พายุบัวลอย

เพื่อไทยพร้อมโหวต! รับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000

พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ แต่ขอพรรคเป็นร่างหลัก ชี้ได้ ส.ส.ร. ที่ยึดโยงประชาชน ฮั้วยาก และหนุนเยียวยาน้ำท่วมถ้วนหน้า 9,000 บาท เหมือนสมัย “นายกฯ อิ๊งค์”

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 ในวันที่ 14-15 ตุลาคมนี้ ว่า เพื่อให้กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมราบรื่นมากที่สุด เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการในวาระ 1 ทุกฉบับ และพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีข้อห่วงใยกับรายละเอียดในร่างของพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ซึ่งมีจุดอ่อนเรื่องความยึดโยงกับประชาชน เนื่องจากผู้เสนอตัวเป็น ส.ส.ร. สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลยโดยไม่ผ่านกลไกการกลั่นกรองโดยประชาชนผ่านการเลือกตั้งทางตรงก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ “ส.ส.ร.จัดตั้ง” ที่ได้สิทธิเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการฮั้วกัน โดยไม่สนใจคุณสมบัติและความเหมาะสมก็เป็นได้

“ดังนั้น หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการทั้ง 3 ร่าง พรรคเพื่อไทยจะเสนอขอให้ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณาต่อในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้ร่างที่จะได้ออกมามีความยึดโยงกับประชาชน เราเชื่อว่าภายใต้ข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. โดยตรงนั้น แนวทางของพรรคเพื่อไทยจะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้จริง ได้ ส.ส.ร.ที่ยึดโยงกับประชาชน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในทางการเมือง การฮั้วกันทำได้ยาก และไม่มีฝ่ายใดสามารถผูกขาดความเป็นเสียงข้างมากได้”

เพื่อไทยพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 ถ้วนหน้า

นอกจากนี้ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งอนุมัติวงเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยรอบล่าสุดจากอิทธิพลพายุบัวลอย ในกรอบไม่น้อยกว่าครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเคยอนุมัติไว้

ล่าสุดมีข่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีจะเสนอให้มีการปรับเงินชดเชยเยียวยาน้ำท่วมเป็น 9,000 บาททุกกรณี ก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้

“พรรคเพื่อไทยสนับสนุนอย่างยิ่งที่จะมีการปรับหลักเกณฑ์การเยียวยาจากน้ำท่วมนี้ เป็น 9,000 บาทต่อครัวเรือนถ้วนหน้า เท่ากันกับที่เคยอนุมัติในคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เพราะเงินเยียวยานี้ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเร่งอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนโดยเร็ว”

สนับสนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทถ้วนหน้า

พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประสบอุทกภัย การเยียวยาด้วยเงิน 9,000 บาทถ้วนหน้า จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสามารถนำไปใช้ในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน

พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันในหลักการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะสนับสนุนทุกมาตรการที่จะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การตัดสินใจของรัฐบาลในการอนุมัติเงินเยียวยาจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อประชาชนว่ารัฐบาลมีความใส่ใจและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และพรรคเพื่อไทยยังคงพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 อย่างเต็มที่

เพื่อไทยพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทถ้วนหน้า เพราะเราเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไป นี่คือความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการสร้างสังคมที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ที่มา – พร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. “เพื่อไทย” ขอเป็นร่างหลัก หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 ถ้วนหน้า

อิทธิพลพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มแพร่ น้ำไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน

อิทธิพลพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มแพร่ น้ำไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน

จากอิทธิพลพายุ “บัวลอย” ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ส่งผลให้เกิดน้ำป่าหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมใน 3 หมู่บ้านของตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนถึงเช้า ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันที่ไหลบ่าจากลำห้วยผาคำและลำห้วยขมิ้น

อิทธิพลพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มแพร่ น้ำไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน สร้างความเสียหายเบื้องต้นให้กับบ้านมณีวรรณ บ้านต้นห้า ในหมู่ที่ 4, 8 และ 11 โดยน้ำที่ไหลบ่ามีระดับสูงพอที่จะท่วมถนนและบ้านเรือนบางหลัง ชาวบ้านจำนวนมากต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม เทศบาลตำบลป่าแมตได้รีบระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันที โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ภาพน้ำท่วมจากพายุบัวลอย

