พายุดีเปรสชัน

อุตุฯ ฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเป็นพายุโซนร้อน

อุตุฯ ฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเป็นพายุโซนร้อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้สภาพอากาศบ้านเราเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงให้เห็นกันอย่างชัดเจน ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมและลมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ซึ่งสำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางต้องคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์ อุตุฯ ฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเป็นพายุโซนร้อน ในครั้งนี้ถือเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครับ

รายละเอียดสถานการณ์และพื้นที่เฝ้าระวัง

จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประชาชนในจุดเสี่ยงภัยต้องระมัดระวังเรื่องน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือสภาพคลื่นลมในทะเล ซึ่งสถานการณ์ อุตุฯ ฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเป็นพายุโซนร้อน ได้ส่งผลให้คลื่นในทะเลอันดามันตอนบนมีความสูงถึง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

  • ภาคตะวันออก: มีฝนตกหนักบางแห่ง
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
  • การเดินเรือ: คลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

ในส่วนของพายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น แม้จะมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แต่น่าโล่งใจที่กรมอุตุฯ ยืนยันว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และไม่มีทิศทางเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องหมั่นเช็กสภาพอากาศในพื้นที่นั้นให้ดี เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางครับ

สุดท้ายนี้ ฝนที่ตกหนักสะสมอาจนำมาซึ่งอันตรายที่เราคาดไม่ถึง ทางที่ดีพวกเราควรดูแลสุขภาพและสำรวจพื้นที่รอบบ้านให้พร้อมรับมือกับน้ำท่วมขังในช่วงปลายเดือนนี้ไว้ด้วยนะครับ การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประกาศเรื่อง อุตุฯ ฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเป็นพายุโซนร้อน จะช่วยให้เราวางแผนการใช้ชีวิตในสัปดาห์นี้ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเป็นพายุโซนร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุไมสัก” ฉบับ 11 เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก 5-6 ก.ค. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้สภาพอากาศบ้านเราดูจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุไมสัก” ฉบับ 11 เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก 5-6 ก.ค. 69 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พวกเราต้องรีบติดตามและเตรียมตัวรับมือกันให้ดีครับ โดยเฉพาะใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงวันหยุดนี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุไมสัก” ฉบับ 11 เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก 5-6 ก.ค. 69

จากรายงานล่าสุดของกรมอุตุฯ พายุโซนร้อน “ไมสัก” (MAYSAK) กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณประเทศจีน แต่ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยนั้นมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2569 นี้ครับ

ผลกระทบที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อได้รับข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุไมสัก” ฉบับ 11 เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก 5-6 ก.ค. 69

นอกจากฝนที่ตกหนักแล้ว ทางกรมอุตุฯ ยังเตือนเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลอีกด้วยครับ โดยเฉพาะบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และหากเป็นจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงเกิน 3 เมตรได้เลยทีเดียว สำหรับพี่น้องชาวประมงหรือใครที่จะล่องเรือในช่วงนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือแนะนำว่าให้งดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

  • ภาคเหนือ: มีโอกาสเจอฝนตกหนักถึงหนักมาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน: เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนองรุนแรง
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก: สภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกสะสม
  • ภาคใต้: ช่วงนี้สถานการณ์ฝนจะลดลงเล็กน้อย

สำหรับการปฏิบัติตนในช่วงอากาศแปรปรวนแบบนี้ ขอให้ทุกคนหมั่นเช็กข่าวสารจากหน่วยงานราชการอยู่เสมอ อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง และที่สำคัญคือต้องเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอครับ เพราะฝนอาจตกลงมาโดยไม่ทันตั้งตัวได้ การติดตามประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุไมสัก” ฉบับ 11 เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก 5-6 ก.ค. 69 อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้มากครับ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ ช่วงนี้หน้าฝนแล้วรักษาสุขภาพให้แข็งแรงกันทุกคนครับ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุไมสัก” ฉบับ 11 เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก 5-6 ก.ค. 69

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ในช่วงสัปดาห์นี้ ใครที่วางแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในขณะนี้แนวโน้มจะระบุว่าพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ความแปรปรวนของสภาพอากาศก็ยังเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยครับ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน

แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ ก็เพื่อเตือนให้ประชาชนในหลายพื้นที่รับมือกับปริมาณฝนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยอิทธิพลของพายุลูกนี้ประกอบกับร่องมรสุมอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ดังต่อไปนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคกลาง

นอกจากนี้ ในส่วนของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังต้องเจอกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พี่น้องในพื้นที่เหล่านี้ควรจัดเตรียมแผนการเดินทางและระมัดระวังเรื่องน้ำท่วมขังหรือดินโคลนถล่มด้วยนะครับ

การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ในช่วงวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เราทุกคนไม่ประมาท สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์พายุสามารถเปลี่ยนทิศทางหรือเพิ่มความรุนแรงได้ตลอดเวลา หากใครพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ในมุมมองของผม การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็นครับ แม้พายุจะไม่ได้ปะทะเราเต็มๆ แต่ฝนที่ตกหนักก็อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตหรือการเดินทางได้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศรายวันเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวนะครับ

ที่มา – ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้น

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” ฝนหนัก 25-26 ก.ย.

