พระพันปี อายุ

ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ

ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ

เมื่อเร็วๆ นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ลงพื้นที่อาคารวิธานสถาปกศาลา ท้องสนามหลวง เพื่อติดตามความสำเร็จในการดำเนินงาน ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้รับรายงานว่าภาพรวมของงานก่อสร้างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

รายละเอียดความคืบหน้าโครงการสำคัญ

จากการลงพื้นที่ของคณะทำงาน ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ในครั้งนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ชี้แจงความคืบหน้าในส่วนต่างๆ ดังนี้:

  • งานโครงสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 50
  • งานสถาปัตยกรรมมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนดไว้
  • การเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน โดยเร่งรัดการมุงหลังคาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน
  • การออกแบบพระโกศจันทน์ พระหีบจันทน์ และเครื่องประกอบต่างๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์

นอกจากการก่อสร้างอาคารแล้ว ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ยังครอบคลุมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ซึ่งเหล่าช่างสิบหมู่กำลังเร่งมือปฏิบัติงานด้วยความประณีตสูงสุด เพื่อให้ทันต่อกำหนดการฝึกซ้อมฉุดชักราชรถที่จะมาถึงในช่วงเดือนกันยายนนี้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา เพื่อให้เกิดความสมพระเกียรติยศสูงสุดในงานพระราชพิธีสำคัญของไทย

การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่าย สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทเพื่อสืบสานงานช่างศิลปกรรมไทยอันทรงคุณค่า งานบูรณะในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมเชิงวัตถุ แต่เป็นการรักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไว้อย่างยั่งยืน สำหรับประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวสาร เชื่อมั่นได้ว่าคณะกรรมการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ทุกขั้นตอนของพระราชพิธีเป็นไปอย่างสง่างามที่สุด

ที่มา – “ศุภจี-ซาบีดา” ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

กองพลน้อยที่ 6 (KNU) รัฐกะเหรี่ยงอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

จังหวัดดูปลายย่า พร้อมข้าราชการทหารกองพลน้อยที่ 6 (KNU) รัฐกะเหรี่ยง และประชาชน ร่วมจัดพิธีส่งสาสน์แสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 7 พ.ย. 68 ที่สำนักงานจังหวัดดูปลายย่า รัฐกะเหรี่ยง (ประเทศเมียนมาร์) นายเลสเตอร์ ผู้ว่าจังหวัดดูปลายย่า พร้อมด้วย นายตะเนทู หัวหน้าสำนักงานจังหวัดดูปลายย่า นายซอเดอะก้อ นายอำเภอโนะตะกอ พันโท ตีตุ หัวหน้าฝ่ายกำลังพล (ฝ.1) กองพลน้อยที่ 6 (KNU) พันโท ซอเยซัน หัวหน้าตำรวจดูปลายย่า พันตรี จ่อเอ หัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุง (ฝ.1) กองพลน้อยที่ 6 (KNU) ข้าราชการ ประชาชน นักเรียน รวมกว่า 350 คน ร่วมพิธีแสดงความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการวางพวงมาลาต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ การยืนสงบนิ่งเพื่อร่วมไว้อาลัย เปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารประกอบพิธีลดธงครึ่งเสา นายเลสเตอร์ ผู้ว่าจังหวัดดูปลายย่า กล่าวคำไว้อาลัยเป็นภาษากะเหรี่ยง ตัวแทนอ่านสาสน์เป็นภาษาไทย

ทั้งนี้ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และประชาชนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย ตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ทรงอุทิศเพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย พระเมตตา พระปรีชาสามารถ และพระกรุณาธิคุณ ซึ่งจะได้รับการรำลึกตราบนานเท่านาน ทรงส่งเสริมการศึกษา สาธารณสุข การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการรักษาสิ่งแวดล้อม พระราชกรณียกิจของพระองค์ได้สร้างคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่แก่ประชาชนชาวไทย และยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนทั่วโลก ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงามและโครงการพระราชดำริต่างๆ จะอยู่ในความทรงจำของผู้คนนับล้าน ชาวกะเหรี่ยงในรัฐกะเหรี่ยง (ประเทศเมียนมาร์) ชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศไทย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในโอกาสนี้ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

กองพลน้อยที่ 6 (KNU) รัฐกะเหรี่ยง แสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ความอาลัยจากใจ: กองพลน้อยที่ 6 (KNU) และ สมเด็จพระพันปีหลวง

