พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์

รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวใหญ่โตที่เกี่ยวข้องกับคดีประพฤติมิชอบและความสัมพันธ์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชื่อดังที่ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก สถานการณ์นี้กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการราชวงศ์อังกฤษ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าอนาคตของราชสันตติวงศ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

จากรายงานของสำนักข่าว BBC เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐมนตรีหลายคนของสหราชอาณาจักรได้ออกมาแสดงท่าทีชัดเจน โดยนายลุค พอลลาร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาเสนอกฎหมายเพื่อถอดถอนอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ รัฐบาลกำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพระราชวังบักกิงแฮม เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตเจ้าชายผู้นี้มีโอกาสขึ้นครองราชย์ในอนาคตอันใกล้

รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ อย่างไร

นายพอลลาร์ดกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “เรื่องนี้ควรได้รับความสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง แต่เราต้องรอให้การสอบสวนของตำรวจสิ้นสุดลงก่อน” ขณะที่นายเจมส์ เมอร์เรย์ เลขานุการเอกกระทรวงการคลัง ก็เห็นด้วยว่าประเด็นนี้ซับซ้อนและต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนจบ

ปัจจุบัน อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบราชสันตติวงศ์ แม้จะถูกถอดฐานันดรศักดิ์และคำนำหน้า “เจ้าชาย” ไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน เนื่องจากกระแสกดดันเรื่องความสัมพันธ์กับเอปสตีน ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เขาถูกจับกุมในข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะ และถูกควบคุมตัวนาน 11 ชั่วโมงก่อนได้รับการปล่อยตัว โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ขั้นตอนการถอดถอนจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์

การถอดถอนเชื้อพระวงศ์ออกจากลำดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร สภาขุนนาง และพระปรมาภิไธยจากกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 นอกจากนี้ ยังต้องขออนุมัติจาก 14 ประเทศในเครือจักรภพ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

  • ครั้งล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงลำดับคือปี 2556 ด้วยพระราชบัญญัติการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 2013 ที่ยกเลิกระบบรัชทายาทบุรุษเป็นใหญ่
  • การถอดถอนครั้งประวัติศาสตร์เกิดในปี 2479 เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 สละราชสมบัติ

มีรายงานว่ารถตำรวจหลายคันเข้าตรวจค้นที่ Royal Lodge บ้านพักของแอนดรูว์ในวินด์เซอร์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ประเด็นนี้ไม่เพียงกระทบภาพลักษณ์ราชวงศ์ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความยุติธรรม ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากรัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ สำเร็จ จะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับราชวงศ์อังกฤษ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ราชวงศ์ควรปรับตัวอย่างไรในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็ว ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญจากต่างประเทศ

ที่มา – รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์

คิงชาร์ลส์ยืนยัน กฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอน หลังพระอนุชาถูกจับกุม

คิงชาร์ลส์ยืนยัน กฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอน หลังพระอนุชาถูกจับกุม เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก โดยเฉพาะในหมู่ผู้ติดตามข่าวสารราชวงศ์อังกฤษ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อรับทราบข่าวการจับกุมพระอนุชาเจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

คิงชาร์ลส์ยืนยัน กฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอน หลังพระอนุชาถูกจับกุม

ในแถลงการณ์ดังกล่าว พระองค์ทรงแสดงความกังวลพระราชหฤทัยอย่างยิ่งต่อข่าวที่พระอนุชา คือ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ ถูกจับกุมในข้อหาประพฤติมิชอบต่อหน้าที่สาธารณะ พระองค์ตรัสว่า “ข้าพเจ้าได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ และข้อสงสัยในพฤติกรรมมิชอบในการดำรงตำแหน่งสาธารณะด้วยความกังวลใจอย่างยิ่ง” แต่ทรงย้ำชัดเจนว่า คิงชาร์ลส์ยืนยัน กฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอน และกระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินไปอย่างครบถ้วน ยุติธรรม และเหมาะสม

พระองค์ยังตรัสเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากราชวงศ์ และในระหว่างที่กระบวนการนี้กำลังดำเนินอยู่ พระองค์จะไม่ให้ความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นอกจากนี้ พระองค์และครอบครัวจะยังคงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อไปตามปกติ

