พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน ช่วงต้นเดือนสิงหาคมแบบนี้ หลายคนคงเริ่มวางแผนทำกิจกรรมเพื่อแสดงความรักต่อคุณแม่กันแล้วนะครับ สำหรับปีนี้ทางรัฐบาลได้มีกำหนดการสำคัญที่จะจัดขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทาง อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

กิจกรรมสำคัญนี้จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการทำความดี ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มารวมพลังแห่งความจงรักภักดี โดยการที่ อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นกิจกรรมหลักที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไปครับ

รายละเอียดกิจกรรมและการเข้าร่วม

นอกเหนือจากพิธีการที่ท้องสนามหลวงแล้ว ในส่วนของต่างจังหวัดก็มีการเตรียมความพร้อมไว้เช่นกันครับ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจดังนี้:

  • ส่วนภูมิภาค: ทุกจังหวัดจะจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่ทางจังหวัดเห็นว่าเหมาะสม
  • ต่างประเทศ: สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลทั่วโลกจะพิจารณาจัดพิธีตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
  • การสวดมนต์: มีการประสานงานกับมหาเถรสมาคมเพื่อให้วัดทุกแห่งทั่วประเทศจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

นอกจากพิธีทางศาสนาแล้ว รัฐบาลยังเชิญชวนให้คนไทยร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วยครับ การทำความดีในวันแม่แห่งชาตินี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ยังเป็นการแสดงความรักต่อสถาบันหลักของชาติที่เปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดินอีกด้วย

สำหรับใครที่วางแผนจะไปร่วมงานทำบุญในวันดังกล่าว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบเส้นทาง และแต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีฟ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลนะครับ กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ออกมาพบปะเพื่อนบ้านและทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกันเพื่อสังคมไทยของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ขอเชิญชวนให้ทุกคนถือโอกาสในวันแม่ปีนี้ กลับไปกอดคุณแม่และบอกรักท่านให้ชื่นใจกันนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

ครม. ไฟเขียว ขรก. พนักงานรัฐ ลาบวชถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เชื่อว่าเพื่อนๆ ข้าราชการและพนักงานรัฐหลายท่านคงได้รับทราบข่าวดีล่าสุด เมื่อทางคณะรัฐมนตรีมีมติสำคัญในการสนับสนุนให้บุคลากรภาครัฐได้มีโอกาสทำความดีครั้งยิ่งใหญ่ การที่ ครม. ไฟเขียว ขรก. พนักงานรัฐ ลาบวชถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” นับเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนาบุญเป็นอย่างยิ่งครับ

ครม. ไฟเขียว ขรก. พนักงานรัฐ ลาบวชถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่รัฐบาลตั้งใจสนับสนุนให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ และลูกจ้างหน่วยงานรัฐ ได้เข้าร่วมโครงการอุปสมบทและปฏิบัติธรรม ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดียและเนปาล ระหว่างวันที่ 7-19 สิงหาคม 2569 โดยหัวใจสำคัญคือการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

รายละเอียดการเข้าร่วมโครงการสำหรับข้าราชการ

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจหลังจาก ครม. ไฟเขียว ขรก. พนักงานรัฐ ลาบวชถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” คือสิทธิพิเศษในการลางาน โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมจะไม่ถือเป็นวันลาปกติและนับเป็นการปฏิบัติราชการ ซึ่งถือเป็นการเอื้ออำนวยความสะดวกจากภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยโครงการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจอายุระหว่าง 20-75 ปี จำนวนรวม 220 คน แบ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ดังนี้:

  • บรรพชา – อุปสมบท (สุภาพบุรุษ) จำนวน 80 คน
  • บวชชีพรหมโพธิ (สุภาพสตรี) จำนวน 80 คน
  • ถือบวชปฏิบัติธรรม (สุภาพบุรุษ – สุภาพสตรี) จำนวน 40 คน
  • จิตอาสาคณะดำเนินโครงการฯ จำนวน 20 คน

การจัดโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสดีที่จะช่วยให้ข้าราชการได้รับความสงบทางจิตใจและเข้าใจหลักธรรมคำสอนเพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล

หากคุณเป็นหนึ่งในบุคลากรภาครัฐที่มีความศรัทธาและต้องการมีส่วนร่วมในกุศลครั้งสำคัญนี้ อย่าลืมศึกษารายละเอียดและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับสมัครนะครับ การสนับสนุนจาก ครม. ในครั้งนี้ถือเป็นแรงผลักดันให้ข้าราชการไทยได้ทำหน้าที่ทั้งในฐานะผู้ให้บริการประชาชนและผู้นำทางจิตวิญญาณไปพร้อมๆ กัน นับเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสังคมแห่งการให้และปฏิบัติธรรมครับ

ที่มา – ครม. ไฟเขียว ขรก. พนักงานรัฐ ลาบวชถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

นายกฯ อนุทิน ทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

รัฐบาลจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา พร้อมนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่งกายด้วยเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เข้าร่วมพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์ให้ศีล สวดพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว

นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ รวมจำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น เวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล ได้ร่วมใส่บาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี

เมื่อแล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี กลับเข้าไปยังตึกสันติไมตรี (หลังใน) นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คู่สมรส ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่น ร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวัฒนาของชาติบ้านเมือง และยังความผาสุกร่มเย็นแก่ผองพสกนิกร พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักษ์ ทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างล้วนคำนึงถึงด้วยสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างมิรู้ลืมเลือน

วันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นวาระครบ 50 วัน ปัญญาสมวาร แห่งการเสด็จสวรรคต รัฐบาลจึงกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนาขึ้น เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในโอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้ และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งแสดงความไว้อาลัย จากนั้น ผู้นำทางศาสนาทำพิธีทางศาสนาตามลำดับ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล ประธานสงฆ์ อ่านคำรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระสงฆ์ สวดมาติกา นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ ผู้นำศาสนาอิสลามกล่าวแสดงความอาลัย ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนา คณะพราหมณ์ประกอบพิธีสวดมนต์ และศาสนาจารย์สวดกีรตันและอัรดาส

เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนา นายกรัฐมนตรี ถวายของที่ระลึกแด่ประธานสงฆ์ และมอบของที่ระลึก แด่ผู้นำศาสนารวม 5 ศาสนา จากนั้น กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จพิธี

นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

การจัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ความสำคัญของพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

พิธี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชาติ และการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

การที่ นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการแสดงความเคารพและความอาลัยอย่างสูงสุดต่อพระองค์ท่าน และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติ

พิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำถวายน้ำสรงพระบรมศพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศนำประชาชนทุกหมู่เหล่า ลงนามไว้อาลัย และประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 26 ต.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภอ 878 อำเภอทั่วประเทศ นำประชาชนทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามไว้อาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สถานที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนด อาทิ ศาลากลางจังหวัด ศาลาประชาคมจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ วัด และสถานที่สำคัญของจังหวัด โดยมี ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า สมาคม ภาคเอกชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความไว้อาลัยถวาย ด้วยความจงรักภักดี อาทิ

จังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำทุกภาคส่วนประกอบพิธี ณ ศาลาอเนกประสงค์ ชั้น 2 วัดเพชรสมุทร วรวิหาร อ.เมืองสมุทรสงคราม

จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารอารยธรรม 3 แผ่นดิน ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมืองศรีสะเกษ

จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำพสกนิกร และทุกภาคส่วน ร่วมประกอบพิธี ณ วัดกลางใหม่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี

จังหวัดเชียงราย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำข้าราชการและทุกภาคส่วนประกอบพิธี ณ วัดพระแก้ว พระอารามหลวง อ.เมืองเชียงราย

จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี อ.เมืองอุทัยธานี

จังหวัดอ่างทอง นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นำทุกภาคส่วนถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามแสดงความไว้อาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง

ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ

การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด พร้อมใจกันจัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของประชาชนชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน

ที่มา – ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ส.ค. 2568 ณ ท้องสนามหลวง กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวงจำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 โดยกองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิงตามจังหวะของเพลงสรรเสริญพระบารมี จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที ส่วนกองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ขณะที่กองทัพอากาศ โดย กรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด ถวายเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 ณ อุทยานการบินกองทัพอากาศ เมื่อวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2568

ยิงสลุตหลวง

การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ ธงประจำชาติ หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ

ประวัติการยิงสลุต

คำว่า “สลุต” มาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน โดยในประเทศไทย การยิงสลุตครั้งแรกเกิดขึ้นที่ป้อมวิไชยเยนทร์ หรือป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งในขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สำหรับประเทศไทยธรรมเนียมการยิงสลุตถูกรื้อฟื้นขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์ จอห์น เบาว์ริง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398 ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือการยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือการยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ

ประเภทยิงสลุต

1. สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด

2. สลุตข้าราชการ

3. สลุตนานาชาติ พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483

จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่ เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษางานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินี หรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ จะยิงสลุตจำนวน 21 นัด

การยิงสลุตในปัจจุบัน

หากเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต จะยิงสลุต 19 นัด ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ จะยิงสลุต 17 นัด พลโท พลเรือโท พลอากาศโท และอัครราชทูต จะยิงสลุต 15 นัด พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรีและราชทูต จะยิงสลุต 13 นัด อุปทูต จะยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ จะยิงสลุต

การยิงสลุต
การยิงสลุต
การยิงสลุต
การยิงสลุต
การยิงสลุต
การยิงสลุต

3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

ความสำคัญของการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ

การยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งของประเทศชาติ

การยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เป็นประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และยังคงมีความสำคัญในสังคมไทยปัจจุบัน การได้เห็นภาพการยิงสลุตพร้อมกันของ 3 เหล่าทัพ ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและแสดงถึงความสามัคคีของคนในชาติ

การยิงสลุตนั้นมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ซับซ้อน สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความพิถีพิถันในการประกอบพระราชพิธีต่างๆ ของไทย

ที่มา – 3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

Scroll to top