พระบรมมหาราชวัง

กรมเจ้าท่าจัดเรือรับ-ส่งฟรี บริการประชาชนร่วมถวายสักการะพระองค์ภา

กรมเจ้าท่าจัดเรือรับ-ส่งฟรี บริการประชาชนร่วมถวายสักการะพระองค์ภา

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าและความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทย ทาง กรมเจ้าท่าจัดเรือรับ-ส่งฟรี บริการประชาชนร่วมถวายสักการะพระองค์ภา เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับพสกนิกรที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย ณ บริเวณพระบรมมหาราชวัง โดยการเดินทางทางน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยระบายความแออัดจากการสัญจรทางบกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดการให้บริการเรือฟรีจากกรมเจ้าท่า

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางไปถวายน้ำสรงพระศพและสักการะพระองค์ภา คุณสามารถใช้บริการเส้นทางเดินเรือที่ทางกรมเจ้าท่าจัดเตรียมไว้ให้ ได้แก่ ท่าเรือวัดระฆัง – ท่าเรือวัดอรุณฯ – ท่าช้าง (วังหลวง) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการน้อมนำนโยบายของกระทรวงคมนาคมมาปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความสะดวกสบายและลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางของประชาชน

  • รอบเวลาให้บริการ: ตั้งแต่วันที่ 13 – 26 มิถุนายน 2569
  • เวลาทำการ: เริ่มตั้งแต่ 08.30 น. เป็นต้นไปจนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จในแต่ละวัน
  • มาตรการความปลอดภัย: เจ้าหน้าที่กำชับผู้ประกอบการให้ตรวจสอบความพร้อมของเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างเคร่งครัด

นอกจากความสะดวกแล้ว กรมเจ้าท่ายังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุด โดยมีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือคอยอำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงเรือ และควบคุมจำนวนผู้โดยสารไม่ให้เกินอัตราที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่เสื้อชูชีพหรือการดูแลผู้สูงอายุและเด็กที่เดินทางมาด้วย

การที่ กรมเจ้าท่าจัดเรือรับ-ส่งฟรี บริการประชาชนร่วมถวายสักการะพระองค์ภา ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดรอบบริเวณพระบรมมหาราชวังเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงน้ำใจและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรองรับคลื่นมหาชนด้วยหัวใจ อีกทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานการขนส่งทางน้ำที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือให้กับประชาชนทุกคน

สุดท้ายนี้ หากการเดินทางของท่านมีความไม่สะดวกหรือพบเหตุจำเป็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ ท่านสามารถติดต่อสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราหวังว่าความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนจะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางไปร่วมแสดงความจงรักภักดีได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – “กรมเจ้าท่า” จัดเรือรับ-ส่งฟรี บริการประชาชนร่วมถวายสักการะพระศพ “พระองค์ภา”

ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลากลางจังหวัด

เชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนต่างรู้สึกเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง หลังทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้แสดงความจงรักภักดีและร่วมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทยได้มีความเคลื่อนไหวสำคัญที่อยากให้ทุกคนได้รับทราบครับ

ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลากลางจังหวัด

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านหน่วยงานว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้ดำเนินการจัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสมภายในจังหวัดและอำเภอต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมในการแสดงความอาลัยอย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้

รายละเอียดการเข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลากลางจังหวัด

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะเข้าร่วมพิธี ขอแนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อมตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ครับ:

  • วันและเวลา: วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30-12.00 น.
  • สถานที่: ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ วัดใกล้บ้าน หรือสถานที่ที่แต่ละจังหวัดกำหนด
  • การแต่งกาย: ประชาชนทั่วไปสวมชุดไว้ทุกข์ สำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจให้สวมชุดปกติขาวไว้แขนทุกข์

นอกจากนี้ ในส่วนของการตกแต่งสถานที่ ทางจังหวัดต่างๆ จะมีการประดับผ้าขาวดำอย่างสมพระเกียรติยศ ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 26 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 15 วัน พร้อมทั้งจัดพื้นที่สำหรับการลงนามแสดงความอาลัยไว้ให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย

ผมเชื่อว่าแม้เราจะอยู่ไกลจากส่วนกลาง แต่ความเคารพรักที่มีต่อพระองค์ท่านนั้นเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน การที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งให้มีการตั้งจุดถวายน้ำสรงพระศพทั่วประเทศ เป็นการอำนวยความสะดวกให้เราได้ทำหน้าที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีอย่างเต็มกำลัง อยากเชิญชวนทุกท่านตรวจสอบสถานที่ใกล้บ้านท่านผ่านทางเพจประชาสัมพันธ์ของจังหวัด เพื่อไปร่วมพิธีด้วยความสำรวมและเรียบร้อย ตามวันและเวลาที่กำหนดครับ

