ภัทรพงศ์ ศุภักษร

ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวร้อนแรงในแวดวงราชการไทย เมื่อ ลิซ่า ภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ. การพัฒนาการเมืองฯ ได้เข้ามารับไม้ต่อจาก ‘ทนายอั๋น’ เพื่อจัดการกับปัญหาใหญ่ที่กัดกินระบบราชการมานาน นั่นคือ ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ที่สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลกว่า 4,500 ล้านบาท

ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อทนายอั๋นนำหนังสือร้องเรียนมายื่นต่อกรรมาธิการ โดยชี้ให้เห็นว่าแม้ทาง ป.ป.ช. และตำรวจจะเริ่มขยับบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่า ‘ตัวการใหญ่’ ยังคงลอยนวล ทิ้งให้ผู้สอบที่บริสุทธิ์นับพันคนต้องเดือดร้อน นี่คือประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะความยุติธรรมในการร่วมงานราชการควรเป็นพื้นฐานที่ทุกคนได้รับอย่างเท่าเทียม

เจาะลึกปมทุจริตและการเรียกร้องความยุติธรรม

น.ส.ภคมน ไม่รอช้าที่จะรวบรวมหลักฐานและเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเธอให้ความเห็นว่าการมีหน่วยงานทำงานแยกส่วนกันแบบนี้ ถือเป็นช่องโหว่สำคัญ การที่ ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน

  • ตรวจสอบความเสียหายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566-2567
  • ผลักดันการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 8/2560
  • เพิ่มบทบาทผู้สังเกตการณ์ภายนอกเพื่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ ลิซ่า ภคมน ยังนำเสนอทางออกเชิงโครงสร้างว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องคืนอำนาจให้กับท้องถิ่นจัดสอบกันเอง โดยเน้นการวางระบบตรวจสอบที่รัดกุมแทนการรวมศูนย์อำนาจที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ช่วยป้องกันการทุจริตอย่างที่หลายคนคาดหวัง ในทางกลับกัน การรวมศูนย์อาจกลายเป็นช่องทางให้เกิดการโกงแบบกระจุกตัวได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ

ในมุมมองของผม กรณีนี้ไม่เพียงแค่เรื่องของการทุจริตในการสอบ แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย หากเราไม่สามารถจัดการกับขบวนการเหล่านี้ให้ถึงต้นตอได้ ฝันของคนรุ่นใหม่ที่อยากรับราชการด้วยความสุจริตคงจะเลือนลางลงเรื่อยๆ เราต้องส่งกำลังใจให้การทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เดินหน้าทลายขบวนการนี้ให้สิ้นซาก เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายทุกคนครับ

ที่มา – “ลิซ่า ภคมน” รับลูก “ทนายอั๋น” จี้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น

นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ทำเอาสื่อมวลชนต้องตามติดกันให้วุ่น สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ล่าสุดมีเหตุการณ์นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้

นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. และ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่มีภาพแชตไลน์หลุดในเชิงว่า "ช่วยน้ำเงินด้วย" ในช่วงเวลาเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา ทันทีที่ถูกถามเรื่องนี้ นายอนุทินกลับแสดงท่าทีประหลาดใจและร้องเสียงหลงว่า "เห้ย!! ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งกลับมา" ก่อนจะเบี่ยงเบนประเด็นไปกล่าวถึงภารกิจเรื่องปัญหายาเสพติดแทน

เบื้องลึกและท่าทีรัฐบาลกับการตรวจสอบ

นอกจากเรื่องแชตหลุดแล้ว นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ยังรวมไปถึงคำถามเรื่องความคืบหน้าการทบทวนมาตรการภาษีเพื่อลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนายอนุทินไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเพียงแต่กล่าวสั้นๆ ว่า "ทุกอย่างเป็นไปตามการกำชับของผม มันสำเร็จแล้ว เรียบร้อย" ทำให้เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าตกลงแล้วหลักเกณฑ์นี้จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรต่อไป

  • ประเด็นแชตหลุด "ช่วยน้ำเงิน" ที่พรรคประชาชนเร่งตามเรื่อง
  • ข้อกังขาเรื่องการทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ท่าทีของนายกฯ ที่เน้นเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชน

เป็นที่น่าจับตามองว่าหลังจากนี้บทสรุปของเรื่องแชตไลน์หลุดดังกล่าวจะเป็นอย่างไร และความชัดเจนเรื่องสวัสดิการของพี่น้องประชาชนจะได้รับการแก้ไขให้เป็นธรรมขึ้นหรือไม่ ในฐานะคนติดตามข่าวสาร เราคงต้องเฝ้าดูการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโปร่งใสในราชการ หรือนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง ทุกอย่างล้วนมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

ที่มา – นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน

ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง

ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองอีกครั้งเมื่อ ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อหวังให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีการเลือกตั้งใหม่ การเคลื่อนไหวของนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ในครั้งนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่หลายคนจับตามอง โดยเขามั่นใจว่าจะสามารถใช้หลักฐานใหม่นี้ประกอบการพิจารณาคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เพื่อขอให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

เบื้องหลังคำสั่งฉาว ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง

ในการยื่นหลักฐานเพิ่มเติม ทนายอั๋นได้ชี้แจงถึงรายละเอียดของการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบัน สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการบางอย่างเพื่อ “ช่วยพรรคสีน้ำเงิน” ซึ่งประเด็นนี้ทนายอั๋นมองว่าเป็นการเซตฉากระบบเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เหตุบังเอิญ โดยเขายังวิเคราะห์กลไกการสั่งการไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ครับ:

  • สายการบังคับบัญชา: อธิบดีกรมการปกครองมีอำนาจสั่งการปลัดจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งขยายผลต่อไปยังนายอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน
  • ระบบบัตรเลือกตั้ง: ความเชื่อมโยงระหว่างการพิมพ์บัตรบาร์โค้ด และการสั่งการจากผู้ระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย
  • พฤติกรรมส่อทุจริต: การตั้งคำถามถึงความลับในการลงคะแนนที่อาจถูกล่วงรู้ผ่านตัวเลขบนบัตรเลือกตั้ง

ทนายอั๋นยังเน้นย้ำว่า ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาผิดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะหากบัตรเลือกตั้งถูกเซตระบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจริง ย่อมส่งผลให้ความสุจริตเที่ยงธรรมเสียไปโดยสิ้นเชิง

แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันผลการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง สว. และการใช้เครือข่ายข้าราชการเข้ามายุ่งเกี่ยว ยังคงเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ ส่วนตัวผมคิดว่าหากหลักฐานนี้มีน้ำหนักเพียงพอ ผลการตรวจสอบย้อนหลังอาจสะเทือนถึงโครงสร้างอำนาจรัฐเลยทีเดียว

ที่มา – “ทนายอั๋น” บุกศาล รธน. ยื่นหลักฐานแชตไลน์หลุด อ้างอธิบดีกรมการปกครองสั่ง “ช่วยน้ำเงินด้วย”

“พริษฐ์” รับลูก “ทนายอั๋น” เกาะติดคดี “ศักดิ์สยาม”

ข่าวการเมืองร้อนแรงล่าสุด! “พริษฐ์” รับลูก “ทนายอั๋น” เกาะติดคดี “ศักดิ์สยาม” โว 140 สส.-สว.หนุน จ่อเดินหน้าถอดถอน ป.ป.ช. กลายเป็นประเด็นที่คนไทยหลายคนจับตามอง โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ไม่ยอมปล่อยผ่านการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีปกปิดบัญชีทรัพย์สินและซุกหุ้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่ามีมูลจนต้องพ้นจากตำแหน่ง

“พริษฐ์” รับลูก “ทนายอั๋น” เกาะติดคดี “ศักดิ์สยาม” โว 140 สส.-สว.หนุน จ่อเดินหน้าถอดถอน ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้รับหลักฐานจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อนำไปประกอบคำร้องของฝ่ายค้าน ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ตั้งกรรมการอิสระไต่สวน ป.ป.ช. หลังจาก ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องในคดีดังกล่าว นายพริษฐ์ยืนยันว่าฝ่ายค้านกำลังร่างคำร้องให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อเกิน 140 เสียงแล้ว

ผู้สนับสนุนจำนวนมากจากหลายพรรค

  • ส.ส.พรรคประชาชน 119 คน
  • ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน
  • ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย 1 คน
  • ส.ส.พรรคไทยภักดี 1 คน
  • ส.ว.ราว 10 คน

คำร้องยังรอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น รายละเอียดการดำเนินการของ ป.ป.ช. ในทุกขั้นตอน รวมถึงคำชี้แจงจากนายศักดิ์สยาม และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ก่อนหน้านี้