ประกาศฉบับสุดท้าย! อิทธิพลจากพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้วันที่ 25-26 กันยายน 2568 หลายจังหวัดต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก เรามาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดกันค่ะ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 13 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับพายุ “รากาซา” โดยเมื่อเวลา 13.00 น. พายุโซนร้อน “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่บริเวณเมืองบั๊กกั่น ประเทศเวียดนาม พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของมันยังคงส่งผลกระทบอยู่

อิทธิพลของพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย. นี้กันด้วยนะคะ

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร และอำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ

สถานการณ์พายุ “รากาซา” แม้จะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุรากาซา เช็กจังหวัดรับมือ

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย เช็กลิสต์รายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือ 24-26 ก.ย. 68 เฝ้าระวังท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 24 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ย. 68) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 ก.ย. 68 นี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 68 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “รากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ 

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

เตรียมรับมือกับพายุรากาซา! กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2568 นี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรามาเช็กรายละเอียดกันเลยว่าจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับ ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. กันบ้าง

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

24 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักมาก”

24 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลกและเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

จาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ทำให้เราเห็นว่าหลายจังหวัดทั่วประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางหรือกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

เตือน! “พายุมิแทก” ไม่เข้าไทย แต่ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุมิแทก” ซึ่งถึงแม้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนัก” ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ผ่านทางเว็บไซต์ โดยระบุว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “มิแทก” (Mitag) และเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 21.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19 กันยายน 2568 ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าว

จากอิทธิพลของ “พายุมิแทก” ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุมิแทก” ล่าสุด

สถานการณ์ “พายุมิแทก” มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลกระทบจาก “พายุมิแทก” ที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่า “พายุมิแทก” จะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ สิ่งที่ควรระวังมีดังนี้:

  • น้ำท่วมฉับพลัน: โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้แหล่งน้ำ
  • ดินโคลนถล่ม: ในพื้นที่ลาดชันและภูเขา
  • ฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตก
  • การเดินทาง: วางแผนการเดินทางและตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักยังรวมถึงการตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านเรือน การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย เทียน และอาหารแห้ง และการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง การเตรียมพร้อมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

ที่มา – เตือน “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่กระทบหลายพื้นที่ “ฝนตกหนัก”

ประกาศฉบับ 1 พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2568 พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุจะทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนัก

ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ ขอให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จับตา! พายุดีเปรสชันทวีกำลัง

สถานการณ์พายุในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

ผลกระทบจากพายุไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงฝนตกหนักเท่านั้น แต่อาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมจึงควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบเส้นทางน้ำ การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม และอาหารแห้ง รวมถึงการวางแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากพบเห็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ เช่น น้ำท่วมขัง หรือสัญญาณของดินโคลนถล่ม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน การเตรียมความพร้อม การติดตามข่าวสาร และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยมักเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม หรือภัยแล้ง การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม การให้ความรู้ การฝึกอบรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมในการเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้น ไม่เข้าไทย แต่หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” มรสุมแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่ไม่ต้องกังวล! แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักได้

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยพายุลูกนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบดังนี้:

  • ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
  • คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่มรสุมแรงขึ้น

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่มีฝนตกชุกก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมรักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชัน” ไม่เข้าไทย แต่จะทำให้มรสุมที่ปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

ประกาศฉบับ 1: พายุดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งจีน!


เพื่อนๆ ทุกคนคงได้ยินข่าวเรื่องสภาพอากาศกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ วันนี้มีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยามาแจ้งให้ทราบกัน เกี่ยวกับ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ มาดูกันค่ะว่ารายละเอียดเป็นยังไงบ้าง

ประกาศฉบับ 1: พายุดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีน ช่วงวันที่ 8–9 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง “พายุดีเปรสชัน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่าเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 6 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันได้ก่อตัวขึ้น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แล้วพายุดีเปรสชันนี้จะส่งผลกระทบกับประเทศไทยไหม?

ข่าวดีก็คือพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8–9 กันยายน 2568 โดยพายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ที่มีแผนเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันเวลาดังกล่าวด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า แม้ว่าพายุ “พายุดีเปรสชัน” จะไม่เข้าไทย แต่ก็อาจส่งผลทางอ้อมให้เกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ดังนั้นอย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะคะ จะได้เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

เพื่อความไม่ประมาท ขอแนะนำให้ทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พวกเราจะได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์

นอกจากนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนที่เรารัก

สรุปแล้ว สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนนี้ แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย แต่เราก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยธรรมชาตินะคะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีน ช่วงวันที่ 8–9 ก.ย.นี้

Scroll to top