ที่มา – ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลากลางจังหวัด

ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล

ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล

ถือเป็นภาพบรรยากาศที่น่าประทับใจและเต็มไปด้วยความจงรักภักดี เมื่อทางบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคี โดยการนำทัพผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงานสำคัญของชาติ ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในสถาบันหลักของชาติอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น การที่ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ในวาระสำคัญเช่นนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมที่สำคัญ

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายปณต สิริวัฒนภักดี กรรมการบริษัท ได้นำคณะผู้บริหารจาก TCC GROUP เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและศักดิ์สิทธิ์ โดยทางคณะผู้บริหารได้ทูลเกล้า ฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และได้ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน

กิจกรรมที่ ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นหน้าที่ขององค์กรเอกชนชั้นนำเท่านั้น แต่ยังถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพนักงานและคนไทยทั่วประเทศ ในการน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสถาบันพระมหากษัตริย์ในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ การที่ผู้บริหารระดับสูงมาปรากฏตัวร่วมกัน ยิ่งตอกย้ำถึงความเป็นปึกแผ่นและความสมัครสมานสามัคคีของคนในองค์กร การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้ภาคธุรกิจได้มีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างใกล้ชิด นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่งในการทำความดีเพื่อเฉลิมพระเกียรติ

สุดท้ายนี้ เราหวังว่าภาพลักษณ์แห่งความจงรักภักดีนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้องค์กรอื่นๆ หันมาจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคมและร่วมถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสพิเศษต่างๆ ต่อไป เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นภายใต้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่มั่นคงสืบไป

ที่มา – ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล

“จ๋า ธนนนท์” ควง ภริยา ปธน. เวียดนาม ชมวัดพระแก้ว แลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรี

“จ๋า ธนนนท์” ควง ภริยา ปธน. เวียดนาม ชมวัดพระแก้ว แลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรี

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจเมื่อ นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรีไทย ได้ให้การต้อนรับ นางโง เฟือง ลี ภริยาของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสสำคัญที่มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยกิจกรรม “จ๋า ธนนนท์” ควง ภริยา ปธน. เวียดนาม ชมวัดพระแก้ว แลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรี ถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศผ่านมิติทางวัฒนธรรมได้อย่างงดงาม

เจาะลึกความสัมพันธ์ผ่านวัฒนธรรมและ Soft Power

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นอย่างอบอุ่น ณ พระบรมมหาราชวัง โดยนางธนนนท์นำแขกคนสำคัญเข้าสักการะพระแก้วมรกต ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าไทย ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การชมงานหัตถศิลป์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความประณีตของช่างไทย แต่ยังเป็นการชูจุดเด่นของ Soft Power ไทยที่เป็นเอกลักษณ์และน่าภาคภูมิใจในระดับสากล ไม่แปลกใจเลยที่กิจกรรม “จ๋า ธนนนท์” ควง ภริยา ปธน. เวียดนาม ชมวัดพระแก้ว แลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรี จะได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง

  • เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมไทยอันอ่อนช้อยที่วัดพระแก้ว
  • ชมนิทรรศการผ้าไทยและภูมิปัญญาชาวบ้าน
  • ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและแลกเปลี่ยนทัศนะที่วังจักรพรรดิ

นอกเหนือจากการเข้าชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์แล้ว หัวใจสำคัญของงานนี้คือการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรีในการขับเคลื่อนสังคม ทั้งสองฝ่ายได้แบ่งปันประสบการณ์ในการทำหน้าที่สนับสนุนบทบาทภริยาผู้นำประเทศ รวมถึงการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองชาติ การพบปะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทสตรีมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ผ่านการทูตเชิงวัฒนธรรมที่เข้าถึงใจคน

ในฐานะปุถุชนคนไทย การได้เห็นกิจกรรม “จ๋า ธนนนท์” ควง ภริยา ปธน. เวียดนาม ชมวัดพระแก้ว แลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรี ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า พลังของสตรีนั้นสามารถเชื่อมโยงโลกเข้าหากันได้ด้วยความอ่อนโยนและการใส่ใจในรายละเอียด ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ได้อยู่แค่ในห้องประชุม แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกมิติของชีวิตประจำวันครับ

ที่มา – “จ๋า ธนนนท์” ควง ภริยา ปธน. เวียดนาม ชมวัดพระแก้ว แลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทสตรี

ข่าวปลอมอื้อ รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงแชร์ข้อมูลไร้ความจริง

