พลโทบุญสิน พาดกลาง

บิ๊กเล็กยัน! ไม่เคยสั่งหยุดยิง โยนถามบิ๊กกุ้ง

“บิ๊กเล็ก” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธข่าวสั่งหยุดยิง 6 ชั่วโมงแรก ย้ำได้รับคำยืนยันจากผู้บัญชาการทหารบก ว่าไม่มีใครสั่งหยุดยิง ชี้ ต้องถาม “แม่ทัพกุ้ง” พร้อมเผยคำพูดอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บอกต้องเอาคืน แต่จนเกษียณก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี พลโท บุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ข้อมูลว่า มีผู้สั่งการให้หยุดยิงในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยพลเอก ณัฐพล ยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยเป็นผู้สั่งการหรือพูดให้หยุดยิง และในวันเกิดเหตุได้เพียงติดตามสถานการณ์ พร้อมมอบอำนาจการสั่งการให้คณะผู้บัญชาการทางทหาร ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นผู้พูดหรือผู้สั่งการ พลเอก ณัฐพล ตอบว่า “อันนี้ต้องไปถามคนพูด เพราะผมไม่ทราบและไม่ได้พูด ต้องกลับไปถามแม่ทัพกุ้งเอง” พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้สร้างแรงกดดันหรือบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของตน โดยตนได้สอบถามผู้บัญชาการทหารบกแล้ว และได้รับคำยืนยันว่าไม่มีใครสั่งหยุดยิง แถมยังตรงกันข้ามกับที่มีการกล่าวอ้าง เพราะในช่วงที่มีการปะทะ พลโทบุญสิน เป็นฝ่ายระบุเองว่าต้องเอาคืน และตนยังบอกพลโทบุญสิน ว่าหากมีการเตรียมการไว้แล้วให้รีบดำเนินการก่อนเกษียณ แต่จนกระทั่งเกษียณก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อถูกถามถึงกระแสว่าอาจเป็นคำสั่งจาก นายภูมิธรรม เวชชชัย ซึ่งขณะนั้นรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า “ไม่มีคำสั่งดังกล่าวแน่นอน”

บิ๊กเล็กยัน ไม่เคยสั่งหยุดยิง โยนถามบิ๊กกุ้ง

คำถามที่ยังค้างคาใจ: ใครสั่งหยุดยิง?

ประเด็นการสั่งหยุดยิงในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะ กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมายืนยันว่าตนเองไม่เคยสั่งการ และโยนคำถามไปยังพลโท บุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องนี้

ความคลุมเครือในเรื่องนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายในสังคม ใครเป็นผู้ออกคำสั่งหยุดยิงจริง? เหตุผลเบื้องหลังคำสั่งนั้นคืออะไร? และการหยุดยิงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมอย่างไร?

พลเอก ณัฐพล ยังกล่าวอีกว่า ตนได้สอบถามไปยังผู้บัญชาการทหารบกแล้ว และได้รับการยืนยันว่าไม่มีใครสั่งหยุดยิง ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่พลโท บุญสิน ให้ไว้ ทำให้เรื่องนี้ยิ่งซับซ้อนและต้องการการตรวจสอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ คำกล่าวอ้างของพลโท บุญสิน ที่บอกว่า “ต้องเอาคืน” ซึ่งพลเอก ณัฐพล ได้กล่าวว่า ตนได้สนับสนุนให้พลโท บุญสิน ดำเนินการก่อนเกษียณ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกันภายในกองทัพ ที่อาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานและความมั่นคงของชาติ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ การออกมาให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน อาจก่อให้เกิดความสับสนและลดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพและรัฐบาล

ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สังคมได้รับทราบความจริงและสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

เราหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และให้ความกระจ่างแก่สังคมโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและการสื่อสารที่เปิดเผยจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยรักษาความมั่นคงและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ไม่เคยสั่งหยุดยิง “บิ๊กเล็ก” โยนถาม “บิ๊กกุ้ง” พร้อมเผยคำพูด บอกต้องเอาคืน

“แม่ทัพกุ้ง” ยัน “ปราสาทตาควาย” ของไทยแน่!

