พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

ศุภชัย เปิดข้อมูลฮั้ว สว.ส้ม จัดประชุมแจกโพย สู้กันเดือด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อนายศุภชัย ใจสมุทร ออกมาแฉขบวนการ ศุภชัย เปิดข้อมูลฮั้ว สว.ส้ม จัดประชุมแจกโพย สู้กันเดือด โดยอ้างว่าพบหลักฐานการจัดตั้งกลุ่มแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมที่หอศิลป์จิม ทอมป์สัน หรือการตั้งกลุ่มไลน์เพื่อกำหนดเบอร์เป้าหมายให้บล็อกโหวต งานนี้บอกเลยว่ามีข้อมูลแน่นจนต้องออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานการเลือกตั้งที่ผ่านมา

เบื้องลึกความขัดแย้ง: ศุภชัย เปิดข้อมูลฮั้ว สว.ส้ม จัดประชุมแจกโพย สู้กันเดือด

นายศุภชัยระบุว่า การที่กลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่งกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่ามีการฮั้ว แต่พอถึงคราวตัวเองกลับบอกว่าไม่โกงนั้น เป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถาม โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่ามีการแบ่งบทบาทชัดเจน ใครได้เป็นผู้สมัคร ใครทำหน้าที่เป็นโหวตเตอร์ เพื่อให้บุคคลเป้าหมายได้รับเลือกเป็น สว. ได้สำเร็จ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่แค่การกล่าวอ้างลอยๆ แต่มีการเก็บรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว

เปิดหลักฐานใบเสร็จ: ใครกันแน่ที่จ่ายเงิน?

นอกจากประเด็นการจัดประชุมที่หอศิลป์แล้ว ยังมีความขัดแย้งในกรณีที่ สว.นันทนา ออกมาระบุว่าการจัดประชุมที่เมืองทองธานีเป็นการรวมตัวกันเอง แต่ทางฝั่งนายศุภชัยยืนยันว่า ศุภชัย เปิดข้อมูลฮั้ว สว.ส้ม จัดประชุมแจกโพย สู้กันเดือด โดยมีใบเสร็จแน่ชัดว่าหน่วยงานอย่างสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเป็นผู้จ่ายเงิน ซึ่งต้องไปติดตามกันต่อว่าใบเสร็จนี้จะถูกนำไปใช้ลดหย่อนภาษีหรือไม่

  • พบหลักฐานใบเสร็จค่าใช้จ่ายห้องจัดเลี้ยงจากสำนักพิมพ์ดัง
  • การนัดพบที่หอศิลป์เพื่อจัดตั้งกลุ่มไลน์
  • การแอบแจกโพยเขียนชื่อผู้สมัครให้เลือก
  • กระบวนการบล็อกโหวตเพื่อตำแหน่ง สว.

ท้ายที่สุด การจะตรวจสอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องแสดงฝีมือให้ประชาชนเห็นว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสแค่ไหน เพราะหากกติกาที่ซับซ้อนกลายเป็นเครื่องมือในการฮั้วโหวต ความเชื่อมั่นในสนามเลือกตั้งย่อมลดน้อยถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนทุกคนต่างเฝ้ารอคำตอบที่ชัดเจนว่าความยุติธรรมในเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร

ที่มา – “ศุภชัย” เปิดอีก iLaw จัดประชุม ผู้สมัคร สว.กทม.ส้ม ที่หอศิลป์ ตั้ง กรุ๊ปไลน์ และแจกโพย

พรรคพลังประชารัฐยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ส.ส.เสมอภาค

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย เป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนในช่วงนี้ หลังจากมีข้อกล่าวหาจากนายสนธิญา สวัสดี ที่ร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าพรรคมีการเลือกปฏิบัติในการสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นคำร้องยุบพรรคได้ พรรคพลังประชารัฐได้ออกหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย

พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองตามอุดมการณ์และนโยบายที่ชัดเจน การเป็นสมาชิกพรรคหรือผู้สมัคร ส.ส. ถือเป็นงานอาสาสาธารณะที่ต้องอาศัยความเสียสละจากทุกคน โดยพรรคจะสนับสนุนผู้สมัครผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเสมอภาค ภายใต้กรอบกฎหมาย ข้อบังคับพรรค มติพรรค และศักยภาพด้านงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา

รูปแบบการสนับสนุนจะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันและดุลพินิจเชิงบริหารภายในพรรค เช่น การประชาสัมพันธ์ผลงาน นโยบาย และจุดยืนทางการเมืองผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้สมัครทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ในเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคได้ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้สมัครสามารถสื่อสารนโยบายไปยังประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อกล่าวหาไม่มีมูล พรรคยึดหลักนิติธรรม

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรืองดเว้นการสนับสนุนโดยมิชอบ ข้อกล่าวหาจากนายสนธิญายังขาดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิสูจน์การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคจึงขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการที่โปร่งใสและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

