ภัยคุกคามไซเบอร์

เจาะรังใหม่ “ทุนจีนสีเทา” ยึดเวียงจันทน์ตั้งฐานแก๊งคอลฯ

ในยุคที่โลกไซเบอร์กลายเป็นเครื่องมือทำมาหากินของเหล่ามิจฉาชีพ เราคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติมากันพอสมควร แต่ล่าสุดสถานการณ์เริ่มน่ากังวลขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีการแฉพฤติกรรมของขบวนการ เจาะรังใหม่ “ทุนจีนสีเทา” ยึดเวียงจันทน์ตั้งฐานแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน ที่ย้ายฐานการผลิตจากเดิมที่เคยป่วนในกัมพูชาและเมียนมา เข้ามาประชิดชายแดนไทยมากขึ้น ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

เจาะรังใหม่ “ทุนจีนสีเทา” ยึดเวียงจันทน์ตั้งฐานแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวเชิงลึก พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มาแค่รายสองราย แต่มาเป็นขบวนการใหญ่ โดยใช้พื้นที่ย่านหลักกิโลเมตรที่ 16 ใกล้กับสนามกีฬาแห่งชาติลาว เป็นฐานปฏิบัติการสำคัญ อาคารสูงนับสิบชั้นที่ดูภายนอกเงียบสงบ กลับมีการติดมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดและเสาสัญญาณสื่อสารจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นเครือข่ายส่งสัญญาณหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทยโดยเฉพาะ

เบื้องลึกพฤติกรรมของ “ทุนจีนสีเทา” ที่น่าจับตามอง

นอกจากเรื่องสถานที่แล้ว พฤติกรรมที่น่าสนใจคือการใช้เทคโนโลยีอย่าง Simbox จำนวนมากที่แอบติดตั้งในพื้นที่ฝั่งไทยเพื่อส่งต่อสัญญาณไปยัง สปป.ลาว ทำให้ยากต่อการติดตามตัว นอกจากนี้ยังมีการสร้างชุมชนในลักษณะ Chinatown ย่อมๆ ที่มีการทำนอมินีผ่านการสมรสกับคนในพื้นที่ ทำให้ยากที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบได้โดยง่าย ขบวนการ เจาะรังใหม่ “ทุนจีนสีเทา” ยึดเวียงจันทน์ตั้งฐานแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน จึงกลายเป็นภัยคุกคามที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลข่าวสารที่เราได้รับยังชี้ให้เห็นว่าแก๊งเหล่านี้ไม่ได้ทำงานแบบสุ่ม แต่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยที่หลุดรั่วออกมามากกว่า 10 ล้านรายชื่อ ซึ่งถูกคัดเกรดข้อมูลอย่างละเอียดว่าใครมีกำลังทรัพย์มากน้อยเพียงใด ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์สามารถสร้างสตอรี่หลอกลวงได้อย่างแนบเนียนจนมีผู้เสียหายจำนวนมากนับพันราย คิดเป็นความเสียหายสะสมมหาศาล

  • ตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
  • งดรับสายจากเบอร์แปลกและอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด
  • ติดตามข่าวสารเพื่อรู้ทันกลโกงในรูปแบบใหม่ๆ เสมอ

ในมุมมองของผู้เขียน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การที่เราปล่อยให้ขบวนการอาชญากรข้ามชาติใช้เทคโนโลยีและข้อมูลส่วนตัวของเรามาเป็นเครื่องมือทำร้ายกันเองเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขทั้งในระดับนโยบายและความตื่นตัวของประชาชน หวังว่าภาครัฐจะสามารถตัดวงจรนี้ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับคนไทยทุกคนครับ

ที่มา – เจาะรังใหม่ “ทุนจีนสีเทา” ยึดเวียงจันทน์ตั้งฐานแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน

ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้า 3.5 ล้าน อายัด 8 พันล้าน

ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้ากว่า 3.5 ล้านบัญชี อายัด 8 พันล้าน ตัดวงจรสแกมเมอร์ เป็นข่าวดีที่คนไทยรอคอยมานาน! กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่ยอมให้สแกมเมอร์โกงเงินประชาชนอีกต่อไป ยกระดับการปราบปรามเป็นวาระแห่งชาติ สั่งระงับบัญชีม้ากว่า 3.56 ล้านบัญชี มูลค่ามหาศาลกว่า 8,000 ล้านบาท แถมยังผนึกกำลังกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อตัดวงจรอาชญากรไซเบอร์ให้สิ้นซาก

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 โดยมีผู้ใหญ่หลายท่านมาร่วม เช่น รัฐมนตรีช่วยฯ แนน บุณย์ธิดา, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ, ปลัดกระทรวงดีอี และผู้บัญชาการตำรวจ รัฐบาลย้ำชัดว่าภัยไซเบอร์เป็นปัญหาใหญ่ ต้องจัดการเข้มข้น ปิดช่องโหว่ทุกทางเพื่อปกป้องประชาชน

ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้ากว่า 3.5 ล้านบัญชี

ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้ากว่า 3.5 ล้านบัญชี อายัด 8 พันล้าน ตัดวงจรสแกมเมอร์

มาตรการเด็ดขาดเริ่มจากประกาศรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระงับบัญชีม้า 2.46 แสนรายชื่อ รวม 3.56 ล้านบัญชี อายัดเงินกว่า 8 พันล้านบาท! ข้อมูลนี้แชร์ให้หน่วยงานธนาคาร Non-Bank ผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน และค้าทองคำ เพื่อขยายการตรวจสอบ ป้องกันการฟอกเงินจากสแกม

ขยายผลจับ “นอมินี” และสกัดสัญญาณชายแดนแบบเข้มงวด

ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้ากว่า 3.5 ล้านบัญชี ไม่หยุดแค่นั้น ยังลงนาม MOU กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จับ “นอมินี” ที่ใช้บริษัทเป็นเครื่องมือโกง ขณะที่ กสทช. จัด Sandbox ที่สระแก้ว เปิดสัญญาณมือถือเฉพาะเบอร์ลงทะเบียนถูกต้อง ลดการใช้สัญญาณชายแดนโจมตีประชาชน

คุมบัญชีเยาวชนเข้ม หลังพบเกี่ยวข้องกว่า 6,500 บัญชี

น่าตกใจ! พบเยาวชนมีบัญชีม้ากว่า 6,500 บัญชี คณะกรรมการเลยหารือจำกัดโอน-ถอนเงินเกินกำหนด ป้องกันมิจฉาชีพหลอกใช้เด็กๆ เป็นช่องทางรับเงินโกง สำหรับคืนเงินผู้บริสุทธิ์ กำลังเร่งรัดให้เร็ว โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินชัดเจน

  • ระงับบัญชีม้า: 3.56 ล้านบัญชี
  • อายัดเงิน: 8,000 ล้านบาท
  • จับนอมินี: ร่วม DBD
  • สกัดสัญญาณ: Sandbox สระแก้ว
  • คุมเยาวชน: จำกัดธุรกรรม

นายไชยชนก ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะช่วงวิกฤตพลังงานที่คนเดือดร้อนหนัก เรื่องนี้คือวาระแห่งชาติ จะดำเนินการต่อเนื่อง

บัญชีม้าคืออะไร? คือบัญชีธนาคารที่สแกมเมอร์ใช้รับเงินโกงจากเหยื่อ มักหลอกคนซื้อของออนไลน์ แจกเงินฟรี หรือลงทุนปลอม ถ้าคุณเจอข้อความแปลกๆ อย่าโอนเด็ดขาด! ตรวจสอบก่อนเสมอ รายงานตำรวจหรือดีอีทันที

การปราบปรามแบบนี้ช่วยลดอาชญากรรมออนไลน์ได้จริง แต่ประชาชนต้องช่วยตัวเองด้วย ใช้แอปธนาคารแจ้งเตือน ตั้งรหัส 2 ชั้น และไม่คลิกลิงก์ подозрительные สุดท้าย ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้ากว่า 3.5 ล้านบัญชี อายัด 8 พันล้าน ตัดวงจรสแกมเมอร์ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจัง ผู้เสียหายมีหวังคืนเงินได้เร็วขึ้น

คุณคิดยังไงกับมาตรการนี้? แชร์ประสบการณ์โดนสแกมในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ระวังตัวด้วยกัน สู้ๆ ต่อต้านสแกมเมอร์!

ที่มา – ดีอีเอาจริง กวาดล้างบัญชีม้ากว่า 3.5 ล้านบัญชี อายัด 8 พันล้าน ตัดวงจรสแกมเมอร์

ผบ.สส. ยันสร้างกำแพงถาวร “ชายแดนสระแก้ว”

“พล.อ.ทรงวิทย์” เผย ใช้เวทีประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโด-แปซิฟิก ชี้แจงข้อเท็จจริงปัญหา “ชายแดนไทย-กัมพูชา” ยืนยันเตรียมสร้างกำแพงถาวร “ชายแดนสระแก้ว” แบ่งเขตแดนให้ชัดเจน

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่าในเวทีการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกในครั้งนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับสหรัฐอเมริกา หัวข้อสำคัญของการหารือคือการเน้นย้ำเรื่องความเข้มแข็งในภูมิภาค ต่อสู้กับภัยคุกคามด้านต่าง ๆ ขับเคลื่อนกลไกของอาเซียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในห้วงเวลาที่ประเทศมหาอำนาจกำลังแข่งขันกัน โดยการประชุมครั้งนี้มี 29 ประเทศเข้าร่วม ขาดเพียงแค่กัมพูชาเท่านั้น

