พิษณุโลก

“นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐ

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดประเด็นน่าสนใจในแวดวงการพัฒนาสังคม เมื่อ“นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำงบประมาณหรือสิ่งของไปมอบให้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ควรได้รับอย่างเต็มที่

“นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง

การดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การนำของนายนิกร โสมกลาง ได้มุ่งเน้นการสร้างสังคมที่ “อยู่ดี มีโอกาส” สำหรับทุกคน โดยเฉพาะการลงพื้นที่จ.พิษณุโลกในครั้งนี้ ได้มีการขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การมอบเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ไปจนถึงการสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอบางระกำ

สรุปภารกิจสำคัญเมื่อ “นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง

จากการลงพื้นที่ดังกล่าว มีความช่วยเหลือที่ส่งตรงถึงมือประชาชนที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การมอบหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) และหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) ให้กับสมาชิกนิคมสร้างตนเองบางระกำ
  • การมอบบัตรประจำตัวคนพิการและการประเมินความพิการเชิงสังคม
  • การสนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการบ้านพอเพียง เพื่อความมั่นคงในที่อยู่อาศัย
  • การมอบเงินสงเคราะห์แก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมและผู้สูงอายุ

นายนิกรได้ย้ำว่า “ที่ดิน” คือฐานรากสำคัญของชีวิต หากประชาชนมีที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีอาชีพ มีรายได้ ก็จะนำไปสู่ครอบครัวที่เข้มแข็ง และท้ายที่สุดชุมชนก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยกระทรวง พม. พร้อมจะเป็น “กำแพงพิงหลัง” และผู้สร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

นอกเหนือจากเรื่องที่ดินแล้ว ทางกระทรวงยังได้เยี่ยมชมโมเดลการจัดเก็บรายได้ของนิคมสร้างตนเองบางระกำจากกิจการพลังงาน เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนในท้องถิ่น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแค่การสงเคราะห์ระยะสั้น แต่เป็นการมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าภาครัฐกำลังปรับตัวเข้าหาประชาชนอย่างจริงจัง การทำงานเชิงรุกแบบนี้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และรัฐพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นในทุกมิติ เชื่อมั่นว่าหากแนวทางนี้ถูกขยายผลไปทั่วประเทศ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมที่เข้มแข็งได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง

รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวหรือเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องระวังตัวกันมากขึ้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางแยกไฟแดง เมื่อมีคนร้ายก่อเหตุอนาจารหญิงสาวที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จนนำไปสู่การ รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย ให้สังคมได้รับทราบและระมัดระวังตัวกันมากขึ้นครับ

รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย

เหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้นที่บริเวณห้าแยกโคกมะตูม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อนายณัฐพงศ์ อายุ 36 ปี ได้ฉวยโอกาสขณะที่หญิงสาวขี่รถจักรยานยนต์ติดไฟแดง เข้าไปก่อเหตุอนาจารด้วยการล้วงเป้าและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โชคยังดีที่มีไรเดอร์พลเมืองดีอย่างคุณเสกสันต์ สังเกตเห็นเหตุการณ์และบันทึกภาพไว้ได้ทัน ก่อนจะเข้าไปขัดขวางและนำคลิปมาโพสต์ลงโซเชียลจนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด

รายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

หลังจากที่มีการแชร์คลิป รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย ออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกับตำรวจทางหลวง ก็ดำเนินการทันควันจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาให้การวกวนและเมื่อตรวจค้นกระเป๋าก็พบชุดชั้นในสตรีจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่น่ากลัวและเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง

  • ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาข้อหาอนาจาร
  • พบหลักฐานชุดชั้นในสตรีในครอบครอง
  • ไรเดอร์ฮีโร่ผู้บันทึกหลักฐานสำคัญ

สิ่งที่น่าชื่นชมในเหตุการณ์นี้คือความกล้าหาญของพลเมืองดี คุณเสกสันต์ ไรเดอร์ผู้บันทึกคลิปกล่าวว่า การช่วยกันเป็นหูเป็นตาในเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเหตุเล็กๆ อาจนำไปสู่เหตุรุนแรงที่ใหญ่กว่าได้ และการที่คุณมีหลักฐานชัดเจนแบบนี้เอง ที่ทำให้ข่าว รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย กลายเป็นอุทาหรณ์ให้คนในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

สุดท้ายนี้ หากใครที่เคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ หรือพบบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยในลักษณะเดียวกัน อย่ารีรอที่จะแจ้งความหรือบอกกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ทันที เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อไม่ให้ใครต้องมาเป็นเหยื่อของบุคลลอันตรายเหล่านี้อีกต่อไป ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันรักษาครับ

ที่มา – รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย

ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ

วันนี้เรามาว่ากันเรื่อง ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ กันเถอะครับ เหตุการณ์สุดช็อกที่เกิดขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก เมื่อลุงวัย 58 ปี พลัดตกคลองชลประทาน สภาพอ่อนแรงเกาะตอม่อสะพานกลางคลอง เจ้าตัวบอกว่าถูกผลักตก แต่ภรรยาอ้างว่าโดดเอง ข้อพิรุธเพียบจนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบ เรื่องนี้มีอะไรน่าสงสัยบ้าง มาอ่านไล่เรียงกันดู

ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะครับ คงพิมพ์ผิด) เวลาประมาณ 10.45 น. เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง พิษณุโลก ได้รับแจ้งว่ามีคนตกลงคลองชลประทาน บริเวณสะพานข้ามคลอง (สะพานเล็ก) พื้นที่ตำบลพลายชุมพล