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ข่าวปลอมอื้อ รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงแชร์ข้อมูลไร้ความจริง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนต้องระวัง รัฐบาลไทยโดยสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกมาเตือนประชาชนให้เท่าทันข่าวปลอม โดยเฉพาะกรณีที่สื่อกัมพูชาอ้างว่าพระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปในกัมพูชา ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

ข่าวปลอมอื้อ รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงแชร์ข้อมูลไร้ความจริง

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ที่มอนิเตอร์ข้อความทั้งหมด 161,352 ข้อความ พบเรื่องต้องตรวจสอบ 1,017 ข้อความ โดยช่องทางหลักคือ Social Listening 1,016 ข้อความ และ Facebook 1 ข้อความ มี 20 เรื่องที่ต้อง verify ตรวจสอบแล้ว 9 เรื่อง แบ่งเป็นข่าวจริง 1 ข่าวปลอม 4 และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง

อันดับข่าวที่ประชาชนสนใจมากที่สุด

  • อันดับ 1: ข่าวปลอม พระบรมมหาราชวังถูกจัดอันดับสถานที่น่าเที่ยวในกัมพูชา กระทรวงดีอีตรวจสอบกับกรมศิลปากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม เกิดจากการนำภาพนครวัดผสมกับภาพพระบรมมหาราชวัง สร้างความเข้าใจผิด
  • อันดับ 2: ข่าวบิดเบือน โครงการแลนด์บริดจ์ต้องให้นักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดิน 50-99 ปี ไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด
  • อันดับ 3: ข่าวจริง วิธีสังเกตผงชูรสแท้เบื้องต้น
  • อันดับ 4: ข่าวปลอม กระทรวงการคลังเปิดเว็บใหม่ยื่นภาษี
  • อันดับ 5: ข่าวบิดเบือน โรงน้ำดื่มต้องจ่ายค่าตรวจน้ำเพิ่มจาก 6,900 เป็น 50,000 บาทต่อปี
  • อันดับ 6: ข่าวปลอม คนไทย 600 คนกลับประเทศไม่ได้เพราะกัมพูชาไม่เปิดด่าน
  • อันดับ 7: ข่าวปลอม สนามบินนานาชาติหมู่เกาะพีพีเปิดบริการ 1 พ.ค.

กรณีพระบรมมหาราชวังที่ถูกบิดเบือนนี้ ใช้ภาพ collage รวมภาพนครวัดกับพระราชวังคล้ายพระบรมมหาราชวัง ทำให้ดูเหมือนเป็นสถานที่ในกัมพูชา แต่จริงๆ พระบรมมหาราชวังเป็นมรดกไทยแท้ๆ รัฐบาลย้ำว่าไม่มีแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ยืนยัน

ปัญหาข่าวปลอมอื้อ รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงแชร์ข้อมูลไร้ความจริง ส่งผลกระทบรุนแรง เช่น สร้างความแตกแยก สูญเสียทรัพย์สิน หรือภัยข้อมูลส่วนบุคคล ประชาชนควรตรวจสอบจากแหล่ง官方 เช่น เว็บรัฐบาล หรือโทร 1111 ต่อ 87

เคล็ดลับเท่าทันข่าวปลอม: 1) ตรวจแหล่งข่าว 2) ดูวันที่ 3) คิดก่อนแชร์ 4) ใช้เครื่องมือ fact-check เช่น AFNC สิ่งเหล่านี้ช่วยลดการแพร่กระจายข้อมูลเท็จได้

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ข่าวปลอมมักใช้ AI สร้างภาพและข้อความ ทำให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น ประชาชนต้องฝึกทักษะดิจิทัลเพื่อปกป้องตัวเองและสังคม

สุดท้าย อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ ให้ตื่นตัวกับข่าวปลอม หากสงสัยโทรตรวจสอบทันทีที่ 1111 ต่อ 87 ช่วยกันสร้างสังคมข้อมูลจริง!

ที่มา – ข่าวปลอมอื้อ รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงแชร์ข้อมูลไร้ความจริง

บวรศักดิ์ ลงนามถวายพระพรชัยมงคลในหลวง-ราชินี ปีใหม่ 69

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นผู้แทนในการลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แสดงความจงรักภักดีและความเคารพอย่างสูงยิ่ง

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ด้านตะวันออก ในพระบรมมหาราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมในพิธีด้วย

ในพิธีอันเป็นมงคลนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ชุดที่ 1 ในนาม “นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส” เพื่อแสดงความเคารพและถวายพระพร

ต่อมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ชุดที่ 2 ในนาม “คณะรัฐมนตรี” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี บวรศักดิ์ ลงนามถวายพระพรชัยมงคลในหลวง-ราชินี ในวันปีใหม่ 69 และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นอันเสร็จพิธี