การแสดงความอาลัยของกองพลน้อยที่ 6 (KNU) ในรัฐกะเหรี่ยงต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นการแสดงออกถึงความเคารพและความผูกพันที่ชาวกะเหรี่ยงมีต่อพระองค์ท่าน แม้จะอยู่ต่างแดน แต่ความรักและความศรัทธาในพระองค์ยังคงอยู่ในใจของชาวกะเหรี่ยงเสมอมา

พิธีแสดงความอาลัยที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ชาวกะเหรี่ยงให้กับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย การรวมตัวของข้าราชการ ทหาร และประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีและความเสียใจร่วมกันที่มีต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระพันปีหลวง

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความเสียใจ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและรัฐกะเหรี่ยง ความเคารพและความอาลัยที่ชาวกะเหรี่ยงมีต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างสองชนชาติ

การน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระพันปีหลวง ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญู แต่ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – กองพลน้อยที่ 6 (KNU) รัฐกะเหรี่ยง แสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

รัฐบาลเตรียมพร้อม! สักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) เวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร และการบริการประชาชนที่ร่วมเข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้แทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่าง ๆ, กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามที่มีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เวลา 09.00 – 21.00 น. นั้น คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนทุกด้าน อาทิ การจัดการด้านการจราจร จุดจอดรถ การให้บริการรถฟรี 14 เส้นทาง การให้บริการเรือโดยสารฟรี เส้นทางท่าเรือวัดระฆังฯ- ท่าเรือวัดอรุณฯ- ท่าเรือท่าช้าง, การดูแลจุดพักคอย จุดคัดกรอง, การบริการด้านสาธารณสุข, การดูแลความปลอดภัย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เพื่อให้งานพระราชพิธีดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติ โดยจัดตั้งกองอำนวยการร่วมฯ ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และการจัดการจราจร

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำชับทุกหน่วยงานปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นพระราชพิธีฯ ให้ทุกหน่วยวางแผนกำลังพลให้เหมาะสม มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ด้านการข่าวให้ทำงานเชิงรุก เพื่อวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และให้ทุกหน่วยงานวางแผนบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง สนับสนุนซึ่งกันและกัน และต้องรอบคอบ รัดกุม สมพระเกียรติ และในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการปฏิบัติ ณ ท้องสนามหลวง

รัฐบาลเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้การเข้าร่วมพระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

รัฐบาลเตรียมความพร้อม รับประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

การเตรียมการครั้งนี้ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การจัดการจราจร จุดจอดรถ บริการขนส่งสาธารณะฟรี การดูแลจุดพักคอย การคัดกรอง และการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมงานได้อย่างสะดวกและปลอดภัยที่สุด

การจัดการจราจรและการขนส่งเพื่อการสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลได้จัดเตรียมรถโดยสารฟรี 14 เส้นทาง และเรือโดยสารฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมจุดจอดรถและจุดพักคอย เพื่อรองรับประชาชนจำนวนมากที่จะเดินทางมาร่วมงาน

  • รถโดยสารฟรี: 14 เส้นทางทั่วกรุงเทพฯ
  • เรือโดยสารฟรี: เส้นทางท่าเรือวัดระฆังฯ – ท่าเรือวัดอรุณฯ – ท่าเรือท่าช้าง
  • จุดจอดรถ: จัดเตรียมพื้นที่จอดรถรองรับประชาชน
  • จุดพักคอย: จัดเตรียมสถานที่สำหรับพักคอยก่อนเข้าสักการะ

การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการจัดงานพระราชพิธี ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบด้านนี้ โดยจะมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่

รัฐบาลยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การเตรียมงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การบูรณาการความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานพระราชพิธีสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทางรัฐบาลยังได้ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถเตรียมตัวเข้าร่วมงานได้อย่างเหมาะสม หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การเตรียมความพร้อมของรัฐบาลเพื่อรองรับประชาชนที่จะเข้าร่วมสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเตรียมการครั้งนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมพระราชพิธีได้อย่างสะดวกสบายและสมพระเกียรติ

ที่มา – รัฐบาลเตรียมความพร้อม รับประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ขนส่งสาธารณะ พร้อมรับสักการะพระบรมศพ

วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ลงพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย (BL31) ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) เนื่องจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ทุกวัน ช่วงเวลา 09.00-21.00 น.

ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางเข้าสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก โดยสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังมากที่สุด โดยประชาชนสามารถใช้ทางออก 1 (พิพิธภัณฑ์สยาม) และเดินไปขึ้นรถ Shuttle Bus ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดให้บริการฟรี เส้นทางสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย-สนามหลวง-สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย ได้ที่ประตูพิพิธภัณฑ์สยาม เพื่อเดินทางไปยังสนามหลวงเข้าสู่จุดคัดกรอง ก่อนเข้าสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังได้อย่างสะดวก โดยช่วงเวลา 08.00-11.00 น. และช่วงเย็นถึง 20.00 น. รถ shuttle bus จะออกประมาณทุก 10 นาที หรือปรับตามจำนวนผู้โดยสาร โดยมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT และมีเจ้าหน้าที่ ขสมก. บริเวณประตูทางออก 1 เพื่ออำนวยความสะดวกด้วย

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางได้ประสานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง มีการเฝ้าติดตามผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) หากพบว่า ในช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้บริการรถไฟฟ้าหนาแน่น ให้พิจารณาจัดเดินรถไฟฟ้าเสริม หรือเพิ่มความถี่ในการให้บริการ เพื่อให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้า และสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถ shuttle bus ที่ ขสมก. จัดให้บริการฟรี พิจารณาเพิ่มป้ายแนะนำเส้นทางที่ชัดเจนไปยังทางออกที่มีรถ shuttle bus รองรับให้บริการ บริเวณทางออกสถานีรถไฟฟ้า รวมทั้งพิจารณาจัดเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม สำหรับการจำหน่ายบัตร/เหรียญโดยสาร และพิจารณาเพิ่มเติมเครื่อง tablet เพื่อรองรับการสแกน QR code ในกรณีที่ใช้คนละครึ่งพลัส สำหรับการซื้อบัตร/เหรียญโดยสาร ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร/เหรียญโดยสารระบบรถไฟฟ้า และกรณีที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่นมาก ให้พิจารณาจัดลำดับการเข้าใช้บริการของผู้โดยสาร (group release) เพื่อควบคุมปริมาณผู้ใช้บริการไม่ให้เกิดความแออัดทั้งบริเวณชานชาลาและในขบวนรถไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ใช้บริการระบบรางได้รับความสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงสุด

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เชื่อม-เรือ รวมทั้งสถานที่จอดรถส่วนบุคคล รถโดยสารไม่ประจำทาง (หมวด 30) และเจ้าหน้าที่ให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย ขสมก. ได้จัดรถ shuttle bus (บริการฟรี) อำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางไปสนามหลวง เพื่อเข้าร่วมสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 14 เส้นทาง (M1-M14) ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะออกจากพื้นที่สนามหลวงหมด โดยมีเส้นทางที่เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า รวม 5 เส้นทาง ได้แก่

  • M1 รถไฟฟ้าสถานีท่าพระ (ทางออก 1) – สนามหลวง
  • M2 รถไฟฟ้าสถานีสนามไชย (ทางออก 1) – สนามหลวง
  • M3 รถไฟฟ้าสถานีสามยอด (ทางออก 3) – สนามหลวง
  • M4 รถไฟฟ้าสถานีสยาม (ทางออก 6) – สนามหลวง
  • M5 รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ (ทางออก 1) – สนามหลวง

และมีเส้นทาง shuttle bus ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอีก 3 เส้นทาง ได้แก่

  • M7 อนุสาวรีย์ชัยฯ (ฝั่งพญาไท: ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางออก 4) – สนามหลวง
  • M8 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บริเวณประตู 10 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ ทางออก 1) – สนามหลวง
  • M10 สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ทางออก 2) – สนามหลวง

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรถไฟทางไกล ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้พ่วงตู้เพิ่ม 1-2 ตู้ไปกับขบวนรถปกติ และพิจารณาพ่วงตู้เพิ่มเติมในขบวนที่มีประชาชนหนาแน่น โดยประชาชนสามารถเชื่อมต่อรถ shuttle bus ฟรี ได้ทั้งที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นอกจากนี้ รฟท. ยังให้บริการที่จอดรถฟรีที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงอีกด้วย