背景ของเหตุการณ์ที่นำไปสู่การจับกุม

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตำรวจบุกเข้าไปที่พระราชฐานแซนดริงแฮม ในมณฑลนอร์ฟอล์ก ซึ่งเป็นที่พักของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ สาเหตุหลักมาจากเอกสารที่สหรัฐอเมริกาเผยแพร่ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศ หนึ่งในหลักฐานสำคัญคืออีเมลที่บ่งชี้ว่า แอนดรูว์ได้เปิดเผยข้อมูลลับจากการปฏิบัติหน้าที่ทูตการค้าในช่วงปี 2553-2554 ให้เอปสตีนทราบ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าชายแอนดรูว์เท่านั้น แต่ยังสะเทือนไปถึงราชวงศ์อังกฤษโดยรวม ผู้คนจำนวนมากกำลังจับตามองว่ากรณีนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ปฏิกิริยาจากสมาชิกราชวงศ์อื่นๆ

นอกจากคิงชาร์ลส์แล้ว เจ้าชายวิลเลียม มกุฎราชกุมาร และแคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา ก็ได้แสดงการสนับสนุนแถลงการณ์ของพระราชบิดาอย่างเต็มที่ ทั้งสองพระองค์ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับกระบวนการทางกฎหมายอย่างสุดความสามารถ

  • คิงชาร์ลส์ทรงเน้นย้ำหลักนิติธรรม
  • เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีนให้การสนับสนุนเต็มที่
  • ราชวงศ์ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อประชาชน

กรณี คิงชาร์ลส์ยืนยัน กฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอน หลังพระอนุชาถูกจับกุม นี้นับเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับราชวงศ์อังกฤษในยุคสมัยใหม่ ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสื่อและสังคมโลก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยึดมั่นหลักนิติธรรม แม้จะเป็นเรื่องภายในราชวงศ์ก็ตาม

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าราชวงศ์ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และการยืนยันของคิงชาร์ลส์ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อประชาธิปไตย ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจมีผลกระทบทางการเมืองและสังคมในอังกฤษ

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – คิงชาร์ลส์ยืนยัน กฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอน หลังพระอนุชาถูกจับกุม

คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน

คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คนติดตามข่าวราชวงศ์อังกฤษ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมของพระอนุชา คืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หลังจากมีเอกสารลับถูกเปิดเผยออกมา

คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงกังวลพระทัยเป็นอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ พระอนุชา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นทูตการค้าของสหราชอาณาจักร การแสดงออกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ชัดเจนทั้งในถ้อยคำและการกระทำ

โฆษกย้ำชัดว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นหน้าที่ส่วนตัวของแอนดรูว์ แต่หากตำรวจเทมส์วัลเลย์ติดต่อมา สำนักพระราชวังพร้อมสนับสนุนเต็มที่ตามที่คาดหวังจากสาธารณชน ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากตำรวจยืนยันว่ากำลังพิจารณาคำร้องจากกลุ่ม Republic ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านระบอบกษัตริย์ ที่แจ้งความดำเนินคดีกับแอนดรูว์ในข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะและละเมิดความลับ

ต้นตอข้อกล่าวหาจากแฟ้มเอปสตีน

ข้อกล่าวหาครั้งนี้มีรากฐานมาจากอีเมลในแฟ้มเอกสารคดีของแจฟฟรีย์ เอปสตีน นายทุนเพศสัมพันธ์ที่รัฐบาลสหรัฐเปิดเผย เอกสารเผยว่า ในปี 2553-2554 แอนดรูว์ได้ส่งข้อมูลลับให้เอปสตีน ซึ่งตอนนั้นกำลังถูกสอบสวน

  • รายงานการเยือนสิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนามอย่างเป็นทางการ
  • รายละเอียดโอกาสลงทุนในอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกจัดเป็นข้อมูล “ลับ”
  • ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งต่อผ่านอีเมลส่วนตัว