ทีมกู้ภัยรีบลงพื้นที่ทันที สิ่งที่เจอคือลุงวัย 58 สภาพอ่อนแรงสุดๆ กำลังเกาะตอม่อสะพานอยู่กลางคลอง น่าหวาดเสียวมาก! เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ นำตัวขึ้นมาได้ปลอดภัย แต่ลุงอ่อนแรงมาก ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยทีมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพลายชุมพล ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต

คำให้การขัดแย้งกันของลุงและเมีย

ตอนแรก ภรรยาที่อ้างตัวว่าเมียลุง บอกว่าเธอพาสามีจากหมู่ 6 ตำบลหัวรอ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จฯ แต่สามีเข้าใจผิดคิดว่าถึงโรงพยาบาลแล้ว เปิดประตูรถลงไป จนพลัดตกคลอง แต่เดี๋ยวก่อน! พยานที่พบลุงคนแรก นายชาญฤทธิ์ ขุนจง พนักงานขับรถลากยาง เล่าว่า ลุงบอกชัดๆ ว่า “มีคนนำลุงมาทิ้งไว้ตรงนี้” พูดเสียงชัดเจน มีพยานยืนยันด้วย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ชีพที่ไปช่วยอย่าง น.ส.นภัสสร และนายกฤต บอกว่าลุงพูดน้อย สายตาหลบ พอถามมากับใคร เมียที่อยู่ใกล้ๆ บอก “บอกไปสิว่ามากับเมีย” ลุงไม่มีบาดแผล แต่ดูไม่อยากพูดอะไร ข้อพิรุธชัดเลย!

หลักฐานจากกล้อง CCTV เผยความจริง?

เจ้าหน้าที่สงสัยหลายอย่าง เลยเช็คกล้อง CCTV ย้อนหลัง เวลา 10.31 น. รถเก๋งสีขาวขับมาจากถนนพิษณุโลก-สุโขทัย เลี้ยวเลาะคลองฝั่งตรงข้ามเทศบาล แล้วเลี้ยวขวาขึ้นสะพานเก่า จอดกลางสะพานตอน 10.34 น.

ภาพชัด: คนขับ (ผู้ชายเสื้อขาว) ลงจากฝั่งคนขับ เดินอ้อมไปฝั่งผู้โดยสาร แล้วลุงตกลงคลอง! พร้อมถุงดำปลิวตาม จากนั้นลุงว่ายเกาะตอม่อ รถเก๋งวนออกไปเลี้ยวซ้าย ถนนเลี่ยงเมือง วนกลับแต่ไม่จอด จน 10.45 น. เจ้าหน้าที่เทศบาลขับมาเห็น ช่วยเหลือ แล้วรถเก๋งคันนั้นวนมาอีก ให้เมียลงมาบอกเป็นภรรยา

พิรุธอีก: ทำไมรถข้ามสะพานเล็กอันตราย ไม่มีราว (สะพานใหญ่มีราวห่างแค่ 50 ม.)? นายไชยโชติ เจ้าหน้าที่เทศบาล เห็นผู้ชายลงจากรถก่อนเกิดเหตุ แซวเพื่อนว่า “จอดเล่นน้ำเหรอ” แล้วรถหายไป

ข้อสงสัยอื่นๆ ที่น่าคิด

  • ทำไมลุงไม่บอกนามสกุลหรือรายละเอียด?
  • รถวนไปวนมาแต่ไม่ช่วยทันที?
  • เมียเปลี่ยนคำพูดจากพ่อเป็นสามี?
  • ถุงดำที่ปลิวลงคืออะไร?

ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่ม เรื่องนี้ยังมีปริศนาอีกเยอะ อาจไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา

กรณี ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ นี้ สอนให้เราระวังเรื่องเล่าไม่ตรงกัน และความสำคัญของ CCTV ในการสืบหาความจริง คุณคิดว่าลุงถูกทิ้งจริงไหม? หรือแค่เข้าใจผิด? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ เจ้าตัวบอกถูกผลัก-เมียอ้างโดดเอง

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชูข้าวตันละ 15,000 บาท

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพิษณุโลกและเกษตรกรทั่วไทยครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองที่กำลังมาแรงกันหน่อยดีกว่า นายพีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบเต็มตัว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวบางระกำที่กำลังเดือดร้อนหนักจากราคาข้าวตกต่ำและค่าครองชีพแพงปรี๊ด นโยบายเด็ดๆ ที่ชูออกมาอย่างข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมันและค่าไฟ ก็ทำให้หลายคนเริ่มหันมองพรรครวมไทยสร้างชาติกันเยอะเลยนะ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 (แก้จาก 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกอย่างอบอุ่น เพื่อช่วยนางสาวณัฏฐปีญา แครบทรี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 6 หาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนมารอต้อนรับเพียบเลยครับ ก่อนลงพบปะนายพีระพันธุ์แวะไหว้พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นไปกราบหลวงพ่อสำลี ที่วัดราชบูรณะ พระอารามหลวงด้วย บรรยากาศคึกคักมาก เห็นแล้วรู้สึกได้ถึงพลังของประชาชน

ประชาชนต้อนรับ พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังตลาดบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่นี่พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรรุมเล่าปัญหาให้ฟังแบบไม่ยั้ง หนี้สินพอกพูน ราคาข้าวหายเหือดเกวียนละแค่ไม่กี่พัน ปุ๋ยแพง ข้าวถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา คุณลองคิดดูสิครับ ชาวนาไทยต้องลำบากขนาดไหนในยุคนี้