3 ปมพิรุธหลักที่ ป.ป.ช. ต้องชี้แจงต่อสังคม

นายพริษฐ์เน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญที่คำร้องจะชี้ให้เห็นความผิดปกติของ ป.ป.ช. ซึ่งต้องตอบคำถามสังคมให้ชัดเจน

  • ปมที่ 1: ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเส้นทางการเงินในคดีนายศักดิ์สยาม แต่ ป.ป.ช. ไม่นำเอกสารเหล่านี้มาพิจารณา ไม่มีข้อสรุปเรื่องยื่นบัญชีเท็จหรือซุกหุ้น ซึ่งนำไปสู่การพ้นตำแหน่ง
  • ปมที่ 2: ไม่มีการตรวจสอบทุกข้อกล่าวหาตามคำร้องที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อย่างครบถ้วน
  • ปมที่ 3: กระบวนการไต่สวนผิดวิสัย ผู้ร้องอย่างนายปกรณ์วุฒิ ไม่เคยได้รับการติดต่อ จนรู้ผลยกคำร้องพร้อมสื่อมวลชน ขัดต่อ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 51 ที่ต้องตั้งกรรมการไต่สวนคดีสำคัญ และมาตรา 49 ที่ต้องแจ้งผู้ร้องหากปัดตกเบื้องต้น แต่ไม่เคยแจ้ง

นายพริษฐ์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ป.ป.ช. อาจใช้ช่องทางพิจารณาเบื้องต้นแล้วยกฟ้อง โดยไม่ไต่สวนจริง ซึ่งเป็นข้อพิรุธร้ายแรง แม้จะยื่นให้ ป.ป.ช. ทบทวน แต่ไม่หยุดการเดินหน้าถอดถอนตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ

พื้นหลังคดี “ศักดิ์สยาม” และบทบาท ป.ป.ช.

ย้อนไปคดีของนายศักดิ์สยาม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อปี 2566 ว่าปกปิดหุ้นในบัญชีทรัพย์สิน ทำให้พ้นจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม แต่ ป.ป.ช. กลับยกคำร้องที่นายปกรณ์วุฒิยื่น เรื่องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยไม่ชี้แจงกระบวนการ ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นกลางและประสิทธิภาพของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการปราบปรามทุจริต หากปล่อยไว้ อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบยุติธรรม

ด้าน “ทนายอั๋น” ระบุว่าจะรวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 ชื่อ เพื่อร่วมยื่นถอดถอน ป.ป.ช. และหวังว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ จะไม่ยื้อเรื่องนี้

กรณี “พริษฐ์” รับลูก “ทนายอั๋น” เกาะติดคดี “ศักดิ์สยาม” โว 140 สส.-สว.หนุน จ่อเดินหน้าถอดถอน ป.ป.ช. แสดงให้เห็นถึงพลังของฝ่ายค้านและประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐ เป็นบทเรียนสำคัญว่าหน่วยงานปราบทุจริตต้องโปร่งใส มิเช่นนั้นจะถูกตั้งคำถามได้ทุกเมื่อ

ความเห็นของเรา: การเคลื่อนไหวครั้งนี้หากสำเร็จ จะเป็นจุดเปลี่ยนในการกำกับดูแล ป.ป.ช. ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “พริษฐ์” รับลูก “ทนายอั๋น” เกาะติดคดี “ศักดิ์สยาม” โว 140 สส.-สว.หนุน จ่อเดินหน้าถอดถอน ป.ป.ช.

“ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน

“ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทยช่วงนี้ ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน แถวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมันเพียงไม่กี่ลิตร ทนายอั๋น หรือนายภัทรพงศ์ ศุภักษร จึงไม่นิ่งนอนใจ เดินทางยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีการละเว้นหน้าที่ ทุจริต หรือเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่

“ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน

สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนครั้งนี้สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนเป็นอย่างมาก บางคนต้องนอนค้างคืนที่ปั๊มน้ำมันเพื่อรอคิวเติมเพียง 500 บาทต่อวัน ขณะที่กรมศุลกากรยืนยันว่าไทยนำเข้าน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร แต่ทำไมปั๊มถึงไม่มีขาย? ทนายอั๋นชี้ว่ามีรถบรรทุกน้ำมันวิ่งจากชลบุรี ผ่านระยอง ไปมุกดาหารวันละ 100 คันต่อเที่ยว บรรทุกกว่า 50,000 ลิตรต่อคัน แต่ปั๊มระหว่างทางกลับปิดป้าย “น้ำมันหมด” นี่คือสัญญาณของการบริหารจัดการที่ล้มเหลวหรือการเอื้อนายทุน?