“แม่ทัพกุ้ง” ยืนยัน ปราสาทตาควายเป็นของไทย อันไหนอยู่พื้นแผ่นดินไทยต้องทวงคืน จะเสียมากเสียน้อย ขึ้นอยู่กับผู้นำและการวางแผน พร้อมเตรียมเปิดมูลนิธิช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสครอบครัวทหาร ย้ำชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้

ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมายัง สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หลังได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “เยาวชนไทยร่วมใจรักชาติ รักแผ่นดินและปลูกจิตสำนึก ด้านคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส เพื่อความมั่นคงของชาติ”

โดยเนื้อหาในบรรยายเป็นการเล่าถึงประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ในการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงเกิดสภาวะสงคราม พร้อมกับเปิดโอกาสให้นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันและนักเรียนจากโรงเรียนวัดไชยมงคล ถามตอบคำถามที่ตัวเองสงสัยและอยากรู้ พร้อมสอนคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาตัวเองและเป็นแบบอย่างรั้วของชาติในอนาคต

หลังจากที่มีการบรรยายเสร็จ พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้มีการโชว์ลีลาตำส้มตำปลาร้า ให้คณะครูอาจารย์รับประทาน โดยตอนที่กำลังเทปลาร้า พลโทบุญสิน พูดแซวเล่นว่า “เห็นโลโก้ไม่ได้ ไม่ใช่สปอนเซอร์” หลังตำส้มตำเสร็จ มีการชิมบอกว่า “อร่อย”

ภายหลังจากจบบรรยายพิเศษ พลโทบุญสิน ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นเรื่องของการจะเปิดมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือครอบครัวพี่น้องทหารที่เสียสละชีพปกป้องประเทศชาติ ว่า การจัดตั้งมูลนิธิของตน มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหลานของทหารที่ด้อยโอกาส เป็นศูนย์รวมการช่วยเหลือตามกำลังที่จะสามารถช่วยได้ ซึ่งงบประมาณจะมาจากคนใกล้ชิดของครอบครัวทหาร และผู้อื่นที่มีความประสงค์อยากร่วมด้วยช่วยกัน โดยตั้งใจว่า ตัวเองจะเป็นประธานมูลนิธิ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิ ทุกอย่างจะต้องทำให้ชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ตามกระบวนการกฎหมาย

ส่วนเรื่องการทวงคืนของปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่า สรุปแล้วปราสาทได้เสียให้กับทางกัมพูชาหรือไม่ พลโทบุญสิน เผยว่า ทุกอย่างตอนนี้เป็นไปตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าว ส่วนตัวยังยืนยันว่ายังมองว่า ปราสาทตาควายยังเป็นของไทยอยู่ ถึงแม้หลายคนจะบอกว่า การใช้กำลังทวงปราสาทคืนนั้น จะเกิดความเสียหายเยอะ แต่การทวงคืนนั้นขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราต้องการทวงเอาปราสาทคืนจริงๆ การเสียสละของทหารจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับการวางแผนของผู้นำ ตรงไหนเป็นของพื้นแผ่นดินเรา ก็ต้องตามทวงคืน นี่คือความคิดเห็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีการทำสัญญาร่วมกันกับทางกัมพูชาในการถอนอาวุธหนักร่วมกัน แต่ปรากฏว่าทางทหารกัมพูชามาขัดขวาง โดยอ้างว่า ทหารฝ่ายเหนือของเราไม่ทราบเรื่องและยอมให้มีการเข้าพื้นที่เข้าไปในภายหลัง โดยให้คณะ AOT สังเกตการณ์นั้น พลโทบุญสิน บอกว่า เป็นเรื่องของการบริหารจัดการของฝ่ายกัมพูชา ว่าประสานงาน บริหารอะไรยังไงบ้าง ถ้าสมมติมีการขัดขวางหรือไม่ยอมทำงานร่วมกัน ก็ถือเป็นการผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้