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชู นโยบายแก้ปากท้อง

พีระพันธุ์ พูดคุยกับเกษตรกรบางระกำ พิษณุโลก

นายพีระพันธุ์ตอบรับปัญหาเต็มๆ ด้วยนโยบายพรรคที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องข้าว พรรครวมไทยสร้างชาติจะวางระบบให้ชาวนาได้ราคาข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านการให้รัฐร่วมลงทุนตั้งโรงสี รับซื้อข้าวเปลือก แปรรูปเป็นข้าวสารขายกิโลละ 30 บาท คำนวณแล้วต่อรอบผลิต ชาวนาได้ข้าวสารกว่า 200,000 บาท บวกแกลบรำข้าวอีก 75,000 บาท รวมเกือบ 300,000 บาท! เปลี่ยนจากชาวนาเป็นผู้ประกอบการเลยครับ น่าสนใจมากใช่มั้ย

นอกจากนี้ยังมีนโยบายพลังงานเด็ด ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือลิตรละ 25 บาท ค่าไฟไม่เกินหน่วยละ 3.30 บาท สวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท/เดือนทุกวัย หากเคยเสียภาษีได้เพิ่มอีก 500 บาท รวม 2,000 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ ยกระดับชีวิตให้มั่นคง

  • ข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านโรงสีรัฐ
  • น้ำมันลิตรละ 25 บาท
  • ค่าไฟหน่วยละ 3.30 บาท
  • เบี้ยยังบำนาญ-พิการ 1,500-2,000 บาท/เดือน
  • ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ

นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาจริงของชาวบางระกำและพิษณุโลกมากๆ ครับ ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องเผชิญราคาผันผวน ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟพุ่ง ทำให้รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ ถ้าพรรคนี้ได้บริหารจริง คงเห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ลองนึกภาพชาวนาขายข้าวได้ราคาดี ไม่ต้องกังวลหนี้สิน มีเงินออม มีเวลาพักผ่อน น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักขึ้นเยอะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวเลือกตั้ง การที่พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบนี้ แสดงถึงความตั้งใจจริงจัง ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปเฉยๆ แต่ลงพื้นที่ฟังปัญหาและเสนอทางแก้ชัดเจน คุณลองเปรียบเทียบกับพรรคอื่นดูสิครับ ว่าใครตอบโจทย์ชีวิตจริงมากที่สุด

ส่วนตัวผมมองว่านโยบายนี้มีโอกาสสำเร็จสูง ถ้ารัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของไทย มันไม่ใช่แค่ช่วยชาวนา แต่ช่วยทุกคนเพราะข้าวคืออาหารหลัก ลดราคาน้ำมันค่าไฟก็ช่วยทุกครัวเรือน ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะครับ และอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลุยหาเสียงพิษณุโลก ขอแก้ปัญหาชาวบางระกำ ชูข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟ

“เต้ มงคลกิตติ์” บุก ม.นเรศวร นิสิตแห่ต้อนรับ!

การเมืองไทยร้อนระอุ! “เต้ มงคลกิตติ์” ผู้สมัครนายกฯ จากพรรคทางเลือกใหม่ บุก ม.นเรศวร เจอนิสิตรอต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนโยบายสุดล้ำ นักรบอวกาศ!

“เต้ มงคลกิตติ์” บุกหาเสียง ม.นเรศวร เจอนิสิตรอต้อนรับ

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ สร้างความฮือฮาด้วยการลงพื้นที่หาเสียงที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางการต้อนรับอย่างล้นหลามจากนิสิตนักศึกษา

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นิสิตจำนวนมากให้ความสนใจนโยบาย “นักรบอวกาศ” ของนายมงคลกิตติ์ และแห่กันเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น บางรายถึงกับขอหอมแก้มเพื่อเป็นกำลังใจในการผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เป็นจริง

นโยบายสุดล้ำ “นักรบอวกาศ” โดนใจวัยรุ่น

นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงเหตุผลในการลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ว่า ต้องการมาพบปะประชาชน และรุ่นน้องโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของตนเอง รวมถึงนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ โดยเน้นย้ำถึง 3 นโยบายหลัก ได้แก่

  • นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน: มอบเงินทุน 36,000 บาทให้แก่เจ้าบ้านทุกครัวเรือน
  • นโยบายเงินผดุงเกียรติ: มอบเงิน 36,000 บาทต่อปีให้แก่ทหารผ่านศึก
  • นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงวัย: มอบเงิน 36,000 บาทต่อปีให้แก่ผู้สูงวัย

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังได้กล่าวถึงนโยบาย “ไปอวกาศ” ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาเป็นอย่างมาก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทยอย่างก้าวกระโดด

เป้าหมายของนโยบายนี้คือ ภายใน 4 ปี ประเทศไทยจะสามารถสร้างยานอวกาศเพื่อขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ และพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวโคจรรอบโลก ภายใน 8 ปี จะสามารถสร้างยานอวกาศที่บินไป-กลับดวงจันทร์ได้ และภายใน 12 ปี จะสามารถสร้างยานอวกาศที่บินไป-กลับดาวศุกร์และดาวอังคารได้

นายทัตพล เพ็ชรศรี นักศึกษาปี 1 ชาวสุโขทัย กล่าวว่า ตนเองมารอพี่เต้ตั้งแต่เช้า เพื่อมาขอลายเซ็นและขอหอมแก้ม เพราะชื่นชอบในตัวนายมงคลกิตติ์เป็นการส่วนตัว และเชื่อมั่นว่านโยบาย “นักรบอวกาศ” จะสร้างความฝันให้ตนเองได้เป็นมนุษย์อวกาศ

