พริษฐ์ วัชรสินธุ

“พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย กรณี “พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน โดยเน้นไปที่ความน่าเชื่อถือของคำชี้แจงจากนายวิทยา คำพวง ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นคลิปฉาวและการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา

“พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายวิทยาออกมายอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปหลุดจริง แต่พยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการจ่ายเงินค่าที่พัก นายพริษฐ์จึงตั้งข้อสังเกตอย่างดุเดือดว่า สิ่งที่นายวิทยาชี้แจงนั้น “ฟังขึ้นหรือไม่” โดยมีประเด็นคาใจหลักๆ ดังนี้:

  • ความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย: แม้นายวิทยาจะปฏิเสธความสัมพันธ์พิเศษ แต่หลักฐานภาพถ่ายการร่วมเปิดตัวผู้สมัคร สส. ในอดีตกลับแสดงให้เห็นความใกล้ชิดอย่างชัดเจน
  • ประเด็นการโอนเงินค่าที่พัก: ประเด็นสำคัญไม่ใช่ใครเป็นคน “จอง” แต่เป็นใคร “จ่าย” ซึ่งมีข้อมูลชี้ชัดว่าเงินถูกโอนจากบัญชีชื่อนายวิทยาโดยตรง

เจาะลึกข้อเรียกร้องถึง DSI และ กกต.

นอกจากจะตั้งคำถามถึงตัวบุคคลแล้ว “พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน โดยมองว่าหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงต้องไม่อยู่เฉย โดยพริษฐ์ได้ยื่นคำขาดให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ออกมาให้คำตอบ:

ในส่วนของ DSI: ต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลการเข้าพักที่โรงแรม B2 รังสิต ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ และมีความเชื่อมโยงกับบัญชีของนายวิทยาอย่างไร

ในส่วนของ กกต.: ต้องเปิดเผยว่าเรื่องนี้ได้ถูกรวมอยู่ในสำนวนสอบสวนหรือคำให้การของพยานบ้างหรือไม่ และถ้ายังไม่เคยมีการสอบสวน เหตุใดจึงปล่อยให้ประเด็นนี้ตกหล่นไปจากกระบวนการยุติธรรม

การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของ “ความโปร่งใส” ในกระบวนการทางการเมืองไทย หากหน่วยงานอย่าง DSI และ กกต. ไม่สามารถไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรอิสระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าทั้งสองหน่วยงานจะออกมาตอบโต้หรือดำเนินการอย่างไร เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดครับ

ที่มา – “พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน

พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงนายกฯ หนองคาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามอง สำหรับกรณีที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแฉขบวนการทุจริตเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยเขาได้ทำการเปิดโปงแผนการและคลิปเสียงปริศนาที่ชี้เป้าไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดหนองคาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคำตอบเรื่องความโปร่งใสของสภาสูงชุดนี้

พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย

ในการแถลงข่าวล่าสุด คุณพริษฐ์ได้อธิบายถึง 5 ฉากทัศน์ของขบวนการโกงที่เริ่มตั้งแต่การวางแผนยึดครองเสียงในวุฒิสภา การจัดตั้งเครือข่าย ไปจนถึงการใช้โพยควบคุมคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งระดับประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นคำถามถึงความซื่อสัตย์ แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่มากมาย

เปิดหลักฐานเชื่อมโยง สว. กับคลิปเสียงนายกเทศมนตรี

นอกจากนี้ พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย โดยเขาระบุว่ามีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปเสียงที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกเทศมนตรีใน จ.หนองคาย หรือไม่? การเปรียบเทียบเสียงและภาพในคลิป รวมไปถึงหลักฐานการจองโรงแรมที่พักให้ผู้สมัคร สว. กลายเป็นสิ่งที่ กกต. ต้องออกมาทำความกระจ่างให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

  • การวางแผนยึดครองเสียงในสภาสูงอย่างเป็นระบบ
  • การใช้โพยสั่งการในวันเลือกตั้งระดับประเทศ
  • ความเชื่อมโยงของสถานที่พักกับรายชื่อผู้สมัคร สว.
  • บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นในการจัดตั้งเครือข่าย

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? การมี สว. ที่มาจากการฮั้วเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่มันคือการทำลายหลักการตรวจสอบถ่วงดุลของสภาสูงอย่างสิ้นเชิง หาก พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย นี้เป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรมาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายระดับประเทศได้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

บทเรียนในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยยังคงต้องการการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น การปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจทำให้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองดิ่งลงเหว เราในฐานะพลเมืองต้องช่วยกันจับตาดูว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร จะเป็นการหาพยานหลักฐานมามัดตัวผู้กระทำผิดได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่อีกหนึ่งคดีที่ถูกยุติลงด้วยข้ออ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

ที่มา – “พริษฐ์” เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย

“ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อล่าสุดมีกระแสข่าวว่า “ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่ ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนในการแถลงข่าวที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นภาคต่อของการขุดคุ้ยความผิดปกติในการเลือก สว. ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตมาอย่างต่อเนื่อง

“ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนประชาชนร่วมติดตามการแถลงข่าวเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 โดยงานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของ “ใบสั่ง” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยและสายสัมพันธ์เบื้องลึกเบื้องหลัง โดยจะมีพยานบุคคลสำคัญอย่าง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากไอลอว์ มาร่วมตีแผ่ความจริงในครั้งนี้ด้วย

เปิดปม “ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่ที่เกี่ยวข้อง

ทางด้าน น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์ของการแถลงข่าวในครั้งนี้คือการนำเสนอภาพเส้นทางการเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจะมีพยานกลุ่มใหม่จากจังหวัดที่แตกต่างออกไปมายืนยันถึงการทำเป็นขบวนการ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เส้นเงินเหล่านี้กำลังพุ่งเป้าไปถึงบุคคลใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยตัวตนมาก่อน โดยบุคคลดังกล่าวมีความใกล้ชิดกับพรรคการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

  • หลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลใหม่
  • ข้อมูลผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่ผิดกฎหมายชัดเจน
  • ความกังวลต่อการทำงานของ กกต. ในชุดคณะอนุกรรมการที่ 36

สิ่งที่สังคมตั้งคำถามคือ หากหลักฐานมีความชัดเจนขนาดนี้ เหตุใดคณะอนุกรรมการของ กกต. จึงยังมองว่าไม่มีความผิด? สิ่งนี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนอย่างมากว่า กกต. ชุดใหญ่จะมีความเห็นอย่างไรต่อไป ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสที่สุด

ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน การติดตามประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพราะหากกระบวนการคัดเลือกสภาสูงเกิดความไม่เป็นธรรม ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารประเทศในระยะยาว เราต้องจับตาดูว่าหลักฐานใหม่ในวันที่ 9 ส.ค. นี้ จะสามารถสั่นคลอนหรือมัดตัวผู้กระทำผิดได้มากน้อยเพียงใด และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้ดุลยพินิจเพื่อรักษาความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่ที่ไม่เคยเปิดพรุ่งนี้

อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดกลุ่มอดีตผู้สมัคร สว. ได้ออกมาเดินหน้าแฉยับถึงความไม่โปร่งใส โดยระบุว่า อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว ท่ามกลางข้อสงสัยว่า กกต. ปล่อยปละละเลยให้เกิดกระบวนการที่อาจขัดต่อกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

เบื้องลึกความไม่ชอบมาพากลในวันเลือก สว.

ในการเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ที่อาคารรัฐสภา พยานบุคคลหลายท่านได้ร่วมตีแผ่ข้อมูลที่น่าตกใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการนำโพยเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งในวันเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 มีความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะเอื้อให้เกิดการใช้โพยอย่างโจ่งแจ้ง นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบว่าผู้สมัครหลายคนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุไว้ ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษาและประวัติการทำงาน แต่ กกต. กลับเพิกเฉยต่อการตรวจสอบ ซึ่งเป็นการตั้งคำถามว่า อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว นั้นมีมูลเหตุความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด

  • ความผิดปกติในการใช้โพยเลือกตั้งภายในคูหา
  • การรับรองคุณสมบัติผู้สมัครที่ผิดพลาดและไม่เป็นไปตามจริง
  • การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.กกต. ระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสถานที่เลือกตั้งแบบรวมกันทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย อีกทั้งระเบียบที่ให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ ยิ่งเปิดช่องโหว่ให้มีการฮั้วคะแนนได้อย่างง่ายดาย โดยมีรายงานระบุว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้รับทราบถึงแผนการเหล่านี้มาโดยตลอด แต่กลับไม่มีการสั่งระงับหรือตรวจสอบอย่างจริงจัง จนเป็นเหตุให้ อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

ข้อเสนอแนะ: กกต. ต้องเปิดหีบพิสูจน์ความจริง

เสียงเรียกร้องจากอดีตผู้สมัคร สว. คือการท้าให้ กกต. เปิดหีบลงคะแนนเพื่อพิสูจน์ว่ามีการลงคะแนนซ้ำหรือการฮั้วเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะในฐานะองค์กรอิสระ กกต. ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเพื่อตัดสินชี้ขาดเอง แต่ควรส่งเรื่องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้งในอนาคต