กรณีนี้เชื่อมโยงกับ скандал Epstein ที่แอนดรูว์เคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ แม้ศาลจะยกฟ้อง แต่ชื่อเสียงของเขายังคงถูกสาดโคลน

การตอบสนองจากราชวงศ์และสังคม

แถลงการณ์จากบักกิงแฮมยังระบุว่า พระเจ้าชาร์ลส์และสมเด็จพระราชินี Camilla ทรงมีความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อการล่วงละเมิดทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง การยืนยันสนับสนุนตำรวจนี้แสดงถึงความโปร่งใสของราชวงศ์ในยุคใหม่ หลังจากที่ผ่านมาเคยถูกวิจารณ์เรื่องปกปิด

ก่อนหน้านี้ แอนดรูว์ถูกถอดยศและตำแหน่งทหาร รวมถึงสิทธิ์ใช้คำนำหน้า HRH ทำให้เขาต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากพี่ชาย พระเจ้าชาร์ลส์เคยสั่งให้แอนดรูว์ย้ายออกจากพระราชวังรอยัลลอดจ์เพื่อลดค่าใช้จ่ายราชการ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การจ่ายเงินชดเชย 12 ล้านปอนด์ให้กับเวอร์จิเนีย กิฟฟรี ผู้กล่าวหาแอนดรูว์ในคดี Epstein ซึ่งแอนดรูว์ปฏิเสธ แต่ยอมจ่ายเพื่อยุติคดี

เหตุการณ์คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน นี้ สะท้อนถึงแรงกดดันจากสาธารณชนและสื่อที่ต้องการความรับผิดชอบจากราชวงศ์ โดยเฉพาะในยุคที่สถาบันกษัตริย์ถูกตั้งคำถามเรื่องต้นทุนและศีลธรรม

สำหรับผู้ที่สนใจข่าวราชวงศ์อังกฤษเพิ่มเติม เราขอแนะนำให้ติดตาม ข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตพัฒนาการล่าสุด กรณีนี้ยังคงต้องจับตาดูว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างไร และราชวงศ์จะจัดการกับผลกระทบอย่างไรต่อไป

ในมุมมองของเรา เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการยืนหยัดต่อความยุติธรรม แม้จะกระทบครอบครัวก็ตาม คุณคิดเห็นอย่างไรกับการตัดสินใจของพระเจ้าชาร์ลส์? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหาร แอนดรูว์?

ทางการอังกฤษเผย กำลังดำเนินการถอดยศทางทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ตามพระประสงค์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่กี่วันหลังมีการถอดยศ “เจ้าชาย”

เมื่อ 2 พ.ย. 2568 นายจอห์น ฮีลลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการถอดถอน ตำแหน่งทางทหารกิตติมศักดิ์ตำแหน่งสุดท้ายของ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือชื่อปัจจุบันคือ แอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

แอนดรูว์ ซึ่งถูกถอดถอนพระยศเจ้าชายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 ต.ค.) ยังคงมียศเป็นพลเรือโทแห่งราชนาวีอังกฤษ หลังจากที่พระองค์สละตำแหน่งทางทหารอื่น ๆ ไปเมื่อปี 2565

นายฮีลลีย์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ของ BBC ว่า “นี่เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง เป็นการดำเนินการตามพระประสงค์ของพระมหากษัตริย์ และเรากำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่”

ทั้งนี้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เคยรับราชการในราชนาวีอังกฤษเป็นเวลา 22 ปี และปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ในสงครามฟอล์กแลนด์ จนได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษสงครามมาหลายสิบปี ก่อนที่เขาจะเข้าไปพัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ และความเกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับ

แอนดรูว์เมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชาย ถูกฟ้องร้องคดีแพ่งในสหรัฐฯ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเขาปฏิเสธการกระทำผิดมาตลอด แต่ตัดสินใจคืนตำแหน่งทางทหารและตำแหน่งผู้อุปถัมภ์อื่นๆ ของราชวงศ์ในปี 2565 เหลือเพียงยศพลเรือโท และหยุดใช้คำนำหน้าว่า His Royal Highness ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