ส่วนการถอนกำลังพลหลักของทางกัมพูชานั้น จะเป็นการสร้างภาพหรือเป็นเรื่องการตบตาฝ่ายไทยนั้น พลโทบุญสิน ระบุว่า ขึ้นอยู่กับความจริงใจของทางฝั่งกัมพูชา ตอนนี้เดี๋ยวความจริงก็ปรากฏเพราะโซเชียลสมัยนี้มันรวดเร็ว อาจจะมีภาพความจริงปรากฏออกมาให้เห็นเอง

ส่วนการถอนกำลังพลของกองทัพเรา ต้องดูกำลังพลของกัมพูชาว่ามีการถอนกำลังไปมากน้อยแค่ไหน เราถึงจะถอนกำลังพลโดยการจัดตามสัดส่วนให้เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (Asean Observer Team – AOT) ร่วมสังเกตการณ์ในการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ตามริมชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้สื่อข่าวยังได้ถามประเด็นการมอบของบริจาคช่วยเหลือกองทัพตามริมชายแดนของ “กัน จอมพลัง” นั้น พลโทบุญสิน เผยว่า สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 การช่วยเหลือเป็นเรื่องที่ดี การได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากภาคประชาชนนั้นช่วยได้เยอะ เพราะชายแดนไทย-กัมพูชามีพื้นที่เกือบ 1,000 กิโลเมตร ส่วนเรื่องส่วนตัวของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ทางเขาต้องไปชี้แจงเอง เพื่อความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมาย

“แม่ทัพกุ้ง” ยืนยัน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย

ประเด็นเรื่องปราสาทตาควายยังคงเป็นที่สนใจของสังคม พลโทบุญสินได้ออกมาเน้นย้ำถึงจุดยืนของตนเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงการเตรียมจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือครอบครัวทหาร ล้วนเป็นเรื่องที่น่าติดตาม

ความสำคัญของ “ปราสาทตาควาย”

ทำไม “ปราสาทตาควาย” ถึงมีความสำคัญ? เพราะมันไม่ใช่แค่โบราณสถาน แต่มันคือสัญลักษณ์ของแผ่นดินไทย การรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

การออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความเห็นของ “แม่ทัพกุ้ง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องแผ่นดินไทย แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนจะมีความละเอียดอ่อน แต่การแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ

การเตรียมเปิดมูลนิธิช่วยเหลือครอบครัวทหารก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการตอบแทนผู้ที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง การช่วยเหลือลูกหลานของทหารที่ด้อยโอกาสเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ

ดังนั้น การให้ความสนใจและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและการช่วยเหลือทหารจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่อง “ปราสาทตาควาย” หรือการจัดตั้งมูลนิธิ จะนำมาอัปเดตให้ทราบต่อไป

ที่มา – “แม่ทัพกุ้ง” ยืนยัน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย พร้อมเตรียมเปิดมูลนิธิช่วยครอบครัวทหาร

แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ


แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน แก่นคูณ ในงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ HERO OF ISAN เกษียณเกริกเกียรติ แม่ทัพดินแดนแห่งอีสาน พร้อมเปิดประมูลสิ่งของและเครื่องรางนำเงินไปช่วยเหลือทหารชั้นผู้น้อย

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. ที่โรงแรมสีมาธานี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ HERO OF ISAN เกษียณเกริกเกียรติ แม่ทัพดินแดนแห่งอีสาน ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) นำโดย นายปรีดา ขจรโกวิทย์ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และสมาชิกชมรมฯ ร่วมกันจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแด่พลโทบุญสิน ที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