นายพิเชฐ กล่าวปิดท้ายว่า กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้ประสานผู้ให้บริการระบบราง เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพได้อย่างเพียงพอ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการดำเนินงานตามแผนอำนวยความสะดวกฯ และกรณีเกิดเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องจะมีการประสานงาน และแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน และให้สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติต่อไป

หากคุณมีแผนที่จะเดินทางไปสักการะพระบรมศพ อย่าลืมตรวจสอบเส้นทางขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง

ขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เตรียมพร้อม! ขนส่งสาธารณะรับผู้เดินทางสักการะพระบรมศพ

การเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความตั้งใจจริงของหน่วยงานภาครัฐในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกคนที่ต้องการเดินทางมาแสดงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ที่มา – ขนส่งสาธารณะทุกระบบ พร้อมรับประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

อาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระ

รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในนามของประชาชนกัมพูชาทั้งภายในและภายนอกประเทศ ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แห่งราชอาณาจักรไทย สาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

แถลงการณ์จากรัฐบาลกัมพูชาอิสระ ระบุถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาชนบท ผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และการอุปถัมภ์ศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพอย่างสูงยิ่ง

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนาน รัฐบาลกัมพูชาอิสระรู้สึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทย และขอถวายพระอาลัยอย่างสุดซึ้งแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และปวงชนชาวไทย

แถลงการณ์ยังยืนยันว่า รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความปรารถนาในเสรีภาพและอธิปไตยของประชาชนชาวกัมพูชา จะยืนหยัดเคียงข้างประเทศที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตย มรดกทางวัฒนธรรม และสวัสดิภาพของประชาชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาติที่อิสระและเท่าเทียม ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้า

ท้ายสุดนี้ รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ขอฝากความปรารถนาดีไปยังปวงชนชาวไทย ให้มีความเข้มแข็ง รักษาความสามัคคี และร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

การสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียของคนทั้งชาติ การแสดงความอาลัยจากนานาประเทศ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและรักที่มีต่อพระองค์ท่าน

รายละเอียดเกี่ยวกับสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

สาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระมีเนื้อหาที่แสดงถึงความเสียใจและความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อพระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงพระราชกรณียกิจที่สำคัญและคุณูปการที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ให้กับประเทศไทย

  • แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • ยกย่องพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาชนบท
  • ยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศไทย
  • ขอให้ปวงชนชาวไทยมีความเข้มแข็งและรักษาความสามัคคี

การที่รัฐบาลกัมพูชาอิสระส่งสาส์นแสดงความอาลัยนี้ ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาอิสระจะเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับประเทศไทยและความเคารพต่อพระราชวงศ์ไทย

สาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระเป็นข้อความที่แสดงถึงความรัก ความเคารพ และความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย การรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของคนไทยตลอดไป

เราควรนำคำสอนและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่และเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ที่มา – รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

อบจ.เชียงใหม่ ยกเลิกคอนเสิร์ต Chiang Mai Music Journey


อบจ.เชียงใหม่ ยกเลิกคอนเสิร์ต Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) ได้ประกาศยกเลิกการจัดงานคอนเสิร์ต Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8 อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศเรื่องการเสด็จสวรรคต และรัฐบาลได้ประกาศให้ลดธงครึ่งเสาและไว้ทุกข์

ก่อนหน้านี้ งานChiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8 ได้เริ่มจัดแสดงไปแล้ว 1 คืน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อบจ.เชียงใหม่ จึงได้ตัดสินใจยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตทั้งหมด

อบจ.เชียงใหม่ แจ้งยกเลิกจัดงานคอนเสิร์ต “Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8”

นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงนามในประกาศยกเลิกการจัดงาน Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8 : The Deep Ocean โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • งดการแสดงคอนเสิร์ตในวันที่ 25 และ 26 ตุลาคม 2568
  • ยกเลิกการแสดงดนตรีทั้งหมดตามตารางที่ได้ประกาศไว้

ถึงแม้ว่าการแสดงคอนเสิร์ตจะถูกยกเลิก แต่กิจกรรม TWILIGHT RUN 6 (กิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ) ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดการเดิมในวันที่ 25 ตุลาคม 2568