บวรศักดิ์ ลงนามถวายพระพรชัยมงคลในหลวง-ราชินี ในวันปีใหม่ 69

การที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนในการบวรศักดิ์ ลงนามถวายพระพรชัยมงคลในหลวง-ราชินี ในวันปีใหม่ 69 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ความสำคัญของการถวายพระพรชัยมงคล

การถวายพระพรชัยมงคลในวาระสำคัญต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่แสดงถึงความเคารพและความปรารถนาดีที่ประชาชนมีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ การที่รัฐบาลเป็นผู้แทนในการดำเนินการดังกล่าว ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยเสมอมา และทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรักและความสามัคคีของคนในชาติ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

การบวรศักดิ์ ลงนามถวายพระพรชัยมงคลในหลวง-ราชินี ในวันปีใหม่ 69 ถือเป็นกิจกรรมที่เป็นสิริมงคลในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ และเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ที่มา – นายกฯ มอบ “บวรศักดิ์” ลงนามถวายพระพรชัยมงคลในหลวง-ราชินี ในวันปีใหม่ 69

ขนส่งสาธารณะ พร้อมรับสักการะพระบรมศพ

วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ลงพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย (BL31) ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) เนื่องจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ทุกวัน ช่วงเวลา 09.00-21.00 น.

ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางเข้าสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก โดยสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังมากที่สุด โดยประชาชนสามารถใช้ทางออก 1 (พิพิธภัณฑ์สยาม) และเดินไปขึ้นรถ Shuttle Bus ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดให้บริการฟรี เส้นทางสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย-สนามหลวง-สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย ได้ที่ประตูพิพิธภัณฑ์สยาม เพื่อเดินทางไปยังสนามหลวงเข้าสู่จุดคัดกรอง ก่อนเข้าสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังได้อย่างสะดวก โดยช่วงเวลา 08.00-11.00 น. และช่วงเย็นถึง 20.00 น. รถ shuttle bus จะออกประมาณทุก 10 นาที หรือปรับตามจำนวนผู้โดยสาร โดยมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT และมีเจ้าหน้าที่ ขสมก. บริเวณประตูทางออก 1 เพื่ออำนวยความสะดวกด้วย

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางได้ประสานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง มีการเฝ้าติดตามผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) หากพบว่า ในช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้บริการรถไฟฟ้าหนาแน่น ให้พิจารณาจัดเดินรถไฟฟ้าเสริม หรือเพิ่มความถี่ในการให้บริการ เพื่อให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้า และสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถ shuttle bus ที่ ขสมก. จัดให้บริการฟรี พิจารณาเพิ่มป้ายแนะนำเส้นทางที่ชัดเจนไปยังทางออกที่มีรถ shuttle bus รองรับให้บริการ บริเวณทางออกสถานีรถไฟฟ้า รวมทั้งพิจารณาจัดเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม สำหรับการจำหน่ายบัตร/เหรียญโดยสาร และพิจารณาเพิ่มเติมเครื่อง tablet เพื่อรองรับการสแกน QR code ในกรณีที่ใช้คนละครึ่งพลัส สำหรับการซื้อบัตร/เหรียญโดยสาร ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร/เหรียญโดยสารระบบรถไฟฟ้า และกรณีที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่นมาก ให้พิจารณาจัดลำดับการเข้าใช้บริการของผู้โดยสาร (group release) เพื่อควบคุมปริมาณผู้ใช้บริการไม่ให้เกิดความแออัดทั้งบริเวณชานชาลาและในขบวนรถไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ใช้บริการระบบรางได้รับความสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงสุด

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เชื่อม-เรือ รวมทั้งสถานที่จอดรถส่วนบุคคล รถโดยสารไม่ประจำทาง (หมวด 30) และเจ้าหน้าที่ให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย ขสมก. ได้จัดรถ shuttle bus (บริการฟรี) อำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางไปสนามหลวง เพื่อเข้าร่วมสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 14 เส้นทาง (M1-M14) ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะออกจากพื้นที่สนามหลวงหมด โดยมีเส้นทางที่เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า รวม 5 เส้นทาง ได้แก่

  • M1 รถไฟฟ้าสถานีท่าพระ (ทางออก 1) – สนามหลวง
  • M2 รถไฟฟ้าสถานีสนามไชย (ทางออก 1) – สนามหลวง
  • M3 รถไฟฟ้าสถานีสามยอด (ทางออก 3) – สนามหลวง
  • M4 รถไฟฟ้าสถานีสยาม (ทางออก 6) – สนามหลวง
  • M5 รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ (ทางออก 1) – สนามหลวง

และมีเส้นทาง shuttle bus ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอีก 3 เส้นทาง ได้แก่