ต่อมา แอนดรูว์ตกลงยอมความในคดีที่ วิกตอเรีย จุฟเฟร เหยื่อการค้าประเวณีและการล่วงละเมิดทางเพศของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ยื่นฟ้อง โดยเธอกล่าวหาแอนดรูว์ว่า ล่วงละเมิดทางเพศเธอขณะที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาปฏิเสธ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีนับจากนั้น แต่แรงกดดันที่มีต่อแอนดรูว์กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดในสัปดาห์นี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะถอดถอนพระยศเจ้าชายของแอนดรูว์ และสิทธิพิเศษในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด

น.ส.วาเลนไทน์ โลว์ ผู้สื่อข่าวราชสำนัก กล่าวในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ว่า การถอดถอนตำแหน่งทางทหารสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์จะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างใหญ่หลวง เพราะ “เชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะแอนดรูว์ มีความภาคภูมิใจอย่างมากและมุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งทางทหารไว้”

“ดูเหมือนสมเด็จพระราชาจะตั้งพระทัยที่จะถอดถอนทุกอย่างจากพระอนุชาโดยสิ้นเชิง สิ่งที่พระองค์กำลังแสดงออกมาคือ ความเด็ดขาดไร้ปรานีอย่างชัดเจน” น.ส.โลว์กล่าว

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพระองค์ในการปรับปรุงภาพลักษณ์ของราชวงศ์ การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการดำเนินการที่เด็ดขาดและชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่ออดีตเจ้าชายแอนดรูว์

ผลกระทบจากการที่ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

การที่ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงภายในราชวงศ์ การกระทำนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารราชสำนักในอนาคต

นอกจากนี้ การตัดสินใจของ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ยังเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากสาธารณชน ที่ต้องการเห็นความโปร่งใสและความรับผิดชอบจากสมาชิกราชวงศ์ การดำเนินการครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การตัดสินใจที่เด็ดขาดอาจสร้างความไม่พอใจให้กับบางกลุ่ม แต่ก็อาจได้รับการยกย่องจากผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

อนาคตของราชวงศ์อังกฤษภายใต้การนำของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การที่ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความเด็ดขาดของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของราชวงศ์อังกฤษ หากคุณสนใจข่าวสารต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เชิงลึกได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ที่มา – คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

เจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่


สื่ออังกฤษเผย อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ อาจยังไม่ย้ายออกจากคฤหาสน์หรู Royal Lodge จนกว่าจะถึงต้นปีหน้า ขณะที่รัฐบาลอังกฤษยืนยันยังไม่มีแผนตัดชื่อเขาออกจากรายชื่อผู้สืบราชสันตติวงศ์

หลังจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชดำริให้พระอนุชาทรงย้ายออกจากคฤหาสน์หรู Royal Lodge และยุติฐานันดรศักดิ์เจ้าชาย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดสำนักข่าว BBC รายงานอ้างแหล่งข่าวในพระราชสำนักว่า การย้ายอาจถูกเลื่อนไปหลังปีใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงความกระอักกระอ่วนในช่วง เทศกาลคริสต์มาส ที่พระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จรวมตัวกันที่แซนดริงแฮมตามธรรมเนียมทุกปี 

โดยหลังจากนี้ แอนดรูว์ เมาท์แบทเท่น วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ จะย้ายไปพำนักที่ที่พักส่วนตัวภายในพระตำหนักแซนดริงแฮม ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของกษัตริย์ โดยค่าใช้จ่ายและการดูแลทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเจ้าชาร์ลส์

อย่างไรก็ตามบีบีซีเปิดเผยว่า แม้จะถูกถอดพระอิสริยยศและสิทธิพิเศษส่วนใหญ่แล้ว แต่แอนดรูว์จะยังคง อยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบราชสันตติวงศ์อังกฤษ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน

โดยรัฐบาลอังกฤษ ยืนยันว่ายังไม่มีแผน ออกกฎหมายเพื่อตัดชื่ออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ออกจากรายชื่อผู้สืบราชสันตติวงศ์ เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจาก รัฐสภาอังกฤษ และ เครือจักรภพอังกฤษ รวมถึงประเทศต่าง ๆ อย่างออสเตรเลียและแคนาดา ซึ่งถือว่าซับซ้อนและต้องใช้เวลา

