พื้นที่ภัยพิบัติ

เชียงใหม่ ประกาศเพิ่ม 3 อำเภอ พื้นที่ภัยพิบัติไฟป่า

สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่กำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เชียงใหม่ ประกาศเพิ่มอีก 3 อำเภอ พื้นที่ภัยพิบัติไฟป่า หลังจากไฟลามไม่หยุด สร้างความเสียหายต่อป่าไม้และก่อให้เกิดฝุ่นควันหนาทั่วพื้นที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชนจำนวนมาก

เชียงใหม่ ประกาศเพิ่มอีก 3 อำเภอ พื้นที่ภัยพิบัติไฟป่า

วันที่ 8 เมษายน 2567 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ปฏิบัติราชการแทน ได้ออกประกาศเพิ่มเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อัคคีภัย) อีก 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจอมทอง อำเภอหางดง และอำเภอกัลยาณิวัฒนา การประกาศนี้ครอบคลุมหลายตำบล เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้งบประมาณและทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

รายละเอียดพื้นที่ที่ประกาศเพิ่ม:

  • อำเภอจอมทอง: ตำบลแม่สอย ตำบลบ้านแปะ และตำบลบ้านหลวง
  • อำเภอหางดง: ตำบลน้ำแพร่ และตำบลบ้านปง
  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา: ตำบลแจ่มหลวง ตำบลบ้านจันทร์ และตำบลแม่แดด

ก่อนหน้านี้ เชียงใหม่เคยประกาศพื้นที่ภัยพิบัติใน 6 อำเภอ ได้แก่ ฮอด สะเมิง เชียงดาว ดอยสะเก็ด แม่แตง และแม่วาง ครอบคลุม 38 ตำบล 324 หมู่บ้าน และ 27 ชุมชน ตอนนี้รวมแล้วพื้นที่ได้รับผลกระทบกว้างขวางมากขึ้น

สถานการณ์ไฟป่าที่น่ากังวลในเชียงใหม่

ในช่วงเช้าวันที่รายงาน พบจุดความร้อน (hotspot) สูงถึง 61 จุด กระจายตัวใน 13 อำเภอ สาเหตุหลักมาจากการเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรม การทิ้งก้นบุหรี่ และลมแรงที่ทำให้ไฟลามได้ง่าย ไฟป่านี้ไม่เพียงทำลายทรัพยากรป่าไม้ แต่ยังก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลให้ประชาชนมีอาการทางเดินหายใจ คออักเสบ ตาแดง และกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวได้รับผลกระทบหนัก

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังระดมกำลังคนและยุทโธปกรณ์เข้าดับไฟอย่างเต็มที่ โดยมีแม่ทัพภาคที่ 3 พลโท วรเทพ บุญญะ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ช่วงบ่าย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะ จะลงพื้นที่ตรวจราชการที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประเมินและสั่งการแก้ไข

ผลกระทบและมาตรการรับมือ

ไฟป่าเชียงใหม่ปีนี้รุนแรงกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งและ El Niño ที่ทำให้ป่าหญ้าแห้งง่าย การประกาศพื้นที่ภัยพิบัติช่วยปลดล็อกให้ อปท. ใช้เงินสำรองฉุกเฉินได้ รวมถึงขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังมีการใช้โดรนสำรวจจุดไฟ โดดร่มดับไฟ และเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ห่างไกล

สำหรับประชาชน แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย N95 ลดกิจกรรมกลางแจ้ง ติดตามแอป AirVisual หรือเว็บกรมควบคุมมลพิษ และหลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่ง หากพบไฟป่าให้แจ้งสายด่วน 199 หรือ กรมป่าไม้ 1317 ทันที

นอกจากนี้ จังหวัดยังประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อป้องกันไฟลามข้ามพื้นที่ และรณรงค์ลดการเผาเพื่อแก้ปัญหายั่งยืน

สถานการณ์ เชียงใหม่ ประกาศเพิ่มอีก 3 อำเภอ พื้นที่ภัยพิบัติไฟป่า นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าและป้องกันไฟป่าให้มากขึ้น หากเราร่วมมือกัน ปัญหานี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้น สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการไม่จุดไฟในป่า และติดตามข่าวสารเพื่อความปลอดภัย

ติดตามอัปเดตสถานการณ์ไฟป่าเชียงใหม่และเคล็ดลับป้องกันฝุ่นควันได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ไฟลามไม่หยุด “เชียงใหม่” ประกาศเพิ่มอีก 3 อำเภอ พื้นที่ภัยพิบัติไฟป่า

ภูมิใจไทย กางแผน 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ

“ภูมิใจไทย” วางไทม์ไลน์ 120 วัน ยุบสภา เปิดโรดแมปแก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ – แก้ชายแดนไทยกัมพูชา ตามเงื่อนไขคุยพรรคส้ม ด้าน “อนุทิน” เก็บตัวไม่เข้าพรรค

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคทยอยเดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค อาทิ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล เพื่อเกาะติดสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย  ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เดินทางเข้าพรรคในวันนี้

กรรมการบริหารพรรค วางโรดแมป 120 วัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า วันนี้มีการประชุมของกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางนโยบายที่จะเริ่มดำเนินการภายใน 120 วัน หลังจากแถลงนโยบาย รวมถึงกรอบการลงพื้นที่ของฝ่ายบริหาร หรือ ครม.สัญจร ซึ่งจะเน้นไปในพื้นที่ภัยพิบัติ และจังหวัดที่มีปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับแรกๆ

ดันแก้รัฐธรรมนูญวาระแรกประชุมสภา

ส่วนการขับเคลื่อนวาระงานในสภาผู้แทนราษฎรจะเร่งบรรจุวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับพรรคประชาชน ซึ่งแหล่งข่าวยืนยันว่า จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่แกนนำได้ร่วมกำหนดไว้ และยังจะพิจารณาปลดล็อกกฎหมายการกระจายอำนาจท้องถิ่นด้วย

“ภูมิใจไทย” กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ชายแดนไทย-กัมพูชา

พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศแผนการดำเนินงานที่สำคัญภายใน 120 วัน โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การผลักดันกฎหมายกระจายอำนาจ และการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นี่คือประเด็นหลักที่พรรคให้ความสำคัญ และตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วงเวลาที่กำหนด

ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญ เนื่องจากมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมมากขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองและกฎหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเอื้อต่อการพัฒนาในด้านต่างๆ

การกระจายอำนาจท้องถิ่นคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

การกระจายอำนาจท้องถิ่นคือการโอนอำนาจและทรัพยากรจากส่วนกลางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีความสามารถในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การกระจายอำนาจจะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น และทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน

แก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา: ความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีมายาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเจรจา การสร้างความเข้าใจ และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้มีความเจริญและความสงบสุข

พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินหน้าตามโรดแมปที่วางไว้ และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศภายใน 120 วันข้างหน้า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ และการแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นเป้าหมายหลักที่พรรคให้ความสำคัญ และต้องติดตามดูกันต่อไปว่าพรรคจะสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนได้หรือไม่ ทั้งนี้การดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและยั่งยืน

โรดแมป 120 วันของพรรคภูมิใจไทยในการ ภูมิใจไทย กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าพรรคจะสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จได้หรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – “ภูมิใจไทย” กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ชายแดนไทย-กัมพูชา

Scroll to top