พระพุทธสิริไตรรัฐ

ภราดรปลื้ม นายกมอบราหูล้อมครุฑ แก้รธน.ราบรื่น

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวที่น่าสนใจมากสำหรับคนติดตามสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อ “ภราดร” ปลื้ม นายกรัฐมนตรี มอบ “ราหูล้อมครุฑ” เป็นของขวัญสิริมงคลในวันคล้ายวันเกิด และยังมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกด้วย ข่าวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง แต่ยังเป็นสัญญาณบวกสำหรับกระบวนการปฏิรูปการเมืองที่ทุกคนรอคอย

“ภราดร” ปลื้ม นายกรัฐมนตรี มอบ “ราหูล้อมครุฑ” มั่นใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญราบรื่น

วันที่ 26 กันยายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วย ในโอกาสนี้ นายภราดรได้เปิดเผยว่าตนเองพกพาของขวัญศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมาด้วย ซึ่งก็คือ “ราหูล้อมครุฑ” ที่จัดสร้างโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) และได้รับมอบจากนายอนุทินในวันคล้ายวันเกิดของตนเอง ของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่แค่วัตถุมงคล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลที่ช่วยเสริมพลังในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเรื่องรัฐธรรมนูญ

ภาพนายภราดรและนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งเป็นบิดาของนายภราดร ก็ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับนำพระพุทธสิริไตรรัฐ ปางประทานพร มาไว้ในห้องทำงานของลูกชายบนตึกบัญชาการหนึ่ง พระพุทธรูปองค์นี้มีความพิเศษเพราะนายอนุทินเคยมอบให้กับนายภราดรก่อนที่จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี การนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มาไว้ในที่ทำงาน ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมดวงชะตา แต่ยังแสดงถึงความเชื่อมั่นในพลังแห่งศรัทธาที่จะช่วยให้การทำงานราบรื่น โดยเฉพาะในมิติของการเมืองที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ “ภราดร” มั่นใจ

นอกจากเรื่องของขวัญมงคลแล้ว นายภราดรยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ที่เห็นพ้องกันแล้วว่าจะนำร่างแก้ไขเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 14-15 ตุลาคม 2568 พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะโหวตเห็นชอบทั้ง 3 ร่าง โดยไม่มีความขัดแย้งภายใน

ภาพการประชุมวิป

สำหรับท่าทีของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นั้น ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 25 กันยายน ตัวแทนสว.ได้ระบุว่าจะนำเรื่องไปหารือกับเพื่อนสมาชิกสว.เพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวถามว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายภราดรตอบด้วยความมั่นใจว่า หวังว่าจะเป็นไปในทางบวก และคาดว่าการโหวตจะผ่านฉลุ่ย โดยเฉพาะเมื่อ “ภราดร” ปลื้ม นายกรัฐมนตรี มอบ “ราหูล้อมครุฑ” ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ในส่วนของรูปแบบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปัจจุบันมี 3 รูปแบบหลักจากพรรคต่างๆ ได้แก่ รูปแบบของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน หากสภารับทั้ง 3 ร่าง คณะกรรมาธิการวิสามัญสามารถผสมผสานให้เป็นร่างเดียวได้ โดยจะต้องมีการหารือเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องการเลือกตั้งส.ส.ร. ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม ว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การตีความที่ทำให้เกิดความล่าช้าจากกลุ่มที่ไม่ประสงค์ให้แก้ไข นายภราดรยืนยันว่าทุกฝ่ายกำลังหาทางออกเพื่อให้กระบวนการนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ภาพนายภราดรให้สัมภาษณ์

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม หากดำเนินไปราบรื่นตามที่นายภราดรมั่นใจ จะช่วยลดความขัดแย้งและเปิดทางให้เกิดการปฏิรูปที่แท้จริง นอกจากนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง “ราหูล้อมครุฑ” และพระพุทธสิริไตรรัฐ ยังเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างความเชื่อและการทำงานจริงจัง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

จากมุมมองของผู้เขียน การที่นักการเมืองอย่างนายภราดรแสดงความปลื้มใจต่อของขวัญจากนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นสัญญาณของความสามัคคีในรัฐบาล ซึ่งจะช่วยผลักดันวาระสำคัญอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ หากคุณสนใจติดตามความคืบหน้า ลองเข้าร่วมสนทนาในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายกว้างขึ้น

ที่มา – “ภราดร” ปลื้ม นายกรัฐมนตรี มอบ “ราหูล้อมครุฑ” มั่นใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญราบรื่น

“อนุทิน” ถือฤกษ์ดีนำ รมต.ภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ

“อนุทิน” ถือฤกษ์ดีนำ รมต.ภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ขอพรราบรื่น

