พายุเข้าไทย

ประกาศพายุบัวลอย ฉบับ 10 ฝนตกหนักมาก

ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก”

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในวันนี้เรามีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ทุกคนควรติดตาม โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก” แล้วนะครับ พายุนี้เคลื่อนตัวเข้มข้นมาก ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยหลายภาคส่วน มาดูรายละเอียดกันเลย

ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน

ตามประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 29 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่นบัวลอย (BUALOI) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองกว๋างบิ่ญ ประเทศเวียดนามตอนบน และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้วครับ ณ เวลา 04.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกของแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว ที่ละติจูด 18.4 องศาเหนือ ลองติจูด 105.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 111 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ จากอิทธิพลนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

เช็กจังหวัดฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะตามแนวขอบของพายุและด้านรับมรสุม จังหวัดที่ควรระวัง ได้แก่

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

ฝนตกหนักถึงหนักมากอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่น้ำท่วมขังง่าย ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรวางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติให้ดี

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในที่ที่มีฝนฟ้าคะนองสูงกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึง 30 กันยายน 2568

พายุบัวลอยครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงสำคัญมาก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถเช็คข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ถามได้เลยครับ เราจะช่วยตอบให้

ที่มา – ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก”

อัปเดตเส้นทางพายุบัวลอยขึ้นเวียดนาม 29 ก.ย.

อัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม 29 ก.ย.นี้

ในช่วงนี้ สภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นที่เคลื่อนตัวเข้ามา โดยเฉพาะพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ที่กำลังก่อตัวและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศอัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามในวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

อัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ล่าสุด

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 28 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (BUALOI) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 170 กิโลเมตร ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วราว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่า พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน โดยเฉพาะบริเวณเมืองวินห์ ในวันที่ 29 กันยายน 2568 หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ แต่ก่อนหน้านั้น จะส่งผลกระทบต่อแนวขอบและเส้นทางเดินของพายุ ทำให้ภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักหลายพื้นที่

ผลกระทบต่อประเทศไทยจากพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย”

แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนตรงเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ร่องมรสุมและมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ซึ่งจะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง คลื่นลมในทะเลมีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 28 ถึง 30 กันยายน 2568 ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมแรง

  • ภาคเหนือตอนบนและตะวันออก: ฝนตกหนักหลายพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมขัง
  • ภาคอีสานตอนบน: คาดมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: คลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวประมงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ภาคตะวันออก: ฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะเกาะกงและตราด

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อม เช่น เก็บข้าวของสำคัญไว้ในที่สูง และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง จะช่วยลดความเสี่ยงได้

นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่านพายุมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ด้วยเมฆหมุนวนหนาแน่น ซึ่งบ่งชี้ถึงความรุนแรงที่อาจเพิ่มขึ้นก่อนขึ้นฝั่ง สำหรับเวียดนาม พื้นที่ชายฝั่งตอนบนเตรียมรับมือกับลมพายุและฝนตกหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและการประมง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พายุไต้ฝุ่นในทะเลจีนใต้เช่นนี้ มักได้รับอิทธิพลจากน้ำอุ่นในทะเลที่ทำให้พายุมีพลังงานสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกอาจทำให้พายุรุนแรงขึ้นในอนาคต ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นสิ่งสำคัญ

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่าสุดและเตรียมแผนสำรองไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม 29 ก.ย.นี้

พายุไต้ฝุ่นบัวลอยจ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม ฝนตกหนักไทย

พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทย “ฝนตกหนัก” หลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เกี่ยวกับ พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทย “ฝนตกหนัก” หลายพื้นที่ โดยพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งเวียดนาม และจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในรูปแบบของฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2568

พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทย “ฝนตกหนัก” หลายพื้นที่

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 28 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (BUALOI) อยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 170 กิโลเมตรทางทิศตะวันออก ที่ละติจูด 16.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.8 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนในวันที่ 29 กันยายน 2568 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ

อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จะทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งมีกำลังแรง ส่งผลให้เกิด ฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่อาจมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

พื้นที่เสี่ยงภัยจากพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย”

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมตัวรับมือกับฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่

  • น้ำท่วมฉับพลัน
  • น้ำป่าไหลหลาก
  • น้ำล้นตลิ่ง

โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำขัง นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงเกิน 3 เมตรในที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 2 เมตร และสูงเกินในจุดฝนตก

ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือ โดยเฉพาะเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนที่ควรงดออกจากฝั่งในช่วง 28-30 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

จากสถานการณ์นี้ แสดงให้เห็นว่าพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ไม่เพียงกระทบเวียดนามเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสภาพอากาศในไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักที่อาจรบกวนการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน ผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอและเตรียมอุปกรณ์กันฝนหรือย้ายไปพื้นที่ปลอดภัยหากจำเป็น

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับในการรับมือฝนตกหนัก เช่น การติดตั้งระบบระบายน้ำในบ้านเรือน การหลีกเลี่ยงการข้ามสะพานน้ำท่วม และการเตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่มไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว สถานการณ์พายุไต้ฝุ่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นในยุคปัจจุบัน การติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จะช่วยให้เราปรับตัวได้ทันท่วงที

ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยในช่วงฝนตกหนักนี้ หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุฯ หรือโทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทย “ฝนตกหนัก” หลายพื้นที่

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 พายุบัวลอย ฝนตกหนักไทย

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นข่าวที่คนไทยหลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ที่อากาศแปรปรวนจากอิทธิพลพายุโซนร้อนกำลังแรงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนถึงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคของประเทศ ทำให้ประชาชนต้องเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพายุ “บัวลอย” ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตามแนวชายฝั่งเวียดนาม และในวันที่ 28-29 กันยายน จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนก่อนอ่อนกำลังลง

อิทธิพลของกรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมากนี้ จะทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ผลกระทบจากพายุบัวลอยต่อประเทศไทย

จากประกาศของกรมอุตุฯ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2568 นี้

  • ภาคเหนือ: ฝนตกหนักมากในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อาจได้รับผลกระทบหนัก
  • ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี ตราด เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนต่อเนื่อง
  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในจุดฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วง 28-30 กันยายน

สถานการณ์พายุบัวลอยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเผชิญ แต่จากประสบการณ์ในอดีต เราพบว่าฝนตกหนักจากมรสุมสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก หากไม่เตรียมพร้อม กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือทันท่วงที

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีผลกระทบ ทำให้ฤดูฝนยาวนานและรุนแรงขึ้น ดังนั้น การวางแผนเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเสมอ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมเสบียงอาหาร ยา และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอย่าลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงฝนฟ้าคะนองนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” ฝนหนัก 25-26 ก.ย.

ประกาศฉบับสุดท้าย! อิทธิพลจากพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้วันที่ 25-26 กันยายน 2568 หลายจังหวัดต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก เรามาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดกันค่ะ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 13 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับพายุ “รากาซา” โดยเมื่อเวลา 13.00 น. พายุโซนร้อน “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่บริเวณเมืองบั๊กกั่น ประเทศเวียดนาม พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของมันยังคงส่งผลกระทบอยู่

อิทธิพลของพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย. นี้กันด้วยนะคะ

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร และอำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ

สถานการณ์พายุ “รากาซา” แม้จะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

อัปเดต! พายุรากาซา และบัวลอย ต้องติดตาม

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลง! กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” และพายุโซนร้อน “บัวลอย” ซึ่งจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาอัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์พายุล่าสุด โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของประเทศจีน และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (25 กันยายน 2568) และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ส่วนพายุโซนร้อน “บัวลอย” ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันที่ 27 กันยายน 2568 และจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าไปยังอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งยังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการติดตามและวางแผนรับมือในช่วงปลายฤดูฝนนี้

อัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ทำไมต้องติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

  • ความไม่แน่นอน: ทิศทางและความรุนแรงของพายุสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและสามารถปรับแผนการรับมือได้อย่างเหมาะสม
  • ผลกระทบต่อประเทศไทย: แม้ว่าพายุ “รากาซา” จะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่พายุ “บัวลอย” ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยได้
  • การเตรียมพร้อม: การทราบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเตรียมสิ่งของจำเป็น การวางแผนอพยพ หรือการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงฤดูฝนนี้

สถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่า “รากาซา” จะอ่อนกำลังลงและไม่เข้าไทย แต่ “บัวลอย” ยังคงต้องจับตา

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดนะครับ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ที่มา – อัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

พายุรากาซาลดกำลัง! ฝนตกหนักบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 แจ้งข่าว พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก โดยระบุว่าเมื่อเวลา 01.00 น. พายุไต้ฝุ่นรากาซาได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่บริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางสี ประเทศจีน ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 โดยพายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทย แต่ด้วยอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

สิ่งที่ต้องระวังจาก พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • คลื่นลมแรง: ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก ถึงแม้ว่าพายุจะไม่ได้เข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ประกาศฉบับ 11 พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุรากาซา เช็กจังหวัดรับมือ

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย เช็กลิสต์รายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือ 24-26 ก.ย. 68 เฝ้าระวังท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 24 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ย. 68) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 ก.ย. 68 นี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 68 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “รากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ 

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

เตรียมรับมือกับพายุรากาซา! กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2568 นี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรามาเช็กรายละเอียดกันเลยว่าจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับ ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. กันบ้าง

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

24 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักมาก”

24 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลกและเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

จาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ทำให้เราเห็นว่าหลายจังหวัดทั่วประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางหรือกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

กรมอุตุฯ เตือน! “พายุรากาซา” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนถึงอิทธิพลของ “พายุรากาซา” ที่จะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายนนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุรากาซา” ฉบับที่ 3 ซึ่งใจความสำคัญคือการแจ้งเตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน (23 ก.ย. 68 เวลา 04.00 น.) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะฮ่องกง ผ่านชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และเกาะไหหลำ ก่อนที่จะเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้พายุอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ผลกระทบจาก “พายุรากาซา” ต่อประเทศไทย

อิทธิพลของ “พายุรากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกันนะคะ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัยค่ะ

สรุปก็คือ ช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากกันด้วยนะคะ ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรักค่ะ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

Scroll to top