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจาก พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชดำริปลดพระอนุชาออกจากตำแหน่งและเครื่องอิสริยาภรณ์ทั้งหมด ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่ยังไม่คลาย หลังจากอดีตเจ้าชายแอนดรูว์มีความเกี่ยวพันกับ เจฟฟรีย์ เอพสตีน นักการเงินผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเยาวชน

แม้พระองค์จะยืนยันว่าไม่เคยกระทำผิด และได้จ่ายเงินชดเชยให้ เวอร์จิเนีย จูฟเฟร ผู้กล่าวหาในปี 2022 เพื่อยุติคดีแพ่ง แต่เสียงวิจารณ์ยังคงกดดันราชสำนักอย่างต่อเนื่อง

โพลล่าสุดจาก YouGov เผยว่า ประชาชนกว่า 79% สนับสนุนการถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์ และมากกว่าครึ่งมองว่าพระเจ้าชาร์ลส์ทรงตัดสินพระทัยถูกต้อง แต่ก็มีเสียงสะท้อนว่าควรดำเนินการเร็วกว่านี้

ขณะที่ราชสำนักยืนยันว่าการย้ายออกจาก Royal Lodge จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทว่าแหล่งข่าววงในเผยว่าอาจต้องรอถึงต้นปีหน้า ก่อนที่อดีตเจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระราชินีเอลิซาเบธ พระมารดา.

เจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่

สถานการณ์ของเจ้าชายแอนดรูว์ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการย้ายออกจาก Royal Lodge ซึ่งเป็นบ้านพักที่พระองค์ทรงประทับมานาน สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานตรงกันว่า การย้ายอาจเลื่อนไปเป็นหลังปีใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่พระราชวงศ์จะมารวมตัวกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ทำไมเจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่

การตัดสินใจให้เจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่นั้น มีสาเหตุหลักมาจากพระราชดำริของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่ต้องการให้พระอนุชาลดบทบาทและยุติการใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย หลังจากที่เจ้าชายแอนดรูว์ถูกถอดออกจากตำแหน่งและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งหมด เนื่องจากความเกี่ยวพันกับเจฟฟรีย์ เอพสตีน

ถึงแม้เจ้าชายแอนดรูว์จะปฏิเสธข้อกล่าวหาและจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้กล่าวหา แต่ภาพลักษณ์ของพระองค์ก็ยังคงมัวหมองในสายตาของสาธารณชน การที่พระองค์ยังคงประทับอยู่ใน Royal Lodge ซึ่งเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ก็อาจถูกมองว่าเป็นการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมและไม่เห็นอกเห็นใจประชาชน

อนาคตของเจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่จะเป็นอย่างไรต่อไป? แม้ว่าพระองค์จะถูกถอดออกจากตำแหน่งและเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว แต่เจ้าชายแอนดรูว์ก็ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบราชสันตติวงศ์อังกฤษ และรัฐบาลอังกฤษยังไม่มีแผนที่จะตัดชื่อพระองค์ออกจากรายชื่อผู้สืบราชสันตติวงศ์

อย่างไรก็ตาม การที่พระองค์ยังคงอยู่ในลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะกลับมามีบทบาทในราชวงศ์อีกครั้ง สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าบทบาทของเจ้าชายแอนดรูว์ในราชวงศ์นั้นลดน้อยลงอย่างมาก และพระองค์อาจจะต้องใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ต่อไป

การย้ายออกจาก Royal Lodge อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเจ้าชายแอนดรูว์ก็เป็นได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของพระองค์ แต่ก็อาจเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ราชวงศ์อังกฤษสามารถเดินหน้าต่อไปได้

การดำเนินเรื่องทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองในราชวงศ์ และความพยายามในการปรับตัวให้เข้ากับความคาดหวังของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เจ้าชายแอนดรูว์อาจเผชิญกับความท้าทายมากมายในอนาคต แต่ก็เป็นโอกาสที่จะสร้างบทบาทใหม่ให้กับตัวเอง

