซื้อเสียงจากชาวบ้านในเบื้องต้นแล้วหัวละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะถ้าผู้สมัคร สส. ลงทุนใช้เงินซื้อเสียงมหาศาลแบบนี้ แล้วประชาชนเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนก็จะเข้าไปถอนทุนคืนอย่างแน่นอน จึงฝากให้พี่น้องประชาชนในเขต 10 โคราช คิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนจะเลือก สส. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

“ผมขอโอกาสจากพี่น้องชาวโคราชอีกสักครั้ง ผมจะอาสาเป็นผู้แทนท่านเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง พูดแล้วต้องปฏิบัติทันทีไม่ใช่แค่พูดเฉพาะตอนมาหาเสียง”

ขณะเดียวกัน นายเสกสกล ยังกล่าวถึงผลงานที่ผ่านมาที่ตนทำสำเร็จเกิดประโยชน์แก่พี่น้องชาวเขตเลือกตั้งที่ 10 คือการไปของบประมาณจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยนั้น มาก่อสร้างถนน 4 เลนจากอำเภอโชคชัย-ครบุรี จนทำให้การคมนาคมสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งเดิมถนนสายนี้มีเพียง 2 เลนเท่านั้น และตนยังเข้าไปเป็นคณะทำงานของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่แก้ปัญหา ทั้งเรื่องช้างป่าที่ออกหากินนอกพื้นที่ ผลักดันให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ สร้างแหล่งอาหารในป่าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าออกมาหากินนอกพื้นที่

ตลอดจนในสมัยที่ตนทำงานในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการแก้ปัญหาเรื่องแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับที่ทำกินของราษฎรด้วยการจัดทำ One Map คือบูรณาการกำหนดแผนที่แนวเขตอุทยานใหม่ ส่วนไหนที่ไปทับที่ทำกินของชาวบ้านและไม่ใช่ป่าอุดมสมบูรณ์ก็ให้ชาวบ้านพิสูจน์สิทธิ์แล้วกันออกเพื่อให้เขาได้มีที่ดินทำมาหากินเลี้ยงชีพ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเรื่องมันไปติดอยู่ตรงไหนทั้งๆ ที่เป็นมติ ครม. ไปแล้ว ครั้งนี้ตนจะขอโอกาสเข้าไปแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ถ้าประชาชนเขต 10 โคราช เลือกเสกสกล อัตถาวงศ์ หมายเลข 5 และเลือกพรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44

“แรมโบ้” อ้อนประชาชนเลือกเข้าสภาฯ ไปแก้ปัญหา เขต 10 โคราช

ทำไมเขต 10 โคราชถึงสำคัญ

การเลือกตั้งในเขต 10 โคราชมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ การตัดสินใจของท่านจะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาปากท้อง, ปัญหาราคาสินค้าเกษตร และความเป็นอยู่โดยรวมของทุกคน

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พี่น้องประชาชนในเขต 10 โคราช ประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำ ปัญหาช้างป่า หรือปัญหาที่ดินทำกิน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ท่านจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านให้ดีขึ้นได้

อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ร่วมกันออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่าน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเขต 10 โคราช

การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือเรื่องของเราทุกคน มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิมด้วยมือของท่านเอง

ที่มา – “แรมโบ้” อ้อนประชาชนเลือกเข้าสภาฯ ไปแก้ปัญหา ปูดเขต 10 โคราช จ่อซื้อเสียงหัวละ 1,000

Scroll to top