พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

“พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว

“พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองกรุงเทพฯ ไม่น้อย เมื่อนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม. ฝีมือดีได้ออกมาประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการทุ่มเทเวลาให้กับการสนับสนุน “กลุ่มคนทำงาน” ในการลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง สก. (สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร) ครั้งที่จะถึงนี้อย่างเต็มกำลัง

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการก้าวออกจาก Comfort Zone ครั้งสำคัญ เพราะการที่ “พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่อยากจะสร้างกลุ่มการเมืองที่มีความอิสระและมีความเข้าใจพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งใหญ่

นายพลภูมิ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การจากลาครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคารพและมิตรภาพที่ดีกับพรรคเพื่อไทย โดยมองว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการเป็นทั้ง อดีต สก. และ อดีต สส. จะเป็นฐานรากสำคัญในการผลักดันให้กลุ่มคนนี้ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น สำหรับความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • การรวมตัวของอดีต สก. พรรคเพื่อไทยจำนวน 10 คน ที่ตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำงานร่วมกับกลุ่มนี้
  • ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยึดติดกับกรอบพรรคการเมือง เพื่อความอิสระในการประสานงานกับทุกฝ่าย
  • เน้นการลงพื้นที่เชิงลึก รับฟังปัญหาชาวบ้านโดยตรงตามวิถีทางของคนทำงานจริง

หลายคนตั้งคำถามว่า การที่ “พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว จะส่งผลต่อสนามเลือกตั้งใน กทม. มากน้อยเพียงใด คำตอบน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมประสานระหว่างนโยบายกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มคนทำงานกลุ่มนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีความพร้อมและจริงจังมากเพียงใด

ในฐานะผู้ติดตามการเมือง เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า กลยุทธ์แบบ “อิสระแต่เข้มข้น” จะสามารถชนะใจชาวกรุงเทพฯ ได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ พลังของคนทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจและประสบการณ์ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวแปรในศึกครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่น อย่าลืมจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ให้ดีครับ

ที่มา – “พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว

“ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยเลือกตั้ง สก. กลุ่มคนทำงาน

“ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” สะท้อนกระแสการเมืองท้องถิ่นกรุงเทพฯ ยุคใหม่ ที่เน้นผลงานจริงและทีมเวิร์คมากกว่าการแบ่งฝ่าย วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าทำไมก้อย ชญาดาถึงเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาในเขตคันนายาว

“ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน”

บรรยากาศการเมืองท้องถิ่นในกรุงเทพมหานครเริ่มคึกคักตั้งแต่มีข่าวว่า “ก้อย” หรือนางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคันนายาว เตรียมลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัย คราวนี้ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” ที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนหลายพื้นที่ ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ แต่เป็นคนที่ทำงานกับชุมชนคันนายาว-บึงกุ่มมาอย่างยาวนาน ร่วมทีมกับ ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. ที่มีเครือข่ายแข็งแกร่ง

ประสบการณ์และผลงานที่สร้างความไว้วางใจ

ตลอดหลายปี ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานจริง ไม่ว่าจะเป็นการประสานแก้ปัญหาถนน ทางเท้า น้ำท่วม จราจรติดขัด ไฟฟ้าส่องสว่าง หรือพื้นที่สาธารณะ รวมถึงช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤตโควิด-19 ทีมงานภาคสนามของเธอทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น

ที่สำคัญ ชญาดาเคยได้รับเกียรติเป็น รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการขับเคลื่อนงานระดับเมือง ประชาชนในเขตต่างยอมรับเพราะเห็นผลงานชัดเจน ไม่ใช่แค่พูด

  • แก้ปัญหาน้ำท่วมในชุมชนคันนายาว ลดผลกระทบให้ชาวบ้าน
  • ปรับปรุงทางเท้าและถนน ให้เดินทางสะดวกขึ้น
  • ผลักดันไฟฟ้าส่องสว่าง เพิ่มความปลอดภัยยามค่ำ
  • จัดการจราจร ลดรถติดในจุดแออัด
  • พัฒนาพื้นที่สาธารณะ สร้างสรรค์ให้เป็นที่พักผ่อน

นี่คือตัวอย่างผลงานที่ทำให้ “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” ได้อย่างมั่นใจ

ทำไมเลือกกลุ่มอิสระ “คนทำงาน”?

