พายุคาจิกิ

เตือน! พายุคาจิกิ ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายจังหวัดรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนภัยพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง “พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 12 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคาจิกิ บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 120 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้

พายุ “คาจิกิ” จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันเดียวกัน

อิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย และลำปาง สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” มีดังนี้:

พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมาก: จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 25 สิงหาคม 2568: จังหวัดที่ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 สิงหาคม 2568: สถานการณ์พายุคาจิกิและผลกระทบ

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568: เฝ้าระวังต่อเนื่อง

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุ “คาจิกิ” และ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” หลายจังหวัดเตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เวียดนามปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ วันนี้!


เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่ง

เวียดนามสั่งปิดสนามบินและโรงเรียน พร้อมเร่งอพยพประชาชนกว่า 5 แสนคน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ที่คาดว่าจะพัดถล่มชายฝั่งตอนกลางของประเทศในช่วงบ่ายวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคาจิกินี้ถูกจัดว่าเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปีที่เวียดนามกำลังเผชิญ

กรมอุตุนิยมวิทยาเวียดนามรายงานว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิ มีความเร็วลมสูงสุดถึง 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นก่อนพัดขึ้นฝั่งในช่วงบ่ายวันจันทร์นี้ โดยจุดศูนย์กลางของพายุจะพัดเข้าสู่ชายฝั่งระหว่างจังหวัดทัญฮว้า, ก๋วงตริ และเหงะอาน ในเวลาประมาณ 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพประกอบ: ไต้ฝุ่นคาจิกิ

รัฐบาลเวียดนามได้ออกประกาศเตือนประชาชนว่าพายุลูกนี้มีความรุนแรงและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายพื้นที่

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 500,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงสั่งห้ามเรือทุกลำออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากไต้ฝุ่นคาจิกิ

ภาพประกอบ: การเตรียมรับมือไต้ฝุ่น

สำนักงานการบินพลเรือนเวียดนามยืนยันว่าสนามบินสองแห่งในจังหวัดทัญฮว้าและกว๋างบิ่ญถูกสั่งปิดทำการชั่วคราว สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สและเวียดเจ็ทแอร์ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวบินในเส้นทางบินที่ได้รับผลกระทบจากพายุ

รัฐบาลเวียดนามระบุว่าความรุนแรงของไต้ฝุ่นคาจิกิ อาจเทียบเท่ากับไต้ฝุ่นยางิ ซึ่งเคยพัดถล่มเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 300 คน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ

ผลกระทบและการเตรียมพร้อมรับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ

สถานการณ์ปัจจุบันในเวียดนามแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ การเตรียมพร้อมรับมืออย่างรวดเร็วและการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสียหายและการสูญเสียชีวิต การปิดสนามบินและการยกเลิกเที่ยวบินเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่

  • ความรุนแรงของพายุ: ไต้ฝุ่นคาจิกิมีความรุนแรงและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
  • พื้นที่เสี่ยง: ชายฝั่งตอนกลางของเวียดนามมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบ
  • มาตรการป้องกัน: การอพยพประชาชน การปิดสนามบิน และการห้ามเรือออกจากฝั่ง
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อการเกษตร การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน

การจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาแก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

สถานการณ์ในเวียดนามเป็นเครื่องเตือนใจว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความถี่และความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกประเทศทั่วโลก

ที่มา – เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งกลางประเทศบ่ายวันนี้

อัปเดต! เส้นทางพายุ “คาจิกิ” จ่อขึ้นฝั่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาอัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ” ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ หลังจากนั้นพายุจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ แต่ถึงกระนั้นก็ส่งผลให้ภาคอีสานและภาคเหนือของประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

อัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ”

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำการอัปเดตสถานการณ์พายุในช่วงเช้า โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (อ่าวเกี๋ย) มีจุดศูนย์กลางห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนามไปประมาณ 150 กิโลเมตร และยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ และหลังจากนั้นจะเคลื่อนต่อไปยัง สปป.ลาว

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยคือ บริเวณภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 25-27 สิงหาคม 2568 ประชาชนในภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทิศทางและความแรงของพายุ “คาจิกิ” อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับเส้นทางพายุ “คาจิกิ”

  • พายุจะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน
  • ภาคอีสานและเหนือรับมือฝนหนัก
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (KAJIKI) เป็นชื่อที่ตั้งโดยประเทศญี่ปุ่น หมายถึง กลุ่มดาวดาบ (Constellation KAJIKI) และเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงฤดูฝน โดยปกติแล้ว พายุที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้หรือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก มักจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยได้หลายเส้นทาง ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาต่างๆ เช่น ความกดอากาศสูง มวลอากาศเย็น และลมมรสุม

การรับมือกับสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” ที่กำลังจะเกิดขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยการติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ควรเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การสำรองน้ำดื่มและอาหารแห้ง เตรียมไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับเกษตรกร ควรมีการวางแผนการจัดการพืชผลทางการเกษตรให้เหมาะสม เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและน้ำท่วม เช่น การระบายน้ำออกจากแปลงเพาะปลูก การเสริมคันดิน หรือการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดหากจำเป็น

สถานการณ์พายุเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ด้วยการเตรียมพร้อมและการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เราสามารถลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – อัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน ช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้

ผู้ว่าฯ พังงาสั่งเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ”!