ผลกระทบจากอิทธิพลพายุ “บัวลอย” ในพื้นที่แพร่

อิทธิพลพายุ “บัวลอย” สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในตำบลป่าแมตอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำไหลทะลักเข้าท่วม ทำให้การสัญจรติดขัดและพื้นที่เกษตรกรรมเสียหาย นายสุภวัฒน์ ศุภศิริ นายกเทศมนตรีตำบลป่าแมต กล่าวว่าทางเทศบาลกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนยังคงตกไม่หยุด และอาจมีน้ำหลากเพิ่มขึ้นในวันเดียวกันนี้ ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระมัดระวังและเตรียมตัวให้พร้อม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ล้นทะลัก ส่งผลให้ระดับน้ำในลำห้วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านหลายรายเล่าว่าฝนตกหนักตลอดคืนทำให้เกิดน้ำป่าจากภูเขาไหลลงมาอย่างแรง สร้างความตื่นตระหนกให้กับครอบครัวที่อาศัยใกล้ลำห้วย อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง

เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน

มาตรการช่วยเหลือและคำแนะนำป้องกันภัย

เทศบาลตำบลป่าแมตได้จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย โดยทีมเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการขอความร่วมมือจากประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา

  • เฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำป่าหลาก
  • ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันที
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม
  • ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางการหากจำเป็น

สถานการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งในฤดูฝน โดยเฉพาะจากอิทธิพลพายุเขตร้อนที่เคลื่อนตัวเข้าประเทศ ชาวแพร่และพื้นที่ใกล้เคียงควรเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติให้พร้อมเพื่อลดความเสียหาย

น้ำท่วมถนนในแพร่

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์อิทธิพลพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มแพร่ น้ำไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น หากเราร่วมมือกันเฝ้าระวังและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะช่วยลดผลกระทบได้มาก ลองติดตามข่าวสารและแบ่งปันข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของชุมชน

(ติดตาม ข่าวทั่วไทย ทั้งหมดที่นี่)

ที่มา – อิทธิพลพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มแพร่ น้ำไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน

ประกาศสุดท้ายพายุบัวลอยเตือน34จังหวัดฝนตกหนัก

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่หลายคนกำลังกังวลกันอยู่ นั่นคือ ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก” จากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่เพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นฉบับที่ 15 และถือเป็นประกาศสุดท้ายสำหรับเหตุการณ์นี้เลยทีเดียว หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุบัวลอย ปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่างๆ

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 34 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ กรมอุตุฯ แนะนำให้เตรียมตัวรับมือกับฝนตกหนักที่อาจนำมาซึ่งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่เคยน้ำท่วมขังมาก่อน ควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เก็บของมีค่าขึ้นที่สูง และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงในช่วงนี้

ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

ประกาศนี้ครอบคลุมหลายภาคทั่วประเทศ โดยวันที่ 30 กันยายน 2568 คาดว่าฝนจะตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้บางส่วน มาดูรายชื่อจังหวัดกันแบบละเอียดเลยนะครับ

รายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับสุดท้าย พายุบัวลอย

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์ – พื้นที่เหล่านี้เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากสูงมาก เนื่องจากเป็นภูเขาและลุ่มน้ำ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, ชัยภูมิ – ฝนสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมในที่ราบ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, กาญจนบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล – กรุงเทพฯ เองก็เสี่ยงน้ำท่วมขังในซอยต่างๆ ควรเตรียมแผนสำรองการเดินทาง
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด – ชายฝั่งตะวันออกอาจมีลมแรงและคลื่นสูง
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา – ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองสูงกว่า 3 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนสำหรับชาวเรือด้วยนะครับ ทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงมากกว่า 3 เมตรในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งอีก 1 วัน

ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก” นี้เป็นสัญญาณว่าสถานการณ์กำลังคลี่คลาย แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อไป กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อม ลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ การมีข้อมูลล่วงหน้าช่วยให้เราจัดการชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนกิจกรรมกลางแจ้งหรือเตรียมเสบียงอาหาร