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า ชญาดาเลือกกลุ่มนี้เพราะแนวคิดตรงกัน: การเมืองท้องถิ่นต้องวัดที่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ขั้วการเมือง กลุ่ม “คนทำงาน” รวมนักการเมืองท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ทุกระดับ เปิดกว้างร่วมมือทุกฝ่าย เพื่อผลประโยชน์ประชาชน

ตัวชญาดาเองย้ำว่า “การเมืองต้องวัดที่ผลงาน ประชาชนเบื่อความขัดแย้ง อยากเห็นคนแก้ปัญหาได้จริง” และเน้นว่าผลงานมาจากทีม ไม่ใช่บุคคลคนเดียว “เราทำงานกับพื้นที่มาตลอด ไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง”

หลายคนมองว่านี่คือการเมืองท้องถิ่นรูปแบบใหม่ เน้นทีม ประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาจริง มากกว่าแบ่งขั้ว ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ จึงเป็นผู้สมัครที่ถูกจับตาในเขตคันนายาว

อนาคตการเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ

การเลือกตั้ง สก. รอบนี้คาดว่าจะเข้มข้น โดยเฉพาะในเขตที่มีปัญหาสะสมอย่างคันนายาว กลุ่ม “คนทำงาน” วางแผนผลักดันนโยบายต่อเนื่อง เช่น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดน้ำท่วม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และดูแลผู้สูงอายุ ด้วยทีมเดิมที่แข็งแกร่ง

หากคุณอาศัยในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคันนายาว ลองติดตามผลงานของชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ดูครับ เพราะนี่คือตัวอย่างนักการเมืองที่ทำงานจริง

ในมุมมองของผม การเมืองท้องถิ่นไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคผลงานนำหน้า “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” คือสัญญาณที่ดี หวังว่าจะมีนักการเมืองแบบนี้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด คุณคิดเห็นยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันนะ!

เรียกร้องให้คุณมีส่วนร่วม: ติดตามข่าวเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ และแบ่งปันบทความนี้หากเห็นด้วยกับการเมืองแบบคนทำงานจริง

ที่มา – “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน”

“ยศชนัน” หาเสียงปากน้ำ Gen Z คึกคัก

วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากวงการการเมืองมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะ สุดคึกคักมากกับกิจกรรมหาเสียงของ “ยศชนัน” ขึ้นรถแห่หาเสียงปากน้ำ กลุ่ม Gen Z ตามถ่ายรูป ก่อนสักการะ หลวงพ่อโต เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดสมุทรปราการ บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังบวก ประชาชนมาร่วมแจมเพียบ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ที่ตามติดขบวนแบบไม่ยอมแพ้!

“ยศชนัน” ขึ้นรถแห่หาเสียงปากน้ำ กลุ่ม Gen Z ตามถ่ายรูป ก่อนสักการะ หลวงพ่อโต

เริ่มต้นตอน 9.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาพร้อมทีมใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ, นายวรชัย เหมะ ผู้ช่วยหาเสียง และผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการหลายคน พวกเขามารวมตัวที่หอชมเมืองสมุทรปราการ แล้วขึ้นขบวนรถแห่สุดอลังการ มุ่งหน้าไปศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

ระหว่างทางนี่คือไฮไลต์! ประชาชนโบกมือต้อนรับกันล้นหลาม โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ขับมอเตอร์ไซค์ประกบข้างรถแห่ ไล่ถ่ายรูป ไลฟ์สดกันสนุกสุดๆ โบกมือเชียร์กันครึกครื้น แสดงให้เห็นว่ายศชนัน ดึงดูดวัยรุ่นได้ดีแค่ไหน หล่อ มีสไตล์ แถมแนวคิดทันสมัย ใครจะไปปฏิเสธได้ล่ะ

พอลงจากรถ ก็เดินผ่านตลาดแม่ค้าแม่ค้าตามกรี๊ดเลยนะ “หล่อจังเลย ขอจับมือได้ไหม” แบบนี้แหละที่ทำให้หาเสียงสนุกและใกล้ชิดประชาชน