สถานการณ์ฉุกเฉิน! ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาสั่งการด่วนทุกอำเภอ เตรียมรับมือและติดตามสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชน

ผู้ว่าฯ พังงาสั่งเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ”

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุด โดยเน้นย้ำให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาการระบายน้ำไม่ทันในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา (กอปภ.จ.พง) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2568 เนื่องจากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่กำลังจะส่งผลกระทบ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 7 เกี่ยวกับ “พายุคาจิกิ” และคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 58 จังหวัด นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร

มาตรการรับมือ “พายุคาจิกิ” ในพังงา

กอปภ.จ.พง จึงได้แจ้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 24 – 27 สิงหาคม 2568 นี้

เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ทราบล่วงหน้า หากมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะรุนแรง ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ และรายงานผลการแจ้งเตือนภัย รวมถึงสรุปสถานการณ์ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาทราบ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มในจังหวัดพังงา ได้แก่ อำเภอเมืองพังงา อำเภอคุระบุรี อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง และอำเภอทับปุด ซึ่งขณะนี้ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ทางจังหวัดพังงาได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจาก “พายุคาจิกิ” ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว การเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จังหวัดพังงายังได้รณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน และตัดแต่งกิ่งไม้ที่อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรง รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาในช่วงนี้ ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและเตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย เสื้อกันฝน และยาสามัญประจำบ้าน

สถานการณ์ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – ผู้ว่าฯ พังงา สั่งทุกอำเภอเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำป่า ดินโคลนถล่ม

เตือน! พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เช็กจังหวัดรับผลกระทบ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 11 เตือน พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามและอ่อนกำลังลงในวันนี้ 25 ส.ค. เตือนไทยเตรียมรับมือฝนตกหนัก เช็กรายชื่อจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 11

โดยระบุว่า เมื่อเวลา 4.00 น. ของวันนี้ (25 ส.ค. 68) พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.6 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 25 ส.ค. 68 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. 68 พายุนี้มีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 ส.ค. 68

จากอิทธิพลดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 25 – 26 ส.ค. 68 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25 – 27 ส.ค. 68 โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำหรับภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ :  จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เช็กด่วน! จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ”

จากประกาศเตือนฉบับที่ 11 เรื่อง พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราต้องให้ความสำคัญ อย่ามองข้ามการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เพราะความปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งสำคัญที่สุด

ที่มา – เตือนฉบับ 11 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เช็กจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ เจอฝนตกหนักมาก

เตือน! “พายุคาจิกิ” จ่อเข้าไทย 26 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุคาจิกิ” ฉบับที่ 9 กำลังจะเข้าประเทศไทย โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามในวันพรุ่งนี้ 25 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ขอให้ประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเตรียมรับมือ

เตือน! “พายุคาจิกิ” จ่อเข้าไทย 26 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง พายุ “คาจิกิ” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 (212/2568) โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2568 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 450 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 17.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 25 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ“พายุคาจิกิ”ในช่วงวันที่ 24-26 สิงหาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมแรง ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25–27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำหรับภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

พื้นที่เสี่ยง: จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก”พายุคาจิกิ”

วันที่ 24 สิงหาคม 2568

ภาคกลาง: จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 23.00 น.

เตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคาจิกิ” กันนะครับ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – เตือน “พายุคาจิกิ” ฉบับ 9 จ่อเข้าไทย จ.น่าน 26 ส.ค. 68 เช็กจังหวัดรับมือฝนถล่ม

ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม

จากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ทั้งภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ประสานการทำงานร่วมกับ ปภ. อย่างใกล้ชิด โดยให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากสถานการณ์รุนแรง และดูแลด้านการดำรงชีพอย่างดีที่สุด

นอกจากนี้ ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนใน 45 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดตั้งวอร์รูม (War room) พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ตลอด 24 ชั่วโมง ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีการประชุมติดตามสถานการณ์ และสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้าสนับสนุนพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก เป็นจุดระดมทรัพยากร (Staging Area) ซึ่งขณะนี้เครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท ได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว

กรณีมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้จังหวัดรายงานข้อมูลมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และให้ตรวจสอบเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หากพบว่าไม่เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้เร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ส่งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมรายงานสถานการณ์ ผลกระทบ และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือ “พายุคาจิกิ” อย่างไร?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมของใช้จำเป็น ยาประจำตัว ไฟฉาย
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีความห่วงใยประชาชนในทุกพื้นที่ และพร้อมที่จะดูแลป้องกันความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนต้องการติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือขอรับความช่วยเหลือ สามารถสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม

รมว.เกษตรฯ สั่งเฝ้า 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ”

“อรรถกร” รมว.เกษตรฯ สั่งระดมกำลังเฝ้าน้ำ 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ” กำชับกรมชลฯ พร่องน้ำเขื่อน-ระบายน้ำให้เป็นระบบ แจ้งข่าวประชาชน ลดความเสียหายพื้นที่ท้ายน้ำและพื้นที่การเกษตร