จากประสบการณ์ในอดีต พายุและฝนตกหนักมักนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ด้วยเทคโนโลยีการพยากรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างเช่นดาวเทียมและแบบจำลองสภาพอากาศ เราสามารถรับมือได้ดีกว่าเดิม หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองเช็คสภาพหลังคาบ้าน ระบบระบายน้ำ และมีแผนอพยพหากจำเป็น อย่าลืมติดตามข้อมูลอัปเดตจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

เพื่อความปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมส่วนบุคคล เช่น เก็บเอกสารสำคัญในที่สูง สวมเสื้อกันฝน และหลีกเลี่ยงการข้ามสะพานน้ำท่วม นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นก็ควรทำงานร่วมกันในการจัดการน้ำและแจกจ่ายถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย

ในมุมมองของผม สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้เป็นผลจากภาวะโลกร้อน เราควรช่วยกันลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อป้องกันพายุที่รุนแรงขึ้นในอนาคต หวังว่าประกาศนี้จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ หรือติดตามข่าวสาร气象เพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง ดับ 1 ศพ

จากเหตุการณ์ อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ดับ 1 ศพ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในหลายจุด โดยเฉพาะอำเภอแม่สะเรียงที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ดับ 1 ศพ

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที โดยตั้งโรงทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัย ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ยังคงมีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลลงสู่แม่น้ำยวม ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นและเอ่อท่วมพื้นที่เกษตร บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างสาธารณะ เช่น สะพานและสถานที่ราชการ ได้รับความเสียหายในหลายหมู่บ้าน

นอกจากนี้ ยังมีบางพื้นที่ห่างไกลที่ติดต่อสื่อสารไม่ได้ เสาไฟฟ้าหักโค่น และเกิดดินสไลด์ทับบ้านเรือนใกล้โรงฆ่าสัตว์หลัง อบต.แม่คง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย หน่วยงานกำลังเร่งตรวจสอบและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ภาพน้ำท่วมแม่สะเรียง

อำเภอแม่สะเรียงประสานปลัดอำเภอ สมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยราชการสนับสนุน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

ผลกระทบในพื้นที่บ้านพะมอลอและบ้านสบหาร

ที่บ้านพะมอลอ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลากลงสู่น้ำยวม เอ่อท่วมทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง และโรงเรียนพะมอลอต้องปิดเรียน 2 วัน ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกปิด นอกจากนี้ ที่บ้านสบหาร ม.2 ต.บ้านกาศ คอสะพานหน้าโรงเรียนสบหารขาด รถกระบะถูกน้ำพัดเสียหาย 1 คัน และบ้านเรือนประชาชนราว 15 หลังได้รับผลกระทบ

ภาพดินสไลด์แม่สะเรียง

แม่น้ำยวมเอ่อท่วมบ้านเรือน ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินและจัดตั้งโรงทาน ชุมชนร่วมมือกันดูแลผู้ประสบภัย ขณะที่หน่วยงานกำลังติดตามสถานการณ์

ภาพช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานว่า อิทธิพลพายุบัวลอยทำให้ฝนตกหนักวันที่ 29-30 กันยายน 2568 เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำเอ่อล้นใน 7 ตำบลของอำเภอแม่สะเรียง เช่น ต.บ้านกาศ, ต.แม่คง, ต.แม่ยวม เป็นต้น มีบ้านเรือน พื้นที่เกษตร สถานศึกษา ถนน และคอสะพานเสียหาย ผู้เสียชีวิต 1 ราย (หญิง อายุ 38 ปี) หน่วยงานเร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย

  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: 7 ตำบลในอำเภอแม่สะเรียง
  • ความเสียหายหลัก: น้ำท่วม ดินสไลด์ ถนนขาด
  • ผู้เสียชีวิต: 1 ราย
  • มาตรการช่วยเหลือ: ตั้งโรงทาน สนับสนุนจากทหาร ตำรวจ

เหตุการณ์นี้เตือนใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมตัวรับมือพายุฤดูฝนให้ดี หากพบน้ำป่าหรือดินถล่ม ควรรีบอพยพและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อลดความสูญเสีย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น หรือติดต่อหน่วยช่วยเหลือในพื้นที่ เพื่อให้ได้ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว

ที่มา – อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ดับ 1 ศพ

อ.พิมาย ปักธงแดง เตือนน้ำท่วมหลังพายุบัวลอย

อ.พิมาย ปักธงแดง แจ้งเตือนน้ำท่วม หลังพายุบัวลอยทำอ่างหลายแห่งล้นสปิลเวย์

อ.พิมาย จังหวัดนครราชสีมา กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรง หลังจากพายุดักบัวลอยพัดผ่าน ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งล้นสปิลเวย์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศแจ้งเตือนโดยการปักธงแดง สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมที่อาจกระทบต่อบ้านเรือน โบราณสถาน และเศรษฐกิจท้องถิ่น

จากรายงานล่าสุดในวันที่ 30 กันยายน 2568 พายุดักบัวลอยได้นำฝนตกหนักมาสู่พื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนพิมายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันน้ำในเขื่อนมีปริมาณ 4,257,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินความจุเก็บกักถึง 117.97% เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งระบายน้ำออกสู่ลำน้ำมูลด้านท้ายเขื่อน เพื่อป้องกันการล้นทะลักที่อาจเกิดขึ้น หากมวลน้ำก้อนใหม่ยังคงไหลบ่ามาอย่างต่อเนื่อง

ภาพน้ำล้นเขื่อนพิมาย

ผลกระทบจากฝนที่ตกสะสมเหนือเขื่อน ทำให้ระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลพิมาย ชาวบ้านหลายครัวเรือนเริ่มได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่จากกองช่างเทศบาลจึงรีบนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้ง เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง มาตรการนี้มุ่งปกป้องแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตลาดและร้านค้า รวมถึงโบราณสถานหินพิมายและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพิมาย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเสียหายได้

อ.พิมาย ปักธงแดง แจ้งเตือนน้ำท่วม หลังพายุบัวลอยทำอ่างหลายแห่งล้นสปิลเวย์

นายก้องเกียรติ วิชชาพิณ นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ โดยใช้ธงแดงเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด และเตรียมย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ภาพเครื่องสูบน้ำที่พิมาย

มาตรการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่พิมาย

นอกจากการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้วางแผนขุดลอกคูคลองเพื่อเพิ่มการไหลของน้ำ และประสานงานกับหน่วยงานชลประทานในการควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ใกล้เคียง พื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของชาวบ้าน ก็ได้รับคำแนะนำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า หากฝนยังคงตกหนักต่อไป สถานการณ์อาจรุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่พึ่งพาปราสาทหินพิมายเป็นหลัก

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ พื้นที่ภาคอีสานอย่างนครราชสีมา มักเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมจากพายุหมุนเขตร้อน การเตรียมพร้อมของชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ชาวบ้านในอ.พิมายต่างร่วมมือกัน โดยบางครัวเรือนได้ช่วยกันเสริมคันดินรอบบ้านเพื่อป้องกันน้ำไหลบ่า นอกจากนี้ หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นยังคงเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ภาพประกาศเตือนน้ำท่วมภาพผลกระทบนน้ำท่วมพิมาย

  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมถุงทรายและอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงและเก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย

สถานการณ์น้ำท่วมในอ.พิมายนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรปรับแผนเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำท้องถิ่น และเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น เพื่อลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่พิมายและใกล้เคียงช่วยกันเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เราจะนำเสนอให้ทราบต่อไป

ที่มา – อ.พิมาย ปักธงแดง แจ้งเตือนน้ำท่วม หลังพายุบัวลอยทำอ่างหลายแห่งล้นสปิลเวย์

พายุบัวลอยอ่อนกำลัง เช็กจังหวัดฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งออกประกาศล่าสุดเกี่ยวกับ “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนักได้ที่นี่! ในช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนมาก โดยเฉพาะจากอิทธิพลของพายุที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้บริเวณประเทศไทย ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับฝนที่อาจตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัดที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

“พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก

วันที่ 30 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องพายุ “บัวลอย” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 14 โดยระบุว่าพายุดีเปรสชัน “บัวลอย” (BUALOI) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว บริเวณแขวงหลวงน้ำทา ประเทศลาว เมื่อเวลา 01.00 น. และล่าสุดปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบนและลาวตอนบน เวลา 04.00 น. คาดว่าหย่อมนี้จะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านเมียนมาตอนบนและภาคเหนือตอนบนของไทยในวันนี้

อิทธิพลจาก “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนักนั้น ส่งผลให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ประชาชนควรระวังอันตรายจากฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำขัง

ผลกระทบต่อคลื่นลมและทะเล

นอกจากฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนยังมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในที่ที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร สำหรับทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงกว่าในจุดที่มีพายุฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “พายุบัวลอย” อ่อนกำลัง

จากประกาศของกรมอุตุฯ จังหวัดที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักมีดังนี้:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, กาญจนบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา

หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า และเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ เช่น ย้ายสิ่งของไปยังที่สูง หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับรับมือฝนตกหนักจากพายุ

เพื่อความปลอดภัยในช่วง “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก แนะนำให้ประชาชนเตรียมถุงทรายกันน้ำ ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้าน และหลีกเลี่ยงการขับขี่ในที่ลื่นหรือน้ำท่วม หากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน อย่าพยายามข้ามน้ำลึกเพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ การมีวิทยุสื่อสารหรือแอปพลิเคชันเตือนภัยจะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์

สภาพอากาศในประเทศไทยมักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝน ดังนั้นการติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก คุณสามารถเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรสอบถามที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศนี้出ณวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 05.00 น. และฉบับต่อไปจะออกเวลา 11.00 น. ในวันเดียวกัน

ในฐานะที่ปรึกษาด้านสภาพอากาศ สรุปว่าช่วงนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีฝนตกหนัก อย่าลืมแบ่งปันข้อมูลนี้ให้ครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อช่วยกันรับมือภัยพิบัติได้ดีขึ้น ลองเช็คพยากรณ์อากาศประจำวันเพื่อวางแผนกิจกรรมให้เหมาะสม

ที่มา – “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก

พายุ “บัวลอย” อ่อนลงเป็นโซนร้อน เตือนฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 12 เกี่ยวกับ พายุ “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นโซนร้อนแล้ว เตือนพื้นที่ได้รับผลกระทบ เจอฝนตกหนัก โดยพายุนี้ได้อ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อนกำลังแรง สู่การเป็นพายุโซนร้อนธรรมดา และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมเมียนมาตอนบนในช่วงวันที่ 29-30 กันยายน 2568 แม้พายุจะไม่เคลื่อนตรงเข้าประเทศไทย แต่ผลกระทบยังคงส่งให้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วไทย

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2568 ศูนย์กลางของพายุ “บัวลอย” (BUALOI) อยู่บริเวณแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว ที่ละติจูด 19.5 องศาเหนือ ลองติจูด 103.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผ่นดินไทย แต่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะทำให้เกิดฝนตกหนักมากในหลายจังหวัด

พายุ “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นโซนร้อนแล้ว เตือนพื้นที่ได้รับผลกระทบ เจอฝนตกหนัก

อิทธิพลจากพายุ “บัวลอย” ทำให้ประเทศไทยตอนบนและตอนล่างเผชิญกับฝนฟ้าคะนองหนัก โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำขัง ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือให้ดี เช่น เก็บข้าวของสำคัญไปไว้ในที่สูง หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง และติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงกว่า 2 เมตรในจุดที่มีฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัย

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักจากพายุ “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นโซนร้อนแล้ว

สำหรับวันที่ 29 กันยายน 2568 จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก ได้แก่:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, สุโขทัย, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ระยอง
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, กระบี่, ตรัง, สตูล

ส่วนวันที่ 30 กันยายน 2568 พื้นที่ฝนหนักมากจะลดลง แต่ยังมีจังหวัดตะวันออกอย่างจันทบุรีและตราดที่เสี่ยง สำหรับฝนตกหนักทั่วไปในวันที่ 29 กันยายน จะคล้ายกัน แต่วันที่ 30 จะขยายไปยังภาคเหนือเพิ่มเติม เช่น เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, กำแพงเพชร ภาคอีสานอย่างหนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี ภาคกลางอย่างนครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, กาญจนบุรี ภาคตะวันออกเพิ่มฉะเชิงเทรา และภาคใต้อย่างระนอง, พังงา

ในฐานะที่เราอยู่ในฤดูฝน การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ตรวจสอบสภาพอากาศล่าสุดผ่านแอปหรือเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา และวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หากมีคำถามเกี่ยวกับการรับมือฝนตกหนัก สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – พายุ “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นโซนร้อนแล้ว เตือนพื้นที่ได้รับผลกระทบ เจอฝนตกหนัก

