พิธีทางศาสนา

อาลัย เด็กหญิงวัย 12 ปี เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9

อาลัย เด็กหญิงวัย 12 ปี เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในรั้วสถานศึกษายังคงเป็นประเด็นที่สร้างความโศกเศร้าให้กับสังคมไทยอย่างมหาศาล ล่าสุดมีรายงานข่าวเศร้าเกี่ยวกับ อาลัย เด็กหญิงวัย 12 ปี เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9 หลังจากที่น้องได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงในเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ก่อนจะเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและเพื่อนร่วมโรงเรียน

สรุปสถานการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่

นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เมื่อนักเรียนชั้น ม.3 ก่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดระบุว่าการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างรอยแผลใจให้กับคนในชาติ ซึ่งการจากไปของ ด.ญ.นภัทร ชัยมา ในครั้งนี้ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 9 รายแล้ว

  • น้องนักเรียนชั้น ม.1 วัย 12 ปี เสียชีวิตหลังจากเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.พระนั่งเกล้า
  • ญาติเตรียมนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดลาดปลาดุก จ.นนทบุรี
  • ทางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ทางโรงเรียนและเพื่อนนักเรียนต่างร่วมกันแสดงความ อาลัย เด็กหญิงวัย 12 ปี เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9 ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยขอให้ดวงวิญญาณของน้องไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี นอกจากนี้ทางคณะผู้บริหารและครูยังได้ส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนี้ไปได้

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมต้องหันมาทบทวนมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างจริงจัง เราต้องร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ต้องมีเด็กบริสุทธิ์ตกเป็น อาลัย เด็กหญิงวัย 12 ปี เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9 อีกต่อไป การสูญเสียเพียงหนึ่งชีวิตก็ถือว่ามากเกินไปสำหรับสังคมไทย ขอให้เราทุกคนส่งกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนอย่างยั่งยืน

ที่มา – อาลัย เด็กหญิงวัย 12 ปี เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9

อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน ช่วงต้นเดือนสิงหาคมแบบนี้ หลายคนคงเริ่มวางแผนทำกิจกรรมเพื่อแสดงความรักต่อคุณแม่กันแล้วนะครับ สำหรับปีนี้ทางรัฐบาลได้มีกำหนดการสำคัญที่จะจัดขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทาง อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

กิจกรรมสำคัญนี้จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการทำความดี ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มารวมพลังแห่งความจงรักภักดี โดยการที่ อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นกิจกรรมหลักที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไปครับ

รายละเอียดกิจกรรมและการเข้าร่วม

นอกเหนือจากพิธีการที่ท้องสนามหลวงแล้ว ในส่วนของต่างจังหวัดก็มีการเตรียมความพร้อมไว้เช่นกันครับ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจดังนี้:

  • ส่วนภูมิภาค: ทุกจังหวัดจะจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่ทางจังหวัดเห็นว่าเหมาะสม
  • ต่างประเทศ: สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลทั่วโลกจะพิจารณาจัดพิธีตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
  • การสวดมนต์: มีการประสานงานกับมหาเถรสมาคมเพื่อให้วัดทุกแห่งทั่วประเทศจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

นอกจากพิธีทางศาสนาแล้ว รัฐบาลยังเชิญชวนให้คนไทยร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วยครับ การทำความดีในวันแม่แห่งชาตินี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ยังเป็นการแสดงความรักต่อสถาบันหลักของชาติที่เปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดินอีกด้วย

สำหรับใครที่วางแผนจะไปร่วมงานทำบุญในวันดังกล่าว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบเส้นทาง และแต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีฟ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลนะครับ กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ออกมาพบปะเพื่อนบ้านและทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกันเพื่อสังคมไทยของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ขอเชิญชวนให้ทุกคนถือโอกาสในวันแม่ปีนี้ กลับไปกอดคุณแม่และบอกรักท่านให้ชื่นใจกันนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

นายกฯ อนุทิน ทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

รัฐบาลจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา พร้อมนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่งกายด้วยเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เข้าร่วมพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์ให้ศีล สวดพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว

นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ รวมจำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น เวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล ได้ร่วมใส่บาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี

เมื่อแล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี กลับเข้าไปยังตึกสันติไมตรี (หลังใน) นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คู่สมรส ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่น ร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวัฒนาของชาติบ้านเมือง และยังความผาสุกร่มเย็นแก่ผองพสกนิกร พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักษ์ ทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างล้วนคำนึงถึงด้วยสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างมิรู้ลืมเลือน

วันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นวาระครบ 50 วัน ปัญญาสมวาร แห่งการเสด็จสวรรคต รัฐบาลจึงกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนาขึ้น เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในโอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้ และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งแสดงความไว้อาลัย จากนั้น ผู้นำทางศาสนาทำพิธีทางศาสนาตามลำดับ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล ประธานสงฆ์ อ่านคำรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระสงฆ์ สวดมาติกา นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ ผู้นำศาสนาอิสลามกล่าวแสดงความอาลัย ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนา คณะพราหมณ์ประกอบพิธีสวดมนต์ และศาสนาจารย์สวดกีรตันและอัรดาส

เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนา นายกรัฐมนตรี ถวายของที่ระลึกแด่ประธานสงฆ์ และมอบของที่ระลึก แด่ผู้นำศาสนารวม 5 ศาสนา จากนั้น กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จพิธี

นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

การจัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ความสำคัญของพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

พิธี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชาติ และการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

การที่ นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการแสดงความเคารพและความอาลัยอย่างสูงสุดต่อพระองค์ท่าน และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติ

พิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พระพันปีหลวง

“ลุงป้อม” ตั้งศาลพระภูมิ พปชร. เสริมสิริมงคล

“บิ๊กป้อม” เป็นประธานพิธี“ลุงป้อม” ตั้งศาลพระภูมิ-ศาลตายาย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แห่งใหม่ เสริมสิริมงคลสู่สถาบันการเมืองที่มั่นคง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐแห่งใหม่ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานในพิธี“ลุงป้อม” ตั้งศาลพระภูมิ-ศาลตายาย เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองแก่พรรคและสมาชิก พิธีดังกล่าวมีแกนนำและกรรมการบริหารพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โดยพล.อ.ประวิตรได้นำคณะผู้บริหารทำพิธีลงไม้มงคล ถวายพวงมาลัย จุดธูปเทียน และปักธูปที่เครื่องสังเวย ทั้งอาหารคาวหวานและผลไม้ รวมถึงมีการตอกเครื่องมงคลที่ฐานศาลพระภูมิและโรยพลอยชนิดต่าง ๆ ตามความเชื่อเพื่อเสริมความมั่นคงให้แก่พรรค

“ลุงป้อม” ตั้งศาลพระภูมิ-ศาลตายาย ที่ทำการพรรร พปชร. แห่งใหม่

การจัดพิธีตั้งศาลพระภูมิและศาลตายายในครั้งนี้ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่หลายองค์กรและหน่วยงานให้ความสำคัญ โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า และปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง การที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดพิธีดังกล่าว จึงเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความปรารถนาที่จะให้พรรคมีความมั่นคง เข้มแข็ง และสามารถดำเนินงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนได้อย่างราบรื่น

นอกจากความเชื่อทางด้านจิตใจแล้ว การตั้งศาลพระภูมิและศาลตายายยังถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกพรรค ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง การได้เห็นผู้นำพรรคให้ความสำคัญกับพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อเช่นนี้ ย่อมสร้างความรู้สึกอบอุ่นใจ และเป็นพลังขับเคลื่อนให้ทุกคนมุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ความสำคัญของการตั้งศาลพระภูมิและศาลตายาย

การตั้งศาลพระภูมิและศาลตายายมีความสำคัญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตใจ ด้านความเชื่อ และด้านวัฒนธรรมประเพณี ดังนี้:

  • ด้านจิตใจ: ช่วยสร้างความสบายใจ ความมั่นใจ และความหวังให้กับผู้ที่เคารพศรัทธา
  • ด้านความเชื่อ: เป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความเชื่อในพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ
  • ด้านวัฒนธรรมประเพณี: เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย

พิธี“ลุงป้อม” ตั้งศาลพระภูมิ-ศาลตายาย ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แห่งใหม่นี้ จึงเป็นการผสมผสานความเชื่อ ศรัทธา และวัฒนธรรมประเพณีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีขวัญและกำลังใจในการดำเนินงาน รวมถึงความปรารถนาที่จะให้พรรคมีความเจริญรุ่งเรืองและสามารถสร้างประโยชน์สุขให้กับประเทศชาติและประชาชนได้อย่างยั่งยืน

การตัดสินใจจัดพิธีตั้งศาลพระภูมิและศาลตายายของ พล.อ.ประวิตร และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในการใส่ใจต่อความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความรู้สึกผูกพันและความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป

ที่มา – “ลุงป้อม” ตั้งศาลพระภูมิ-ศาลตายาย ที่ทำการพรรร พปชร. แห่งใหม่

Scroll to top