ท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการเลือกตั้ง หาก กกต. ยังคงปิดบังความจริงและเพิกเฉยต่อหลักฐานที่ชัดเจน ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงความเที่ยงธรรมในการทำงาน ความพยายามของกลุ่มผู้สมัครที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องการเห็น สว. ที่มาจากการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์และยุติธรรมจริงๆ

ที่มา – อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

“ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ

“ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาโชว์หลักฐานเด็ดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นบทสนทนาในแอปพลิเคชัน LINE รวมทั้งหมด 16 ภาพ ซึ่งนายพริษฐ์เชื่อว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา

การออกมาเคลื่อนไหวของไอติมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดโปงที่จัดหนัก ซึ่ง “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ ตลอดจนเส้นทางการเงินและโพยรายชื่อผู้สมัครที่ดูจะมีความเชื่อมโยงกับตัวแทนทางการเมืองอย่างชัดเจน เรียกได้ว่างานนี้ไม่มีคำว่าแผ่ว เพราะไล่เลียงกันตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศเลยทีเดียว

เปิดเส้นทางหลักฐานเด็ดจาก LINE

จากหลักฐานที่นายพริษฐ์นำมาเปิดเผย มีประเด็นที่น่าสนใจหลายจุด เช่น:

  • หลักฐานการส่งรายชื่อกลุ่มผู้สมัครใน “สายเรา” และการรายงานผลให้ผู้ใหญ่ทราบ
  • กรณีการส่งพิกัดโรงแรมธาราแกรนด์ ซึ่งเป็นจุดที่ถูกระบุว่าเป็นศูนย์ทำโพย สอดคล้องกับคำให้การของพยานหลายปาก
  • มีการประสานงานเรื่องเอกสารและการโอนเงินเดือนผู้ช่วย สว. กลับไปยังผู้ประสานงานหลัก ซึ่งปรากฏหลักฐานการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท

ด้วยข้อมูลชุดนี้ “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและมีการวางแผนเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา นี่อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ กกต. จะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีมูลเหตุความผิด

กกต. ต้องแอคชั่น?

ไอติมกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า กกต. มีหน้าที่ตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ในการกลั่นกรองและส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต การที่ “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ เช่นนี้ จึงเป็นการกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรวจสอบอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา เพื่อกอบกู้ศรัทธาและความเป็นธรรมกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จะไปจบที่ศาลหรือไม่ หรือใครจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะหลักฐานในมือของไอติมครั้งนี้ถือว่ามีน้ำหนักและรายละเอียดที่ชัดเจนมากพอที่จะทำให้กระบวนการตรวจสอบมีความคืบหน้ามากกว่าการกล่าวหาลอยๆ

ที่มา – “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ ตั้งแต่โพยยันสลิปเงินแสน

พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ ปมข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่โปร่งใส โดยมีการนำเสนอข้อมูลเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลสำคัญในพื้นที่อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง

พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ 3 คำถาม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้เปิดเผยรายละเอียดผ่านโซเชียลมีเดียถึงกระบวนการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว. เพื่อแลกคะแนนเสียง โดยมุ่งเป้าไปที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพบความผิดปกติของการโอนเงินจาก สว.สรชาติ ไปยังเลขาฯ และกระจายต่อไปยังผู้สมัครรายอื่นอีก 7 คน พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ ถึงความเกี่ยวข้องของคนทั้งสองกลุ่มนี้

หลักฐานเส้นทางการเงินที่มัดตัวผู้เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินจากนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ไปยังนางสาวภัณนิภา ผาสุข ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเลขาฯ ก่อนจะมีการโอนต่อให้ผู้สมัคร สว. หนองบัวลำภู หลายราย ดังรายละเอียดต่อไปนี้:

  • คุณธัญญรัตน์ สุวรรณพรหม: รับเงินรวม 36,000 บาท
  • คุณสมภาร สุขอ้วน: รับเงินรวม 40,000 บาท
  • คุณปิยลักษณ์ ศิลาแดง: รับเงินรวม 15,000 บาท
  • ผู้สมัครรายอื่นๆ อีก 4 คน รวมยอดหลักหมื่นบาท

ความน่าสนใจคือยอดโอนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือก สว. ระดับอำเภอและจังหวัด อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของ สว. สรชาติ ที่ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องเส้นเงินที่ชัดเจนได้

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อความโปร่งใสในสภา?