ทนายอั๋นตั้งคำถามตรงๆ ว่า “น้ำมันหายไปไหน?” พอปรับราคาน้ำมันขึ้น 2 บาท น้ำมันก็โผล่มาทันที แต่ยังไม่ทั่วถึง ถ้าเพิ่มอีก 4-6 บาท คงมีเติมกันฉ่ำใจใช่ไหม? เขายื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อชี้ขาดว่าพฤติกรรมนี้เข้าข่ายละเว้นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

สาเหตุน้ำมันขาดแคลน: เอื้อนายทุนหรือบริหารผิดพลาด?

  • นำเข้าพอ: กรมศุลกากรยันนำเข้า 100 ล้านลิตร/วัน
  • ส่งออกต่อเนื่อง: รถบรรทุกน้ำมันส่งออกข้ามจังหวัดจำนวนมาก
  • ปั๊มขาดแคลน: ประชาชนทะเลาะแย่งคิวเติม
  • ราคาขึ้น น้ำมันโผล่: สงสัยซ่อนไว้รอเก็งกำไร?

ทนายอั๋นย้ำว่า หลักฐานพื้นฐานอย่างประกาศกรมศุลกากรทุกคนเห็นได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเรียกเอกสารมากกว่าเขา 1,000 เท่า สิ่งสำคัญคือต้องมีความจริงใจในการตรวจสอบ เหมือนกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดเลือกตั้ง

ทนายอั๋นร้องเป็นพยานคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

นอกจากปมน้ำมัน ทนายอั๋นยังยื่นขอให้ส่งชื่อเขาเป็นพยานในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 ชี้ว่าการกระทำของ กกต. ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เพราะอาจตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกพรรคไหน ทำให้การเลือกตั้งไม่ลับตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว หยุดการทำของรัฐสภาไว้ก่อน

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนปัญหาการบริหารประเทศที่ประชาชนตั้งคำถามหนัก วิกฤตน้ำมันไม่ใช่แค่ขาดแคลน แต่เป็นสัญญาณของระบบที่อาจเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ประชาชนต้องทำมาหากิน แต่กลับต้องต่อสู้เพื่อน้ำมันพื้นฐาน ทนายอั๋นคือตัวแทนเสียงประชาชนที่กล้าต่อสู้

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการกำกับดูแลน้ำมันต้องโปร่งใสมากกว่านี้ รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่รอราคาขึ้นแล้วค่อยมีน้ำมัน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน

“ทนายอั๋น”เชื่อภูมิใจไทยรอดคดีฮั้ว สว.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง นั่นคือ “ทนายอั๋น” เชื่อภูมิใจไทยอาจรอดคดีฮั้ว สว. หลังจากมีภาพหลุดออกมาที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการสอบสวนคดีนี้ ทนายอั๋น หรือนายภัทรพงศ์ ศุภักษร ได้ออกมาแฉข้อมูลสำคัญที่อาจเปลี่ยนเกมทั้งหมดของคดีดังกล่าว

“ทนายอั๋น” เชื่อภูมิใจไทยอาจรอดคดีฮั้ว สว.

คดีฮั้ว สว. หรือคดีการสมรู้ร่วมคิดในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เป็นคดีใหญ่ที่ กกต. และ DSI กำลังไล่ล่า โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ทนายอั๋นเล่าว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 ของ กกต. มีมติสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกว่า 200 คน รวมถึงนายอนุทินด้วย แต่ตอนนี้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดใหม่กำลังพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ ถ้าชุดนี้ตัดสินไม่ฟ้อง คดีก็จบเห่

นอกจากนี้ ในส่วนคดีอั่งยี่-ซ่องโจรที่ DSI ดูแล สั่งฟ้อง 8 คน แต่สำนวนถูกอัยการตีกลับเพราะชุ่ย ทนายอั๋นยังแฉ “อำนาจเจริญโมเดล” ที่มีการโอนเงินจากนาง “ญ.” มือขวาเจ๊ใหญ่อำนาจเจริญ ไปยังอดีต ส.ส. สุราษฎร์ธานี หลายแสนบาท แล้วกระจายต่อ ถ้าสุราษฎร์โดนทำไมอำนาจเจริญไม่โดน? เพราะใกล้บุรีรัมย์ อ่างทอง อุทัยธานี มีเส้นเงินเชื่อมโยง ทนายอั๋นท้า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI กล้าทิ้งทวนออกหมายเรียก-หมายจับกลุ่มนี้ก่อนถูกเก็บหรือไม่ เหมือนกรณีผู้ว่าฯ รฟท.ที่เซ็นคดีเขากระโดงก่อนออก