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า เวทีหลักยังคงตั้งอยู่เพื่อรอการรื้อถอน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม TWILIGHT RUN 6 ในค่ำคืนนี้ ในขณะที่ร้านค้าและร้านอาหารบางส่วนเริ่มทยอยขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่

ยกเลิก Chiang Mai Music Journey

ผลกระทบจากการยกเลิก Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8

การยกเลิกงาน Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8 ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งผู้ที่ตั้งใจจะมาร่วมชมคอนเสิร์ต ร้านค้าที่เตรียมตัวขายสินค้า และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปเพื่อแสดงความเคารพและความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในส่วนของผู้ที่เดินทางมาร่วมงานวิ่ง TWILIGHT RUN 6 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าสีดำเพื่อแสดงความไว้อาลัย และร่วมถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน

สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่กำลังพิจารณาความเหมาะสมในการจัดงานประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2568 อาจมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

การยกเลิกงาน Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8 เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความเคารพต่อความรู้สึกของประชาชนในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ พวกเราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ และหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน

ที่มา – อบจ.เชียงใหม่ แจ้งยกเลิกจัดงานคอนเสิร์ต “Chiang Mai Music Journey ครั้งที่ 8”

ครม. มอบกรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุมาศ

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรดูแลรับผิดชอบรูปแบบ พิธีการ และการจัดสร้างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงมติ ครม. ที่เห็นชอบตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต โดยมีรายละเอียดดังนี้

รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่งต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และได้มีมติให้ดำเนินการดังนี้:

  1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
  2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไว้ทุกข์ มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
  3. ขอความร่วมมือสถานบันเทิง และสถานบริการต่าง ๆ งดหรือลดกิจกรรมเพื่อความบันเทิง ตามความเหมาะสม เป็นระยะเวลา 30 วัน

เพื่อให้การดำเนินการจัดพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นไปอย่างสมพระเกียรติตามโบราณขัตติยราชประเพณี จึงให้มีการดำเนินการ ดังนี้:

  1. เปิดให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. ถึง เวลา 12.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง
  2. มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้ง คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน
  3. มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบ พิธีการ และการจัดสร้างพระเมรุมาศ โดยขอรับพระราชวินิจฉัยจากองค์ที่ปรึกษาตามข้อ (2) ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศนี้ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงออกถึงความเคารพและอาลัย
  4. มอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้า ฯ ของคณะรัฐมนตรี ไปเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทุกวันตลอดระยะเวลาของพระราชพิธี
  5. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  6. มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วย

ครม. มอบกรมศิลปากรดูแลรับผิดชอบรูปแบบ พิธีการ และจัดสร้างพระเมรุมาศ

ความสำคัญของการมอบหมายกรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุมาศ

การที่ ครม. มอบหมายให้กรมศิลปากรดูแลรับผิดชอบรูปแบบ พิธีการ และการจัดสร้างพระเมรุมาศ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของกรมศิลปากรในการดำเนินการเกี่ยวกับงานศิลปะและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ การจัดสร้างพระเมรุมาศ ถือเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะทาง เพื่อให้การจัดสร้างเป็นไปอย่างสมพระเกียรติและถูกต้องตามโบราณราชประเพณี

การดำเนินการของกรมศิลปากรในการจัดสร้างพระเมรุมาศ จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด รวมถึงการขอพระราชวินิจฉัยจากองค์ที่ปรึกษา เพื่อให้การจัดสร้างเป็นไปตามพระราชประสงค์และมีความถูกต้องตามหลักโบราณราชประเพณี

การจัดสร้างพระเมรุมาศ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัยรักของประชาชนชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย

ดังนั้น การที่กรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานสำคัญนี้ จึงถือเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ต้องดำเนินการด้วยความตั้งใจและความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้การจัดพระราชพิธีพระศพเป็นไปอย่างสมพระเกียรติและเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

การติดตามความคืบหน้าในการจัดสร้างพระเมรุมาศ และการมีส่วนร่วมในการถวายความอาลัย ถือเป็นหน้าที่ของพสกนิกรชาวไทยทุกคนที่พึงกระทำ

ที่มา – ครม. มอบกรมศิลปากรดูแลรับผิดชอบรูปแบบ พิธีการ และจัดสร้างพระเมรุมาศ

Scroll to top