พายุหิมะ

พายุหิมะถล่มสหรัฐ! นิวยอร์กแบนเดินทางทั่วเมือง

ทุกท่านครับ ข่าวด่วนจากสหรัฐอเมริกาที่กำลังร้อนแรงสุดๆ เลยตอนนี้ก็คือ พายุหิมะถล่มสหรัฐ นิวยอร์กแบนเดินทางทั่วเมือง! นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กออกคำสั่งสุดเข้มงวด ประกาศห้ามเดินทางทั่วทั้งเมือง ยกเว้นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากพายุหิมะลูกมหึมานี้เริ่มพัดถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา สถานการณ์ตึงเครียดมาก เพราะคาดว่านี่จะเป็นพายุรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ!

พายุหิมะถล่มสหรัฐ นิวยอร์กแบนเดินทางทั่วเมือง

คำสั่งแบนเดินทางนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันอาทิตย์ จนถึงเที่ยงวันวันจันทร์ ครอบคลุมทุกถนน ทางหลวง และสะพานทั้งหมดในนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรกว่า 8 ล้านคน นายกเทศมนตรีเอริก อดัมส์ เน้นย้ำว่าพายุครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่นิวยอร์กเคยเจอในรอบ 10 ปี ขอร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นโดยสิ้นเชิง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เตือนภัยจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (NWS)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ หรือ NWS ออกคำเตือนฉบับแดง พายุหิมะลูกนี้จะก่อให้เกิดสภาพ “blizzard” หรือพายุหิมะเต็มรูปแบบ ตั้งแต่รัฐแมรีแลนด์ไปจนถึงนิวอิงแลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าหิมะจะตกหนักถึง 5-7.5 เซนติเมตรต่อชั่วโมงในช่วงพีค บางพื้นที่สะสมหิมะได้มากกว่า 60 เซนติเมตรเลยทีเดียว ลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระทบประชาชนเกือบ 54 ล้านคนที่อยู่ในแนวพายุ

รายงานช่วงเย็นวันอาทิตย์ พายุเริ่มกระหน่ำนครนิวยอร์กอย่างหนัก ทัศนวิสัยลดลงเหลือเกือบศูนย์ มองแทบไม่เห็นตึกระฟ้าชื่อดังย่านวอลล์สตรีทจากฝั่งบรู๊คลิน สถานการณ์เลวร้ายสุดๆ

ผลกระทบกระจายไปยังรัฐใกล้เคียง

ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ณ เวลา 19.30 น. มีรายงานผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 22,895 รายประสบปัญหาไฟดับ จากหิมะหนักและลมแรง ผู้ว่าการรัฐมิกี เชอร์ริลล์ประกาศภาวะฉุกเฉินทันที เพื่อเร่งจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในการรับมือ

ส่วนที่รัฐแมสซาชูเซตส์ นายกเทศมนตรีเมืองบอสตัน มิเชลล์ วู สั่งปิดโรงเรียนของรัฐและอาคารราชการทั้งหมดในวันจันทร์ พร้อมขอให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  • หิมะตกหนักสะสมเกิน 60 ซม. ในบางพื้นที่
  • ลมกระโชกแรง 100 กม./ชม. ทำให้ทัศนวิสัยต่ำ
  • ไฟดับนับหมื่นรายในนิวเจอร์ซีย์
  • ปิดโรงเรียนและหน่วยงานราชการหลายแห่ง
  • เสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่งระดับปานกลางถึงรุนแรง จากเดลาแวร์ถึงเคปค็อด

NWS ยังเตือนถึงความเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่งที่อาจเกิดขึ้น พายุครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากภูมิภาคเดียวกันเพิ่งฟื้นตัวจากพายุฤดูหนาวลูกก่อน ที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 ราย สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง

ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เคธี โฮชุล ออกคำเตือนว่า “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง” แนะนำให้ประชาชนรีบกักตุนอาหาร ยา และอาหารสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะปักหลักอยู่ในบ้านไปยาวๆ

แม้จะมีคำสั่งแบนเดินทาง แต่ประชาชนบางส่วนยังกังวล ชาวบรู๊คลินวัย 33 ปีรายหนึ่งบอกว่า “ถนนถูกปิดแต่ที่ทำงานยังเปิดอยู่ ทำให้หลายคนลำบากเพราะหยุดงานไม่ได้” สถานการณ์แบบนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนทำงานจำนวนมาก

พายุหิมะถล่มสหรัฐ ครั้งนี้แตกต่างอย่างไร?