ทนายอั๋น พูดถึงคดีฮั้ว สว. ภูมิใจไทย

ภาพอนุกรรมการสอบคดีฮั้ว ไหว้ “อนุทิน” งาน MotoGP

ประเด็นเด็ดคือภาพล่าสุดที่ทนายอั๋นเปิดเผย ร.ต.อ.ปิยะ หนึ่งในอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดนี้ กำลังยกมือไหว้ต้อนรับนายอนุทินที่สนามบินสตึก จ.บุรีรัมย์ ขณะไปเปิดงาน MotoGP ฤดูกาล 2026 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ภาพนี้ถูกถ่ายก่อน DSI จะตอบ กกต. ว่าในสำนวนอั่งยี่และฟอกเงินยังไม่สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ทำให้อนุกรรมการชุดนี้สรุปตัดจบคดี พรรครอด!

ทนายอั๋นตั้งข้อสังเกต ร.ต.อ.ปิยะมีพฤติกรรมแบบนี้ทั้งที่ต้องตัดสินคดีนายอนุทิน และมีข่าวจะได้เป็นอธิบดี DSI คนใหม่ ถ้าเป็นจริง คดีนี้คงสั่งไม่ฟ้องแน่ๆ ล่าสุด กกต. สอบถาม DSI แล้วยืนยันไม่มีฟ้องคนพรรค ทำให้คดีฮั้ว สว. ของภูมิใจไทยใกล้จบ

ภาพอนุกรรมการไหว้ อนุทิน MotoGP คดีฮั้ว สว.

คดีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในกระบวนการยุติธรรมไทย ที่การเมืองมาปะปนกับคดีอาญา ล่าสุดเกิดเมื่อ 4 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา “ทนายอั๋น” เชื่อภูมิใจไทยอาจรอดคดีฮั้ว สว. เพราะเส้นสายและภาพชวนสงสัย

  • กกต.ชุด 26 สั่งฟ้อง 200+ คน รวมอนุทิน
  • DSI สั่งฟ้อง 8 ในคดีอั่งยี่ แต่สำนวนชุ่ย
  • อำนาจเจริญโมเดล โอนเงินข้ามจังหวัด
  • ภาพ ร.ต.อ.ปิยะ ไหว้ต้อนรับอนุทิน MotoGP
  • DSI ไม่ฟ้องพรรค ทำให้คดีจบ

จากข้อมูลทั้งหมด ทำให้เห็นว่าเส้นทางการเงินและอิทธิพลยังคงเป็นปริศนา หาก DSI ไม่ทิ้งทวน คดีนี้อาจเงียบหายไป คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะรอดจริงหรือไม่? คดีฮั้ว สว. ควรไปสู่ศาลเพื่อความยุติธรรมหรือเปล่า

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่นี่ และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณมองประเด็น “ทนายอั๋น” เชื่อภูมิใจไทยอาจรอดคดีฮั้ว สว. อย่างไร มันเป็นแค่การเมืองหรือมีมูลจริง? การต่อสู้เพื่อความโปร่งใสต้องเข้มแข็งกว่านี้

ที่มา – “ทนายอั๋น” เชื่อภูมิใจไทยอาจรอดคดีฮั้ว สว. หลังมีภาพอนุกรรมการสอบคดีฮั้ว ไหว้ “อนุทิน” งาน MotoGP

“ทนายอั๋น” ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งถามกกต.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ดราม่าร้อนๆ ยังคงมีไม่ขาดสาย โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่ยังคงเป็นจุดสงสัยของหลายฝ่าย ล่าสุด ทนายอั๋น ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากที่ยื่นเรื่องไปสองประเด็น แต่ผู้ตรวจการกลับส่งถามกกต.แค่ปมคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ส่วนปมบัตรเขย่งกลับเงียบหายไปซะงั้น เรื่องนี้ทำให้ทนายอั๋นบุรีรัมย์หรือนายภัทรพงศ์ ศุภักษร ออกมาแถลงข่าวอย่างด่วนร้อนที่สำนักงานกกต. เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569