การที่ พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ นั้น ไม่ใช่เพียงการกล่าวหาลอยๆ แต่เป็นการเปิดโปงระบบอุปถัมภ์ที่อาจทำลายหลักการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในคำถามที่ว่า สว.สรชาติ ได้ปรึกษาหารือกับรองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากมีการเชื่อมโยงกันจริง ย่อมสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของอำนาจทางการเมือง

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้ประชาชนต้องร่วมกันเฝ้าระวังกระบวนการเลือกตั้งทุกระดับ ไม่ให้เกิดการใช้เงินหรืออิทธิพลมาเปลี่ยนแปลงเจตจำนงของประชาชน การออกมาเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวย่างสำคัญที่อาจนำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้งให้มีความเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – “พริษฐ์” แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ “สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์” ตอบ 3 คำถาม

“สุขสมรวย” ผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้คดีฮั้ว สว. ชี้ถ้าทำจริงน้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาโต้กลับฝ่ายค้านและกลุ่มการเมืองรุ่นใหม่ กรณีที่มีการหยิบยกเรื่อง “สุขสมรวย” ผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้คดีฮั้ว สว. ชี้ถ้าทำจริงน้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว ขึ้นมาโจมตีพรรคภูมิใจไทย โดยเจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าคลิปที่เป็นหลักฐานนั้นเป็นเหตุการณ์งานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่ใช่กระบวนการเลือก สว. แต่อย่างใด

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็น “สุขสมรวย” ผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้คดีฮั้ว สว. ชี้ถ้าทำจริงน้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว

นางสุขสมรวยได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า คลิปวิดีโอที่ถูกนำมาแชร์ในโลกโซเชียลนั้น แท้จริงแล้วเป็นงานรณรงค์ใส่ผ้าขาวม้าที่จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน งานนี้มีการไลฟ์สดให้เห็นตลอดทั้งงาน และไม่เคยปรากฏเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น กกต. ก็ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ไปนานแล้วจนจบกระบวนการ การนำข้อมูลเก่ามาบิดเบือนจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์

มุมมองจากฝ่ายการเมืองต่อ “สุขสมรวย” ผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้คดีฮั้ว สว. ชี้ถ้าทำจริงน้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว

ในประเด็นที่คนตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อบบี้หรือฮั้วกันหรือไม่ นางสุขสมรวยได้โต้กลับด้วยเหตุผลที่น่าสนใจว่า หากเธอมีอำนาจในการสั่งการหรือฮั้วเรื่อง สว. ได้จริง น้องสะใภ้อย่างนางสุพรรษา วันทนียกุล ก็คงจะผ่านเข้ารอบระดับประเทศไปแล้ว แต่นี่กลับตกรอบตั้งแต่ระดับจังหวัด ซึ่งคนทั้งจังหวัดอำนาจเจริญต่างรู้ข้อเท็จจริงนี้ดี

  • การบิดเบือนข้อมูล: นางสุขสมรวยเตือนฝ่ายค้านว่าควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนนำเสนอสู่สาธารณะ เพราะสิ่งที่นำมาพูดซ้ำเป็นเรื่องที่ผ่านการตรวจสอบโดยศาลและ กกต. มานานแล้ว
  • จริยธรรมของคนรุ่นใหม่: เธอแสดงความรู้สึกผิดหวังที่นักการเมืองรุ่นใหม่เลือกใช้วิธีการจ้องจับผิดด้วยข้อมูลเก่า แทนที่จะเน้นการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  • ความมั่นใจในพรรค: ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีภูมิคุ้มกันต่อข่าวโจมตีลักษณะนี้ เพราะที่ผ่านมาโดนมาเยอะและพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่

ท้ายที่สุด การเมืองควรเป็นการแข่งขันด้วยนโยบายและการทำงาน ไม่ใช่การนำความขัดแย้งเดิมๆ มาขุดคุ้ยเพื่อสร้างความเข้าใจผิด การที่นางสุขสมรวยออกมาพูดในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และการทำงานการเมืองควรยึดถือข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้งมากกว่าการสาดโคลนใส่กัน การตั้งคำถามนั้นทำได้ แต่ขอให้เป็นไปตามข้อมูลที่มีหลักฐานถูกต้อง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาเสียเอง

ที่มา – “สุขสมรวย” ผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้คดีฮั้ว สว. ชี้ถ้าทำจริงน้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว

ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2 หลักฐานเด็ด กกต. เดินริบโพย มงคล