การลงพื้นที่ของ “เต้ มงคลกิตติ์” ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตกว่า 300 คนเข้าแถวเพื่อขอถ่ายรูปและสอบถามเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการชวนนายมงคลกิตติ์วิดพื้นโชว์ความแข็งแรงอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อนโยบายที่แตกต่างและสร้างสรรค์

ปรากฏการณ์ “เต้ มงคลกิตติ์” บุก ม.นเรศวร สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายที่แปลกใหม่และตอบโจทย์ความฝันของคนรุ่นใหม่ สามารถสร้างกระแสความสนใจและดึงดูดการสนับสนุนได้อย่างมาก การเมืองไทยในยุคนี้ อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นเดิมๆ แต่เปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ที่กล้าก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

ที่มา – “เต้ มงคลกิตติ์” บุกหาเสียง ม.นเรศวร เจอนิสิตรอต้อนรับขอหอมแก้ม ก่อนชวนวิดพื้นโชว์

ชมเลย! ดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล บานเร็วกว่าทุกปี

เตรียมตัวชมความงาม! ดอกนางพญาเสือโคร่ง บนยอดเขาภูลมโลปีนี้บานเร็วกว่าทุกปี ตอนนี้บานแล้ว 40% คาดว่าจะบานเต็มพื้นที่ 100% กลายเป็น “หุบเขาสีชมพู” สุดอลังการในช่วงปลายเดือนธันวาคมต่อเนื่องยาวไปถึงเดือนมกราคม 2569 เลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีรายงานข่าวว่า ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ซากุระเมืองไทย” บนยอดเขาภูลมโล ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เริ่มเบ่งบานสะพรั่งแล้วประมาณ 40% จากพื้นที่ปลูกกว่า 1,200 ไร่ ทำให้ภูเขาทั้งลูกกลายเป็นสีชมพูสดใส ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่กำลังดี คาดการณ์ว่าจะบานเต็มพื้นที่ 100% เปลี่ยนภูลมโลให้กลายเป็น “หุบเขาสีชมพู” สุดโรแมนติกในช่วงปลายเดือนธันวาคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เปิดเผยว่า ปีนี้ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ออกดอกเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นนางพญาเสือโคร่งผลัดใบและแทงช่อดอกเร็วกว่ากำหนด ตอนนี้หลายพื้นที่เริ่มเห็นช่อดอกตูมสีชมพูจำนวนมาก และบางต้นก็เริ่มบานให้ชมกันแล้ว คาดว่าจะทยอยบานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งได้อย่างเต็มที่แน่นอน

ภูลมโล ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในจังหวัดพิษณุโลก และเป็นแหล่งชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนรอยต่อของ 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เลย และเพชรบูรณ์ โดยมียอดเขาสูงสุดจากระดับน้ำทะเลถึง 1,542 เมตร เริ่มมีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรมและเป็นป่าต้นน้ำ ทำให้ปัจจุบันมีต้นนางพญาเสือโคร่งหลายหมื่นต้น กระจายอยู่ทั้งหมด 7 แปลงใหญ่

จุดชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง ยอดนิยมบนภูลมโล มีอยู่ 3 จุดหลักๆ ด้วยกัน:

  • จุด “คอกวัว” ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของดอกนางพญาเสือโคร่งปกคลุมทั่วเนินเขา
  • จุด “ก้อนหินใหญ่” ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่เป็นฉากหลังคู่กับทุ่งดอกสีชมพู เหมาะสำหรับการถ่ายรูปสวยๆ
  • จุด “ภูขี้เถ้า” ซึ่งมีแปลงดอกนางพญาเสือโคร่งเรียงต่อกัน 3–4 แปลง ให้เลือกชมและถ่ายภาพได้หลากหลายมุม

ถ้าปีนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งบานพร้อมกันทั้งภูเขา ก็จะกลายเป็นภูเขาสีชมพูที่สวยงามตระการตาอย่างแน่นอน

สำหรับการเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางหมายเลข 12 (พิษณุโลก–หล่มสัก) ไปจนถึงสามแยกบ้านแยง จากนั้นเดินทางต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 มุ่งหน้าสู่อำเภอนครไทย แล้วเลี้ยวขวาที่บ้านหนองกะท้าวเข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รวมระยะทางประมาณ 134 กิโลเมตร สิ่งสำคัญคือ หากอุทยานฯ ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว จะไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นภูลมโลเพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวจะต้องใช้บริการรถของชุมชนบ้านร่องกล้าเท่านั้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านร่องกล้า โทร. 096-020 0992 และ 081-596 5977 หรือทางเพจของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล บานเร็วกว่าทุกปี

ทำไมปีนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งภูลมโลถึงบานเร็วกว่าปกติ?

อย่างที่ทราบกันดีว่าปีนี้อากาศหนาวเย็นกว่าทุกปี ทำให้การผลัดใบเเละออกดอกของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง เร็วกว่าปกติ ท่านใดที่อยากชมความงามของดอกไม้สีชมพูนี้ อย่ารอช้า รีบวางแผนเเล้วไปชมกันได้เลย!

เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปสัมผัสความสวยงามของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ภูลมโลกัน! อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและข้อกำหนดของอุทยานฯ ก่อนเดินทางเพื่อความสะดวกและปลอดภัยนะคะ

ที่มา – บานแล้ว “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” บนยอดเขาภูลมโลผลิดอกเร็วกว่าทุกปี

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ดอกไม้หลากสีสัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 พบกับความงดงามตระการตาแห่งพรรณไม้จากทั่วอาเซียน เปลี่ยนเมืองเหนือให้กลายเป็นสวนดอกไม้สุดอลังการ

สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งสีสันและความงามของเมืองเหนือในฤดูหนาว กับงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จังหวัดเชียงราย งานสุดยิ่งใหญ่ที่รังสรรค์บรรยากาศแห่งความสดชื่นและความงดงามของพรรณไม้จากทั่วอาเซียน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อบอวลทั่วเมือง สำหรับงานปีนี้จัดวันไหน ? รายละเอียดงานมีอะไรบ้าง ? พร้อมแล้วไปดูด้วยกันเลย

งานมหกรรม
ไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จัดวันไหน

          ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย แจ้งกำหนดการจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย และโซนอำเภอต่าง ๆ วันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค อำเภอแม่สาย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย ได้ปรับรูปแบบการจัดงานบางส่วน เพื่อร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คืออะไร

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คือ งานเทศกาลดอกไม้ระดับอาเซียนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความงดงามของพรรณไม้ ดอกไม้ และศิลปะการจัดสวนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองเหนือที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของฤดูหนาว

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย
ภาพจาก : Narin Nonthamand / shutterstock.com

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทุกพื้นที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากดอกไม้นับพันชนิด พร้อมบรรยากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เชียงรายสวยที่สุดในรอบปี

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 กิจกรรม

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 แน่นอนว่ามีกิจกรรมรอให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งชมความงามแห่งดอกไม้, แชะภาพสวยทุกมุม, ชิมอาหารท้องถิ่นรสเด็ด, ช้อปผลิตภัณฑ์ชุมชน และอื่น ๆ มากมาย เช่น

         • สวนดอกไม้ 4 ฤดู – Summer / Rainy / Winter / Spring
         • นิทรรศการพระราชกรณียกิจ
         • งานศิลปะ – วัฒนธรรมล้านนา
         • ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
         • วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
         • ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 เที่ยวช่วงไหนดี

          งานจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นเวลาที่เชียงรายมีอากาศเย็นสบายที่สุด ดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนและสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเหนืออย่างแท้จริง

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ชวนคุณมาเก็บภาพประทับใจ เพลิดเพลินกับบรรยากาศสดชื่น และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงรายในฤดูหนาวก่อนจากลา ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบจ.เชียงราย โทรศัพท์ 0 5317 5333)

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา : https://travel.kapook.com/view296424.html

เที่ยวดีมีคืน 2568 สรุปเงื่อนไขท่องเที่ยวลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้ พร้อมเช็กชื่อเมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ครอบคลุมร้านอาหารไหม ต้องลงทะเบียนหรือไม่ มาเปิดรายละเอียดโครงการเที่ยวลดหย่อนภาษี 2568

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้

กลับมาอีกครั้งกับโครงการเที่ยวไทยลดหย่อนภาษี ภายใต้ชื่อ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เช่นเคย อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ เงื่อนไขของโครงการมีรายละเอียดที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ จึงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 และมาตรวจสอบกันว่า เมืองรองมีจังหวัดอะไรบ้าง

เที่ยวดีมีคืน คืออะไร เริ่มวันไหน

เที่ยวดีมีคืน คือโครงการท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี ที่ให้ประชาชนและนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศไทย ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 มายื่นใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568  

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใครใช้สิทธิได้บ้าง

  • บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568
  • นิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใช้ลดหย่อนภาษีปีไหน

          สามารถใช้ลดหย่อนภาษีปีนี้ (2568) โดยยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569

เที่ยวดีมีคืน 2568 ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอของเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
  • เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

          โดยนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • 10,000 บาทแรก ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีทั้งแบบกระดาษและแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
  • 10,000 บาทหลัง ใช้หลักฐานแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (e-Tax Invoice)

ตัวอย่าง

  • เที่ยวเมืองรอง จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท
  • เที่ยวเมืองหลัก จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า คือ 20,000 บาท

สำหรับนิติบุคคล เช่น บริษัท ห้าง ร้าน

          สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจัดอบรมสัมมนาในประเทศ เช่น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง มาหักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ดังนี้

  • เมืองรอง 2 เท่า
  • เมืองหลัก 1.5 เท่า 

          จุดสำคัญสำหรับนิติบุคคลคือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ยกเว้นค่าขนส่งสามารถใช้ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้

ตัวอย่าง

  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองรอง 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คือ 40,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองหลัก 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท

เที่ยวดีมีคืน 2568 
ใช้กับโรงแรม-ร้านอาหารได้ไหม

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คือ 

  • ค่าที่พักโรงแรม รีสอร์ท 
  • ค่าที่พักโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ dot.go.th    
  • สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  • ค่าบริการของร้านอาหาร ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และค่าบริการ Service Charge 

         โดยต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

สำหรับนิติบุคคล

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ ประกอบด้วย 

  • ค่าใช้จ่ายห้องสัมมนา ค่าห้องพัก 
  • ค่าขนส่ง 
  • รายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง 
  • ค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

          ทั้งนี้ หากจัดอบรมสัมมนาทั้งในเมืองหลักและเมืองรองในครั้งเดียวกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใด แต่ถ้าไม่สามารถแยกได้ ให้นำมาหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

เมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

          จังหวัดเมืองรองที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มากกว่าเมืองหลัก ประกอบด้วย 55 จังหวัด และบางพื้นที่ของเมืองหลัก 15 จังหวัด ดังนี้