ทนายอั๋น ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทนายอั๋นเล่าว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา เขาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสองประเด็นหลัก คือ ปัญหา QR Code ที่ใช้ในการเลือกตั้ง และปัญหาบัตรเขย่งที่ถูกมองว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สิ่งที่ทำให้ข้องใจคือ หนังสือตอบกลับจากผู้ตรวจการแผ่นดินลงวันที่ 16 ก.พ. กลับแจ้งว่าได้ส่งหนังสือถามกกต. แค่ปมคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ไม่เอ่ยถึงบัตรเขย่งเลย ทำให้ทนายอั๋นตั้งคำถามหนักๆ ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

“ผู้ตรวจการแผ่นดินท่านตรงไปตรงมาหรือไม่ เพราะมันไม่ถูกต้องครบถ้วน ด้วยเจตจำนงของผมซึ่งถามไป 2 ประเด็น” ทนายอั๋นกล่าวอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประกาศว่าจะยื่นเรื่องซ้ำเพื่อให้ตรวจสอบประเด็นบัตรเขย่งให้ครบถ้วน เพราะทั้งสองประเด็นนี้มีน้ำหนักพอๆ กัน และเป็นข้อสงสัยที่นักวิชาการทุกภาคส่วนต่างกังวล

ทำไมปมบัตรเขย่งถึงถูกมองข้าม?

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูกันว่าประเด็นเหล่านี้คืออะไร ปม QR Code เกิดจากระบบสแกนคิวอาร์โค้ดที่ใช้ตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตหรือผิดพลาดได้ง่าย ส่วนปมบัตรเขย่ง คือบัตรที่ถูกยับยู่ยี่จนนับไม่ได้หรือถูกตีความว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อผลคะแนนรวม ทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดถูกมองว่าโมฆะได้

  • ประเด็น QR Code: ระบบใหม่ที่กกต.นำมาใช้ แต่ขาดความโปร่งใส
  • ประเด็นบัตรเขย่ง: จำนวนมากผิดปกติ สงสัยการจัดการ
  • บทบาทผู้ตรวจการแผ่นดิน: ควรตรวจสอบทั้งหมดเพื่อความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังหยอดมุกตลกๆ ระหว่างแถลง โดยพูดถึงการเสียชีวิตของตัวละครบักเซียงในหนัง ทำให้ห่วง “บักแหวง” พี่ชายบ้านเดียวกันที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกกต. กลัวว่าจะไม่มีใครจัดการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งรอบนี้โมฆะ 100% สร้างสีสันให้สื่อมวลชนหัวเราะกันครึกครื้น

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในระบบเลือกตั้งไทย ที่ยังคงเป็นมรสุมไม่จบสิ้น กกต.ถูกกดดันหนัก ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องพิสูจน์ความเป็นกลาง ทนายอั๋นยังตั้งข้อสังเกตว่า “ปากว่าตาขยิบ ส่งซิกกันหรือเปล่า เพราะคุณมีที่มาเดียวกัน” ซึ่งเป็นคำถามที่ค้างคาใจประชาชน

จากประสบการณ์ของทนายอั๋นที่ติดตามคดีการเมืองมานาน เขาเชื่อว่าการตรวจสอบต้องครบถ้วนทุกประเด็น มิเช่นนั้นจะเสียความน่าเชื่อถือทั้งระบบ หากคุณสนใจประเด็นการเมืองแบบนี้ ลองติดตามและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชวนเพื่อนแชร์เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น คุณคิดว่าประเด็นบัตรเขย่งสำคัญแค่ไหน? บอกเรามาเลย!

สุดท้าย เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องโปร่งใสเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่มา – “ทนายอั๋น” ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งถาม กกต. แค่ปมคิวอาร์โค้ด เว้นปมบัตรเขย่ง

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองสุดฮือฮามาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% พร้อมปูดประเด็นร้อนว่าพรรคเพื่อไทยอาจนั่งเก้าอี้รัฐบาลได้ไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น! เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดที่หลายคนยังตั้งคำถามค้างคาใจ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันในนาม ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ถือเทียนเดินตรงเข้าไปยังบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การถือเทียนนี้เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนครับ เพื่อบ่งบอกว่ากกต. ในสายตาประชาชนคือองค์กรที่ “มืดมน สกปรก และบอดตา” ไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด แม้การเลือกตั้ง สส. จะผ่านไปแล้ว 8 วัน แต่ผลคะแนนที่ประกาศบนเว็บไซต์ยังค้างอยู่ที่ 95% เท่านั้น!

