พระบรมราชินีนาถ

ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ

ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ

เมื่อเร็วๆ นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ลงพื้นที่อาคารวิธานสถาปกศาลา ท้องสนามหลวง เพื่อติดตามความสำเร็จในการดำเนินงาน ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้รับรายงานว่าภาพรวมของงานก่อสร้างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

รายละเอียดความคืบหน้าโครงการสำคัญ

จากการลงพื้นที่ของคณะทำงาน ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ในครั้งนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ชี้แจงความคืบหน้าในส่วนต่างๆ ดังนี้:

  • งานโครงสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 50
  • งานสถาปัตยกรรมมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนดไว้
  • การเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน โดยเร่งรัดการมุงหลังคาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน
  • การออกแบบพระโกศจันทน์ พระหีบจันทน์ และเครื่องประกอบต่างๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์

นอกจากการก่อสร้างอาคารแล้ว ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ยังครอบคลุมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ซึ่งเหล่าช่างสิบหมู่กำลังเร่งมือปฏิบัติงานด้วยความประณีตสูงสุด เพื่อให้ทันต่อกำหนดการฝึกซ้อมฉุดชักราชรถที่จะมาถึงในช่วงเดือนกันยายนนี้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา เพื่อให้เกิดความสมพระเกียรติยศสูงสุดในงานพระราชพิธีสำคัญของไทย

การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่าย สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทเพื่อสืบสานงานช่างศิลปกรรมไทยอันทรงคุณค่า งานบูรณะในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมเชิงวัตถุ แต่เป็นการรักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไว้อย่างยั่งยืน สำหรับประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวสาร เชื่อมั่นได้ว่าคณะกรรมการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ทุกขั้นตอนของพระราชพิธีเป็นไปอย่างสง่างามที่สุด

ที่มา – “ศุภจี-ซาบีดา” ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

มหาดไทย เตรียมความพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนทั่วประเทศ

มหาดไทย เตรียมความพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนทั่วประเทศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นพระองค์ที่ทรงเป็น "พระแม่แห่งแผ่นดิน" ที่ปวงชนชาวไทยต่างจงรักภักดี

มหาดไทย เตรียมความพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนทั่วประเทศ

วันที่ 23 เมษายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนทั่ว 76 จังหวัดในส่วนภูมิภาค โดยยึดตามมติที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

การจัดพิธีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแสดงพระราชอิสริยยศและถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ซึ่งมหาดไทยได้วางแผนอย่างรอบคอบเพื่อรองรับประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศ

รายละเอียดการจัดทำและถวายดอกไม้จันทน์

จังหวัดและอำเภอทั่วประเทศจะเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันจัดทำดอกไม้จันทน์ โดยแต่ละจังหวัดจะส่งดอกไม้จันทน์ตัวแทน 1 ช่อ มายังกรุงเทพมหานคร เพื่อเชิญถวายที่หอเปลื้อง พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง

ในวันดังกล่าว จะมีการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์พร้อมกันทั่วประเทศ แบ่งเป็น 2 รอบเวลา:

  • รอบที่ 1: เวลา 09.00 น.
  • รอบที่ 2: เวลา 17.30 – 22.00 น.

ณ สถานที่ตั้งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ โดยอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัดและอำเภอพระนครศรีอยุธยาจะจัดร่วมกับจังหวัด ส่วนอำเภออื่นๆ จัดตามสถานที่ที่กำหนด

กิจกรรมประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์

นอกจากการถวายดอกไม้จันทน์แล้ว จังหวัดและอำเภอยังร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น สถานศึกษา สมาคม ชมรมศิลปวัฒนธรรม จัดแสดงมหรสพสมโภชในวันพิธี เพื่อสร้างบรรยากาศที่งดงามและสมพระเกียรติ

ที่สำคัญ จะมีการจัดนิทรรศการถ่ายทอดพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดและอำเภอ ณ สถานที่จัดซุ้ม เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในด้านต่างๆ เช่น โครงการพระราชดำริเพื่อพัฒนาชนบท การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวไทยทุกคน การเข้าร่วมพิธีครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการถวายพระเกียรติยศ แต่ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศต่อไป