 เที่ยวดีมีคืน 2568

ภาคเหนือ

  • เมืองรอง : เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, พิจิตร, ตาก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, สุโขทัย, กำแพงเพชร และอุทัยธานี
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • เชียงใหม่ : อำเภอกัลยาณิวัฒนา, อำเภอไชยปราการ, อำเภอดอยเต่า, อำเภอดอยสะเก็ด, อำเภอดอยหล่อ, อำเภอพร้าว, อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอแม่แตง, อำเภอแม่วาง, อำเภอแม่อาย, อำเภอเวียงแหง, อำเภอสะเมิง, อำเภอสันทราย, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอสารภี, อำเภออมก๋อย และอำเภอฮอด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • เมืองรอง : กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ขอนแก่น : อำเภอกระนวน, อำเภอเขาสวนกวาง, อำเภอโคกโพธิ์ไชย, อำเภอชนบท, อำเภอชุมแพ, อำเภอซำสูง, อำเภอน้ำพอง, อำเภอโนนศิลา, อำเภอบ้านไผ่, อำเภอบ้านฝาง, อำเภอบ้านแฮด, อำเภอเปือยน้อย, อำเภอพระยืน, อำเภอพล, อำเภอภูผาม่าน, อำเภอภูเวียง, อำเภอมัญจาคีรี, อำเภอเวียงเก่า, อำเภอแวงน้อย, อำเภอแวงใหญ่, อำเภอสีชมพู, อำเภอหนองนาคำ, อำเภอหนองเรือ, อำเภอหนองสองห้อง และอำเภออุบลรัตน์
    • นครราชสีมา : อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอขามทะเลสอ, อำเภอขามสะแกแสง, อำเภอคง, อำเภอครบุรี, อำเภอจักราช, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอชุมพวง, อำเภอโชคชัย, อำเภอด่านขุนทด, อำเภอเทพารักษ์, อำเภอโนนแดง, อำเภอโนนไทย, อำเภอโนนสูง, อำเภอบัวลาย, อำเภอบัวใหญ่, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอประทาย, อำเภอปักธงชัย, อำเภอพระทองคำ, อำเภอพิมาย, อำเภอเมืองยาง, อำเภอลำทะเมนชัย, อำเภอวังน้ำเขียว, อำเภอสีคิ้ว, อำเภอสีดา, อำเภอสูงเนิน, อำเภอเสิงสาง, อำเภอหนองบุญมาก และอำเภอห้วยแถลง

ภาคกลาง และภาคตะวันตก

  • เมืองรอง : ชัยนาท, ราชบุรี, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี และอ่างทอง  
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กาญจนบุรี : อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอบ่อพลอย อำเภอพนมทวน อำเภอเลาขวัญ อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา 
    • ประจวบคีรีขันธ์ : อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, อำเภอกุยบุรี, อำเภอทับสะแก, อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย
    • เพชรบุรี : อำเภอบ้านลาด และอำเภอหนองหญ้าปล้อง
    • พระนครศรีอยุธยา : อำเภอท่าเรือ, อำเภอนครหลวง, อำเภอบางซ้าย, อำเภอบางบาล, อำเภอบางปะหัน, อำเภอบ้านแพรก, อำเภอผักไห่, อำเภอภาชี, อำเภอมหาราช, อำเภอลาดบัวหลวง, อำเภอวังน้อย, อำเภอเสนา, อำเภออุทัย
    • สระบุรี : อำเภอแก่งคอย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอดอนพุด, อำเภอบ้านหมอ, อำเภอวังม่วง, อำเภอวิหารแดง, อำเภอหนองแค, อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองโดน

ภาคตะวันออก

  • เมืองรอง : ตราด, จันทบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ฉะเชิงเทรา : อำเภอคลองเขื่อน อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น และอำเภอสนามชัยเขต
    • ชลบุรี : อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอบ้านบึง อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง และอำเภอหนองใหญ่
    • ระยอง : อำเภอเขาชะเมา, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย, อำเภอบ้านฉาง, อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์

ภาคใต้

  • เมืองรอง : ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กระบี่ : อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา และอำเภอลำทับ 
    • พังงา : อำเภอเมืองพังงา, อำเภอกะปง, อำเภอคุระบุรี, อำเภอทับปุด, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอเกาะยาว และอำเภอตะกั่วทุ่ง
    • สงขลา : อำเภอเมืองสงขลา, อำเภอกระแสสินธุ์, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอควนเนียง, อำเภอจะนะ, อำเภอเทพา, อำเภอนาทวี, อำเภอนาหม่อม, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอระโนด, อำเภอรัตภูมิ, อำเภอสทิงพระ, อำเภอสะเดา, อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอสิงหนคร
    • สุราษฎร์ธานี : อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี, อำเภอกาญจนดิษฐ์, อำเภอคีรีรัฐนิคม, อำเภอเคียนซา, อำเภอชัยบุรี, อำเภอไชยา, อำเภอดอนสัก, อำเภอท่าฉาง, อำเภอท่าชนะ, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอพระแสง, อำเภอพุนพิน, อำเภอวิภาวดี และอำเภอเวียงสระ

เที่ยวดีมีคืน 2568 ต้องลงทะเบียนไหม

         โครงการนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ หากใครต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปจากโรงแรม หรือร้านอาหารที่ไปใช้บริการมาได้เลย โดยใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ 20,000 บาท)

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว
ใช้หลักฐานอะไรบ้าง 

  • ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ระบุชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของผู้มีเงินได้ ระบุวัน เดือน ปีที่เข้าพักหรือรับบริการจากร้านอาหาร และจังหวัดที่พักหรือร้านอาหารตั้งอยู่ 
  • สามารถใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ทั้ง 10,000 บาทแรก และ 10,000 บาทหลัง)

          โดยนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี 2568 ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ทั้งนี้ หากเป็นใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลจะปรากฏในระบบของกรมสรรพากรโดยไม่ต้องแนบเอกสารหลักฐาน

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวไทย
ได้เงินคืนเท่าไหร่

          เที่ยวดีมีคืน 2568 สำหรับบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (เมืองหลัก 1 เท่า) และ 30,000 บาท (เมืองรอง 1.5 เท่า) ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าเราจะได้เงินคืนเท่าไหร่ ต้องนำมาคำนวณตามอัตราภาษีที่ต้องจ่ายอีกที ดังนี้ 

เที่ยวดีมีคืน

   หมายความว่าจะได้รับเงินภาษีคืนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง เช่น ถ้ามีฐานภาษี 5% หากใช้จ่ายท่องเที่ยวเมืองรอง 20,000 บาท จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท ดังนั้นจะได้เงินภาษีคืน 1,500 บาท

          ต่างจากคนที่มีฐานภาษี 35% หากไปเที่ยวเมืองรองแล้วใช้จ่ายสูงสุด 20,000 บาท ก็จะได้เงินคืนภาษีสูงสุด 10,500 บาทเลยทีเดียว

รวมคำถามเที่ยวดีมีคืน 2568

เที่ยวดีมีคืน

เที่ยวดีมีคืนใช้จังหวัดตัวเองได้ไหม

          จากเงื่อนไขที่ระบุไว้ไม่ได้กำหนดว่าห้ามใช้สิทธิในจังหวัดที่ตรงกับทะเบียนบ้าน ดังนั้นจึงสามารถใช้สิทธิในจังหวัดของตัวเองได้

ถ้าเที่ยวหลายจังหวัดทั้งเมืองหลัก เมืองรอง จะคำนวณอย่างไร

สมมติว่านาย A ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้เดินทางไปหลายจังหวัด ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ดังนี้

          1. พักในโรงแรมของเมืองรอง 6,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          2. ค่าอาหารในเมืองรอง 4,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
          3. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 5,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          4. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 7,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

          สามารถคำนวณแยกได้ดังนี้

ส่วนที่ 1 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบกระดาษ 10,000 บาทแรก

  • คือข้อ 1+ข้อ 3 เท่ากับ 6,000+5,000 = 11,000 บาท แต่แบบกระดาษหักภาษีได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น จึงต้องหักออก 1,000 บาทจากข้อ 3 เหลือ 4,000 บาท
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 1 เมืองรอง 6,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 3 เมืองหลัก 4,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (6,000*1.5)+(4,000*1) = 13,000 บาท

ส่วนที่ 2 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (10,000 บาทหลัง)

  • คือข้อ 2+ข้อ 4 เท่ากับ 4,000+7,000 บาท = 11,000 บาท มีส่วนเกินมา 1,000 บาท จึงหักออกจากข้อ 4 เหลือ 6,000 บาท 
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 2 เมืองรอง 4,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 4 เมืองหลัก 6,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (4,000*1.5)+(6,000*1) = 12,000 บาท

          รวมทั้งสองส่วน สามารถลดหย่อนภาษีได้ 13,000+12,000 = 25,000 บาท

ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ไหม

          สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เหมือนค่าอาหารและเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ โดยร้านอาหารนั้นต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ร้านอาหารต้องอยู่ในโรงแรมที่พักหรือไม่

          ไม่จำเป็น สามารถรับประทานอาหารร้านใดก็ได้ที่อยู่ในระบบ VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ไม่พักโรงแรม แต่กินร้านอาหารในโรงแรมได้ไหม

        สามารถใช้สิทธิได้ หากร้านอาหารสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ออก e-TAX ได้อย่างไร

          เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร etax.rd.go.th แล้วกรอกชื่อผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการเพื่อค้นหา

          ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและตั้งใจจะไปเที่ยวหน้าหนาวอยู่แล้ว แนะนำให้ศึกษาโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 ที่จะยื่นแบบในต้นปี 2569 ได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเงื่อนไข

ที่มา https://money.kapook.com/view296033.html

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี เดินป่าชมน้ำตกสวย ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เอาใจสายลุย

  น้ำตกโกรกอีดก ที่เที่ยวสระบุรี ชวนไปเที่ยวเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ตามล่าหาเห็ดแชมเปญสีส้ม ชมความงามของน้ำตกโกรกอีดก ใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ต้องไม่พลาด

 จังหวัดสระบุรี นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม พวกวัดวาอารามต่าง ๆ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอย่างน้ำตกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือ น้ำตกโกรกอีดก น้ำตกที่สวยและสูงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง ถือเป็นที่เที่ยวสุด Unseen ของจังหวัดสระบุรี ที่รอให้นักท่องเที่ยวสายลุยได้บุกป่าฝ่าดงไปสัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ น้ำตกโกรกอีดก สถานที่ท่องเที่ยวสระบุรีให้มากขึ้นกัน

น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ไหน

          น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปเช็กอินกันต่ออีกด้วย เช่น น้ำตกหินดาด, น้ำตกเขาแคบ, น้ำตกโกรกฝาผนัง และน้ำตกซับป่าว่าน เป็นต้น

น้ำตกโกรกอีดก ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

 น้ำตกโกรกอีดก มาจากภาษาชาวบ้านที่เรียกกันตามลักษณะภูมิศาสตร์โดยรอบ ซึ่งรายล้อมไปด้วยเทือกเขามากมาย โดยคำว่า โกรก แปลว่า ภูเขา และ ดก แปลว่า เยอะ จึงเป็นที่มาของชื่อ โกรกอีดก นั่นเอง