ที่มา – สื่ออังกฤษเผย เจ้าชายแอนดรูว์ซึ่งถูกถอดยศ อาจย้ายออกจาก Royal Lodge หลังปีใหม่

เอเธล คาเตอร์แฮม ฉลอง 116 ปี มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก

เอเธล คาเตอร์แฮม กลายเป็นมนุษย์ที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่คนใหม่ และเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 116 ปีไปหมาดๆ หลังจากได้รับตำแหน่งมาได้ไม่นาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเอเธล คาเตอร์แฮม ผู้ครองสถิติมนุษย์อายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ฉลองวันเกิดอายุครบ 116 ปี เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับตำแหน่งมาเพียงไม่กี่เดือน เนื่องจากการเสียชีวิตของซิสเตอร์ อันเดร หรือ แม่ชี คานาบาร์โร ลูคัส ชาวบราซิล ผู้เคยครองสถิติก่อนหน้านี้

นางคาเตอร์แฮมฉลองวันเกิดอย่างเรียบง่ายกับครอบครัวของเธอที่บ้านพักคนชราในเมืองเซอร์เรย์ ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

“เอเธลและครอบครัวของเธอรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับข้อความและความปรารถนาดีที่ส่งมาให้เธอเนื่องในวันเกิดอายุ 116 ปีของเธอในปีนี้” บ้านพักคนชรา “ฮอลล์มาร์ก” (Hallmark) ระบุในแถลงการณ์ และเสริมว่าถึงแม้เอเธล คาเตอร์แฮม จะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่ถ้าเป็นการพูดคุยกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็อาจเป็นข้อยกเว้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มักจะส่งจดหมายแสดงความยินดีเป็นการส่วนพระองค์ถึงชาวสหราชอาณาจักรที่ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี และเมื่อปีที่ผ่านมา พระองค์ก็ได้ส่งจดหมายถึงนางคาเตอร์แฮม เพื่อแสดงความยินดีกับการฉลองวันเกิดอายุครบ 115 ปี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าพระองค์มีแผนที่จะติดต่อพูดคุยกับนางคาเตอร์แฮมหรือไม่

นางคาเตอร์แฮมเกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2452 ที่หมู่บ้านชิปตัน เบลลิงเกอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วง 5 ปีก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะปะทุขึ้น นั่นทำให้เธอเป็นชาวอังกฤษคนสุดท้ายที่เกิดทันในรัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7

ปัจจุบันนางเอเธล คาเตอร์แฮม คือมนุษย์ที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับการบันทึกชื่อไว้ในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด หลังจากการเสียชีวิตของซิสเตอร์ อันเดร วัย 116 ปี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สำหรับเจ้าของสถิติผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุดตลอดกาลคือ ฌานน์ หลุยส์ กาลม็อง ชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่บนโลกยาวนานถึง 122 ปี กับอีก 164 วัน ก่อนที่จะเสียชีวิตในปี 2540

ทั้งนี้ นางคาเตอร์แฮมเคยเปิดเผยเคล็ดลับในการมีอายุยืนยาวของเธอให้สื่อฟังว่า คือการ “ไม่โต้เถียงกับใคร ฟัง และทำในสิ่งที่อยากจะทำ” และเธอเพิ่งเลิกขับรถหลังจากอายุครบ 100 ปี

นางคาเตอร์แฮมมีชีวิตอยู่ยืนยาวกว่าลูกสาวทั้งสองคนของเธอ และนอร์แมน ผู้เป็นสามี โดยปัจจุบันเธอมีหลาน 3 คน และเหลนอีก 5 คน

เอเธล คาเตอร์แฮม มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิด 116 ปี

เคล็ดลับอายุยืนของ เอเธล คาเตอร์แฮม

  • ไม่โต้เถียงกับใคร
  • ฟัง
  • ทำในสิ่งที่อยากทำ

นางเอเธล คาเตอร์แฮม มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก เป็นแรงบันดาลใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสงบ การดูแลสุขภาพจิตใจควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพกายอาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชีวิตที่ยืนยาวและมีความหมาย

ที่มา – เอเธล คาเตอร์แฮม มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิด 116 ปี

Scroll to top