มหาดไทย เตรียมความพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนทั่วประเทศ อย่างครบครัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านเตรียมตัวและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อร่วมกันแสดงพลังแห่งความรักและความจงรักภักดี

การเตรียมการครั้งนี้สะท้อนถึงความสามัคคีของชาติไทย ที่พร้อมใจกันรำลึกถึงพระองค์ท่าน หากคุณมีประสบการณ์หรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในพื้นที่ของคุณ สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกไปด้วยกัน

ที่มา – มหาดไทย เตรียมความพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนทั่วประเทศ

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบท 93 รูป ถวายพระพันปีหลวง

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสำคัญที่แสดงถึงความเคารพยิ่งต่อพระบรมราชินี เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับข้าราชการและบุคลากรรัฐทุกประเภทที่อยากเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวหลังการประชุมครม. ว่า มติครม. อนุมัติให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ โดยไม่นับเป็นวันลา แต่ถือเสมือนปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานปกติ และยังได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนตามเดิม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา: รายละเอียดโครงการ

โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 9 มีนาคม 2569 รวมระยะเวลา 10 วันเต็ม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะองค์พระบรมราชินูปถัมภ์มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้ารักรวมใจเพื่อเยาวชนจังหวัดชายแดนใต้ โครงการนี้ไม่เพียงส่งเสริมให้บุคลากรรัฐได้ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อพระกรุณาธิคุณอันหาญ้ำไม่ได้

การเห็นชอบในครั้งนี้ ช่วยลดอุปสรรคสำหรับผู้ที่สนใจ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องวันลาหรือเงินเดือน ทำให้มีโอกาสมากขึ้นในการพัฒนาศีลธรรม จิตใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนรุ่นหลัง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมต้องการพลังบวกและคุณธรรมมากยิ่งขึ้น

ใครบ้างที่เข้าร่วมได้ในโครงการนี้?

  • ข้าราชการพลเรือนสามัญและประจำ
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • ข้าราชการท้องถิ่น
  • พนักงานราชการ
  • ลูกจ้างประจำและชั่วคราว
  • พนักงานรัฐวิสาหกิจ

ทุกกลุ่มสามารถยื่นลาได้ทันที โดยหน่วยงานต้นสังกัดต้องอนุมัติตามระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีบุคลากรที่เข้มแข็งทั้งกายและใจมากยิ่งขึ้น

ความหมายและประโยชน์ของมติครม. ครั้งนี้

มติ เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา ไม่ใช่แค่การอนุมัติลา แต่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การบวชพระเพื่อถวายเป็นบุญกุศล ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่หล่อหลอมจิตใจคนไทยมานาน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนตนเอง ลดความเครียดจากการทำงาน และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยพลังใจใหม่ สามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ความอดทน ความเมตตา และความรับผิดชอบ

ในมุมกว้างขึ้น โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านมูลนิธิที่พระบรมราชินีนาถทรงอุปถัมภ์ ซึ่งเน้นการศึกษาและคุณธรรม สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

กำหนดการคร่าวๆ ของโครงการบรรพชาอุปสมบท

  • 27 ก.พ. 2569: วันแรกของการเข้าค่าย
  • ระยะบวชและปฏิบัติธรรม
  • 9 มี.ค. 2569: วันสุดท้าย ออกจากความเป็นพระ

ผู้สนใจควรติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดหรือมูลนิธิโดยตรงเพื่อสมัคร เนื่องจากจำนวนจำกัดเพียง 93 รูปเท่านั้น

มติครม. ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานระหว่างหน้าที่ราชการและการทำความดีส่วนบุคคล แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณและวัฒนธรรมไทย หากคุณเป็นข้าราชการหรือรู้จักคนที่สนใจ อย่าพลาดโอกาสนี้ นี่คือเวลาที่จะได้บุญใหญ่และพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน ลองแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมมากขึ้น สร้างพลังบวกให้สังคมไทย