พายุหิมะหรือ blizzard คือพายุที่มาพร้อมหิมะหนัก ลมแรง และทัศนวิสัยต่ำกว่า 400 เมตร นิวยอร์กเคยเจอพายุใหญ่ในปี 2016 ที่สะสมหิมะ 60 ซม. แต่ครั้งนี้คาดว่าอาจหนักกว่า เนื่องจากระบบความกดอากาศต่ำกำลังรวมพลังกับอากาศเย็นจากขั้วโลก ส่งผลให้หิมะตกไม่ขาดสายหลายวัน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็น่ากลัว สนามบินหลักๆ อย่าง JFK และ LaGuardia ต้องยกเลิกไฟล์ทนับพัน เศรษฐกิจนิวยอร์กที่พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยวอาจเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์

คำแนะนำในการรับมือพายุหิมะ

  1. กักตุนเสบียง: อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยา และแบตเตอรี่สำรองอย่างน้อย 3-5 วัน
  2. เตรียมรถยนต์: เช็คยางหิมะ ถังน้ำมันเต็ม และโซ่ลาก
  3. ติดตามข่าว: ใช้แอพ NWS หรือเว็บไซต์ท้องถิ่น
  4. ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน: โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก
  5. หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน: จนกว่าคำสั่งจะยกเลิก

สุดท้ายแล้ว พายุหิมะถล่มสหรัฐ นิวยอร์กแบนเดินทางทั่วเมือง เป็นบทเรียนราคาแพงให้เห็นว่าธรรมชาติสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ในชั่วพริบตา ความเห็นส่วนตัวนะครับ เราควรมีแผนรับมือภัยพิบัติในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเมืองไทยหรือต่างประเทศ เพราะโลกร้อนทำให้พายุรุนแรงขึ้นทุกวัน หวังว่าทุกคนในนิวยอร์กจะปลอดภัย และสถานการณ์คลี่คลายเร็วๆ นี้

ถ้าชอบข่าวแบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์นะครับ!

ที่มา – พายุหิมะถล่มสหรัฐ! นิวยอร์กสั่ง “แบนเดินทางทั่วเมือง” เตือนเลวร้ายสุดในรอบทศวรรษ

สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ

สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ หลังจากเหตุการณ์หิมะถล่มรุนแรงบนเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา สร้างความสะเทือนใจให้กับนักเล่นสกีทั่วโลก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ทะเลสาบทาโฮ ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการเล่นสกีในฤดูหนาว

สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ

เมื่อวันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 ตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนียได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถค้นพบศพของนักสกีถึง 8 ราย จากทั้งหมด 9 รายที่สูญหายไปหลังเผชิญหน้ากับหิมะถล่มครั้งใหญ่ ส่วนนักสกีอีก 1 รายยังคงติดอยู่ในความมืดมิด ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายยิ่งนัก

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเช้าตรู่ของวันอังคารที่ 17 ก.พ. บริเวณยอดเขาคาสเซิล ในพื้นที่ทะเลสาบทาโฮ บนเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา กลุ่มนักสกีจากบริษัท Blackbird Mountain Guides ซึ่งประกอบด้วยลูกค้า 11 คนและไกด์ 4 คน กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางกลับจากกระท่อมพักแซ่บที่ทะเลสาบฟร็อก ก็ถูกหิมะถล่มพัดพาไปอย่างกะทันหัน

ปฏิบัติการค้นหากู้ภัยท่ามกลางพายุหิมะ

ทีมกู้ภัยกว่า 40 นายจากหน่วยงานต่างๆ ได้รับแจ้งเหตุและรีบเข้าปฏิบัติการทันที ในเบื้องต้น พวกเขาสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 6 ราย โดย 2 รายได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น การค้นหาก็หยุดชะงักเพราะสภาพอากาศสุดขั้ว

แชนแนน มูน นายอำเภอเขตเนวาดา เคาน์ตี กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เรายังคงตามหาสมาชิกที่เหลืออีกหนึ่งราย แต่พายุหิมะรุนแรง ลมกระโชกแรง และทัศนวิสัยที่แทบเป็นศูนย์ ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปได้ยากยิ่ง” คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเสี่ยงหิมะถล่มในพื้นที่นี้ ก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง

สาเหตุและความเสี่ยงของหิมะถล่มในแคลิฟอร์เนีย

เทือกเขาเซียร์ราเนวาดาเป็นพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักในฤดูหนาว โดยเฉพาะในช่วง blizzard หรือพายุหิมะใหญ่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อหิมะถล่ม เวย์น วู นายอำเภอเพลเซอร์เคาน์ตี ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น