ในวันที่ 26 กันยายน 2568 บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาถึงอย่างเป็นทางการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกที่ตึกไทยคู่ฟ้า การเริ่มต้นการทำงานครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะ “อนุทิน” ถือฤกษ์ดีนำ รมต.ภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ขอพรราบรื่น เพื่อความเป็นสิริมงคลในการนำพาประเทศ

“อนุทิน” ถือฤกษ์ดีนำ รมต.ภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ

เวลา 08.19 น. นายอนุทิน เดินทางด้วยรถยนต์โรลส์รอยซ์ ทะเบียน วอ 3333 กรุงเทพมหานคร สู่ทำเนียบรัฐบาล ทันทีที่มาถึง ท่านได้ขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า และสักการะพระพุทธรูปที่ประดับอยู่ภายในห้อง เพื่อเริ่มวันแรกด้วยพลังบวก จากนั้น เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มจากศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพื่อขอพรให้การบริหารประเทศราบรื่น

คณะที่ร่วมพิธีในครั้งนี้มีสมาชิกสำคัญหลายท่าน เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทยและคณะทำงานที่ติดตามมาด้วย การจัดขบวนพิธีเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเคารพในขนบธรรมเนียมไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ที่นายอนุทินอัญเชิญเข้าห้องทำงาน

หลังจากพิธีสักการะเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับคำขอพร ท่านตอบอย่างเรียบง่ายว่า “ขอให้ราบรื่น” ก่อนจะเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อถูกถามถึงเครื่องรางที่จะนำเข้ามา ท่านย้ำว่า “อยู่ที่ใจ” ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาการทำงานที่เน้นจิตใจและความมุ่งมั่น นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าพระพุทธรูปที่จะอัญเชิญมาไว้ในห้องทำงานประกอบด้วยหลวงพ่อพระพุทธโสธร, พระพุทธชินราช และพระพุทธสิริไตรรัฐ โดยพระพุทธสิริไตรรัฐซึ่งนายอนุทินสร้างขึ้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จะถูกตั้งไว้บนโต๊ะทำงานโดยตรง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจในการตัดสินใจสำคัญ

การนำพระเครื่องเหล่านี้มาประดับห้องทำงานไม่เพียงแต่เป็นการสักการะส่วนตัว แต่ยังเชื่อมโยงกับความเชื่อทางพุทธศาสนาที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิและปัญญาให้กับผู้นำประเทศ ในขณะที่ประชาชนจับตาดูอีกประเด็นหนึ่ง คือ จะมีการย้ายองค์นรสิงห์ สัญลักษณ์ของตึกไทยคู่ฟ้ากลับมาหรือไม่ หลังจากที่เคยถูกย้ายไปในสมัยก่อน

ความหมายของพิธีถือฤกษ์ดีต่อการเมืองไทย

พิธี “อนุทิน” ถือฤกษ์ดีนำ รมต.ภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ขอพรราบรื่น ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับรัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเน้นนโยบายที่ใกล้ชิดประชาชนและมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคง การเริ่มต้นด้วยพิธีกรรมแบบไทยๆ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำที่เคารพวัฒนธรรมและศาสนา ทำให้ประชาชนรู้สึกเชื่อมั่นมากขึ้น ในยุคที่การเมืองไทยมีความผันผวน การแสดงออกเช่นนี้ช่วยลดความตึงเครียดและเปิดทางสู่การทำงานที่ราบรื่น

นอกจากนี้ พิธียังสะท้อนถึงความต่อเนื่องของประเพณีในทำเนียบรัฐบาล ที่ผู้นำทุกรัฐบาลมักเริ่มต้นด้วยการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นศาลพระภูมิที่ปกป้องเจ้าที่ หรือพระพุทธรูปที่ให้แสงสว่างทางปัญญา ทั้งหมดนี้ช่วยเสริมสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้กับสถานที่ทำงานสำคัญของชาติ

  • จุดเด่นของพิธี: ถือฤกษ์ดีเวลา 09.00 น. เพื่อความเป็นมงคล
  • คณะที่ร่วม: รัฐมนตรีภูมิใจไทยและส.ส.จำนวนมาก
  • พระเครื่องหลัก: พระพุทธโสธร, พระพุทธชินราช, พระพุทธสิริไตรรัฐ
  • คำขอพร: ขอให้ราบรื่นในการบริหารประเทศ

สำหรับประชาชนที่สนใจติดตามพัฒนาการของรัฐบาลใหม่ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะนโยบายที่นายอนุทินจะผลักดันในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งคาดว่าจะเน้นการพัฒนาท้องถิ่นและแก้ไขปัญหาการเมืองที่ค้างคา

ในมุมมองของผู้เขียน พิธีสักการะเช่นนี้ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างจิตวิญญาณและการเมือง ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าอย่างมั่นคง หากคุณมีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับการเริ่มต้นของนายกฯ อนุทิน ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ที่มา – “อนุทิน” ถือฤกษ์ดีนำ รมต.ภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ขอพรราบรื่น

Scroll to top