พลเอกทรงวิทย์ หวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การรักษาสันติภาพและความรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค ไทยยังใช้โอกาสนี้ย้ำถึงจุดยืนในการเป็นคนกลาง ขับเคลื่อนความสันติภาพและการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ และยุติความขัดแย้งในภูมิภาค และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการทหารต่อสู้กับความท้าทายในหลากหลายมิติทั้งภัยคุกคามไซเบอร์และอวกาศ เป็นต้น ซึ่งในหลาย ๆ ด้านไทยยังขาดประสบการณ์ การหารือในเวทีนี้จะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลายประเทศสอบถามสถานการณ์ชายแดน

พลเอกทรงวิทย์ เปิดเผยด้วยว่า การประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโด-แปซิฟิกในครั้งนี้ หลายประเทศได้สอบถามถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งไทยได้ใช้โอกาสนี้ในการส่งข้อมูลที่เป็นความจริงไปยังนานาประเทศที่เข้าร่วมประชุม พร้อมย้ำว่าทุกการกระทำเป็นการทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ดินแดนของไทยรวมทั้งคุ้มครองชีวิตของประชาชนคนไทยไว้อย่างเต็มความสามารถภายใต้กรอบกติการะเบียบที่โลกใบนี้มี ขณะเดียวกันไทยไม่ต้องการเห็นการสู้รบ จึงต้องดำเนินการปกป้องอธิปไตยเพราะถูกรุกราน นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร จึงได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น ทหาร-ประชาชนถูกทำร้าย มีการลักลอบวางทุ่นระเบิด โดยยังขอความร่วมมือจากหลายประเทศให้สนับสนุนการเข้ามาเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้ในดินแดนไทย

ลั่นเตรียมสร้างกำแพงกั้นเขตแดน

พร้อมย้ำว่าไทยจะต้องสื่อสารอย่างมืออาชีพบนข้อเท็จจริงที่มี และบนจุดยืนของประเทศไทยในการปกป้องอธิปไตยโดยจะไม่ยอมให้ใครมารุกรานหรือทำร้ายประชาชนได้ ส่วนการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาให้มีความเข้มแข็งเพื่อป้องกันการรุกราน พลเอกทรงวิทย์ ระบุว่า กองทัพบกกำลังพิจารณาและนำไปปฏิบัติ ทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 โดยเมื่อวานนี้ ได้ให้เสนาธิการลงไปในพื้นที่ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว และสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนั้นคือดินแดนของไทย และจะต้องมีการสร้างกำแพงที่แข็งแรง เพื่อปกป้องประชาชนและปกป้องการรุกรานจากฝ่ายตรงข้าม โดยยืนยันว่าตนเองจะสนับสนุนทุกการกระทำของกองทัพบกอย่างแน่นอน

ผบ.สส. ยืนยันเตรียมสร้างกำแพงถาวร “ชายแดนสระแก้ว”

จากกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดขึ้น ผบ.สส. ได้ออกมาเคลื่อนไหวล่าสุด โดยยืนยันถึงความจำเป็นในการสร้างกำแพงถาวรบริเวณชายแดนสระแก้ว เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยและคุ้มครองประชาชนไทย การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโด-แปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาชายแดนให้แก่ประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม

ทำไมต้องสร้างกำแพงถาวร “ชายแดนสระแก้ว”?

เหตุผลหลักในการสร้างกำแพงถาวรบริเวณชายแดนสระแก้ว คือการปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย ผบ.สส. เน้นย้ำว่า การก่อสร้างนี้เป็นไปตามสิทธิอันชอบธรรมของประเทศไทยในการปกป้องดินแดนของตนเองจากการรุกราน นอกจากนี้ ยังมีการพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ทำให้กองทัพไทยต้องออกมาให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สาธารณชน

การสร้างกำแพงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะสร้างความขัดแย้ง แต่เป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการลักลอบข้ามแดน การโจรกรรม และอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

สถานการณ์ชายแดนที่ต้องจับตามอง

สถานการณ์บริเวณชายแดนสระแก้วยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การวางทุ่นระเบิดและการทำร้ายประชาชนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผบ.สส. ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในอธิปไตยของประเทศไทย และพร้อมที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ในดินแดนไทยยังคงเป็นเรื่องสำคัญ ประเทศไทยได้ขอความร่วมมือจากนานาชาติในการสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน

อนาคตของชายแดนไทย-กัมพูชา

ถึงแม้ว่าการสร้างกำแพงถาวรบริเวณชายแดนสระแก้ว จะเป็นมาตรการที่เข้มงวด แต่ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี การรักษาสันติภาพและความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน และการไม่ยอมรับการรุกรานในทุกรูปแบบ

การสร้างกำแพงถาวร “ชายแดนสระแก้ว” จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของตนเองอย่างเต็มที่ และจะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดดินแดนของตนได้

ที่มา – ผบ.สส. ยืนยันเตรียมสร้างกำแพงถาวร “ชายแดนสระแก้ว” แบ่งเขตแดนให้ชัดเจน

Scroll to top