พื้นที่ควบคุม

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารต้องเผชิญกับอันตรายจากการปฏิบัติงาน กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ในขณะที่กำลังลงพื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างมาก

รายละเอียดเหตุการณ์ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานเหตุสะเทือนใจ โดย จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สังกัด นปท.1 ส่งผลให้ข้อเท้าซ้ายขาดและได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บยังคงรู้สึกตัวดีและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • พื้นที่ปฏิบัติการ: บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
  • ความคืบหน้าการกู้ระเบิด: ดำเนินการไปแล้วกว่า 62,000 ตร.ม. คิดเป็น 76.73%
  • วัตถุระเบิดที่ตรวจพบ: พบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธรวม 489 รายการ

ภารกิจในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การทำงานท่ามกลางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัตถุอันตรายนั้นเป็นความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารกล้าที่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อส่วนรวม ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการของ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทางเราขอส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั่วประเทศมีความปลอดภัยในการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อให้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นพื้นที่ที่ปราศจากอันตรายจากกับระเบิดอย่างถาวรในอนาคต

ที่มา – กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน มทภ.1 กำชับดูแลเต็มที่

เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและน่าใจหายเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานที่เสียสละเพื่อความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่

สถานการณ์ระทึกเมื่อเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยจ่าสิบเอกอุดมศักดิ์ นึกมั่น เจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม นปท.1 ได้ปฏิบัติภารกิจสำรวจทางเทคนิคตามปกติ ก่อนจะพลาดเหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดอันตรายที่ยังคงตกค้างมาจากอดีต

รายละเอียดและอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่

จากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยข้อเท้าซ้ายขาดและมีบาดแผลฉกรรจ์จากสะเก็ดระเบิดตามแขนซ้าย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ในขณะนั้นผู้ประสบเหตุยังคงมีสติอยู่ ทีมงานจึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศอย่างเร่งด่วน โดยปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ที่เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของภารกิจของเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้กล้า หลายคนอาจไม่ทราบว่างานเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้นมีความเสี่ยงสูงเพียงใด โดยเฉพาะ:

  • พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีวัตถุระเบิดที่มองเห็นได้ยากฝังอยู่
  • สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้การตรวจหาทำได้ยากขึ้น
  • การทำงานต้องใช้ความใจเย็นและความเชี่ยวชาญระดับสูง

เราทุกคนควรส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บหายป่วยโดยเร็ว และขอให้ทีมงานที่เหลือปฏิบัติภารกิจต่อไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะพื้นที่เหล่านี้หากยังไม่ได้รับการเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ย่อมเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปเสมอ การเสียสละของพวกเขามีค่าต่อความปลอดภัยของส่วนรวมอย่างมหาศาล

ที่มา – เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ขาซ้ายขาด อาการสาหัส

สมช.เคาะ! รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ เข้ม 3 มาตรการ

สมช. เคาะ 3 มาตรการ รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ เปิดช่องให้การท่า ขอกองทัพ ใช้ “แอนตี้โดรน” ขู่มียาแรง หากกระทบความมั่นคง ถึงขั้นโทษประหาร

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์กรณีพบโดรนเข้ามาในพื้นที่จุดสำคัญต่างๆ ทั้งสนามบิน และจังหวัดชายแดน ซึ่งที่ประชุมมีมติสำคัญ 2 ส่วน คือ มาตรการระยะเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ

ภายหลังจากการพิสูจน์พบโดรนจำนวนหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ สำนักงานการบินพลเรือนได้ออกประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุม ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดน และสนามบินสำคัญทั่วประเทศ

สมช. เคาะ 3 มาตรการ รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่ประกาศใช้เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย:

  1. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยาน สำนักงานการบินพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดการกับโดรนเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกัน สืบสวนสอบสวน และแอนตี้โดรนต่างๆ เพื่อประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. ให้กระทรวงกลาโหม ผ่อนคลายมาตรการอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยานและหน่วยอื่นๆ สามารถจัดหาแอนตี้โดรนได้ เนื่องจากเป็นยุทธภัณฑ์จึงต้องขออนุญาตกองทัพ เพื่อเตรียมการให้มีไว้ป้องกันพื้นที่
  3. ให้เข้มงวดในการนำเข้า และตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโดรน ในพื้นที่ชั้นใน และพื้นที่อื่นๆ อย่างเข้มงวด
  4. ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การบินโดรนเข้ามาในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ความมั่นคงมีโทษร้ายแรง โดยเฉพาะสนามบิน มีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต จึงอยากสื่อสารให้ทุกฝ่ายเข้าใจ และหากใช้โดรน และพบว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญาด้วย

มาตรการระยะยาวเพื่อรับมือโดรนป่วน

สำหรับมาตรการระยะยาวที่วางไว้เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ มีดังนี้:

  1. ก่อนหน้านี้ สมช.เคยมีมติให้กองทัพอากาศ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานเอกภาพ โดยจัดตั้งเป็นองค์กรขึ้นมา คือ ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ
  2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัยในอนาคต รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการใช้เครื่องมือ ซึ่งเป็นทักษะขั้นสูง
  3. เห็นชอบทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการเพิ่มโทษกรณีที่ใช้โดรนที่กระทบต่อความมั่นคง

การออกมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักและความเอาใจใส่ในความปลอดภัยของประเทศชาติ มาตรการเหล่านี้อาจจะดูเข้มงวด แต่ก็จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การตระหนักถึงโทษของการใช้โดรนในพื้นที่หวงห้าม และการให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย จะช่วยให้เราทุกคนสามารถรักษาความปลอดภัยของประเทศชาติได้

ที่มา – “สมช.” เคาะ 3 มาตรการ รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ขู่ใช้ยาแรงขั้นประหารชีวิต หากกระทบความมั่นคง

Scroll to top