พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ 8 ข้าราชบริพารในพระองค์

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประกาศจากทางราชกิจจานุเบกษามาฝากกันครับ เกี่ยวกับเรื่อง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ 8 ข้าราชบริพารในพระองค์ ซึ่งนับเป็นเกียรติยศอันสูงสุดสำหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละให้กับสถาบันหลักของชาติมาโดยตลอด

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ 8 ข้าราชบริพารในพระองค์

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย โดยมีพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้แก่ข้าราชบริพารในพระองค์จำนวน 8 ราย ซึ่งถือเป็นข่าวที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและหน่วยงานของผู้ที่ได้รับพระราชทานอย่างยิ่ง

รายละเอียดการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ 8 ข้าราชบริพารในพระองค์

การประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ 8 ข้าราชบริพารในพระองค์ ในครั้งนี้ ได้มีการแบ่งชั้นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามลำดับความสำคัญและเกียรติยศ ดังนี้ครับ:

  • ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก: ได้แก่ พลเอก ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ และ พลตำรวจโท มณฑลทัพห์ บุนนาค
  • ชั้น มหาวชิรมงกุฎ: ได้แก่ พลอากาศเอก ปรัชญา พรหมบุรมย์, พลเรือตรี ภาณุวัฒน์ อินทนิล และ พลอากาศตรี ทรงสวัสดิ์ ทรัพย์จำนงค์
  • ชั้น ประถมาภรณ์ช้างเผือก: ได้แก่ พลตรี วีระไชย เหเตโชดม
  • ชั้น ประถมาภรณ์มงกุฎไทย: ได้แก่ พลตรี สรรวิชญ์ ภูมิทักษ์วงศ์ และ พันโท สมานมิตร พัฒนา

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยความจงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งนับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมให้กับข้าราชการรุ่นหลังในการทำงานเพื่อรับใช้ประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป

ในมุมมองของผม การที่ข้าราชบริพารได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จส่วนตัว แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยและความรับผิดชอบที่เข้มงวดในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ หากท่านต้องการตรวจสอบรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถเข้าดูได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาโดยตรงนะครับ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ 8 ข้าราชบริพารในพระองค์

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่น่ายินดีมาแจ้งให้ทราบ โดยล่าสุดมีการเผยแพร่ประกาศจากราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย ซึ่งถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุดสำหรับผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้

รายชื่อผู้ได้รับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ถือเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ที่ได้รับอย่างหาที่สุดมิได้ โดยในครั้งนี้มีผู้ได้รับพระราชทานในชั้นต่างๆ ดังนี้ครับ:

ลำดับรายชื่อผู้ได้รับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

สำหรับรายนามผู้ได้รับพระราชทาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ:

  • ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ฝ่ายใน): 1. พันตำรวจโทหญิง คุณหญิงเจษรินซ์ โชติกลาง, 2. คุณหญิงบรรณ์พร แก้วงาม, 3. คุณหญิงอัชราภรณ์ ศรีเสน่ห์
  • ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน): 1. นางสาวธมลวรรณ สะใบบาง, 2. นางสาวธารารัตน์ เกษนาวา

ประกาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงการทำคุณงามความดีของบุคคลทั้ง 5 ท่านที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาประเทศชาติของเราสืบไป

ทางเราขอแสดงความยินดีอย่างที่สุดกับทุกท่านที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ การได้รับรางวัลหรือเครื่องอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ หากใครต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาโดยตรงครับ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

นายกฯ ปธ.พิธีรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 2568

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนในแวดวงการเมืองให้ความสนใจ นั่นคือ นายกฯ ปธ.พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในพิธีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายและชั้นต่ำกว่าสายสะพาย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

นายกฯ ปธ.พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568

พิธีในวันนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ มีผู้เข้าร่วมกว่า 59 ราย ซึ่งรวมถึงคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทุกคนเข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รายชื่อผู้ได้รับประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และหน่วยงานได้จัดพิธีตามระเบียบ