หลักเกณฑ์การสนับสนุนผู้สมัครของพรรค

  • ตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค: ทุกการสนับสนุนต้องอยู่ในกรอบพระราชบัญญัติพรรคการเมือง
  • เสมอภาค: ผู้สมัครทุกรายได้รับการประชาสัมพันธ์ผลงานพรรคเท่าเทียม
  • ตามศักยภาพ: พิจารณางบประมาณและสถานการณ์ในแต่ละช่วง
  • โปร่งใส: มีการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐยังมีประวัติการทำงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศ เช่น นโยบายเศรษฐกิจ สวัสดิการประชาชน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งผู้สมัคร ส.ส. ได้นำไปรณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่อง การชี้แจงครั้งนี้ช่วยยืนยันภาพลักษณ์ของพรรคที่ยึดหลักธรรมาภิบาลทางการเมือง

ในบริบทของการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การมีข้อกล่าวหาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พรรคเลือกตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงและเอกสารชัดเจน แทนการโต้เถียงโดยไร้สาระ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน

สุดท้าย พรรคพลังประชารัฐขอเชิญชวนประชาชนติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคอย่างใกล้ชิด หากคุณมีข้อสงสัยหรือเห็นต่าง สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เรายินดีรับฟังทุกมุมมองเพื่อพัฒนาการเมืองให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ

วันนี้เรามีข่าวสำคัญในแวดวงการปราบปรามทุจริตที่กำลังเป็นกระแส เมื่อ ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ โดยชงให้อัยการฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์สินมูลค่า 321 ล้านบาทเต็มๆ! เรื่องนี้เกิดขึ้นกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครศรีธรรมราช พังงา และสตูล ซึ่งถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการตรวจสอบทรัพย์สินเจ้าหน้าที่รัฐที่ ป.ป.ช. ไม่ยอมปล่อยผ่าน

ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ

จากแถลงของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมากแบบไม่สมเหตุสมผลกับรายได้ และที่มาที่ไปไม่สามารถอธิบายได้ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 321,670,858.30 บาท

คดีนี้มาจากการเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่นายจำเริญต้องยื่นแสดง ทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในชื่อตัวเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่ง ป.ป.ช. พบว่ามีการเพิ่มขึ้นผิดปกติ สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง

รายละเอียดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ

มาดูกันว่าทรัพย์สินที่ตรวจพบมีอะไรบ้าง เราจัดเป็นลิสต์ให้ดูง่ายๆ:

  • เงินฝากธนาคารในชื่อนายจำเริญ: 1 บัญชี มูลค่า 1,488,514.80 บาท
  • เงินฝากธนาคารในชื่อคู่สมรส: 13 บัญชี รวม 260,846,734.80 บาท (ส่วนใหญ่เลยนะครับ!)
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในชื่อคู่สมรส: 22 รายการ รวมมูลค่า 47,445,608.70 บาท
  • ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในชื่อบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ: 1 รายการ มูลค่า 5,690,000 บาท (รวมค่าตกแต่งและอุปกรณ์)
  • รถยนต์ในชื่อคู่สมรส: 6 คัน รวมมูลค่า 6,200,000 บาท

เห็นมั้ยครับ เงินฝากในชื่อภรรยาเยอะสุดเกือบ 261 ล้าน แสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินถูกกระจายเพื่อปกปิด แต่ ป.ป.ช. ไต่สวนเจอหมด!

ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ ภาพแถลงข่าว

ขั้นตอนต่อไป: ชงอัยการฟ้องศาลและลงโทษไล่ออก

ป.ป.ช. ส่งสำนวนการไต่สวน พยานหลักฐานทั้งหมดไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งยึดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน หากยึดไม่ได้ทั้งหมด ศาลสามารถสั่งยึดทรัพย์อื่นๆ ได้ภายใน 10 ปี ตาม พ.ร.ป. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 125

นอกจากนี้ ยังสรุปส่งผู้บังคับบัญชา ชงกระทรวงมหาดไทยลงโทษไล่ออก โดยถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 122 วรรคหนึ่งและวรรคสาม เรียกได้ว่าทั้งทางแพ่งและวินัยเต็มสูบ!

ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ ชงไล่ออก

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตในระดับผู้บริหารท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่รายได้สูง อาจมาจากผลประโยชน์จากโครงการก่อสร้างหรือสัมปทานต่างๆ ป.ป.ช. ทำงานละเอียดมากในการตรวจสอบบัญชีธนาคารและทะเบียนทรัพย์สิน

สำหรับประชาชนอย่างเรา การมีกลไกแบบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการได้ หากเจ้าหน้าที่รู้ว่าทุกอย่างโปร่งใส จะกล้าทุจริตน้อยลง คดีนี้ยังเป็นคดีสำคัญคู่ขนานอีก 1 เรื่อง แต่โฟกัสที่ร่ำรวยผิดปกติก่อน

สุดท้าย กรณี ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคดีใหญ่ ลองติดตามกันต่อไป คุณคิดว่าศาลจะสั่งยึดได้ทั้งหมดมั้ย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันการทุจริต!

ที่มา – ป.ป.ช. ชี้มูล “จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา” ร่ำรวยผิดปกติ ชงอัยการฟ้องศาลยึดทรัพย์สิน 321 ล้านบาท

Scroll to top