ประกาศพายุบัวลอย ฉบับ 10 ฝนตกหนักมาก

ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก”

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในวันนี้เรามีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ทุกคนควรติดตาม โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก” แล้วนะครับ พายุนี้เคลื่อนตัวเข้มข้นมาก ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยหลายภาคส่วน มาดูรายละเอียดกันเลย

ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน

ตามประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 29 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่นบัวลอย (BUALOI) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองกว๋างบิ่ญ ประเทศเวียดนามตอนบน และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้วครับ ณ เวลา 04.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกของแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว ที่ละติจูด 18.4 องศาเหนือ ลองติจูด 105.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 111 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ จากอิทธิพลนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

เช็กจังหวัดฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะตามแนวขอบของพายุและด้านรับมรสุม จังหวัดที่ควรระวัง ได้แก่

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

ฝนตกหนักถึงหนักมากอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่น้ำท่วมขังง่าย ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรวางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติให้ดี

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในที่ที่มีฝนฟ้าคะนองสูงกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึง 30 กันยายน 2568

พายุบัวลอยครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงสำคัญมาก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถเช็คข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ถามได้เลยครับ เราจะช่วยตอบให้

ที่มา – ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก”

ธนกรสั่งรับมือน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “บัวลอย” ที่ทำให้ฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชุมชนรอบข้าง “ธนกร” สั่งรับมือน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม เรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปกป้องภาคอุตสาหกรรมจากภัยธรรมชาติ

“ธนกร” สั่งรับมือน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม เรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

วันที่ 28 กันยายน 2568 นายธนกร ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดจากพายุ “บัวลอย” ซึ่งส่งผลให้มีฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เขาได้กำชับให้ กนอ. สำรวจและติดตามสถานการณ์ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ การสั่งการนี้ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำท่วมจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของโรงงานและความปลอดภัยของประชาชน

จากรายงานเบื้องต้น สถานการณ์ในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือยังคงปกติ ระดับน้ำภายนอกต่ำกว่าเขื่อนดินประมาณ 3 เมตร และระบบระบายน้ำฝนภายในนิคมทำงานได้ดี สำหรับนิคมเวิลด์ ระดับน้ำต่ำกว่าเขื่อนดิน 2 เมตร โดยมีการเสริมคันดินป้องกันน้ำ เตรียมกระสอบทราย 300 กระสอบสำหรับปิดจุดเสี่ยง และจัดเครื่องสูบน้ำสำรองไว้พร้อมใช้งาน นิคมบางปะอิน บ้านหว้า และนครหลวง ก็ไม่มีสัญญาณความเสี่ยงเช่นกัน แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

มาตรการรับมือน้ำท่วมที่นายธนกรกำชับ

เพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรง นายธนกรได้สั่งการให้ กนอ. ดำเนินการดังนี้

  • ติดตามระดับน้ำทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์ และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
  • วางแผนรับมือกรณีน้ำท่วมสูง โดยประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือชุมชนรอบนิคม
  • เร่งระบายน้ำฝนภายในนิคมให้มีประสิทธิภาพ และจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ
  • จัดระเบียบการจราจรในพื้นที่น้ำท่วม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แรงงานและนักลงทุน
  • บำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมใช้งาน 24 ชั่วโมง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่มองว่านิคมอุตสาหกรรมไทยมีระบบรับมือภัยพิบัติที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในยุคที่การลงทุนต้องการความมั่นคงและยั่งยืน

“ธนกร” สั่งรับมือน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม เรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาบรรยากาศการลงทุนของไทย ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเตรียมพร้อมเช่นนี้จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด และปกป้องชีวิตทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการเน้นย้ำให้บุคลากรในนิคมทุกแห่งเฝ้าระวังฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะช่วยให้การรับมือมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในขณะที่ชุมชนรอบนิคมก็ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความกังวลและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสังคม

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การจัดการน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังรวมถึงการสื่อสารที่โปร่งใส ซึ่งนายธนกรได้ทำได้ดี โดยการอัปเดตสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายที่น่าลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม แนะนำให้ติดตามประกาศจาก กนอ. อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนสำรองของตัวเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด การเตรียมพร้อมร่วมกันจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

ที่มา – “ธนกร” สั่งรับมือน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม เรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

Scroll to top