  • หิมะสะสมหนา: ทำให้โครงสร้างหิมะไม่เสถียร
  • ลมแรง: ผลักดันหิมะให้ถล่มง่ายขึ้น
  • อุณหภูมิผันผวน: เพิ่มโอกาสเกิด avalanche

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักสกีทุกคนตรวจสอบพยากรณ์อากาศและระดับความเสี่ยง avalanche ก่อนออกเดินทางเสมอ

บทเรียนจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้

เหตุการณ์ สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของกีฬาฤดูหนาว แม้จะสนุกสนานแต่ต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ บริษัททัวร์สกีควรมีแผนฉุกเฉินที่รัดกุม รวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับ avalanche beacon, shovel และ probe

นอกจากนี้ การฝึกอบรมไกด์ให้เชี่ยวชาญด้าน avalanche safety ก็สำคัญยิ่ง ในปีที่ผ่านมา มีเหตุหิมะถล่มในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเนื่องจาก climate change ที่ทำให้หิมะตกหนักผิดปกติ

สำหรับนักสกีชาวไทยที่ชื่นชอบการผจญภัยต่างแดน ขอให้ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและเลือกทัวร์จากบริษัทที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ติดตามข่าวสารความเสี่ยงภัยธรรมชาติและเคล็ดลับการเล่นสกีปลอดภัยได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น กระทบผู้มาใช้สิทธิ

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นกันค่ะ หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น ทำให้หลายจังหวัดต้องเผชิญกับหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ สร้างความกังวลใจให้กับทุกคนว่าอาจกระทบต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้นะคะ พายุหิมะครั้งใหญ่นี้ปกคลุมพื้นที่กว้างขวางทั่วประเทศ โดยเฉพาะชายฝั่งตั้งแต่ภาคเหนือยันภาคตะวันตก

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น: สภาพอากาศรุนแรงสุดขีด

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นออกมาแจ้งว่า หน่วยเลือกตั้งประมาณ 40% ทั่วประเทศอาจต้องปิดบริการเร็วกว่ากำหนด เพราะสภาพอากาศเลวร้ายและเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทุกคน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังได้ออกประกาศเตือนหิมะตกหนักระดับรุนแรงในหลายจังหวัด เช่น ทตโตริ ฟุกุอิ และเกียวโต เนื่องจากระบบความกดอากาศฤดูหนาวที่แรงมากพัดเข้ามาปกคลุม

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากหิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น

  • ภูมิภาคคิงกิฝั่งตะวันตก: คาดว่าหิมะจะตกสะสมสูงถึง 70 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง
  • ภูมิภาคคันโตตอนกลางรวมกรุงโตเกียว: หิมะตกต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ สะสมราว 5 เซนติเมตรปกคลุมทั่วเมือง
  • ภาคเหนือ: หิมะตกหนักหลายสัปดาห์ ถนนหลายสายปิด การคมนาคมหยุดชะงัก มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับหิมะหลายสิบราย

แม้สภาพอากาศจะโหดร้ายขนาดนี้ แต่ก็ยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคนที่ฝ่าหิมะออกมาใช้สิทธิอย่างมุ่งมั่น นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ท่ามกลางหิมะตกหนักแบบนี้

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนัก

อัตราการมาใช้สิทธิและผลโพลเลือกตั้ง

ณ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น อัตราการมาใช้สิทธิอยู่ที่ 16.05% ลดลง 3.07 จุดจากครั้งก่อนในปี 2024 แต่ผลสำรวจความเห็นชี้ว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายทาคาอิจิ มีแนวโน้มได้ที่นั่งเกิน 233 ที่นั่งในสภาล่าง 465 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากสบายๆ บางโพลบอกว่าอาจได้ถึง 310 ที่นั่ง ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล จะมีเสียงเกินสองในสาม ซึ่งเป็นผลดีที่สุดตั้งแต่ยุคชินโซ อาเบะ

ถึงแม้คะแนนนิยมจะสูง แต่ทาคาอิจิยังต้องเจอคำถามเรื่องวินัยการคลัง หลังปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสู้เงินเฟ้อ และสัญญาจะระงับภาษีบริโภคสำหรับอาหาร ปัจจุบันญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะเกินสองเท่าของ GDP อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงสุด และเยนผันผวนหนัก

บทเรียนจากหิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น

เหตุการณ์ หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น ครั้งนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความท้าทายจากธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของประชาชนญี่ปุ่นที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคเพื่อสิทธิทางการเมือง ในขณะที่โลกกำลังเผชิญ climate change มากขึ้น สภาพอากาศ极端แบบนี้จะเกิดบ่อยแค่ไหน และจะกระทบประชาธิปไตยอย่างไร เป็นคำถามที่เราทุกคนควรคิด

สำหรับแฟนข่าวต่างประเทศอย่างเราๆ สามารถติดตามพัฒนาการผลเลือกตั้งญี่ปุ่นได้ที่นี่เลยนะคะ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ถึงเหตุการณ์สุดดราม่าครั้งนี้!