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำประเด็นร้อนแรงทางการเมืองได้ สำหรับคดีการเลือก สว. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2 กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านได้เปิดเวทีแฉข้อมูลเชิงลึกที่ทำเอาหลายคนต้องตาค้างกับหลักฐานใหม่ๆ ที่ถูกนำเสนอออกมา

เจาะลึก ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือคุณไอติม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าผ่านเวทีวิปฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามสำคัญว่าเหตุใดคดีที่สังคมเฝ้ารอคอยมานานกว่า 2 ปี ถึงยังไปไม่ถึงศาลเสียที คุณไอติมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ กกต. ที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมและกระบวนการตรวจสอบที่ดูไม่โปร่งใสเท่าที่ควร

เปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของ ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2

หลักฐานที่ทางฝ่ายค้านนำเสนอนั้นถือว่าน่าตกใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น:

  • พบโพยการลงคะแนนที่ผิดปกติอย่างชัดเจน
  • พฤติกรรมการจ้างวานโหวตและจ้างลงสมัครในหลายพื้นที่
  • มีเครือข่ายและพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้
  • กรณีการเดินทางไปริบโพยของ กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

คุณไอติมยังได้เชื่อมโยงไปถึงกรณีของนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นว่า ก่อนที่จะเกิดการเลือก สว. นั้น มีกระบวนการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการแลกคะแนนทั่วไป แต่เป็นขบวนการที่วางแผนมาอย่างรัดกุมเพื่อชักใยผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ในมุมมองของพวกเรา ประชาชนทุกคนควรจับตาดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือบทพิสูจน์ความยุติธรรมขององค์กรอิสระในประเทศไทย หากหน่วยงานรัฐยังคงเกียร์ว่างหรือไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้อย่างกระจ่างแจ้ง ความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของเราคงจะถดถอยลงไปเรื่อยๆ เราต้องร่วมกันเป็นกระบอกเสียงและใช้การตรวจสอบภาคประชาชนให้มีประสิทธิภาพที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ที่มา – “ไอติม” ขยี้โกงสว. ภาค 2 มีหลักฐานชวนตาค้าง กกต. เดินริบโพย “มงคล”

“รุทธพล” โต้ “พริษฐ์” ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน

“รุทธพล” โต้ “พริษฐ์” ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจาก นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มองว่าล่าช้าและมีการส่งฟ้องผู้ต้องหาน้อยเกินไป ซึ่งล่าสุดทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ ได้ออกมาดำเนินการแจกแจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่า “รุทธพล” โต้ “พริษฐ์” ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

เบื้องหลังการทำงานและกระบวนการยุติธรรม

พลตำรวจโท รุทธพล ได้อธิบายว่าในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และฟอกเงินนั้น ทาง DSI ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่และส่งสำนวนให้อัยการไปเรียบร้อยแล้ว แม้ทางอัยการจะมีการสั่งให้กลับมาสอบสวนเพิ่มเติม แต่ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยรัฐมนตรีย้ำว่า “รุทธพล” โต้ “พริษฐ์” ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน ที่ปรากฏจริง ไม่สามารถดำเนินการเกินกว่าที่หลักฐานระบุได้

  • การประสานงานระหว่างหน่วยงาน: ต้องรอผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาประกอบการพิจารณา
  • ความเป็นอิสระของคดี: ยืนยันว่าไม่มีความล่าช้าโดยเจตนา แต่ต้องรอบคอบที่สุด
  • หลักฐานสำคัญ: ยึดถือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนเป็นหลัก

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงประเด็นจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกตั้งคำถามว่าน้อยเกินไป ทางรัฐมนตรีย้ำว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสรุปความผิดใครได้หากพยานหลักฐานไปไม่ถึง การส่งฟ้องต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ DSI ถือครองอยู่เท่านั้น หากมีหลักฐานเพิ่มเติมในอนาคตก็จะดำเนินการต่อตามขั้นตอน การที่ “รุทธพล” โต้ “พริษฐ์” ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน ในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงหลักการทำงานภายใต้หลักนิติธรรมที่ตรวจสอบได้

ในมุมมองของหลายฝ่าย การตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐเป็นเรื่องที่ดีและสะท้อนถึงการเมืองภาคประชาชนที่เข้มแข็ง แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับกระบวนการยุติธรรมที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด สุดท้ายแล้วสังคมต้องเฝ้าติดตามผลการดำเนินงานของ กกต. และ DSI ต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการเลือกตั้งของไทยได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “รุทธพล” โต้ “พริษฐ์” ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน

Scroll to top