"ทนายอั๋น" ถือเทียนบุก กกต.
ภาพทนายอั๋นถือเทียนหน้าสำนักงาน กกต. (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ทำไมทนายอั๋นถึงจี้ให้เปิดคะแนน 100%?

ทนายอั๋นตั้งคำถามหนักๆ ว่าทำไมกกต. ถึงยังไม่ออกผลเต็ม 100% ทั้งที่คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งควรวิ่งตรงมาที่เซิร์ฟเวอร์ของกกต. แล้ว เหลืออีก 5% หรือประมาณ 2.5 ล้านคะแนนอยู่ไหน? เป็นคะแนนบัตรเขย่งที่หายไป หรือถูกเอาไป “ตกแต่ง” เพิ่มเติมกันแน่? ทำไมต้องรอถึง 8 วันเต็ม หรือเซิร์ฟเวอร์จริงๆ อยู่ที่ “ซอยรางน้ำ” ไม่ใช่สำนักงานกกต. กันครับ?

เขาเปรียบว่าถ้าการเลือกตั้งเป็นมนุษย์ ก็เหมือนตายไป 8 วันแล้ว ร่างกายผิดรูป ระบุตัวตนไม่ได้! นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะกกต. ไม่เคยโปร่งใส อธิบายปัญหาเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่วันแรก และยังปิดกั้นไม่ให้ประชาชนหรือสื่อเข้าไปถาม-ตอบในการแถลงข่าวอีกด้วย

  • คะแนนค้าง 95%: ตรวจสอบแล้วแต่ไม่ยอมประกาศเต็ม
  • บัตรเขย่ง 2.5 ล้านใบ: หายไปไหน? ถูกใช้ตกแต่งผลหรือไม่
  • เซิร์ฟเวอร์ลึกลับ: อยู่กกต. จริงหรือซอยรางน้ำ
  • ไม่โปร่งใส: ปิดกั้นสื่อและประชาชน ไม่ให้ถาม

ทนายอั๋นยังย้ำว่า “ทำไมไม่ประกาศ 100% ล่ะ เพราะทุกคะแนนมาถึงแล้ว จะหน่วงเวลาไว้ทำไม?” และยกตัวอย่างกรณีสเปกเตอร์ ซี ที่กกต. เปิดให้สื่อดูได้ แต่ทำไมคะแนนเลือกตั้งไม่ทำแบบนั้นล่ะครับ?

ทนายอั๋นปราศรัยหน้าสำนักงาน กกต.
ทนายอั๋นปราศรัยเรียกร้องความโปร่งใส (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ปูดแผนเอาคืน “เพื่อไทย” รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 6 เดือน

ที่ร้อนแรงสุดคือ ทนายอั๋นปูดแผนการเมืองลับๆ ว่าการควบคุมผลคะแนนอาจไม่ใช่แค่กกต. แต่มีผู้มีอำนาจสั่งการ และเซิร์ฟเวอร์อาจอยู่ที่อื่น เขาว่าพรรคเพื่อไทยที่กำลังแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันสนุกสนาน อาจอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ก็โดน “เขี่ยออก” แล้วให้ “พรรคกล้าธรรม” กลับมาเสียบแทน! นี่คือการเอาคืนที่เพื่อไทยเคยเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล ทำให้เกียรติของเพื่อไทยยับเยิน

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังประกาศจะร้องศาลหลักเมืองในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 และจะตรวจสอบพรรคเพื่อไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แม้ศาลอื่นๆ จะมองว่าการเลือกตั้งปกติ แต่เขายืนยันว่าประชาชนมองว่า “สกปรกที่สุด”!

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่อง “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% นี้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยจริงๆ ถ้ากกต. โปร่งใสกว่านี้ คงไม่ต้องมีดราม่าแบบนี้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ต้องเริ่มจากความจริงใจ คุณล่ะคิดยังไง? คิดว่าคะแนน 5% นั้นหายไปไหน หรือเพื่อไทยจะอยู่จริงๆ ไม่เกิน 6 เดือน? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้อัพเดทกันต่อ!

ที่มา – “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% ปูด “เพื่อไทย” อาจเป็นรัฐบาลไม่เกิน 6 เดือน

Scroll to top