นายกฯ ปธ.พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568

รายชื่อผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง

สำหรับชั้นสายสะพาย มีบุคคลสำคัญหลายท่าน เช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้รับมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

ส่วนชั้นต่ำกว่าสายสะพาย เช่น นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)

ภาพพิธี นายกฯ ปธ.พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568

ข้าราชการพลเรือนสามัญระดับสูงที่ได้รับมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) มีหลายท่าน เช่น นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอื่นๆ อีกมากมาย เช่น นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

  • นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร – ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ม.ป.ช.)
  • นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ – ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (ม.ป.ช.)
  • นายอนันต์ แก้วกำเนิด – ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (ม.ป.ช.)
  • นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ – ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (ม.ป.ช.)
  • นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ – ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ม.ป.ช.)
ผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในพิธีที่นายกฯ เป็นประธาน

ความหมายและความสำคัญของเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่ผู้มีคุณงามความดีต่อแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน การพัฒนาประเทศ หรือการเสียสละเพื่อชาติ การได้รับรางวัลนี้ไม่ใช่แค่เกียรติส่วนตัว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานทุกระดับมุ่งมั่นมากขึ้น ในปี 2568 มีผู้ได้รับพระราชทานรวม 20,141 ราย ซึ่งสะท้อนพระราชปณิธานในการเชิดชูผู้ทำความดี

พิธีนี้ยังแสดงถึงความสามัคคีในรัฐบาลและหน่วยงานราชการ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเมือง และภัยธรรมชาติ การมอบรางวัลนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าผลงานดีเด่นจะได้รับการตอบแทนอย่างคุ้มค่า

บรรยากาศพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 2568

ในมุมมองของผม การจัด นายกฯ ปธ.พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568 เป็นโอกาสอันดีที่จะกระตุ้นให้ทุกคนในภาครัฐทำงานหนักขึ้น สร้างผลงานที่ยั่งยืนเพื่อประชาชน ลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนได้รับแรงจูงใจแบบนี้ ประเทศไทยเราจะก้าวหน้าขนาดไหน! คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ความคิดในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา

ที่มา – นายกฯ ปธ.พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568 แก่ ครม. ผู้ว่าฯ ส่วนราชการ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นข่าวสำคัญที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและสังคมไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย รวมบุคคลสำคัญ

การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ครอบคลุมผู้มีคุณงามความดีและผลงานโดดเด่นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 20,141 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงการยกย่องผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมทั่วประเทศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกและมงกุฎไทยชั้นสายสะพาย ถือเป็นชั้นสูงสุดที่มอบให้แก่ผู้มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ เช่น นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร และบุคคลากรอื่นๆ ที่อุทิศตนเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในรายชื่อผู้ได้รับพระราชทาน มีบุคคลชื่อดังในแวดวงการเมืองหลายราย เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้รับชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุด นอกจากนี้ยังมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย

รายชื่ออดีตรัฐมนตรีที่ได้รับพระราชทาน

  • ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก: พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นางมนพร เจริญศรี
  • ชั้นมหาวชิรมงกุฎ: นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ, นางสาวจิราพร สินธุ์ไพร, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก: นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย: นายอัครา พรหมเผ่า

รายชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นอดีตรัฐมนตรีที่มีบทบาทสำคัญในอดีต เช่น พลเอก ณัฐพล เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี นางนฤมล เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ การได้รับพระราชทานในครั้งนี้ ยืนยันถึงผลงานที่ผ่านมา แม้บางท่านจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันแล้วก็ตาม

นอกจากบุคคลการเมืองแล้ว ยังมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทั่วไปอีกมากมายที่ได้รับพระราชทาน ซึ่งแสดงถึงพระราชปณิธานในการยกย่องทุกภาคส่วนของสังคมไทย โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย จึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและการอุทิศตน

ความหมายของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกและมงกุฎไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก มอบให้ผู้มีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อชาติ ส่วนมงกุฎไทยเน้นเกียรติยศและความจงรักภักดี ชั้นสายสะพายคือชั้นสูงสุดที่ผู้รับสามารถสวมสายสะพายได้ในการพระราชพิธี ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุด ผู้ที่ได้รับมักมีบทบาทนำในสังคม เช่น รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง

สำหรับผู้สนใจรายชื่อฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดประกาศราชกิจจานุเบกษาได้ที่นี่ เพื่อตรวจสอบชื่อตัวเองหรือบุคคลที่รู้จัก

การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ครั้งนี้ สะท้อนถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาในการเชิดชูผู้ทำคุณประโยชน์ ในมุมมองของผม มันเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนมุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป หากคุณมีญาติหรือเพื่อนที่ได้รับ ลองแชร์ความยินดีกันในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองและราชการจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย รวม “ภูมิธรรม-ซาบีดา-อดีตรมต.”

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารและเครื่องราชให้ 3 นายทหาร

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวที่น่าประทับใจจากราชกิจจานุเบกษาเลยทีเดียว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ ให้ 3 นายทหาร ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการเชิดชูเกียรติยศให้กับวีรบุรุษที่อุทิศตนเพื่อชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ประกาศนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา โดยสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษแก่ข้าราชการทหารสังกัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 3 ราย ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุฉุกเฉิน นับเป็นพระราชกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ของพวกเขาได้รับความปลอบประโลม

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ ให้ 3 นายทหาร

มาดูรายละเอียดกันเลยครับ สำหรับยศทหารที่พระราชทานนั้น แบ่งตามหน่วยงานดังนี้

กองทัพบก

  • ร้อยโท ภูวิวัฒน์ คำสง พระราชทานยศเป็น พลตรี ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2568
  • ร้อยโท อภิชาติ ผาพันธุ์ พระราชทานยศเป็น พลตรี ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2568

กองทัพอากาศ

  • พันจ่าอากาศเอก สุขเกษม พรหมพันธ์ชัย พระราชทานยศเป็น นาวาอากาศตรี ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568

ส่วนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชทานเป็นกรณีพิเศษนั้น ก็เพื่อเป็นเกียรติยศสูงสุดให้กับวีรชนทั้งสามท่าน ดังนี้

  • พลตรี ภูวิวัฒน์ คำสง ได้รับ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย
  • พลตรี อภิชาติ ผาพันธุ์ ได้รับ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
  • นาวาอากาศตรี สุขเกษม พรหมพันธ์ชัย ได้รับ เบญจมาภรณ์ช้างเผือก

ทั้งหมดนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 ประกาศ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยมีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สามารถดูเอกสารยศทหารและดูเอกสารเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ครับ

การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ ให้ 3 นายทหาร ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลื่อนยศหรือมอบเครื่องราชธรรมดา แต่เป็นการแสดงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมเมตตา พระองค์ทรงตระหนักถึงความเสียสละของเหล่าทหารที่ปกป้องประเทศในยามวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ สงคราม หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ พวกเขาคือฮีโร่ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อผองพี่น้องชาวไทย

ในสังคมไทย การได้รับพระราชทานยศและเครื่องราชนี้ ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ครอบครัวจะภูมิใจไปตลอดกาล มันช่วยเยียวยาบาดแผลในใจ และเป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังเห็นคุณค่าของการรับใช้ชาติ นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงพระราชปณิธานในการปกครองที่ทรงคำนึงถึงทุกข์สุขของปวงชน โดยเฉพาะครอบครัวทหารที่สูญเสียสมาชิก