ที่มา – หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนักเป็นประวัติการณ์ หวั่นกระทบผู้มาใช้สิทธิ

พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก: เที่ยวบินดีเลย์อื้อ!

พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหนักในช่วงหลังเทศกาลคริสต์มาส เที่ยวบินหลายพันเที่ยวบินต้องดีเลย์และถูกยกเลิก ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเผชิญกับความวุ่นวายในการเดินทางกลับบ้านหรือไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ

พายุฤดูหนาว Devin แผลงฤทธิ์พัดถล่มพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ทำให้เกิดหิมะและน้ำแข็งสะสมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในนครนิวยอร์กที่ทำสถิติหิมะตกหนักสุดในรอบเกือบ 4 ปี สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สายการบินต่างๆ ต้องตัดสินใจยกเลิกและปรับเปลี่ยนตารางการบินกว่า 9,000 เที่ยวบิน ขณะที่ผู้ว่าการรัฐได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลาอันตรายนี้

สถานีโทรทัศน์และสำนักข่าวต่างๆ รายงานสถานการณ์พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำถึงความรุนแรงของพายุและความยากลำบากในการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว หลายพื้นที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัดเนื่องจากหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างล่าช้าและอันตราย

พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คในนครนิวยอร์ก มีปริมาณหิมะสะสมสูงถึง 11 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 นอกจากนี้ พื้นที่ทางตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิวยอร์ก รวมถึงรัฐคอนเนตทิคัต ก็เผชิญกับหิมะที่ตกลงมาอย่างหนาแน่น โดยวัดปริมาณได้ระหว่าง 15-25 เซนติเมตร

ข้อมูลจากเว็บไซต์ FlightAware แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของการพายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ต่อการเดินทางทางอากาศ โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศสหรัฐฯ ถูกยกเลิกหรือล่าช้าสะสมกว่า 9,000 เที่ยวบิน โดยเฉพาะสนามบินหลัก 3 แห่งในนิวยอร์ก ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี ท่าอากาศยานลากวาร์เดีย และท่าอากาศยานนานาชาตินูอาร์ก ลิเบอร์ตี ประสบปัญหาเที่ยวบินดีเลย์และยกเลิกเป็นจำนวนมาก

สายการบินช่วยเหลือผู้โดยสาร

แม้ว่าสถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่สายการบินหลักอย่าง American Airlines, United Airlines และ JetBlue ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตั๋ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเลวร้ายนี้ มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระให้กับผู้โดยสารที่ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางเนื่องจากพายุหิมะ

นางเคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กว่าครึ่งรัฐ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดตลอดช่วงที่พายุกำลังพัดกระหน่ำ เช่นเดียวกับรัฐนิวเจอร์ซีย์ที่ประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งจำกัดการใช้รถบรรทุกเชิงพาณิชย์บนทางหลวงสายหลักหลายเส้นทาง เนื่องจากสภาพถนนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและเป็นอันตราย

ถึงแม้ว่าในช่วงบ่ายวันเสาร์ พายุจะเริ่มอ่อนกำลังลงและเหลือเพียงหิมะโปรยปรายเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเตือนให้ประชาชนระวังเรื่องอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ซึ่งอาจทำให้หิมะที่ละลายกลายเป็น “Black Ice” หรือแผ่นน้ำแข็งใสที่มองไม่เห็นบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ขับขี่

การเดินทางในช่วงฤดูหนาวมักมาพร้อมกับความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้า การตรวจสอบพยากรณ์อากาศ และการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น หากจำเป็นต้องขับรถในสภาพอากาศที่มีหิมะหรือน้ำแข็ง ควรขับด้วยความระมัดระวัง ลดความเร็ว และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น

พายุหิมะที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบของสภาพอากาศที่รุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของเรา การตระหนักถึงความเสี่ยงและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – พายุหิมะถล่มนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ เที่ยวบินดีเลย์-ยกเลิกนับพัน กระทบการเดินทางช่วงหลังคริสต์มาส

Scroll to top