สุดท้าย การบวชเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระพันปีหลวง คือการแสดงความจงรักภักดีที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นมรดกทางใจให้ลูกหลานตลอดไป

ที่มา – เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา

นายกฯ อนุทิน ทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

รัฐบาลจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา พร้อมนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่งกายด้วยเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เข้าร่วมพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์ให้ศีล สวดพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว

นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ รวมจำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น เวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล ได้ร่วมใส่บาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี

เมื่อแล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี กลับเข้าไปยังตึกสันติไมตรี (หลังใน) นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คู่สมรส ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่น ร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวัฒนาของชาติบ้านเมือง และยังความผาสุกร่มเย็นแก่ผองพสกนิกร พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักษ์ ทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างล้วนคำนึงถึงด้วยสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างมิรู้ลืมเลือน

วันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นวาระครบ 50 วัน ปัญญาสมวาร แห่งการเสด็จสวรรคต รัฐบาลจึงกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนาขึ้น เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในโอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้ และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งแสดงความไว้อาลัย จากนั้น ผู้นำทางศาสนาทำพิธีทางศาสนาตามลำดับ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล ประธานสงฆ์ อ่านคำรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระสงฆ์ สวดมาติกา นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ ผู้นำศาสนาอิสลามกล่าวแสดงความอาลัย ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนา คณะพราหมณ์ประกอบพิธีสวดมนต์ และศาสนาจารย์สวดกีรตันและอัรดาส

เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนา นายกรัฐมนตรี ถวายของที่ระลึกแด่ประธานสงฆ์ และมอบของที่ระลึก แด่ผู้นำศาสนารวม 5 ศาสนา จากนั้น กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จพิธี

นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

การจัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ความสำคัญของพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

พิธี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชาติ และการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

การที่ นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการแสดงความเคารพและความอาลัยอย่างสูงสุดต่อพระองค์ท่าน และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติ

พิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พระพันปีหลวง

“บิ๊กป้อม” ถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

“พล.อ.ประวิตร” นำคณะผู้บริหาร และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เข้าลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นางตรีนุช เทียนทอง คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกพรรค ได้เข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย และถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้พิธีการเป็นไปอย่างสงบ สำรวม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ตลอดรัชสมัยแห่งพระองค์ ได้ทรงทุ่มเทพระกำลัง พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความเมตตา เพื่อธำรงรักษาความผาสุกของพสกนิกรและความมั่นคงของชาติบ้านเมือง พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความอาทร และความงดงามทางจิตใจ เป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงมอบแบบอย่างของความอ่อนโยนที่สง่างามควบคู่กับความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยแท้จริง

พรรคพลังประชารัฐ ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดดวงใจแด่พระองค์ ผู้ประดับแผ่นดินไทยให้งดงามด้วยพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ตราบนิรันดร์

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

“บิ๊กป้อม” นำคณะผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

การเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ความสำคัญของการลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

การลงนามถวายความอาลัย แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีการ แต่เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความเคารพ และความเทิดทูน ที่ประชาชนชาวไทยมีต่อพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน

ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ท่านได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย ทรงเป็นแบบอย่างของความเสียสละ ความเมตตา และความห่วงใย ที่มีต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า พระองค์ทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” อย่างแท้จริง

การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค เข้าร่วมลงนามถวายความอาลัยในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจของพรรค ที่จะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ในการพัฒนาประเทศชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทย ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างความสามัคคี และความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย

พวกเราทุกคนควรน้อมนำเอาพระราชดำรัส และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และการทำงาน เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ และมีความสุขอย่างยั่งยืนสืบไป

ที่มา – “บิ๊กป้อม” นำคณะผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ต.ค. 2568 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล เข้าร่วมพิธีฯ จากนั้น ได้มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

จากนั้น นายพิพัฒน์ เป็นผู้แทนกล่าวแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที เป็นอันเสร็จพิธีฯ