บรรยากาศก่อนเข้างาน มีการจัดนิทรรศการประวัติ และรูปภาพของพลโทบุญสิน ตั้งแต่เกิดจนเกษียณอายุราชการ โดยมีแฟนคลับ FC ของพลโทบุญสินให้ความสนใจถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ขณะที่บรรยากาศภายในงานมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินดัง มนต์แคน แก่นคูณ ที่หลายคนบอกว่ามีใบหน้าคล้ายกับพลโทบุญสินเป็นอย่างมาก โดยพลโทบุญสินได้ขึ้นเวทีร้องเพลงคู่กับมนต์แคน 2 เพลง เรียกเสียงกรี๊ดเกรียวกราวจากแฟนคลับดังสนั่น

โดยหลังคอนเสิร์ตจบ ได้มีการประมูลสิ่งของ และเครื่องรางของขลังของพลโทบุญสินหลายรายการ อาทิ เสื้อ, รูปภาพ, รูปถ่าย, พญาครุฑเหล็กไหล 7 สี และพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน ซึ่งรายได้จากการประมูลทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนเข้ามูลนิธิที่กำลังจัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิพลโทบุญสิน พาดกลาง เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ และอื่นๆ

พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนรู้สึกดีมากที่พี่น้อง พสบ.ทภ.2 จัดงานเลี้ยงให้กับตน บรรยากาศงานดี ตนประทับใจมาก วันนี้ตนแต่งตัวเหมือน มนต์แคน แก่นคูณ ซึ่งหลายคนบอกว่าตนใบหน้าคล้ายกับมนต์แคน ตนเองก็ชื่นชอบมนต์แคนอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ตนได้เจอมนต์แคน ดีใจมากที่ได้เจอตัวจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังเกษียณแล้วท่านทำอะไรบ้าง แม่ทัพกุ้ง ตอบว่า ตอนนี้ตนเป็นที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อำนวยการหลักสูตรสถาบันพระปกเกล้า และก็มีงานพบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ฝากความคิดถึงทุกท่าน ตนยังอยู่ไม่ได้ไปไหน ยังอยู่กับพี่น้องคนไทยเหมือนเดิม ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมืองในส่วนที่ตนทำได้ ฝากขอบคุณพี่น้องคนไทย และตนก็จะเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนทุกภาคทุกพื้นที่ ตามหน้าที่ที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้แนวทางไว้

นายปรีดา ขจรโกวิทย์ ประธานชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า พวกเราทุกคนรู้สึกยินดีกับท่านแม่ทัพกุ้งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และเมื่อเกษียณแล้วท่านก็ยังคงทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป ซึ่งงานในวันนี้ท่านแม่ทัพกุ้งบอกว่าอยากจะพบเจอมนต์แคน แก่นคูณ ตัวจริง พวกเราชมรม พสบ.ทภ.2 จึงร่วมกันเชิญศิลปินมนต์แคน แก่นคูณ มาร่วมร้องเพลงกับท่านแม่ทัพกุ้งในครั้งนี้.

แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ

ไฮไลท์งานเลี้ยงเกษียณ: แม่ทัพกุ้งโชว์ลูกคอคู่ มนต์แคน

เรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงเกษียณที่อบอวลไปด้วยความสุขและความประทับใจ เมื่อพลโทบุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ร่วมงานด้วยการขึ้นเวทีจับไมค์ร้องเพลงคู่กับศิลปินชื่อดัง มนต์แคน แก่นคูณ สร้างความสนุกสนานและเป็นกันเองให้กับบรรยากาศภายในงานอย่างมาก นอกจากนี้ การประมูลสิ่งของเพื่อนำเงินเข้ามูลนิธิยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมต่อไปแม้เกษียณอายุราชการแล้ว

งานเลี้ยงเกษียณครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความคารวะต่อการทำงานหนักของพลโทบุญสินเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลสำคัญในกองทัพและประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและความเคารพที่สังคมมีต่อผู้ที่ทำคุณประโยชน์เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การที่แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย และความเป็นกันเองของท่าน เป็นภาพที่น่าประทับใจและสร้างความสุขให้กับผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ ก่อนเปิดประมูลของขลังเข้ามูลนิธิ