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าไม่มีทหารกล้าหาญเหล่านี้ ประเทศเราจะปลอดภัยได้อย่างไร? จากเหตุการณ์น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการช่วยเหลือประชาชนในยามภัย พวกเขาคือกำลังสำคัญเสมอมา การพระราชทานครั้งนี้จึงเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารทุกคนที่ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ในฐานะคนไทย ผมรู้สึกซาบซึ้งและภาคภูมิใจเหลือเกิน ขอให้หลับเย็นนะครับวีรบุรุษทั้งสาม และขอให้กองทัพไทยเข้มแข็งต่อไป หากคุณมีเรื่องราววีรกรรมทหารที่น่าสนใจ แชร์มาในคอมเมนต์ได้เลยครับ หรือติดตามข่าวราชการและพระราชกรณียกิจเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลดีๆ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ ให้ 3 นายทหาร

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ช้างเผือก มงกุฎไทย 2 คน

วันนี้เรามีข่าวดีจากราชกิจจานุเบกษาที่น่าประทับใจมากเลยนะครับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ช้างเผือก มงกุฎไทย แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ถึง 2 ราย เป็นพระราชกรุณายิ่งใหญ่ที่แสดงถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถในการเชิดชูผู้มีคุณงามความดี

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ช้างเผือก มงกุฎไทย

ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 8 เมษายน 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะครับ ตามเอกสารจริง) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ทั้ง 2 ราย ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน 2567

เครื่องราชอิสริยาภรณ์เหล่านี้ถือเป็นเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดของชาติไทย โดยช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และยอดเยี่ยม ส่วนมงกุฎไทยแสดงถึงเกียรติยศอันสูงส่ง ผู้ที่ได้รับต่างเป็นบุคคลที่ทรงคุณวุฒิ ทุ่มเทรับใช้พระองค์อย่างสุดความสามารถ การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ช้างเผือก มงกุฎไทย ครั้งนี้ จึงเป็นการถวายพระเกียรติยศแก่ผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท

รายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก
    • ร้อยโทหญิง วราลักษณ์ คนโต
    • ร้อยตรีหญิง ปิยากร ดวงราษี
  • ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย
    • ร้อยโทหญิง วราลักษณ์ คนโต
    • ร้อยตรีหญิง ปิยากร ดวงราษี

ทั้งสองท่านนี้เป็นข้าราชบริพารในพระองค์ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด ด้วยความซื่อสัตย์และวิริยะอุตสาหะ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหาร การดูแล หรือภารกิจพิเศษต่างๆ ที่ต้องใช้ความรอบคอบและความรับผิดชอบสูง การได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ในครั้งนี้ ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงผลงานอันน่าประทับใจ

หากย้อนดูประวัติศาสตร์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกและมงกุฎไทยก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเชิดชูบุคคลที่มีคุณูปการต่อแผ่นดิน ช้างเผือกมี 9 ชั้น สูงสุดคือจตุรถาภรณ์ช้างเผือก ส่วนมงกุฎไทยก็เช่นกัน ชั้นตริตาภรณ์ถือเป็นชั้นกลางๆ แต่ก็เป็นเกียรติยศที่หาได้ยากมาก ต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากคณะกรรมการ

ข่าว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ช้างเผือก มงกุฎไทย นี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมข้าราชการและข้าราชบริพารให้มีคุณธรรมจริยธรรม ในยุคที่สังคมไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย การมีแบบอย่างที่ดีเช่นนี้ย่อมเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มุ่งมั่นในการรับใช้ชาติและพระมหากษัตริย์ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีลิงก์ต้นฉบับจากราชกิจจานุเบกษาให้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิกที่นี่ เพื่อความถูกต้องและครบถ้วน

ในความเห็นส่วนตัว การพระราชทานเครื่องราชฯ ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติแก่ผู้รับเท่านั้น แต่ยังเป็นพระราชกรุณาที่แผ่กระจายไปยังครอบครัวและสังคมรอบข้าง สร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนรักและศรัทธาในพระราชอิสรภาพยิ่งขึ้น เชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวพระราชกรณียกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อเผยแพร่ความดีงามให้โลกรู้ครับ!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก-มงกุฎไทย 2 ข้าราชบริพารในพระองค์

Scroll to top