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระพันปีหลวง

การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีเเละสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อประเทศชาติเเละประชาชนชาวไทย

ความสำคัญของพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร

พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารถือเป็นพิธีทางศาสนาที่สำคัญในพระพุทธศาสนา เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีความเชื่อว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วไปสู่สุคติภพ

  • เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ
  • เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
  • เป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

การที่รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว จึงเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและความศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชนชาวไทย

พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เป็นสิ่งที่พสกนิกรชาวไทยสามารถร่วมแสดงความจงรักภักดีได้โดยการตั้งจิตอธิษฐานและน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน

ที่มา – รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำถวายน้ำสรงพระบรมศพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศนำประชาชนทุกหมู่เหล่า ลงนามไว้อาลัย และประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 26 ต.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภอ 878 อำเภอทั่วประเทศ นำประชาชนทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามไว้อาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สถานที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนด อาทิ ศาลากลางจังหวัด ศาลาประชาคมจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ วัด และสถานที่สำคัญของจังหวัด โดยมี ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า สมาคม ภาคเอกชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความไว้อาลัยถวาย ด้วยความจงรักภักดี อาทิ

จังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำทุกภาคส่วนประกอบพิธี ณ ศาลาอเนกประสงค์ ชั้น 2 วัดเพชรสมุทร วรวิหาร อ.เมืองสมุทรสงคราม

จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารอารยธรรม 3 แผ่นดิน ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมืองศรีสะเกษ

จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำพสกนิกร และทุกภาคส่วน ร่วมประกอบพิธี ณ วัดกลางใหม่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี

จังหวัดเชียงราย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำข้าราชการและทุกภาคส่วนประกอบพิธี ณ วัดพระแก้ว พระอารามหลวง อ.เมืองเชียงราย

จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี อ.เมืองอุทัยธานี

จังหวัดอ่างทอง นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นำทุกภาคส่วนถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามแสดงความไว้อาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง

ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ

การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด พร้อมใจกันจัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของประชาชนชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน

ที่มา – ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

“ภูมิธรรม” นำพสกนิกร จุดเทียนถวายพระพรชัย

“ภูมิธรรม” นำข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เมื่อเวลา 19.59 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.อภิญญา เวชยชัย รองประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ โดยมี นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านบริหาร เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางสาวอรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ร่วมพิธีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568

ซึ่งรัฐบาลได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติร่วมกับปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ โดยในช่วงเช้า เป็นการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลพระสงฆ์สามเณร 94 รูป และภาคค่ำ เป็นพิธีวางพุ่มทองพุ่มเงินถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน

“ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมหัตถศิลป์หัตถกรรมการทอผ้า ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยและเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ตลอดจนถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนทำให้ทั่วผืนแผ่นดินไทยมีความร่มเย็น ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และพระองค์ยังทรงเป็นผู้นำในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยทรงมีพระราชเสาวนีย์พระราชทานแก่รัฐบาล ข้าราชการ และประชาชนชาวไทย ได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด พร้อมทั้งพระราชทานโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นทุนตั้งต้นในการทำให้ประชาชนทุกหมู่บ้านชุมชนได้ร่วมกันเสริมสร้างสิ่งที่ดีป้องกันไม่ให้คนในชุมชนหันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงพระราชกรณียกิจบางประการที่ยังผลให้อาณาประชาราษฎรได้มีความร่มเย็นเป็นสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

การที่นายภูมิธรรมนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่ามาร่วมกัน“ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวงนั้น แสดงให้เห็นถึงความเคารพรักและความจงรักภักดีที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ยังเป็นการรวมพลังใจของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป

การจัดงานเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชาติที่พร้อมจะน้อมนำพระราชดำริต่างๆ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน การที่เราได้เห็นภาพ “ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง นั้นเป็นภาพที่สร้างความประทับใจและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกคนจะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านต่อไป

ที่มา – “ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง

Scroll to top