ยศชนัน ขึ้นรถแห่หาเสียงปากน้ำ
Gen Z ถ่ายรูปตามยศชนัน

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และของดีสมุทรปราการ

ขบวนมาถึงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ ทุกคนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอย่างพร้อมเพรียง มวลชนมารอต้อนรับ ถวายดอกไม้ พวงมาลัยผ้ามัดย้อม ของดีท้องถิ่นอย่างปลาสลิดบางบ่อ กุ้งเหยียดพระสมุทรเจดีย์ ขนมจาก อร่อยถูกใจแน่นอน จากนั้นมุ่งหน้าไปวัดบางพลีใหญ่ในนาม “ยศชนัน” ขึ้นรถแห่หาเสียงปากน้ำ กลุ่ม Gen Z ตามถ่ายรูป ก่อนสักการะ หลวงพ่อโต

ถึงวัดตอน 10.30 น. ชาวบ้านมารอด้วยพวงมาลัยดอกดาวเรือง แล้วขึ้นไปกราบหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ ก็เคารพ บรรยากาศอบอุ่น สงบแต่เต็มไปด้วยพลัง

สักการะหลวงพ่อโต
มวลชนต้อนรับยศชนัน

ตระเวนหาเสียงต่อเนื่องช่วงบ่าย

ช่วงบ่ายไม่หยุดพัก! ยศชนันนำทีมตระเวนกรุงเทพฯ ชั้นใน จากสถานีหัวลำโพง ผ่านบรรทัดทอง ยมราช ทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วปิดท้ายที่ซอยเสรีไทย 13 เขตคันนายาว ช่วยนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 15 หาเสียง ก่อนเวลาหาเสียงหมดลงในเย็นวันนั้น

กิจกรรมแบบนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์หาเสียงที่ครอบคลุมทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ โดยยศชนันเน้นการใกล้ชิดประชาชน โดยเฉพาะ Gen Z ที่เป็นอนาคตของชาติ

  • ไฮไลต์: Gen Z ตามถ่ายรูปไม่หยุด
  • ของดีที่ได้: ปลาสลิด กุ้งเหยียด ขนมจาก
  • สถานที่สำคัญ: ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดบางพลีใหญ่
  • ทีมงานเด่น: จุลพันธ์ วรชัย และผู้สมัครท้องถิ่น

ในมุมมองส่วนตัว การหาเสียงของยศชนันแบบนี้ชี้ให้เห็นถึงกระแสความนิยมที่แรง โดยเฉพาะในพื้นที่ชานเมืองอย่างสมุทรปราการ ที่มีทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ใจเปิด ลองนึกภาพอนาคตที่นำโดยคนรุ่นใหม่แบบนี้สิ สนุกแน่! ถ้าคุณสนใจติดตามการเมืองไทย ลองแวะมาอ่านบทความอื่นๆ ของเรา หรือแชร์ความคิดเห็นด้านล่างได้เลยนะ

ที่มา – “ยศชนัน” ขึ้นรถแห่หาเสียงปากน้ำ กลุ่ม Gen Z ตามถ่ายรูป ก่อนสักการะ หลวงพ่อโต

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส เชื่อ “พลภูมิ” จะได้กลับมา

ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง “ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส โดยเชื่อมั่นว่า “พลภูมิ” จะกลับมาเป็น ส.ส. อีกครั้ง พร้อมเน้นย้ำถึงนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค นำทีมลงพื้นที่หาเสียงในเขต 14 และ 15 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 15 และนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 14 ร่วมขบวน

บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสะท้อนปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาเผชิญ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความต้องการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการหวยเกษียณที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตบั้นปลาย

นายยศชนันกล่าวว่า เขตนี้เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 และปีหน้า 69 ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค ขออย่าเลือกผิด นอกจากนี้ยังได้ทดลองปิ้งหมูร่วมกับแม่ค้า และไหว้พระสงฆ์ที่มาบิณฑบาต

นโยบายเพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายยศชนันเน้นย้ำว่า นายพลภูมิไม่เคยทิ้งประชาชน และมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง เขากล่าวว่า สิ่งที่สำคญคือการส่งมอบนโยบายที่ถูกต้องให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง หนี้สิน และความต้องการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

นโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดัน ได้แก่ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาท ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3.70 บาท โดยการนำระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ กลับมาใช้ เพื่อลดค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการหวยเกษียณที่จะสร้างการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ

นายพลภูมิกล่าวเสริมว่า เขามีความมั่นใจที่จะชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของเขา

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส โดยกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยากให้มีการเลือกตั้งแบบแฟร์ว่า สิ่งสำคัญคือต้องมองไปข้างหน้า มองที่ประเทศ มองที่ประชาชนที่เดือดร้อน ปีหน้าเป็นปีแห่งโอกาสที่จะให้ของขวัญกับประชาชนเป็นนโยบายที่ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตกลับขึ้นมาอีกครั้ง

นายจุลพันธ์กล่าวถึงเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งกองตรวจสอบเหตุทุจริตการเลือกตั้ง โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นหัวหน้าทีม เพราะพรรคเพื่อไทยถูกกระทำมาหลายครั้ง และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันตัดสินใจ เลือกคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ และพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น

ที่มา – “ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส เชื่อ “พลภูมิ” จะได้กลับมา

พลภูมิ มั่นใจ ทักษิณ กลับไทยแน่ ไปศาล!

“พลภูมิ” มั่นใจ “ทักษิณ” กลับไทยแน่นอน และจะไปขึ้นศาลเพื่อฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง ยืนหยัดเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรม ชี้ นี่คือความกล้าหาญ เป็นอีกจุดเริ่มต้นใหม่ของการเมืองไทย

เมื่อเวลา 08.27 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โพสต์ภาพถ่ายกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงการเดินทางกลับประเทศไทย ภายหลังเดินทางไปยังดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และเมื่อช่วงเช้าของวันนี้เครื่องบินเดินออกจากดูไบ มายังประเทศสิงคโปร์ และมีรายงานว่าจะกลับถึงประเทศไทยในวันนี้เวลาประมาณ 17.00 น.

นายพลภูมิ ระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมมั่นใจ… กลับมาแน่นอน ใครต่อใครมักพูดว่า ถ้าออกนอกประเทศไปแล้วจะไม่มีวันกลับมา โดยเฉพาะชื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร แต่สำหรับผม… ผมมั่นใจว่าท่านจะกลับมา เพื่อยืนหยัดเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมไทยด้วยตนเอง พร้อมรับฟังการพิจารณาคดีศาลฎีกา (ชั้นที่ 14) อย่างตรงไปตรงมา และในวันพรุ่งนี้ 9 กันยายน ท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ จะต้องมารับฟังคำพิจารณาของศาลด้วยตัวเองอย่างแน่นอน นี่คือความกล้าหาญ นี่คือความรับผิดชอบ และอาจเป็นอีกจุดเริ่มต้นใหม่ของการเมืองไทย”

พลภูมิ มั่นใจ ทักษิณ กลับไทยแน่ ไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง

การเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สร้างความฮือฮาและความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานาน การตัดสินใจกลับมาเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความกล้าหาญและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ได้แสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า นายทักษิณจะกลับไทยแน่ ไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง และพร้อมที่จะรับฟังการพิจารณาคดีอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย

ความหมายของการ กลับไทยแน่ ไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง

การกลับไทยแน่ ไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง ของนายทักษิณ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การกลับมาเพื่อต่อสู้คดีความเท่านั้น แต่ยังมีความหมายทางการเมืองที่สำคัญอีกด้วย หลายฝ่ายมองว่าการกลับมาครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต และอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกลับมาของนายทักษิณ ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่สนับสนุนหรือผู้ที่ไม่เห็นด้วย ต่างก็จับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดหวังว่าจะได้เห็นความยุติธรรมและความโปร่งใสในกระบวนการพิจารณาคดี

นอกจากนี้ การกลับมาของนายทักษิณ ยังเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้เรียนรู้และพัฒนาจากประสบการณ์ในอดีต เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต การเผชิญหน้ากับความจริงและการยอมรับความผิดพลาด จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความปรองดองและความสามัคคีในชาติ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษากระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน การตัดสินใจของศาลจะต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคม

ดังนั้น การกลับไทยแน่ ไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง ของนายทักษิณ จึงเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญและมีความหมายต่อการเมืองไทยอย่างมาก ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือและเคารพในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การที่นายพลภูมิออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร การกลับมาของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “พลภูมิ” มั่นใจ “ทักษิณ” กลับไทยแน่ ไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง

Scroll to top