พระราชกฤษฎีกา

กษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษ เขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้าน

กษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษ เขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้าน

ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจไปทั่วโลก เมื่อมีรายงานว่ากษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษ เขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตัดสินจำคุกยาวนานถึง 27 ปี จากคดีการเมืองที่ได้รับความสนใจอย่างสูง การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของบุคคลคนเดียว แต่ยังเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงทิศทางและบรรยากาศทางการเมืองในกัมพูชาช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

เบื้องหลังการพระราชทานอภัยโทษ เขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้าน

นายเขม โสกา วัย 72 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ประสบกับวิบากกรรมทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเขาถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติเพื่อล้มล้างรัฐบาลของสมเด็จฯ ฮุน เซน อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านกระบวนการยุติธรรมมาหลายระดับ และมีการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งท้ายที่สุดศาลยังคงยืนโทษเดิม การที่กษัตริย์ได้มีพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้ในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับตัวเขาและครอบครัว

แม้ว่าการ กษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษ เขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้าน จะทำให้เขาไม่ต้องรับโทษจำคุกที่เหลืออยู่ แต่ทนายความของเขาก็ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า สิทธิ์ทางการเมืองของนายเขม โสกา นั้นถูกเพิกถอนอย่างถาวร ซึ่งหมายความว่าแม้เขาจะได้รับอิสรภาพจากการกักบริเวณหรือการคุมขัง แต่เขาก็ไม่สามารถกลับมามีบทบาททางการเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือมีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการในอนาคตได้อีกต่อไป

สรุปประเด็นสำคัญของเหตุการณ์นี้:

  • เขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้านได้รับอภัยโทษจากโทษจำคุก 27 ปี
  • แม้พ้นโทษจำคุก แต่สิทธิ์ทางการเมืองถูกเพิกถอนอย่างถาวร
  • การดำเนินการนี้เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลของสมเด็จฯ ฮุน มาเนต
  • นานาชาติยังคงจับตามองสถานการณ์สิทธิมนุษยชนและการเมืองในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองกัมพูชา การเกิดขึ้นของเรื่องราวนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าการกวาดล้างกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่เปราะบาง ก้าวต่อไปของกัมพูชาหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร การเมืองที่ไร้คู่แข่งที่แข็งแกร่งจะนำไปสู่ความเสถียรภาพหรือความขัดแย้งระยะยาว เป็นคำถามที่เราต้องร่วมกันติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา – กษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษ “เขม โสกา” อดีตผู้นำฝ่ายค้าน

เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้

เตรียมติดตาม! เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้ เพื่อให้วุฒิสภาเห็นชอบ กกต. และ ป.ป.ช. แทนตำแหน่งที่ว่างที่รอการพิจารณา

วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีการ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้ โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การให้วุฒิสภาทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งสำคัญตามรัฐธรรมนูญ

เหตุผลสำคัญของการ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้ คือประธานวุฒิสภาได้กราบบังคมทูลว่า แม้จะอยู่ในช่วงยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่วุฒิสภาจะต้องประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 126 วงเล็บ (2) ของรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลสำคัญเหล่านี้เป็นไปอย่างราบรื่นและทันต่อสถานการณ์ จึงได้มีการ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้ เพื่อให้วุฒิสภาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่

เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้

นายมงคล สุรัจสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการเปิดประชุมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและเร่งด่วนของภารกิจที่วุฒิสภาจะต้องดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ได้มีพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญรัฐสภาในวันเดียวกัน คือวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การประชุมครั้งนี้จะมีระยะเวลาดำเนินการที่จำกัดเพียงใด และจะสามารถพิจารณาเรื่องสำคัญดังกล่าวได้แล้วเสร็จหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

  • การพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.
  • การพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น ป.ป.ช.
  • ระยะเวลาในการพิจารณาที่จำกัด เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมในวันเดียวกัน
  • ผลการลงมติของวุฒิสภาต่อการให้ความเห็นชอบบุคคลทั้งสอง

การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วนของสังคม เนื่องจากผลของการพิจารณาจะส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กรอิสระที่สำคัญของประเทศ ทั้งในด้านการจัดการเลือกตั้งและการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญได้จากสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ เพื่อให้ทราบถึงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสังคมโดยรวม

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการทำความเข้าใจในกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถตัดสินใจและแสดงออกได้อย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์

จับตาทิศทางการเมือง! การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่? ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

ที่มา – เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 24 ธันวาคมนี้ ให้วุฒิสภาเห็นชอบ กกต.และป.ป.ช.

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ รายงานตัว ทำหน้าที่แล้ว

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.ป้ายแดงจากกาญจนบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้เข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการทำงานเพื่อประชาชนของเธอ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.30 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 เป็นวันเลือกตั้ง

การเข้ารับตำแหน่งของนางสาววิชุดา เป็นไปตามอำนาจในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศให้ นางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

ในการนี้ นางสาวสิริธร ลิมปพยอม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้เกียรติเป็นผู้ให้การต้อนรับ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ ในการเข้ารายงานตัวครั้งนี้

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์

การเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ของนางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ ถือเป็นความหวังของชาวจังหวัดกาญจนบุรี เขต 4 ที่จะได้มีผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในการสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

บทบาทและความคาดหวังต่อ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์

ประชาชนในพื้นที่ต่างคาดหวังว่า สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ จะสามารถนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มี มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. อย่างเต็มที่ และเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้ ส.ส.วิชุดา สามารถประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำงบประมาณและโครงการต่างๆ มาพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ความท้าทายที่รอ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ อยู่ข้างหน้า คือการทำงานร่วมกับ ส.ส. ท่านอื่นๆ จากหลากหลายพรรคการเมือง เพื่อผลักดันกฎหมายและนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม การสร้างความสามัคคีและความร่วมมือกันในสภาฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

  • สานต่อนโยบายพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี
  • เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนในพื้นที่
  • ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การเริ่มต้นบทบาทใหม่ของ ส.ส.วิชุดา จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการทำงานในสภาฯ และการลงพื้นที่ดูแลประชาชน เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมและสร้างประโยชน์สุขให้แก่พี่น้องชาวกาญจนบุรีได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์” ลูกสาวศักดิ์ดา เข้ารายงานตัวต่อสภาฯ ทำหน้าที่ สส. แล้ว

Scroll to top