  • M7 อนุสาวรีย์ชัยฯ (ฝั่งพญาไท: ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางออก 4) – สนามหลวง
  • M8 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บริเวณประตู 10 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ ทางออก 1) – สนามหลวง
  • M10 สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ทางออก 2) – สนามหลวง

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรถไฟทางไกล ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้พ่วงตู้เพิ่ม 1-2 ตู้ไปกับขบวนรถปกติ และพิจารณาพ่วงตู้เพิ่มเติมในขบวนที่มีประชาชนหนาแน่น โดยประชาชนสามารถเชื่อมต่อรถ shuttle bus ฟรี ได้ทั้งที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นอกจากนี้ รฟท. ยังให้บริการที่จอดรถฟรีที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงอีกด้วย

นายพิเชฐ กล่าวปิดท้ายว่า กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้ประสานผู้ให้บริการระบบราง เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพได้อย่างเพียงพอ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการดำเนินงานตามแผนอำนวยความสะดวกฯ และกรณีเกิดเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องจะมีการประสานงาน และแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน และให้สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติต่อไป

หากคุณมีแผนที่จะเดินทางไปสักการะพระบรมศพ อย่าลืมตรวจสอบเส้นทางขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง

ขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เตรียมพร้อม! ขนส่งสาธารณะรับผู้เดินทางสักการะพระบรมศพ

การเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความตั้งใจจริงของหน่วยงานภาครัฐในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกคนที่ต้องการเดินทางมาแสดงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ที่มา – ขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

พสกนิกรหลั่งไหล ลงนามถวายความอาลัย “พระพันปีหลวง”

พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความจงรักภักดี

พสกนิกรหลั่งไหล ร่วมลงนามถวายความอาลัย “พระพันปีหลวง” ไม่ขาดสาย

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ บริเวณท้องสนามหลวงและโดยรอบพระบรมมหาราชวังเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมสถานที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเปิดให้ลงนามถวายความอาลัยตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 16.00 น. ทั้งภายในศาลาสหทัยสมาคมและบริเวณเต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุนใน แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ประชาชนก็ยังคงหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย

ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.00 น. สำนักพระราชวังได้ทำการปิดการลงนามชั่วคราวเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

บรรยากาศการลงนามถวายความอาลัย “พระพันปีหลวง”

หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี ประชาชนได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปลงนามถวายความอาลัยได้อีกครั้งในเวลา 13.00 น. ประชาชนต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง หลายคนกล่าวว่า สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเสมอมา การเสด็จสวรรคตของพระองค์จึงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

นางสาวสมศรี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ดิฉันรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ท่าน พระองค์ทรงเป็นเหมือนแม่ของแผ่นดิน ทรงดูแลประชาชนทุกหมู่เหล่า ดิฉันขอตั้งจิตอธิษฐานให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย”

เช่นเดียวกับนายสมชาย จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว กล่าวว่า “ผมและครอบครัวตั้งใจเดินทางมาเพื่อแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต”

การเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย แต่พระราชกรณียกิจและพระเมตตาของพระองค์จะยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

พวกเราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ในการทำความดีเพื่อประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์

ที่มา – พสกนิกรหลั่งไหล ร่วมลงนามถวายความอาลัย “พระพันปีหลวง” ไม่ขาดสาย

อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ สนามหลวง

พสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาจับจองพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอันโศกเศร้าบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นทางผ่านไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พบว่ามีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” หรือ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ที่พสกนิกรชาวไทยเคารพรักยิ่ง

ขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง จะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเวลา 16.00 น. มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนทั้งประเทศ

ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำรวม

อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ สนามหลวง

ตลอดทั้งวัน ประชาชนต่างทยอยเดินทางมายังบริเวณโดยรอบสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ทุกคนก็ตั้งใจที่จะรอส่งเสด็จ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง

ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัย ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “สมเด็จพระพันปีหลวง” ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติและประชาชนมากมาย ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ การเสด็จสวรรคตของพระองค์จึงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

หลายคนยังกล่าวอีกว่า จะน้อมนำพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

บรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนต่างสวมชุดดำไว้ทุกข์ และถือพระบรมฉายาลักษณ์ของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ไว้ในมือ หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเขา

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย มีการจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และยาสามัญประจำบ้านไว้ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครจำนวนมากที่มาช่วยดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน

การเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ แต่พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระองค์ จะยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป และจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้เราทุกคนร่วมกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – รอบสนามหลวง พสกนิกรร่วมแสดงความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” พิธีเคลื่อนพระบรมศพ

Scroll to top