ระยะทางการเดินไปยังน้ำตกโกรกอีดก

 เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโกรกอีดก จะเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าไปกลางป่าลึก ระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เป็นระยะทางไป 4 กิโลเมตร และกลับอีก 4 กิโลเมตร ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ดังนั้นใครที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตก จึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้นำทางเข้าไป โดยสภาพเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติมาก ต้องผ่านป่า ผ่านลำธาร ซึ่งเส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตราย กระแสน้ำบางจุดก็ค่อนข้างเชี่ยว ในช่วงชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 7 ทางเดินจะค่อนข้างแคบและชันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นอย่างมาก

พืชพรรณในน้ำตกโกรกอีดก

         ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังน้ำตกโกรกอีดก ยังเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งมอสส์ เฟิร์น ต้นกะเหรี่ยงยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มาก และเห็ดหาชมได้ยากอย่าง เห็ดแชมเปญ ที่จะขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มสองข้างทางเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชื้นสูง โดยจะมีรูปร่างคล้ายถ้วยแชมเปญ สีส้มสดใส ให้นักท่องเที่ยวได้แวะชมความสวยงามกันตลอดเส้นทาง

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ไฮไลต์ของน้ำตกโกรกอีดก

         น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีความสูงอยู่ที่ 350 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี และช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำเยอะไหลเต็มหน้าผา เป็นภาพที่ดูงดงามตระการตาหาชมได้ยาก

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ที่พักของน้ำตกโกรกอีดก

 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก มักจะเดินทางไป-กลับ หรือไปพักกางเต็นท์ที่ศูนย์ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ก่อนขึ้นน้ำตกวันรุ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับกางเต็นท์พักแรม ทั้งยังอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศดีและใกล้ชิดธรรมชาติมาก

สิ่งที่ต้องเตรียมไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก

  • เสื้อผ้า ที่เหมาะกับการเดินป่า มีความคล่องตัว และป้องกันร่างกายได้ดี เช่น กางเกงขายาว หรือกางเกงสามส่วน และเสื้อแขนยาวพร้อมเปียกน้ำ เนื่องจากระหว่างทางต้องผ่านลำธาร มีกิ่งไม้ หินกรวด และแมลงเยอะ 
  • รองเท้า เลือกใส่แบบหุ้มส้นและเปียกน้ำได้ ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะ เพราะเส้นทางไปยังน้ำตกค่อนข้างลื่นและเต็มไปด้วยหินคม
  • อาหารและน้ำดื่ม ควรเติมพลังสำหรับมื้อเช้ามาให้พร้อม และเตรียมอาหารกับน้ำดื่มสำหรับมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาเดินเท้าไปยังน้ำตกประมาณ 4-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • ยาสำหรับทาแผล เนื่องจากทางเดินไปยังน้ำตกเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความลื่นชัน หินคม และมีแมลง

การเข้าชมน้ำตกโกรกอีดก 2568

          สำหรับใครที่สนใจจะไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก ต้องติดต่อจองคิวผ่านทางเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม ซึ่งมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สำหรับปี 2568 เปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Google Form (ลิงก์จะปักหมุดไว้ในเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม)

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • เข้า LINK หรือ SCAN QR CODE ไปที่ Google Form
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว (1 คน / ฟอร์ม) เพื่อใช้ทำประกันชีวิต ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์
  • เลือกวันที่ต้องการขึ้นน้ำตก
  • โอนเงิน เข้าบัญชี : ธนาคารกรุงไทย ต้องชื่อกลุ่มเท่านั้น, ชื่อบัญชี: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม
  • แนบสลิปการโอนเงิน
  • อ่านและยอมรับระเบียบและข้อปฏิบัติ

ค่าบริการ

         กรณีลงทะเบียนจอง
          • คนไทย : 300 บาท / คน
          • ชาวต่างชาติ : 660 บาท / คน

         กรณี walk in (รับไม่เกิน 08.00 น.)
         • คนไทย : 350 บาท / คน
         • ชาวต่างชาติ : 700 บาท / คน

         *** เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงวันจอง

  • เปลี่ยนวันได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันขึ้นน้ำตก
  • หากเลยกำหนด จะไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนวันได้ทุกกรณี

การเดินทางไปยังน้ำตกโกรกอีดก

          การเดินทางมาเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางได้หลายวิธี เช่น

  • รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากนั้นให้เลี้ยวไปทางถนนหมายเลข 2 (เส้นมิตรภาพ) ขับตรงไปแล้วกลับรถตรงสวนมิ่งมงคล และให้ขับไปตามป้าย ทางไปไม่ยากเพราะมีเส้นทางหลักทางเดียว เป็นเส้นทางลาดยางอย่างดี มุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
  • ขนส่งสาธารณะ นั่งรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ผ่านเมืองสระบุรี ลงรถที่หน้าวัดทับกวาง หรือศูนย์โยเร ข้ามสะพานลอยมาฝั่งขวามือ เพื่อนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะมาถึงที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ช่องทางการติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวสระบุรีน้ำตกโกรกอีดกก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ เพราะมีทั้งธรรมชาติสวยงาม น้ำตกสูงตระการตา และพืชพรรณนานาชนิด เหมาะกับสายลุยเดินป่า ปีนเขา วันหยุดยาวนี้ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน หรือกำลังมองหากิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ ลองไปตามรอยเที่ยวกันได้เลย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

ที่มา: https://travel.kapook.com/view261533.html

Scroll to top