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนคาจิกิ (KAJIKI) จากอิทธิพลดังกล่าวจะทำให้ในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ว่า ตนได้กำชับให้กรมชลประทานเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ” สถานการณ์น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม รวมถึงน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยเดิม ได้แก่ น่าน, พะเยา, แพร่, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย และจังหวัดใกล้เคียงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุคาจิกิ

นายอรรถกร กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทางกรมชลประทานได้พร่องน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำล่วงหน้าไว้แล้ว เพื่อให้สามารถรองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารชลประทาน รวมถึงคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อให้ระบายน้ำได้สะดวก พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยการบริหารจัดการน้ำได้บูรณาการเชื่อมโยงการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำ

รมว.เกษตรฯ สั่งเฝ้า 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ”

“ผมได้กำชับให้ทางกรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง และปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าว

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวม 50,913 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 67% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 25,593 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเขื่อนหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 17,527 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 7,344 ล้าน ลบ.ม.

การเตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ” ของกรมชลประทาน

เพื่อให้การรับมือ “พายุคาจิกิ” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมชลประทานได้ดำเนินการดังนี้:

  • พร่องน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำล่วงหน้า: เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมา
  • ตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารชลประทาน: เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานมีความแข็งแรงและพร้อมใช้งาน
  • กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ: เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • จัดเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่: เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง: เพื่อติดตามสถานการณ์และปรับแผนการจัดการน้ำให้เหมาะสม
  • ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน: เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลและเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการรับมือ “พายุคาจิกิ”

เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และวางแผนอพยพ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง
  • หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่

การรับมือกับพายุคาจิกิ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติให้เหลือน้อยที่สุด การเตรียมพร้อมและการรับมืออย่างมีสติจะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – รมว.เกษตรฯ สั่งเฝ้า 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ” พร่องน้ำเขื่อน-อ่างเก็บน้ำแล้ว

“ภูมิธรรม” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตาม “พายุคาจิกิ”

“ภูมิธรรม” สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ และ กทม. ติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (KAJIKI) เตรียมพร้อมดูแลช่วยประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ (KAJIKI)” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามและประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนกำลังแรง คาจิกิ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนอยู่ห่างจากเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม ประมาณ 570 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. และมีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้นได้อีกเมื่อเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับหลังจากเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลพายุดังกล่าวคาดว่า จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมแรงบริเวณภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคม 2568

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครได้ประสานการทำงานและติดตามสถานการณ์ร่วมกับ ปภ. ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบหมายให้ ปภ. ตั้งวอร์รูมร่วมกับทุกจังหวัดเพื่อประเมินสถานการณ์ และหากประเมินแล้วพบว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงในพื้นที่ใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด สั่งการนายอำเภอในฐานะผู้อำนวยการอำเภอ รวมถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่น ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุซึ่งได้มีการทบทวนและซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย การดูแลอาหารการกิน ปัจจัย 4

สำหรับพื้นที่ที่มักพบกับสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซาก ขอให้ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ส่วนพื้นที่ที่มีการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่หรือวัตถุที่มีความสูงตามกฎหมายว่าด้วยอาคาร ให้ประสานกับเจ้าของตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง หากพบว่ามีโอกาสได้รับผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อประชาชน ให้เร่งทำการรื้อถอน

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า หากเกิดฝนตกหนักหรือฝนตกสะสมปริมาณมาก อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ให้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้สื่อสารสร้างการรับรู้ผ่านหอกระจายข่าวและทุกช่องทางสื่อสารของหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติตนตามคำแนะนำของภาครัฐ รวมทั้งสร้างความรับรู้ระมัดระวังข่าวปลอมที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ไม่ประสงค์ดีในพื้นที่ด้วย

“ในส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีคลื่นสูง ให้ดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งการปักธงสัญลักษณ์ห้ามนักท่องเที่ยวหรือประชาชนเล่นน้ำ การพิจารณาเดินเรือทั้งเรือโดยสาร เรือประมง และหากแนวโน้มสถานการณ์รุนแรง และพบว่าได้มีเรือออกไปจากฝั่งแล้ว ขอให้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำพาเรือเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย”

ในช่วงท้าย นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทุกพื้นที่ในการดูแลป้องกันความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

“ภูมิธรรม” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตาม “พายุคาจิกิ”

เตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ”

สถานการณ์พายุโซนร้อน “คาจิกิ” กำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนที่เพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

การเตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การติดตามข่าวสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ เช่น การตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง การเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา และไฟฉาย การวางแผนอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และการเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

นอกจากนี้ การมีสติและความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ การตื่นตระหนกและตัดสินใจโดยไม่รอบคอบอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น ควรตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

การที่นายภูมิธรรมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศติดตาม “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ดังนั้น อย่าประมาทกับ “พายุคาจิกิ” เตรียมพร้อมรับมือ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – “ภูมิธรรม” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตาม “พายุคาจิกิ” พร้อมช่วยประชาชน 24 ชม.

Scroll to top