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ เดินตามรอย พลโทบุญสิน ชื่นชมบริหาร

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ เดินตามรอย พลโทบุญสิน ชื่นชมบริหาร

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างพลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กับพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ ซึ่งเป็นแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนผ่านหน้าที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสืบทอดนโยบายและวิสัยทัศน์เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ได้ยืนยันว่าจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” และชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงานที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนในพิธีรู้สึกอบอุ่นใจกับความต่อเนื่องนี้

พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาค 2

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน

พิธีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พิธีสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) พิธีสักการะพระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ และศาลพระนครราช พิธีสักการะอนุสาวรีย์วีรไทย พิธีถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เวลา 07.09 น. การสักการะเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงความเคารพต่อประวัติศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นรากฐานของการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่าทหาร

จากนั้น เวลา 09.39 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้ลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ให้แก่พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ ที่ห้องประชุม 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 และเวลา 10.29 น. ได้มีการกระทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่อย่างเป็นทางการที่บริเวณลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยพลโทบุญสินได้กล่าวส่งมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา พร้อมส่งมอบธงประจำหน่วยให้กับพลโทวีระยุทธ และมีการสวนสนามกองเกียรติยศจากหมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง โดยมีข้าราชการกองทัพภาคที่ 2 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พิธีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและความสามัคคีของกำลังพลทุกคน

การสวนสนามในพิธี

คำกล่าวจากอดีตแม่ทัพ พลโทบุญสิน พาดกลาง

พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวอย่างอบอุ่นว่า “ขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในการทำหน้าที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไทยไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต มิยอมให้ผู้ใดมาล่วงล้ำแผ่นดินไทยเป็นอันขาด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน นี่คือสิ่งที่เราต้องธำรงไว้เหนือสิ่งอื่นใด รวมถึงร่วมมือกันสร้างความรัก ความสามัคคี ความมั่นคง และชื่อเสียงอันดีงามของกองทัพภาคที่ 2 ให้ยั่งยืนสืบไป” นอกจากนี้ ท่านยังขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจจนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและเชื่อมั่นว่าแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สูง จะนำพากองทัพภาคที่ 2 ก้าวหน้าและบรรลุภารกิจอย่างสมบูรณ์

พลโทบุญสิน พาดกลาง กล่าวส่งมอบ

คำกล่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบหน้าที่ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กำลังพลทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชาติ โดยเฉพาะในยุคที่ความมั่นคงของประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การที่อดีตแม่ทัพเน้นย้ำถึงความสามัคคีและชื่อเสียงของหน่วย สะท้อนถึงผลงานที่ผ่านมาในการบริหารจัดการที่ทำให้กองทัพภาคที่ 2 เป็นที่เชื่อถือของประชาชน

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ รับตำแหน่ง

วิสัยทัศน์ของแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์

ด้านพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ รักษาเอกราชและอธิปไตยซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของชาติ จะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดไม่ว่าด้วยเหตุผลใด และจะรักษาผลประโยชน์และความสงบเรียบร้อยให้ประชาชน แม้ต้องเสียเลือดเนื้อก็ตาม ท่านยังขอให้เพื่อนทหารทุกนายภาคภูมิใจในการรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องธำรงเหนือสิ่งอื่นใด

นอกจากนี้ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยังกล่าวชื่นชมอดีตแม่ทัพที่ช่วยเหลือกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 รวมถึงประเทศชาติ ขอขอบคุณที่มอบความรู้และความรักตลอดมา รวมถึงการดูแลบริหารให้กองทัพภาคที่ 2 เป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นหน่วยทหารที่กล้าหาญ ได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน จึงจะน้อมจารึกผลงานของท่านเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติราชการต่อไป คำกล่าวเหล่านี้แสดงถึงความเคารพและความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านการบริหารหน่วยงานที่ผ่านมา

การเปลี่ยนผ่านนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่เสริมสร้างความมั่นคงให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศโดยรวม แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน ทำให้คาดหวังว่ากองทัพภาคที่ 2 จะยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การสืบทอดวิสัยทัศน์เช่นนี้จะช่วยรักษาความสามัคคีและประสิทธิภาพของกองทัพไทยได้อย่างยั่งยืน หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงและการทหาร สามารถติดตามบทความเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน

ศิลปินวาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” ประมูลช่วยทหาร

เรื่องราวสุดประทับใจเกิดขึ้นเมื่อศิลปินวาดภาพ ได้วาดภาพของ “แม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง” และนำออกประมูลเพื่อนำเงินช่วยเหลือทหารแนวหน้า โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 52,000 บาท!

ศิลปินใจดี วาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” ช่วยทหารแนวหน้า

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เรื่องราวดีๆ ถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ เมื่อคุณวันศุกร์ ศิลปินนักวาดภาพจากเพจ วันศุกร์ – Wansook ได้สร้างสรรค์ภาพวาดของ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในการวาด โดยไม่มีภาพต้นแบบอ้างอิง

หลังจาก完成ภาพ คุณวันศุกร์ได้เปิดประมูลภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พร้อมข้อความที่ระบุว่า รายได้ทั้งหมดจากการประมูลจะนำไปแบ่งปันให้กับเหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวชายแดน และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ภาพวาดสีอะคริลิกบนผ้าใบขนาด 100*80 ซม. มีชื่อว่า “แม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง” ซึ่งศิลปินยกย่องให้ท่านเป็นหนึ่งในชายชาติทหารที่อยู่ในดวงใจของคนไทยทั้งชาติ โดยเริ่มต้นการประมูลที่ราคา 4,999 บาท และเพิ่มราคาครั้งละ 100 บาท กำหนดปิดประมูลในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 9.00 น.

ผลปรากฏว่าการประมูลสิ้นสุดลงด้วยยอดเงินสูงถึง 52,999 บาท! ผู้ชนะการประมูลคือคุณตุ๊บ ซึ่งหลังจากนั้นคุณวันศุกร์ได้ทำการโอนเงินทั้งหมดให้กับมูลนิธิกันจอมพลัง เพื่อนำไปช่วยเหลือทหารแนวหน้าเป็นที่เรียบร้อย

ภาพวาด “แม่ทัพภาค 2” ส่งถึงมือแม่ทัพ

เรื่องราวความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะคุณตุ๊บ ผู้ชนะการประมูล มีความประสงค์ที่จะมอบภาพวาดอันทรงคุณค่านี้ให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 เอง คุณวันศุกร์จึงได้เป็นธุระในการประสานงาน กระทั่งมีนายทหารท่านหนึ่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และนำภาพวาดดังกล่าวส่งมอบให้กับ พลโทบุญสิน พาดกลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความประทับใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การกระทำของคุณวันศุกร์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ภาพวาด การสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมประมูล และความตั้งใจของคุณตุ๊บที่ต้องการมอบภาพให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรัก ความห่วงใย และความกตัญญูที่คนไทยมีต่อทหารผู้เสียสละที่ปกป้องประเทศชาติของเรา

เรื่องราวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สวยงามของการรวมพลังกันเพื่อช่วยเหลือสังคม และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อพวกเราทุกคน เราขอชื่นชมทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆ เช่นนี้

แน่นอนว่าเรื่องราวของศิลปินที่วาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” แล้วนำไปประมูล กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนหันมาช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแม้แต่การใช้ความสามารถของตนเองในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อการกุศล

การช่วยเหลือทหารแนวหน้า เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะพวกเขาสมควรได้รับความขอบคุณและการสนับสนุนจากพวกเราทุกคน

สุดท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้ทหารทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง

ที่มา – ประทับใจ ศิลปินวาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” เปิดประมูลได้เงิน 5.2 หมื่นให้ทหารแนวหน้า

Scroll to top